เขาบำเพ็ญซักพักจึงทิ้งตัวหลับไปทั้งอย่างนั้น พอตื่นเช้ามาก็อาบน้ำชำระกายแล้ว เปิดประตูออกมาจึงพบว่ามีหิมะเม็ดเล็กๆโปรยลงมา
จึงครุ่นคิด "ข้าลืมไปเลย เดือนเก้าแล้วหรือนี่ เฮ้อชีวิตช่างเปลี่ยนไปเร็วเหลือเกิน" เขาปิดประตูเขามาเนื่องจากอากาศข้างนอกเย็นจัด
ต้องใส่เสื้อซักสองชั้น แม้จะเป็ผู้ฝึกปราณมีการต้านทานอยู่ แต่เฟยเทียนพึ่งเข้าสู่รวบรวม พูดง่ายๆเหมือนเด็กหัดเดิน
สุดท้ายเขาจึงเดินออกมาด้วยเสื้อสองชั้น อากาศของเดือนเก้าที่หิมะตก ช่างเป็อะไรที่ชวนให้อยากนอนอยู่บนที่นอนนุ่มๆยิ่งนัก
เขาจับกระบี่ที่เย็นเยียบขึ้นและเริ่มตั้งท่าเขาหลับตาลงซึบซับที่ศึกษามาตลอดและเริ่มออกกระบวนท่า บางทีอาจเพราะสภาพแวดล้อมที่เข้ากับวิชาที่ใช้
กระบวนท่าหิมะตัดขอบฟ้าเฟยเทียนสำแดงออกของได้อย่างดีเยี่ยม คลื่นดาบสีขาวจางๆลอยออกไปเฉือนต้นไม้อย่างเบามือแต่กลับลึกลงไปถึงครึ่งต้น!
เขาเห็นแล้วยิ้มนี้คือการพัฒนาการที่ก้าวะโแม้อากาศจะหนาวแต่เพื่ออนาคตที่สดใส เขาจำเป็ต้องฝึกต่อ
ฮะ! ฮะ!
ทุกครั้งที่ฟันกระบี่ออกไปคล้ายกับว่าหิมะเม็ดเล็กๆถูกตัดแยกเป็สองส่วน เขาฝึกจนลืมเลือนความหนาวเหน็บที่กัดกิน เฟยเทียนฝึกจนถึงบ่าย พึ่งจะนึกขึ้นได้ว่า
ตนลืมเก็บขวดเล็กจิ๋วที่อาบแสงจันทร์เมื่อคืนไว้ เขาเห็นมันเต็มขวดอีกครั้งก็ยิ้มแฉ่ง ถือกระบี่กลับเข้าห้อง เนื่องตอนนี้มือเขาชาไปหมด ควรจะตัองพักบ้าง
"กระบี่ผี ข้าไม่ได้ผิดสัญญานะแค่มาช้า" เขาคอยๆราดลงบนตัวกระบี่ผี เหมือนครั้งก่อนที่คาดคะเนด้วยสายตา
จากนั้นนำกระบี่ไปวางไว้และดื่มลงไปเล็กน้อยเพื่อเริ่มบำเพ็ญ หากให้พูดถึงเฟยเทียนก็รู้สึกอัศจรรย์กับผลลับของของเหลวสีน้ำเงินมาก
เขาสงสัยว่ามันต้องทำประโยชน์ได้มากกว่านี้ ไม่ใช่แค่รักษา บำเพ็ญหรือเป็อาหารแก่ิญญา นี่เป็สิ่งที่เฟยเทียนคิดแต่เขายังไม่มีปัจจัยสำหรับการทดลอง
แถมการเสียของเหลวสีน้ำเงินโดยใช่เหตุ เป็การทำที่ไม่คุ้มค่าแม้เขาจะสามารถนำมันมาได้ใหม่ตลอดก็ตาม เขาก็ยังเสียดายอยู่ดี
"บางทีหอตำราอาจช่วยให้บรรลุง่ายขึ้น" นี่เป็ประโยคแรกที่เอ่ยออกมาเมื่อบำเพ็ญปราณเสร็จ
เขาพ่นควันสีขาวออกมาและลุกขึ้นจากเตียงจัดแจงตัวเองเล็กน้อยและเริ่มออกเดินทางสู่หอตำรา
ยังคงเป็เช่นเดิมไม่ต้องเก็บป้าย ไม่มีการจำกัดเวลา เฟยเทียนมีคำถามในใจเขาเดินตรงไปที่ช่อง 'วิถีแห่งปราณ' นี่เป็ช่องที่ใหญ่ที่สุดแล้วที่เขาสังเกตุได้
ทำให้อาจต้องใช้เวลาเลือกนานหน่อย เฟยเทียน้าทางออกและสิ่งที่สามารถต่อยอดทำให้เขาสามารถมุ่งสู่เขตแดนต่อไป เพื่อแข็งแกร่งขึ้นได้
เฟยเทียนเดินเลือกอยู่นานสองนานจึงหยิบมาสามเล่ม และเล่มแรกที่เขาอ่านคือ
'สิ่งใดเรียกว่าแก่นแท้?'
หลายคนก็ยังคงติดและสับสนอยู่กับสิ่งนี้ สิ่งใดกันที่เรียกว่าแก่นแท้?
แก่นแท้คือสิ่งที่อยู่ภายในลึกที่สุดและเป็ส่วนที่มีความจริงมากที่สุด นั้นคือแก่นแท้ และแก่นแท้จะเป็ตัวกำหนดและบ่งชี้ว่า ตัวตนที่แท้จริงคุณคืออะไร
อย่างเช่นแก่นแท้แห่งวิชา หากท่านสามารถเข้าสู่แก่นแท้ได้ก็จะเข้าใจมัน การเข้าใจแก่นแท้ก็ต้องทำความรู้จักจากภายนอกสู่ภายใน สิ่งนี้อาจคล้ายกับการปฏิสัมพันธ์ของมนุษย์อยู่บ้าง
และนั้นแหละคือการเข้าสู่แก่นแท้ หากเข้าใจมัน มันจะทำให้เราฝึกได้ถึงขั้นบรรลุแก่น ไม่เช่นนั้นผู้ฝึกปราณระดับสูงคงเต็มบ้านเต็มเมืองไปแล้ว
"ในตำราอธิบายไว้ดีมากแต่สิ่งที่ข้าคิดและพรรณาออกมาอาจจะงงงวยไปบ้างแต่ก็ยังสามารถเข้าใจได้ บางทีนี่อาจเป็ความจริงข้ามุ่งมั่นแต่จะแข็งแกร่งมากเกินไป
จนลืมว่าการแข็งแกร่งต้องก้าวไปทีละขั้นทีละขั้น ไม่การลัดขั้นตอน" เขารำพันและปิดตำราไป
..
การอ่านตำราต้องใช้เวลาสำหรับอีกสองเล่มเพื่อกลั่นกรองข้อมูลให้สมบูรณ์เขาจึงศึกษาและตั้งใจอ่านอย่างจริงจังไม่ได้มานั่งคิดอะไรเรื่อยเปื่อย
จนเวลาล่วงเลยสู่ยามเย็นดวงตะวันใกล้จะลาลับเขาจึงถอนหายใจและเดินออกจากหอตำราพร้อมกับใบหน้าที่สงบ
เขากลับมาที่ห้องหยิบกระบี่ผีออกมา ปรับอารมณ์และปราณเล็กน้อย หิมะยังคงโปรยปรายอย่างเบาบาง ตะวันสีแดงก็ค่อยๆลาลับจากขอบฟ้าทีละนิดทีละนิด
เขาหลับตาลงตั้งท่าอย่างรวดเร็ว
"แก่นแท้ของหิมะตัดขอบฟ้าคือการซ่อนเร้นและเก็บงำ เชื่องช้าแต่รุนแรง เหมือนจะอ่อนแอแต่แข็งแกร่ง คล้ายดั่งเสือห่มหนังแกะ ย๊า!" เขาร้องออกมาและฟันออกไป
คลื่นกระบี่ระลอกหนึ่งลอยออกไปครั้งนี้ชัดเจนมาก คลื่นกระบี่สีขาวนวลเด่นชัดลอยตัดผ่านต้นไม้สามต้นจึงค่อยๆจางและหายไป
พร้อมกับตะวันที่ได้ลาลับขอบฟ้าอย่างแท้จริง..
"ฟู่..พัฒนาการที่ก้าวะโเกิดขึ้นจากความเข้าใจ" เขายิ้มอย่างมีความสุข ใครบ้างละ? ที่ประสบความสำเร็จบางอย่างแล้วไม่มีความสุข
เขาจึงฝึกต่อจนคิดว่าสมควรพอและกลับเข้าสู่ห้องพัก
เฟยเทียนพักฟื้นร่างกายโดนแช่ในอ่างน้ำที่ผสมของเหลวสีน้ำเงิน เป็การทำให้ความเหนื่อยล้าและขัดเกลาร่างกายไปในตัว
ระหว่างนั้นยังสามารถบำเพ็ญได้ด้วย!
"เ้าอ้วนผอมจอมซนสองคนนั้นจะเป็ไงบ้างนะ ข้าหวังว่าสองคนนั้นจะบรรลุหรือแข็งแกร่งขึ้นโดยเร็ว ก่อนที่พวกนั้นจะออกจากหอคุมกฏ" เขารำพัน แม้จะอยู่ด้วยกันไม่นานแต่ก็ผูกพันอยู่จริงๆ
ทำให้เขาอดเป็ห่วงไม่ได้ แถมปัญหานี่เกี่ยวข้องกับตัวเขาโดยตรง หากพวกนั้นโดนลูกหลงอีกเขาคงรู้สึกผิดแย่ เฟยเทียนขบคิดในใจ หากว่างเมื่อไหร่ไปเยี่ยมพวกนั้นหน่อยดีกว่า
เขาแช่อยู่ประมาณหนึ่งน้ำจึงเปลี่ยนสีแต่จางกว่าครั้งก่อนและเขาไม่รู้สึกถึงความแข็งแกร่งที่แทรกซึมเข้ามาแล้ว
เฟยเทียนลุกขึ้นสำรวจร่างกายตนเองผ่านสายตาคู่นั้น ร่างกายบึกบึน ส่วนสูงเกินวัย แถมเ้าชายน้อยยังไม่ธรรมดาอีกด้วย
ฮ่าฮ่า!
เขายิ้มและหัวเราก่อนจะแต่งตัวออกจากห้องน้ำไป
"นี่ เ้ากระบี่ผี ทำไมเ้าถึงมาเป็ิญญาศาสตราวุธได้ละ?" เฟยเทียนสงสัยจริงๆ ิญญาที่สามารถหลบซ่อนการตรวจจับอย่างละเอียดของปรมาจารย์หลอมได้
ต้องเป็ิญญาระดับใด!?
มันสั่นเล็กน้อยคล้ายความทรงจำอันเ็ปและแค้นเคืองถูกกระตุ้น มันขีดเขียนพื้นว่า "ไว้เ้าแข็งแกร่งกว่านี้ข้าจะเล่าให้ฟัง"
"ถ้าข้าอยากควบคุมเ้าอย่างน้อยต้องอยู่ในระดับใด?" ข้อนี้เขาก็สงสัย การควบคุมขึ้นอยู่กับิญญาภายในอาวุธด้วย
หากอ่อนแอแล้วฝืนควบคุมมัน อาจจะถูกสะท้อนกลับและาเ็เสียเอง
"อย่างน้อยก็ก่อกำเนิด ถ้าควบคุมโดยสมบูรณ์อะนะ" กระบี่ผีขีดเขียนอีกครั้ง
"เชี่*! ขั้นก่อกำเนิดเลยหรือ!?" เฟยเทียนสบถกว่าเขาจะควบคุมมันได้อย่างสมบูรณ์ก็ต้องขั้นก่อกำเนิด
ต้องรู้ด้วยว่ายิ่งสูงขึ้นเท่าไหร่ การบรรลุยิ่งยากขึ้น แถมทรัพยาการที่ใช้ยังมากกว่าเดิมด้วย!
"นั้นเป็แค่การควบคุมโดยสมบูรณ์ อย่างน้อยหากเ้าบรรลุรวบรวมขั้นสุงสุด ก็ควบคุมข้าได้ซักสามส่วนแล้วละ แต่แค่นั้นก็มากพอแล้ว" กระบี่ผีตอบกลับ
"ก็จริงเอาละๆพอแล้ว พื้นห้องข้าเป็รอยหมดต้องหาอะไรมาลบหน่อยแล้ว" ขณะเฟยเทียนขบคิดเขาก็เห็นว่าตัวหนังสือค่อยๆหายไป
"สิ่งที่ข้าเขียน ข้าลบเองได้" จากนั้นมันก็สั่นเล็กน้อยและกลายเป็กระบี่ผีปกติแน่นิ่งพาดผนัง
'เ้านี่ไม่ธรรมดาต้องระวังไว้ อีกอย่างข้าคิดว่ามันต้องมีเคล็ดวิชาดีๆแน่ แต่รอก่อนเถอะ! หลังจากข้างฝึกก้าวย่างเมฆา กับ กระบี่หิมะโปรยสำเร็จ ข้าจะขูดรีดเอาให้หมดเลย!' เฟยเทียนยิ้มเย็น ความคิดชั่วร้ายก่อตัวในใจเขา
เฟยเทียนยังคงทำกิจวัตรปกติและเข้านอนอย่างรวดเร็ว...
...
ขอบคุณที่อ่านครับ