ชายายอดพิษ พิชิตใจอ๋องมัจจุราช [นิยายแปล]

    บทที่ 56 เจ้าไม่ใช่ซูอิ่นเย่ว์ (เปิดฟรีวันที่ 17 มกราคม 2569)

    ซูอิ่นเย่ว์ชะงักงัน มองฉู่จี้เฟิงด้วยความตกตะลึง

    สายตาของเขาสว่างไสวราวกับแสงอาทิตย์ยามเช้า แสงจากหน้าต่างรถม้าสาดกระทบโครงหน้าเขา ทำให้ใบหน้าที่มักเย็นชาดูอบอุ่นขึ้นมาบ้าง ท่าทางของเขาก็ไม่มีแววล้อเล่นแม้แต่น้อย

    ซูอิ่นเย่ว์พลันนึกถึงสิ่งที่เขาทำก่อนเดินทางออกไป ความคิดหมุนวนไปมา แต่นางยังไม่ทันได้ซาบซึ้งใจ ก็นึกถึงผ้าเช็ดหน้าปักลายดอกบัวที่เขาให้ความสำคัญ

    ดังนั้น สีหน้าของนางจึงเย็นชาขึ้นเล็กน้อย กล่าวว่า “ข้าเป็นเพียงสตรีต่ำต้อย มิกล้าเชิดหน้าชูตาเดินอย่างองอาจ อย่างไรก็ดี ข้ายังต้องขอบคุณซื่อจื่อ”

    ฉู่จี้เฟิงผู้คุ้นเคยกับความเย่อหยิ่ง เมื่อได้ยินเช่นนี้ นางกลับยังคงรักษาระยะห่าง เขาจึงรู้สึกเสียหน้าเล็กน้อย

    หรือว่านางยังคิดถึงก่วงเหวินเทาอยู่?

    เมื่อคิดได้ดังนั้น เขาจึงตัดสินใจแน่วแน่ว่าจะติดตามซูอิ่นเย่ว์ไปที่ที่ว่าการด้วย

    องครักษ์ตระกูลฉินนำพวกโจรป่าไปส่งที่ที่ว่าการ ก่วงเหวินเทาเองก็อยู่ในนั้น เขาไม่กล้าร้องโวยวาย เพราะกลัวว่าหากตื่นเต้นเกินไป พิษอาจกำเริบจนเสียชีวิต

    ผู้คุมไม่ได้ส่งเขาไปยังห้องขัง แต่กลับพาเขาไปยังห้องเล็กห้องหนึ่งแทน

    ฉู่จี้เฟิงและซูอิ่นเย่ว์รออยู่ที่นั่นมาพักใหญ่แล้ว ผู้คุมเตะก่วงเหวินเทาหนึ่งทีให้เขาคุกเข่า ก่อนจะพูดกับฉู่จี้เฟิงอย่างเคารพว่า “ซื่อจื่อ โจรพวกนั้นถูกนำตัวมาแล้ว”

    ฉู่จี้เฟิงส่งสัญญาณตาให้ ฉางอู๋อิ่งจึงรู้หน้าที่ ยื่นเงินให้ผู้คุมและไปยืนเฝ้าหน้าประตู ป้องกันไม่ให้มีใครเข้ามารบกวน

    ก่วงเหวินเทาไม่กล้ามองพวกเขา แม้กระนั้นเหงื่อเย็นก็ไหลซึมทั่วใบหน้า หน้าผากเต็มไปด้วยเม็ดเหงื่อ

    “เย่ว์เอ๋อร์...” ก่วงเหวินเทาเรียกเสียงสั่น “ข้าไม่กล้าแล้ว เจ้าช่วยให้ยาถอนพิษกับข้าเถิด ข้าจะกลับไปที่หมู่บ้านเป่ยเหอ และจะไม่มายุ่งกับเจ้าอีก เห็นแก่ความหลัง ช่วยไว้ชีวิตข้าสักครั้งเถอะ!”

    ฉู่จี้เฟิงเลิกคิ้ว ไม่พอใจที่ได้ยินคำว่า ‘เย่ว์เอ๋อร์’ 

    เขากล่าวเสียงเรียบ “เจ้าสนิทสนมกับภรรยาของข้ามากหรือ”

    ก่วงเหวินเทาหนังศีรษะชา “ตอนอยู่ที่หมู่บ้านเป่ยเหอ ครอบครัวของข้าดูแลนางไม่น้อย เราจึงมีความสัมพันธ์กันบ้าง”

    ซูอิ่นเย่ว์หัวเราะเย็นชา “ในเมื่อเจ้าบอกว่ามีความสัมพันธ์กัน แล้วเหตุใดเจ้าถึงร่วมมือกับผู้อื่นมาหลอกใช้ข้า ใครเป็นคนสั่งให้เจ้ามา”

    “ข้าเองก็ไม่อยากทำเช่นนี้ แต่ครอบครัวข้าไม่มีเงินส่งข้าเรียนต่อแล้ว!” ก่วงเหวินเทาร้องออกมา “หลายวันก่อน มีชายคนหนึ่งมาที่หมู่บ้านเป่ยเหอและพูดถึงเรื่องของเจ้า ข้าคิดว่าในเมื่อเจ้าเป็นคนร่ำรวยแล้ว ข้าก็น่าจะหาเงินจากเจ้าได้บ้าง ตอนแรกข้าไม่คิดจะหลอกใช้เจ้าหรอก แต่...แต่เมื่อเจ้าไม่ยอมใช้เงินหนึ่งพันตำลึงแลกกับผ้าเช็ดหน้านั้น ข้าก็เลยตัดสินใจทำเรื่องโง่เขลา!”

    ฉู่จี้เฟิงเหลือบตามอง “ผ้าเช็ดหน้างั้นรึ”

    นางชอบให้ผ้าเช็ดหน้าผู้อื่นนักหรือ

    ซูอิ่นเย่ว์ไม่สนใจฉู่จี้เฟิง แต่ถามต่อ “เป็นบุรุษงั้นหรือ เขาเกี่ยวข้องกับตระกูลซูหรือไม่”

    วันนี้ซูเยียนหนิงก็อยู่ที่นอกเมือง ดูท่าจะรู้เรื่องล่วงหน้า มีโอกาสสูงที่เป็นฝีมือนาง

    แต่ก่วงเหวินเทาครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนส่ายศีรษะ “มีเพียงชายคนหนึ่งที่สอนข้าว่าต้องทำอย่างไร แต่ข้าไม่รู้ว่าเขาเป็นใคร แต่...แต่เขามีรอยแผลเป็นที่แก้มซ้าย ดูเหมือนจะเป็นคนในวงการใต้ดิน อีกทั้งจางต้าหู่กับคนพวกนั้นก็เป็นเขาที่หามา”

    ซูอิ่นเย่ว์ขมวดคิ้วเล็กน้อย ดูเหมือนซูเยียนหนิงจะไม่เคยเผยตัวเลยตั้งแต่ต้น จึงไม่แปลกที่ก่วงเหวินเทาจะไม่ตอบสนองอะไรเมื่อเห็นนาง

    เช่นนี้กลับกลายเป็นจับผิดซูเยียนหนิงไม่ได้เสียแล้ว

    ฉู่จี้เฟิงเท้าคาง กล่าวเสียงเรียบ “คนบ้านนอกเช่นเขาจะไปรู้จักคนตระกูลซูได้อย่างไร แต่ซูเยียนหนิงครั้งนี้ใช้สมองดี ไม่ต้องให้คนตระกูลซูลงมือโดยตรงก็นับว่าเป็นเรื่องปกติ”

    ซูอิ่นเย่ว์พยักหน้าเล็กน้อย

    ก่วงเหวินเทาเงยหน้ามองซูอิ่นเย่ว์ กล่าวด้วยท่าทีประจบ “ข้าไม่รู้ว่าชายผู้นั้นเป็นใคร แต่คุณหนูสามแห่งจวนหลิงอ๋อง...ก็คือฉู่จิ้งเสียน นางบอกว่าหลังจากเจ้าแต่งกับหลิงอ๋องซื่อจื่อ กลับถูกเขาทรมานสารพัด และยังให้สาวใช้มาแจ้งข่าวข้าอยู่หลายครั้ง ข้าถึงได้สบโอกาสพบเจ้าในถนน”

    ซูอิ่นเย่ว์ไม่คาดคิดว่าจะมีเรื่องนี้ด้วย

    ดูเหมือนฉู่จิ้งเสียนจะอ่อนด้อยไปก้าวหนึ่ง ถึงกับส่งคนมาติดต่อกับก่วงเหวินเทาเอง

    แต่ยามนี้ใบหน้าหล่อเหลาของฉู่จี้เฟิงกลับมืดครึ้มไปกว่าครึ่ง เขากัดฟันกล่าวอย่างเคืองแค้น “นางบอกว่าข้าทรมานภรรยาตนเองงั้นหรือ”

    ก่วงเหวินเทาตัวสั่นเทา ลำคอแห้งผากพูดไม่ออก ได้แต่รีบพยักหน้ารัวๆ

    “ฟาดแส้ยังน้อยไปสินะ” ฉู่จี้เฟิงแค่นเสียงเย็นชา “ข้าควรฆ่านางเสีย”

    ซูอิ่นเย่ว์ไม่เข้าใจเหตุการณ์ จึงถามไป ได้ความว่าฉู่จิ้งเสียนเป็นคนแรกที่ตะโกนให้จับหญิงคบชู้ ซ้ำยังจงใจตะโกนเสียงดังที่ประตูเมือง จึงทำให้มีชาวบ้านมากมายตามไปดู

    ช่างเป็นคนที่ร้ายกาจยิ่งนัก!

    “ดังนั้น ชายคนนั้นก็เป็นคนที่ชักจูงให้เจ้ามาพบฉู่จิ้งเสียนเพื่อช่วยเจ้าหรือ” ซูอิ่นเย่ว์ถามก่วงเหวินเทาอีกครั้ง

    “ใช่แล้ว!” ก่วงเหวินเทารีบตอบกลัวจะตกหล่นแม้เพียงนิด “วันนั้นเขาพาข้าไปที่หน้าจวนหลิงอ๋อง เห็นฉู่จิ้งเสียนกำลังจะออกจากจวน จึงสั่งให้ข้าเข้าไปพูดกับนาง พอข้าเปิดเผยตัว นางก็ตกลงช่วยทันที”

    ซูอิ่นเย่ว์ลูบคาง พลางครุ่นคิด “ดูเหมือนคนที่วางแผนนี้จะคำนวณมาอย่างดี แถมยังใช้ฉู่จิ้งเสียนให้ช่วยเปิดโปงเรื่องนี้ ทำให้ตนเองพ้นผิด ข้ามีความบาดหมางกับฉู่จิ้งเสียนก็จริง แต่คนนอกคงไม่รู้เรื่องนี้ดีเท่าคนในตระกูลซู”

    ฉู่จี้เฟิงกล่าวว่า “ในเมื่อเจ้ารู้แล้วว่าเป็นใคร ก็ฆ่าทิ้งเสียก็สิ้นเรื่อง”

    ก่วงเหวินเทาสะดุ้งเฮือก รีบขยับตัวถอยห่างจากฉู่จี้เฟิงโดยไม่รู้ตัว

    “พวกเราหลอกเอาเงินจากซูเจี้ยนจิ่น ยังไม่ถึงขั้นทำให้เขาโกรธเป็นฟืนเป็นไฟ แต่ซูเยียนหนิงเป็นดั่งแก้วตาดวงใจของเขา หากท่านฆ่านางไป นั่นก็เท่ากับบีบให้ซูเจี้ยนจิ่นจนตรอก” ซูอิ่นเย่ว์กล่าว นางไม่ต้องการถกเถียงเรื่องนี้ต่อหน้าก่วงเหวินเทา จึงไม่ได้พูดอะไรต่อ

    ก่วงเหวินเทาชี้มาที่ตนเอง กล่าวว่า “เย่ว์เอ๋อร์น้องรัก ข้าเพียงแค่พลั้งเผลอไป เจ้าโปรดยกโทษให้ข้าเถอะ! เจ้ายังจำได้หรือไม่ ตอนที่เจ้าอยู่ที่หมู่บ้านเป่ยเหอ เจ้ามักถูกคนรังแก ก็เป็นแม่ของข้าที่ให้ข้าวเจ้า หากเจ้าฆ่าข้า แม่ข้าก็ไม่มีลูกชายคนใดส่งนางไปสู่สุคติแล้ว!”

    ซูอิ่นเย่ว์ปรายตามองเขาเย็นชา “เจ้ากล่าวให้ข้าเห็นใจ ให้ข้าระลึกถึงบุญคุณ แต่แล้วผู้ใดกันที่เคยเมตตาข้า”

    ตอนนี้ก่วงเหวินเทาเองก็ไม่สามารถชี้ตัวคนในตระกูลซูได้ เก็บเขาไว้ก็ไร้ประโยชน์

    นางเพียงเสียดาย สายสัมพันธ์เก่าระหว่างเขากับเจ้าของร่างเดิมนั้นบัดนี้กลับสูญเปล่าอย่างไร้ค่า

    “ข้าเล่าความจริงให้เจ้าฟังหมดแล้ว เจ้าอย่าฆ่าข้าเลย!” ก่วงเหวินเทาตะโกน

    ซูอิ่นเย่ว์ยิ้มบางๆ “สิ่งที่เจ้ากลืนเข้าไป ไม่ใช่ยาพิษอื่นใด หากแต่เป็นเพียงยาสมุนไพรทั่วไป ไม่เป็นอันตรายต่อร่างกาย ทว่าเจ้าคือโจรป่า เรื่องการลงโทษมิใช่หน้าที่ของข้า”

    ก่วงเหวินเทาเห็นรอยยิ้มของนางแล้วรู้สึกขนลุกซู่ เขาเริ่มเสียใจ 

    ทำไมเขาถึงต้องมาเมืองหลวง! ทำไมเขาถึงไม่หนีไปเสียตั้งแต่ตอนที่ได้รับเงินสามสิบตำลึง!

    บางทีนี่อาจเป็นสัญชาตญาณของคนใกล้ตาย เขาผวาขึ้นมาและพุ่งเข้าไปหาซูอิ่นเย่ว์ พร้อมตะโกนว่า 

    “เจ้าไม่ใช่เย่ว์เอ๋อร์น้องรัก! นางไม่มีทางทำเช่นนี้กับข้า! ที่หมู่บ้านเป่ยเหอ นางขี้ขลาดและหวาดกลัวจนไม่กล้าพูดเสียงดัง เจ้าชั่วร้ายถึงเพียงนี้ จะเป็นนางได้อย่างไร! อีกอย่าง นางไม่เคยเรียนแพทย์เลย ที่หมู่บ้านเป่ยเหอ นางไม่เคยศึกษาวิชาแพทย์ เจ้าต้องฆ่านางแล้วสวมรอยแน่!”

    หัวใจของซูอิ่นเย่ว์สะดุดไปชั่วขณะ

    เจ้าของร่างเดิมเคยใช้ชีวิตอยู่ที่หมู่บ้านเป่ยเหอถึงสามปี ก่วงเหวินเทาย่อมรู้ทุกอย่างเกี่ยวกับนาง

    คล้ายกับเรื่องชายายอดพิษ พิชิตใจอ๋องมัจจุราช [นิยายแปล] ที่คุณอ่าน