ตอนที่ 2
ฉันนั่งอยู่หน้าคอมสมองกำลังคิดถึงคำพูดของจิน 'กูชอบไลน์' งงว่ะ มันไปสนิทกันตอนไหน ไลน์เป็คนที่เ็าที่สุดในกลุ่มเลยนะไม่ได้สนิทกับใครเป็พิเศษ แต่จินบอกว่าสนิทระดับหนึ่งแล้วยังโทรหากันด้วยมีอะไรที่ฉันไม่รู้อีกไหมเนี่ย...
ครืด ครืด ครืด ครืด
"ฮัลโหล"
[ถึงบ้านแล้วนะ] ไม่ใช่ใครที่ไหนหรอก จินคนเดิม
"โอเค"
[เป็ไร น้ำเสียงเหมือนเหนื่อยๆ]
"เปล่า กินไรยัง"
[สั่งข้าวมาแล้ว แล้วกินไรยัง]
"อืม เรียบร้อยละ"
[เปิดกล้องหน่อย]
"ทำไมอ่ะ"
[อยากคุยเห็นหน้า] เวรกรรม!
"แปบนะ" ฉันวางโทรศัพท์ไว้ก่อนจะวิ่งไปเข้าห้องน้ำ เพื่อเติมสวยก็ปกติแค่คุยโทรศัพท์ไม่เคยต้องมาเปิดกล้องอะไรซักหน่อยแล้วใครจะไปเปิดหน้าสดให้ผู้ชายที่แอบชอบเห็นกัน ไม่ใช่ฉันแล้วคนหนึ่ง"นึกไงจะมาเปิดกล้อง" ฉันบ่นพึมพำขณะที่กำลังเติมแป้ง เขียนคิ้วทาปากนิดหน่อย
ผ่านไปไม่นานก็กลับมาหยิบโทรศัพท์และกดเปิดกล้อง
"เปิดล่ะ"
[ไปไหนมาอ่ะ] จินเปิดกล้องขึ้นมา สภาพผู้ชายที่เป็นักกีฬาของโรงเรียนแถมยังเป็นักเรียนดีเด่นที่ได้อันดับหนึ่งของทุกปีในตอนก่อนนอนมันช่างน่ามองเหลือเกิน ชุดนอนสีน้ำเงินผ้ามันวาวถ้าเบ้าหน้าไม่ดีใส่แล้วไม่หล่อเท่านี้นะเนี่ย
"เข้าห้องน้ำ"
[โห นานไป รอจนรากงอกละ]
"เว่อ"
[ดึกแล้วนะ ยังทาปากอีกเหรอวะ]
"ลิปมัน" มันมากจ้า มันเปลี่ยนเป็สีชมพูด้วย"นึกไงเปิดกล้อง"
[เปล่า ก็อยากเปิด วันก่อนกูได้คอร์ดเพลงมาใหม่ ฟังปะ]
"แหม เกริ่นนำขนาดนี้ ก็จัดมา"
จินวางโทรศัพท์ไกลๆเพื่อให้เห็นตัวเองได้ทั้งตัว ก่อนจะลุกหายไป กลับมาอีกทีพร้อมกีตาร์คู่ใจ
[I'drather be your friend...than your nothing at all...that's why I can't tellyou...how I really feel...I don't wanna risk it all...my thoughts...will remainthoughts...เพราะปะ] (Thoughts - Michael Carreon ไปหาคำแปลเอานะ)
"ถามจริง ร้องแค่นี้"
[ใจเย็น เพิ่งเล่นได้ท่อนฮุกเอง]
"เล่นได้แล้วมาร้องให้ฟังด้วย"
[ไม่ได้ครับ เพลงนี้ผมตั้งใจจะร้องให้คนที่แอบชอบฟัง]
"เกี่ยวกับไรอ่ะ เพื่อนเหรอ"
[ใช่] เหอะ จะเล่นให้ใครฟังก็น่าจะรู้ ทำไมมันไม่ให้เวลาฉันเสียใจบ้างวะจะโทรมาทำไม [หน้างอทำไม งอนเหรอ รอเล่นได้ก่อนเดี๋ยวเล่นให้ฟัง]
"อืม" อยากจะปามือถือทิ้งมากเวลานี้ "ร้องเพลงอื่นดิ"
[อยากฟังเพลงไรอ่ะ] เพลงอกหัก ตอนนี้ต้องเพลงอกหักเท่านั้น
"อยากร้องเพลงไรก็ร้องเหอะ" ฉันหยิบหมอนมากอดและนั่งมองผู้ชายในโทรศัพท์เล่นกีตาร์ร้องเพลงอย่างมีความสุขทั้งที่ตอนนี้ความรู้สึกแม่งโคตรตรงกันข้าม
[ก็ไม่รู้เลย ว่าฉันต้องเริ่มอย่างไร คงเป็เพราะฉันกลัวว่าอาจจะเสียเธอไปหากว่าฉันถามเธอ แต่ความรู้สึก มันล้นจนทนไม่ไหว ยิ่งเวลาที่เธอยิ้มมาและจ้องมองตามันเกิดคำถามมากมาย ... ฉันไม่รู้ และยังคงไม่แน่ใจ รักไม่รักใจจริงเธอ้าแบบไหน มันยังคงไม่ชัดเจน ... เธอกับฉัน เราเป็อะไรช่วยบอกฉันทีอยากรู้สายตาที่เธอมีให้กัน มันหมายความว่าอะไรเป็แค่เพียงอารมณ์อ่อนไหวที่คงหายไป หรือซ่อนความรักที่มีเอาไว้ เธอคิดยังไงกับฉันช่วยบอกฉันที...] โหย น้ำตาจะไหล ร้องเพลงถึงคนอื่นให้กูฟัง
"รบกวน ช่วยร้องเพลงอื่นที"
[เอาเพลงไร]
"อืม...ถ้าฉันหายไป ของ เอิ๊ต"
[กูหาคอร์ดแปบ] แล้วเขาก็เปิดไอแพดหาเพลง [มึงร้องเป็ปะ]
"อืม เป็"
[งั้นมึงร้องนะ เดี๋ยวกูเล่นให้...อ่ะ...]
"ปลายขอบฟ้าห่างไกล ฉันทำได้แค่มองดู ต่อให้เดินเข้าไปเท่าไรก็ยังห่างไม่ว่านานเท่าไรก็ไม่ต่าง เหมือนเธอแหละฉัน ที่ยิ่งเดินเข้าไปเท่าไรยิ่งไกลห่างดูเหมือนระยะทางที่มียังคงไกลเท่าเดิม *ก็ไม่รู้..ต้องเดินอีกไกลแค่ไหนอ่อนล้าไปทั้งหัวใจ... ถ้าวันหนึ่งฉันหายไป อยากรู้เหลือเกินว่าเธอนั้นจะรู้สึกบ้างไหมเห็นฉันบ้างไหมในสายตา หรือฉันไม่เคยจะมีค่าอะไร ถ้าหากว่าฉันหายไปจะมีสักครั้งบ้างไหมที่เธอรู้สึกว่าเสียใจ ก็ไม่รู้ฉันต้องก้าวเดินต่อไปไหมหรือว่าฉันนั้นก็ควรจะหยุดเอาไว้แค่นี้แค่ตรงที่ไกลเท่าเดิม..."
คนที่กำลังอกหัก มันไมได้สนใจอะไรหรอกนอกจากฟังเพลงเศร้าบางทีเหมือนจะไม่เข้ากับเพลง แต่ถ้าฟังไปสักพัก มันจะเข้าเองเว้ย...
เช้าตื่นมาเห็นโทรศัพท์วางไว้แบตหมดเพราะเมื่อคืนร้องเพลงจนหลับคาสายถึงได้นึกออกว่านอนตอนตี 1 ทั้งที่ฉันควรจะนั่งร้องไห้เพราะอกหักอยู่แท้ๆแล้ววันนี้ต้องเจอมันที่โรงเรียนอีก ไม่อยากไปเลยอ่ะ
"พรีส!! ซูมมารอแล้ว เสร็จหรือยัง เร็วๆหน่อยลูก"
"แป๊บๆๆ"
ฉันรีบเข้าห้องน้ำอาบน้ำสระผมใส่เสื้อผ้าทำอะไรเรียบร้อยก็รีบวิ่งออกจากบ้านเจอเพื่อนสนิทอีกคนกำลังกินปาท่องโก๋หน้าตาเฉยคือปกติซูมจะมารับฉันไปโรงเรียนด้วยทุกวันเพราะแม่ฝากฝังไว้ทั้งที่คอนโดมันอยู่ห่างไกลก็ยังจะวนรถมารับ
"ชอบให้เพื่อนมารอทุกวัน ไม่ดีเลยนะ"แม่บ่นทั้งที่มือยังเทน้ำเต้าหู้ใส่แก้วก่อนจะส่งให้ซูม
"โห คุณนายแค่ยี่สิบนาทีเอง"
"เหมือนกันนั้นแหละ แล้วดู ซูมยังซื้อน้ำเต้าหู้มาให้ทุกที เราจ่ายเงินให้เพื่อนบ้างหรือเปล่า"
"มันไม่เอาเองอ่ะ" ฉันหยิบปาท่องโก๋มาคาบไว้ก่อนจะนั่งลงใส่ถุงเท้าและเดินไปนั่งหน้าพัดผมเพื่อเป่าผมให้แห้ง
"สระผมก็หัดเป่าให้แห้งด้วย ไม่งั้นมันจะหมักหมม"
"งื้อ" ซูมลุกจากเก้าอี้เดินมาข้างหลังฉันและจับผ้าขนหนูเช็ดผมให้ฉันถึงได้กินปาท่องโก๋ถนัดปาก "ขอบใจมากไอ้น้อง"
"เออ"
"เหนื่อยหน่อยนะลูก มีเพื่อนแบบนี้"
"ครับ" เข้ากันเป็ปี่เป็ขลุ่ยเฉย
"คนนี้สาวเยอะทำเป็หมดแหละ คงทำให้สาวบ่อ...โอ๊ย!! เจ็บอย่าดึงดิ"
"ครับ นั่งเฉยๆ เนอะ" กัดฟันตอบด้วยสงสัยพูดแทงใจดำ
"ใครได้ซูมเป็แฟนคงจะโชคดี" แม่ไม่รู้อะไรซะแล้ว
"โชคร้ายอะดิ สาวเต็มไปหมดเลยแม่"
"คนหล่อสาวเยอะก็ไม่แปลกหรอก ซูมมีแฟนยังลูก"
"ยังครับ"
"ตอนนี้ยังเด็กอยู่ตั้งใจเรียนไปก่อนดีกว่า"
"แน่นอน" ฉันแทรกตอบอย่างเห็นด้วย
"ครับ"
"เรานะตัวดีเลย"
"ใช่ครับ พรีสก็หนุ่มเยอะมาก"
"อะไรอ่ะ หนูยังไม่ได้ทำอะไรเลยนะ"ฉันเอาปาท่องโก๋ที่ถืออยู่ยัดใส่ปากซูมแทนด้วยความโมโห "แดกเข้าไป"
"พรีส!! พูดจาไม่เพราะ!!"
"ไปเรียนก่อนนะคะ" ฉันรีบวิ่งออกจากบ้านก่อนที่ด้ามไม้กวาดจะมาถึงตัวแม่เป็คนที่ไม่ชอบให้พูดคำหยาบ แต่คือเวลาอยู่กับเพื่อนสนิท มันไม่พูดไม่ได้จริงๆเพราะเพื่อนแต่ละคนก็แสบกันใช่ย่อย
ฉันเข้ามานั่งในรถฟอร์จูนเนอร์สีดำของซูมที่ประจำก่อนจะเปิดเพลง
"กูว่าแล้วเชียว"
"อะไร"
"กูขับรถมานิ่งๆ มึงนั่งทีไรมีแต่เสียงเพลง"
"เอ้า ไม่เหงาดี"
"ทำไมขอบตาดำจังวะ นอนดึกไง"
"บ้า!! กูทาแป้งแล้วนะ"พูดพลางหยิบกระจกในกระเป๋าเพื่อเสริมความมั่นใจ
"ทาน้อยๆ หน่อยจะได้ไม่เทา"
"แรง!!"
"ล้อเล่นๆ ไม่ต้องจิกตาใส่"
"เออ"
โรงเรียน08.56 น.
เข้าแถวเสร็จก็เดินเข้ามาในห้องแล้วก็เป็อย่างนี้ทุกครั้งคือต้องมองหาจิน ไม่รู้เป็บ้าอะไร แล้วก็เห็นเขากำลังยืนคุยกับซูมอยู่ฉันก็เดินมานั่งริมหน้าต่างที่ประจำก่อนจะหยิบหนังสือของวิชาแรกขึ้นมา
"เฮ้ย!!"
"แม่ร่วง!! อีนี่ ใหมด"
"แหม แม่ขวัญอ่อน เป็ไรหน้าหงอยจัง"เหมียวเพื่อนสนิทของฉันลากเก้าอี้มานั่งใกล้ๆ
"เปล่า" ฉันหลุบสายตามองมือตัวเอง กลัวเพื่อนจับได้ว่ากำลังเสียใจยิ่งเหมียวยิ่งเซ้นต์แรง "??!! " แต่ที่ใกว่าคือมีคนมาเกยคางอยู่บนไหล่ของฉันลมหายใจพัดผ่านแก้มรู้สึกถึงกลิ่นหอมอ่อนของน้ำหอม ที่เป็กลิ่นประจำของเขา
"เป็อะไร...เมื่อเช้ากูยิ้มให้ก็ไม่ยิ้มให้กู"ฉันได้แต่นิ่งแข็งเป็หิน ไม่กล้าขยับตัวไปไหน
"เปล่า" อย่าทำแบบนี้ได้ปะ
"งอนเื่เมื่อวานเหรอ"
"เปล่า"
"วันนี้สระผมมาเหรอ" เพื่อนที่ไหนเอาจมูกมาคลอเคลียผมเพื่อนแบบนี้วะไม่มีหรอก!!
"อะ...อือ"
"หอมดี" พูดจบก็วางมือบนศีรษะของฉันแล้วขยี้ไปมาเบาๆก่อนจะเดินไป...ทำแบบนี้แล้วจะไม่ให้คิดไปเองได้ไง
"เป็ไร ทำไมมองอาลัยอาวรณ์จัง ชอบอีจินเหรอ"
"เปล่า!!"
"โหย ใจเย็นๆ กูถามเล่นๆ ตอบเสียงดังเชียว"
"กลับไปนั่งที่เลยไป"ถ้าเหมียวยังนั่งอยู่ตรงนี้มีหวังคงจะเผยพิรุธให้เพื่อนเห็นแน่นอน
"ไรอ่ะ" อยู่ๆ ก็มีแขนของใครคนหนึ่งพาดมาที่ไหล่ของฉันและแบมือออก
"อ้วน ยืมปากกาหน่อย"
"ไม่ให้"
"ให้"
"ไม่ให้" ฉันกัดฟันพูดก่อนจะตีมือของมันอย่างแรงแต่มันดันจับมือฉันไว้ทัน
"เร็ว กูรีบ"
"จะลอกการบ้านเพื่อนอะดิ" เหมียวถาม
"เออ ดีแต่ลอกการบ้านเพื่อนมึงอะ ไม่รู้จักทำ"
"เลิกบ่นแล้วหยิบปากกาให้กูที"
"อะ เอาของกูไป" เหมียวเอื้อมไปหยิบปากกาที่ใต้โต๊ะและส่งให้ซูม
"ของมึงสีอ่อน ของอีอ้วนสีเข้ม"
"รู้ได้ไง"
"เร็วๆ อาจารย์จะมาแล้ว"
"อย่าบีบเจ็บ!!"พอไม่ให้มันก็บีบมือฉันแรงมากจนต้องไปหยิบกระเป๋าปากกาและส่งให้มันไปทั้งใบเลยจ้าไปเลือกเอาเลย เล่นแรงเว่อ พอมันได้ของที่้าแล้วก็เดินไปนั่งโต๊ะของตัวเองแบบหน้านิ่ง
"กูก็ซื้อปากการ้านเดียวกับมึง ยี่ห้อเดียวกันไม่ใช่เหรอวะ"
"อืม"
"แล้วทำไมมันบอกว่าของกูสีอ่อน"
"จะรู้มันไหมล่ะ ดูดิมือแดงเลยเนี่ย"
"กูจะมาเม้าท์ น้องพลอยมอ.5 ที่สวยที่สุดในชั้นอ่ะมาตามจีบอีซูม กูเห็นเมื่อวานตอนเย็น กำลังจะกลับบ้านแต่ปวดฉี่เลยไปเข้าห้องน้ำก็เห็นสองคนนั้นยืนคุยกันอยู่"
"ก็สวยดีนะ เคยเห็นอยู่"
"สวยดิ หน้าอกนี่แบบ กุนึกว่าลูกแตงโม"
"ธรรมชาตินะจ๊ะ ไม่มีการศัลแต่อย่างใด"
"กูก็มีนะ" เหมียวพูดพลางแอ่นหน้าอกให้นูนขึ้น
"ไหน"
"มันซ่อนรูปอยู่"
"ซ่อนมิดไปนะมึงเนี่ย มิดเสียจนกูหาไม่เจอเลยค่ะ"
"ปากร้าย!!"ขณะที่กำลังคุยกับเหมียวสายตาของฉันจับจ้องไปที่ชายหนุ่มร่างสูงที่กำลังยืนคุยกับไลน์อยู่เห็นสองคนนั้นอยู่ด้วยกันจิตใจก็เริ่มห่อเหี่ยว ทำไมดูเหมาะสมกันจังวะสักพักชายหนุ่มก็หยิบสมุดที่มือของหญิงสาวขึ้นมา
"เอามา"
"ไม่ให้" จินยกสมุดขึ้นเหนือหัวเพื่อไม่ให้ไลน์หยิบถึงมันเหมือนฉากในเอมวีที่เคยเห็นเลยอ่ะ
"อย่ามาทำตัวนิสัยไม่ดี"
"ไปล่ะ"
"จิน!!" แล้วจินก็กอดสมุดเล่มนั้น เดินออกไปนอกห้องด้วยรอยยิ้มส่วนไลน์เดินมานั่งที่เก้าอี้ข้างหน้าเหมียวและกอดอกอย่างไม่พอใจ
"เป็อะไรอีกคน"
"จินมันเอาสมุดการบ้านไป"
"เดี๋ยวคงเอามาคืน"
"มันเอาของมึงไปเหรอ" ฉันถาม
"อืม ของมึงกับของกู" ฉัน? ของฉัน"กูจะเอาไปส่ง มันบอกเดี๋ยวเอาไปส่งให้"
"ก็ดีดิ จะมาหน้าหงิกทำไม"
"ก็กูยังทำไม่เสร็จเลย"
"หน้าอย่างคุณไลน์ยังทำไม่เสร็จ? ไม่อยากจะเชื่อ"
"เหลืออะไร" ฉันถามด้วยความสงสัย เพราะปกติไลน์เรียนเก่งอยู่แล้วการบ้านก็ทำเสร็จก่อนคนอื่นเสมอ
"ขีดเส้นใต้"
"..."
"..."
พักกลางวัน
เราห้าคนมาที่โรงอาหารเหมือนทุกวันปกติไลน์กับเหมียวนั่งจองโต๊ะ ส่วนฉัน จิน ซูมคือคนที่ต้องไปซื้ออาหารและก็เป็เหมือนทุกวัน ที่จินจะต้องมา กอดคอฉันยืนอยู่หน้าร้านอาหารถ้าเป็วันอื่นฉันอาจจะไม่ได้มีความรู้สึกอะไรแบบนี้ แต่พอผ่านเื่เมื่อวานวันนี้เลยรู้สึกอีกแบบหนึ่ง
"กินไรดี"
"ไม่รู้ดิ" รู้สึกหมดอาลัยตายอยากมาก
"เหมียวกับไลน์ฝากซื้อไร"
"เหมียวกินก๋วยเตี๋ยว ไลน์กินข้าวหมูแดง"
"แล้วมึงกินไร"
"เตี๋ยวมั้ง"
"งั้นเดี๋ยวกูไปซื้อข้าวหมูแดงแล้วกัน"พูดจบก็เดินทิ้งฉันไว้และไปอีกร้านทันที
ซื้อเสร็จก็เดินกลับมาที่โต๊ะฉันดันก๋วยเตี๋ยวไปข้างหน้าเหมียวก่อนจะนั่งลง
"ไหนของกู"
"โน่น" ฉันชี้นิ้วไปที่ผู้ชายคนหนึ่งที่กำลังเดินมาทางนี้พร้อมจานข้าวซูมเดินมานั่งข้างฉันเหมือนที่เคยทำและส่งจานข้าวให้ไลน์การกระทำมันอยู่ในสายตาฉันทุกอย่าง คือเป็อะไรที่ต้องมาเห็นต้องมาดูด้วยก็ไม่รู้จะตอกย้ำตัวเองมั้ง
"ปรุงยังอ่ะ"
"แล้ว"
"เอาหมูให้หน่อย" แล้วก็ยังทำอะไรที่เหมือนเคยทำทุกอย่างเวลากินข้าวต้องมาให้ฉันตักป้อนให้ทุกครั้งแล้วตัวเองก็เสือกบ้าจี้ทำตามด้วยนะประเด็น
"ขาดใครวะ" เหมียวถามขึ้น
"เออ อีซูมไปไหน" ไลน์พูดพลางมองไปรอบๆ
"ไปนั่งกินข้าวกับน้องพลอย"
"คบกันแล้วเหรอ" ฉันถาม
"แค่คุยกันเฉยๆ เอาเส้นด้วย" ฉันพูดไปด้วยฟังไปด้วย พร้อมกับตักเส้นตักลูกชิ้น ตักหมูให้เพื่อนที่นั่งอ้าปากอยู่ข้างๆ กิน
"ไวไฟเว่อเพื่อนเรา" เหมียวเบ้ปากด้วยความหมั่นไส้
"น้องเขาก็ดูน่ารักดีนะ แต่คนก็จีบเยอะ" ไลน์แสดงความคิดเห็น ปกตินางจะไม่ค่อยยุ่งเื่ของใครยกเว้นเื่เพื่อนนี่แหละ
"แล้วนึงยังไงมาจีบเพื่อนเรา" ฉันคงอดสงสัยไม่ได้ก็ซูมมันขึ้นชื่อเื่ผู้หญิงมากแล้วก็ยังมีคนชอบมันมากเหมือนเดิม
"ก็มันหล่ออ่ะมึงถ้าไม่ติดว่าเป็เพื่อนกูพาเข้าห้องขืนใจไปแล้วเนี่ย"
"อีเหมียว เกินไป" ฉันเอ็ดเพื่อน
"ซูมมันนิ่ง แต่ก็ตามใจเก่งสาวเลยติด...มึงเอาลูกชิ้นด้วย อ้าาา"
"อีจิน ทำไมไม่ซื้อมาแดก มาขอเป็สัมภเวสีเลยอีนี่"
"ก็ของมึงน่ากินอ่ะ" ปากก็ว่าไปแต่มือเตรียมป้อนเลยจ้า ร่างกายทรยศ!!
"รุ่นน้องมองเหยียดมาก"
"ใคร"
"ข้างหลังมึงอ่ะ มองมึงป้อนอีจินแบบสายตาจิกมากพวกมึงชอบทำแบบนี้คนอื่นเลยคิดว่าเป็แฟนกัน เข้าไปดูในเว็บบอร์ดโรงเรียนบ้างเถอะมีแต่ชื่อมึงชื่ออีจินเต็มไปหมด"
"จะสนใจคนอื่นทำไม พวกมึงเข้าใจก็พอ" แค่ไลน์เข้าใจคนเดียวมากกว่ามั้งขยี้เองเจ็บเองนักเลงพอ
หลังจากกินข้าวเสร็จเราก็เดินไปนั่งที่ซุ้มที่เป็ที่ประจำของพวกเราไลน์กับเหมียวเดินอยู่ข้างหน้า ฉันกับจินเดินรั้งท้ายเพราะจินกอดคอฉันอยู่แล้วก็ได้ยินคนกระซิบข้างหูเบาๆ
"น่ารักเนอะ"ตอนแรกคิดว่าจะไม่เป็อะไรแต่ตอนนี้รู้สึกได้เลยว่ากำลังจะมีน้ำตา
"อืม น่ารักดี"
"มึงว่าถ้ากูบอกชอบมันจริงๆ มันจะทำยังไง"
"ก็คง..." ก็คงจะเจ็บ กูนี่แหละเจ็บ"ก็คงจะลองคบมั้ง"
"แต่ดูมันไม่สนใจอะไรเลยนะ เวลาชวนคุยก็ไม่ค่อยสนใจ"
"ก็ลองคุยบ่อยๆ ดิ"
"จะดีเหรอวะ"
"อืม บอกมันไม่ยากหรอก"
"ยากดิ ยิ่งเป็กูยิ่งยาก" กูก็ยาก จะบอกชอบมึงก็ยาก
"คุยไรกัน" ซูมเดินเข้ามายืนข้างฉันอีกฝั่งพร้อมกับกินไอติมแท่งไปด้วย
"มึง กูอยากกิน"
"อ่ะ" ซูมยื่นส่งมาที่ปาก ฉันกัดไปคำหนึ่ง
"อร่อยว่ะ"
"งั้นเอาไปกิน" ซูมยื่นมาให้ฉันถือ แล้วฉันก็ดันถือไอติมมันไว้อีก
"แล้วมึงอะ"
"ก็กินกับมึงไง" ฉันได้แต่กระพริบตาปริบๆมองเพื่อนสนิทที่จัดการกินมุมที่ฉันเพิ่งกัดไปเมื่อกี้ "ทำไม? รังเกียจเหรอ" พูดเหมือนท้าทาย
"กูใจใจ ไม่เคยรังเกียจเพื่อน" พูดจบก็กัดโชว์ให้เห็นไปเลยว่าฉันกล้ากิน กับเพื่อนเื่แค่นี้เล็กน้อยมากเวลาคบเพื่อนก็ให้ใจเกินร้อย ไม่รังเกียจพวกกินจากปากหรือกินของชิ้นเดียวกันหรอกก็เพราะว่าเราเป็เพื่อนสนิทกันไง...