หน้าทางเข้าของสำนักภูผา บรรยากาศดูคึกคักเป็อย่างมาก คนมากมายมุ่งหน้ามาจากทุกสารทิศเพื่อส่งลูกหลานมาเข้าร่วมการทดสอบในครั้งนี้
สำนักภูผามีชื่อเสียงโด่งดังในแถบนี้เป็อย่างมาก หลายคนหวังว่าจะถูกรับเข้าเป็ศิษย์ของที่นี่ คนที่ได้รับเลือกจะได้รับทรัพยากรจากสำนักในทุกๆเดือน การเป็อยู่ที่ดีขึ้น และเป็หน้าเป็ตาของวงตละกูล ทุกๆปีจะมีการแข่งขันเพื่อแย่งชิงตำแหน่งในสำนักกันอย่างดุเดือด เนื่องเพราะทางสำนักจะรับลงทะเบียนแค่ 3000 คนเท่านั้น ยังไม่รวมที่จะถูกคัดออกตอนรับการทดสอบอีก
"หลบไป! ให้นายน้อยปิงตละกูลลมเหนือผู้นี้สมัครก่อน!"
เสียงเอาแต่ใจของชายผู้หนึ่ง ไล่คนที่ต่อแถวอยู่ออกไป ตัวมันได้เดินเข้ามาแทรกหน้าแถวเพื่อลงทะเบียน ทำให้หลายคนไม่พอใจเป็อย่างมาก
"ไอ้เ้านี่นิสัยเแย่จริงๆ ทำตัวกร่างไปได้"
"ชู่ววว เงียบไว้ มันเป็นายน้อยตละกูลลมเหนือ เ้าเห็นคนคุ้มกันนั่นไหม มันอยู่ขั้นผลัดกระดูกชั้นสูง เชียวนะ เทียบได้กับพวกอาจารย์ชั้นนอกเลย เ้าเงียบปากไว้จะดีกว่า"
เสียงนินทามากมายเกิดขึ้นจากความไม่พอใจในการกระทำเมื่อครู่นี้
"ข้านายน้อยปิงตละกูลลมเหนือ ้าเข้ารับการทดสอบ!"
เมื่อถึงจุดลงทะเบียนมันรีบบอกชื่อตละกูลมันขึ้นมาทันที
"เ้าต้องไปต่อแถว.."
เสียงเฉยฉาพูดไล่อย่างเบื่อหน่าย
"ข้าอยู่ตรงนี้แล้ว เ้าก็แค่ลงทะเบียนให้ข้าอย่าทำให้เื่มันยากนักเลย"
มันพูดกลับอย่างไม่พอใจนัก ตัวมันเป็ถึงนายน้อยของตละกูล จะให้ไปต่อแถวเช่นคนอื่นได้อย่างไร
"ข้าจะพูดอีกครั้งเดียว ไปต่อแถว.."
เสียงดังกล่ามย้ำอีกครั้งหนึ่ง
"ทำไมเ้าไม่ลงทะเบียนให้นายน้อยข้า มัวชักช้าอะไรอยู่ ไม่เห็นรึไงว่านายน้อยรอนานแค่ไหนแล้ว!!"
ตัวผู้คุ้มกันเห็นนายน้อยของมันถูกไล่ มันจึงออกหน้ามาพูดกดดัน ในแถบนี้ชื่อเสียงของมันก็ดังไม่ใช่น้อย หลายคนไม่กล้าที่จะมีปัญหากับมัน
เมื่อได้ยินเช่นนั้น คนที่เฝ้าจุดลงทะเบียนก็ลุกขึ้นยืนและเดินมาหาผู้คุ้มกันทันที
ผู้คุ้มกันจากตละกูลลมเหนือเห็นเช่นนั้นก็กำลังจะพูดอะไรสักอย่าง ก่อนที่ปากจะได้ขยับ ตัวมันก็ปลิวไถไปกับพื้นกว่า10เมตร มันไม่สามารถลุกขึ้นยืนได้อีกได้แต่นอนกองอยู่ตรงนั้น
"ข้าจะพูดอีกแค่ครั้งเดียว กลับไปต่อแถวด้านหลังซะ"
เสียงครั้งนี้ไม่ได้เฉยฉาอีกแล้ว แต่เป็เสียงที่ทำให้ทุกคนต่างหวาดกลัว ภาพที่ทุกคนเห็นคือชายดังกล่าวดีดนิ้วไปที่หัวของผู้คุ้มกันเท่านั้น แค่ดีดนิ้วก็ส่งขั้นผลัดกระดูกชั้นสูงลงไปนอนกองกับพื้น บรรยากาศรอบๆเริ่มตึงเครียดขึ้นมาทันที หลายคนลอบสะใจที่ผลออกมาเป็เช่นนี้
"ขะ เข้าใจแล้วข้าจะไปต่อด้านหลัง ขออภัยท่านด้วยที่ข้าเสียมารยาทไป"
มันรีบทำตามอย่างว่าง่ายรีบออกไปต่อด้านหลังทันที
"คนต่อไป..."
ชายดังกล่าวเรียกให้คนถัดไปมาลงทะเบียนต่อ
"ข้าจำได้แล้วนี่มันผู้คุมกฏสำนักภูผา ท่านผิงหนิ"
มีคนพูดขึ้นมาเมื่อจดจำรูปลักษณ์ของชายคนนี้ได้ ผู้คุมกฏผิงขึ้นชื่อเื่ความเป็ธรรมอย่างมากและเคร่งครัดกฏของสำนักเป็ที่สุด เมื่อเห็นความแข็งแกร่งทุกคนต่างเลื่อมใสขึ้นทันที
"อ้าอื้อเอฆ อาอุ๊19 อ๋อองอะเอียนอั๊บ"
เมื่อได้ยินเสียงอู้อี้ๆ คนรับสมัครค่อยๆเงยหน้าขึ้นมาดูเ้าของเสียง มันก็ต้องพบกับชายที่หน้าตาปูดบวมจนดูแทบไม่ออกว่าเป็ใคร
เมฆยื่นหนังรับรองของเฒ่าพยัคให้ผู้ลงทะเบียนดู เมื่อเห็นข้อความด้านใน คนรับสมัครก็อนุญาติให้เข้าร่วมการทดสอบทันที
คนรอบๆต่างซุบซิบกันไปต่างๆหน้าเมื่อเห็นหน้าตาของเมฆ บางคนยืนขำอยู่ตรงนั้นก็มี ในตอนนี้เมฆไม่ได้รู้สึกอายอะไรแล้ว เพราะยังไงก็ไม่มีใครจำมันได้อยู่ดี
เมื่อลงทะเบียนจนครบจำนวนทุกคนก็ถูกพามามีลานกว้างแห่งหนึ่ง
"ต่อไปนี้จะเป็การคัดเลือกโดยการเข้ารับการทดสอบทั้งหมด 5 ด่านด้วยกัน ผู้ที่มีคะแนนสูงสุด 4. คนแรกจะได้เป็ศิษย์หลักของที่นี่
100 คนถัดมาจะได้เป็ศิษย์ชั้นใน
400 คนถัดมาจะได้เป็ศิษย์ชั้นนอก
1000 คนถัดมาจะได้เป็ศิษย์รับใช้"
"ด่านแรกทดสอบพร์"
"ด่านสองทดสอบไหวพริบ"
"ด่านสามทดสอบร่างกาย"
"ด่านสี่ทดสอบศิลปะการต่อสู้"
"ด่านห้าทดสอบจิติญญา"
เมื่อได้ฟังประกาศทุกคนต่างตึงเครียดขึ้นมาทันที เนื่องจากจะมีผู้ที่ถูกคัดออกถึงครึ่งหนึ่งเลยทีเดียว บรรยากาศจะเริ่มกดดันขึ้นเรื่อยๆ
ในทุกๆด่าน แต่มีคนหนึ่งที่ไม่รู้สึกรู้สาอะไรเลยกำลังนั่งเหม่อออกไปไกลแสนไกล สมองไม่ได้คิดเื่การทดสอบเลยสักนิด
"สักวันถ้าตูเก่งกว่าเมื่อไหร่จะจับตีตูดให้หายแค้นเลยคอยดูยัยปีศาจ จะเอามือฟาดๆๆๆๆๆๆ ให้ร้องขอชีวิตเลย ตลอด4วันที่ผ่านมาตูต้องมาถูกย่ำยีโดนทุบตีทุกวันๆ คิดแล้วก็แค้นนัก ขนาดร้องขอชีวิตยังไม่ยอมเบามือให้เลย เราหน้าตาน่ารักหล่อเหลาขนาดนี้ยังทำกันได้ ยัยปีศาจเอ้ย"
เมฆได้แต่คิดถึง่ที่มันต้องฝึกกับดาราใน่ที่ผ่านมา มันตั้งใจไว้ว่าจะไม่กลับไปอยู่จุดนั้นอีกแล้ว มันจะไม่ยอมถูกย่ำยีอีกต่อไปมันจะกู้เอกราชคืนมาให้ได้
จบตอน