ลืมวันเคานต์ดาวน์
ใน่สายของวันฌอนพาปารีณาแวะเดินทอดน่องที่ตลาดนัดเด็กดอยสองข้างทางเรียงรายไปด้วยแผงขายพืชผักผลไม้เมืองหนาวและของกินจุกจิก บรรยากาศรอบตัวดูคึกคักมีชีวิตชีวาขึ้นมากเมื่อสีสันสดใสจากเครื่องแต่งกายของชาวเขา ตัดกับสีฟ้าครามของท้องฟ้าเบื้องบน
“พี่คะ...ซื้อดอกไม้ให้แฟนไหมคะ” เสียงเล็กๆเจื้อยแจ้วของเด็กหญิงตัวน้อยในชุดชาวเขาน่ารักเอ่ยทักขึ้นพร้อมกับสะกิดท่อนแขนของชายหนุ่มร่างสูงให้หันมอง ในตะกร้าสานที่คล้องแขนเด็กน้อยมีช่อดอกกระดาษสีสวยสดวางเรียงรายอยู่เต็มไปหมด
“ไม่ใช่...”ปารีณารีบหันไปอ้าปากปฏิเสธตามสัญชาตญาณ
ทว่ายังไม่ทันขาดคำ...
“เท่าไรครับ?”ฌอนกลับเอ่ยถามแทรกขึ้นมาหน้าตาเฉยพร้อมกับส่งรอยยิ้มเอ็นดูให้แม่ค้าตัวน้อยตรงหน้า
“ช่อละ60 บาทค่ะ”
“พี่เอาช่อหนึ่งครับไม่ต้องทอนนะ”
ฌอนยื่นธนบัตรสีแดงส่งให้
“ขอบคุณค่ะ”เด็กน้อยยิ้มกว้างด้วยความดีใจก่อนจะรีบหมุนตัววิ่งตึกตักไปหานักท่องเที่ยวรายอื่นต่ออย่างมืออาชีพตัวจิ๋ว
“ช่วยอุดหนุนน้องเขาน่ะครับ”
ฌอนหันกลับมาส่งยิ้มบางๆพร้อมกับยื่นช่อดอกกระดาษสีสดใสช่อนั้นมาตรงหน้าเธอ ปารีณายื่นมือไปรับไว้ก่อนจะเลิกคิ้วเอ่ยแซวพร้อมแววตาขบขัน
“เหยื่อการตลาดนะคะเนี่ย”
คำแซวนั้นทำเอาชายหนุ่มถึงกับต้องลูบท้ายทอยตัวเองแก้เขินท่าทางนั้นทำเอาเธอหัวเราะขบขันเบาๆ
ปารีณายื่นช่อดอกกระดาษออกไปข้างหน้าจนสุดแขนแล้วยกสมาร์ตโฟนขึ้นถ่ายรูปเก็บไว้เป็ที่ระลึกก่อนที่ทั้งคู่จะออกเดินเล่นและชวนคุยเื่สัพเพเหระกันต่อท่ามกลางบรรยากาศที่เริ่มผ่อนคลายและเป็กันเองมากขึ้นเรื่อยๆ
หลังจากกลับเข้าที่พักทั้งคู่ต่างแยกย้ายกันไปพักผ่อนตามอัธยาศัย ปารีณาทิ้งตัวลงนอนคว่ำหน้าอยู่ภายในเต็นท์นิ้วเรียวไถหน้าจอสมาร์ตโฟนฆ่าเวลาไปเรื่อยเปื่อย ก่อนจะตัดสินใจเลือกภาพวิวดอกพญาเสือโคร่งสีหวานที่เบ่งบานตัดกับท้องฟ้าสีฟ้า
ราวกับใส่ฟิลเตอร์สีพาสเทลขึ้นโพสต์พร้อมแคปชันสั้นๆ ว่า... My Destiny
เพียงไม่กี่นาทีเสียงแจ้งเตือนจากแอปพลิเคชันก็ดังรัวๆ จากแก๊งเพื่อนซี้ที่ไวปานวอก ราวกับนัดกันมาสแตนด์บายรอ
My Lotus Leaf: เดี๋ยว…นี่คือแคปชันของคนอกหัก?
Table Tennis: ฟีลคนกลับบ้านแหละแต่วิวไม่ใช่บ้าน
SherYn: สงสัยโลกเพื่อนเราจะเริ่มเป็สีชมพูใหม่อีกแล้ว
Pei_Pa: พวกแกนี่ก็พิมพ์ไปเรื่อย
แม้จะพิมพ์ตอบกลับไปแบบนั้นพร้อมกับส่ายหน้าให้กับความช่างจินตนาการของเพื่อนสาวแต่ละคนทว่าริมฝีปากอิ่มกลับลอบยิ้มออกมาโดยไม่รู้ตัว
เธอเลื่อนดูรูปในเครื่องต่อไปเรื่อยๆจนกระทั่งสายตาไปสะดุดเข้ากับภาพถ่ายช่อดอกกระดาษ… ที่เพิ่งได้รับมาจากใครบางคนเมื่อไม่กี่ชั่วโมงก่อน
หญิงสาวตัดสินใจโพสต์รูปนั้นลงไปอีกภาพพร้อมแคปชันสั้นๆ ติดตลกว่า... ขอบคุณเหยื่อการตลาด
และแน่นอน...กองทัพเพื่อนสาวขาเผือกไม่มีทางปล่อยให้เธอรอดตัวไปง่ายๆ
SherYn: เหยื่อการตลาด?
Table Tennis: เหยื่อการตลาดหรือเหยื่อแก เอาดีๆ
My Lotus Leaf: @TableTennis ฉันว่าน่าจะเป็ข้อหลัง… น่าจะเหยื่อเพื่อนเรามากกว่า 555
โอ๊ยยย…ยัยพวกนี้นี่!
ปารีณายกมือขึ้นกุมขมับเธอเพียงแค่้าโพสต์เพื่อจะเก็บภาพไว้เป็ความทรงจำก็เท่านั้น ไม่คิดว่าเพื่อนจะพากันตีความไปไกลจนกู่ไม่กลับขนาดนี้รู้อย่างนี้ตั้งค่าโพสต์เป็ Private Only ั้แ่แรกเสียดีกว่า
แต่เอาเข้าจริง...เขาก็หล่อมากจริงๆ นั่นแหละหญิงสาวนึกถึงใบหน้าคุณเพื่อนเที่ยวชั่วคราวก็อดคิดไม่ได้ว่า… หล่อขนาดนั้นไม่มีทางจะโสดหรอกเผลอๆ อาจจะมีลูกมีเมียแล้วหรือเปล่าก็ไม่รู้ แต่ช่างเถอะ จะไปคิดอะไรมากในเมื่อเราก็เป็แค่เพื่อนเที่ยวชั่วคราว หลังจากผ่านพ้นวันพรุ่งนี้ไป...เราก็คงไม่ได้เจอกันอีกแล้ว
ท่ามกลางความเงียบสงัดที่หนาวเหน็บยามค่ำคืนความทรงจำเกี่ยวกับแฟนคนแรกกลับย้อนเข้ามาในหัวเอาดื้อๆทั้งที่ตลอดทั้งวันแทบไม่มี่เวลาใดที่เธอคิดถึงเขาเลย
ปารีณายันตัวลุกขึ้นมานั่งกอดเข่าอยู่ท่ามกลางความสลัวภายในเต็นท์เพียงลำพังนิ้วเรียวกดเลื่อนดูรูปคู่เก่าๆ ในสมาร์ตโฟนที่เคยถ่ายร่วมกับณัฐดนัย
สุดท้าย… เธอก็ตัดสินใจลบมันทิ้งทีละภาพจนหมดเกลี้ยงไม่เพียงแค่นั้น เธอชำระแค้นด้วยการตามไปไล่ลบร่องรอยความทรงจำที่เคยมีร่วมกันในเฟซบุ๊กและไอจีทิ้งจนหมดสิ้นไม่ให้เหลือแม้แต่ซากอารยธรรม!
ยิ่งลบ...ก็ยิ่งนึกเจ็บใจยิ่งคิดก็ยิ่งน่าโมโหจนอยากจะย้อนเวลากลับไปเตะผ่าหมากไอ้หมอนั่นให้รู้แล้วรู้รอดเผื่อโลกใบนี้จะได้ลดประชากรผู้ชายไร้คุณภาพให้สูญพันธุ์ลงไปได้สักคน!
ตลอดเวลา3 ปีที่คบหากันมาภาพคู่ของเธอกับณัฐดนัยกลับมีน้อยจนน่าใจหายเขาไม่เคยไปเที่ยวค้างคืนต่างจังหวัดด้วยกันเลยสักครั้ง
โดยอีกฝ่ายมักจะอ้างเหตุผลสารพัดว่าต้องทำงานลางานไม่ได้แต่ในวันที่หูตาสว่างโพลนทะลุปรุโปร่งเช่นนี้ เธอกลับคิดว่าเหตุผลที่แท้จริง คงเป็เพราะเมียของเขาไม่ยอมให้ไปค้างที่ไหนมากกว่า...
แต่จะว่าไป...เธอก็ดีเหมือนกันนะเนี่ย
ซึ่งนั่นอาจจะเป็ข้อดีที่ทำให้เธอไม่ต้องเสียตัวให้เขาเร็วกว่าที่คิด
พลันคำคมสอนใจของใบบัวเพื่อนซี้ที่ชอบกรอกหูบ่อยๆก็ลอยเข้ามาในหัว
‘ผู้ชายมีมากมายดั่งฝูงลิง จะกินทิ้งกินขว้างก็ยังได้’
คิดมาถึงตรงนี้รอยยิ้มจางๆ ก็ผุดขึ้นมาบนใบหน้า...
ก็จริงอย่างที่ยัยบัวมันว่าเราจะไปจมปลักร้องไห้ฟูมฟายให้กับผู้ชายห่วยๆ ไปทำไมในเมื่อโลกนี้ยังมีผู้ชายให้เลือกอีกมากมายดั่งฝูงลิง!
ถึงแม้ลึกๆใจจริงเธอยังไม่ได้คิดจะกระโจนลงสนามหาแฟนใหม่ในตอนนี้ และเธอก็ไม่ได้มองว่า… การไม่มีผัว คือจุดจบของชีวิตเสียหน่อย
ต่อให้ชาตินี้จะหาผัวไม่ได้จริงๆชีวิตเธอก็ยังมีพี่ชายสายซัปพอร์ตคอยเลี้ยงดูอยู่ทั้งคน!
ไม่ได้มโนเข้าข้างตัวเองนะแต่เพราะพี่เปาพี่ชายของเธอมักจะคอยกรอกหูย้ำอยู่เสมอั้แ่ก่อนที่เธอจะเข้ามากรุงเทพฯ เสียอีก...
‘ไม่ต้องรีบมีแฟนเรียนให้จบก่อน’
‘ต่อให้อนาคตไม่มีผัว… พี่ก็สามารถเลี้ยงเป้ยได้สบาย’
แต่ถึงจะเป็โสดไปตลอดชีวิตจริงๆใช่ว่าเธอจะอยากนั่งๆ นอนๆ เป็ภาระให้พี่ชายเลี้ยงไปวันๆ เสียเมื่อไหร่...
ในอนาคตพี่ชายเธอก็ต้องมีครอบครัวแค่ตอนนี้เขายังไม่มีใครเท่านั้นเอง เธอจึงยังมีความคิดที่อยากจะหางานทำเลี้ยงตัวเองให้ได้
แม้ว่าลึกๆแล้ว ความฝันอันสูงสุดในลิสต์ Life Goals ของเธอจะเป็การนอนอยู่บ้านดูซีรีส์ยาวๆ โดยมีผัวเลี้ยงก็ตาม
ค่ำคืนที่หมดไปกับการสะสางอดีตและล้างบางความทรงจำจบลงที่เวลาเกือบตีสี่ ปารีณาปล่อยให้หยาดน้ำตาหยดสุดท้ายไหลรินลงมาถือเป็การทิ้งทวนไว้อาลัยให้กับผู้ชายเฮงซวยเป็ครั้งสุดท้ายก่อนจะผล็อยหลับไปเพราะความเหนื่อยล้า...
ผลลัพธ์ของการปล่อยโฮทิ้งทวนเมื่อคืนคือการตื่นขึ้นมาในเวลาเกือบบ่ายโมง
ร่างกายที่อ่อนล้าประท้วงด้วยความหิวพาเธอเดินลากขาตรงไปยังโต๊ะไม้สนามด้วยความหวังเพียงว่าจะหาอะไรรองท้องหลังจากพลาดมื้อเช้าของที่พักไปอย่างน่าเสียดาย
ทันทีที่ไปถึงเธอก็พบชายหนุ่มร่างสูงกำยำคนเดิมนั่งรออยู่ก่อนแล้วสายตาคมกริบของเขาพิศมองใบหน้าเธอเนิ่นนาน จนปารีณารู้สึกประหม่าเธอไม่แน่ใจนักว่าทำไมเขาถึงจ้องหน้าเธอนานขนาดนั้น...
หรืออาจเป็เพราะดวงตาที่ปูดบวมจากการร้องไห้อย่างหนักเกือบทั้งคืนมันฟ้องทุกอย่างชัดเจนจนแทบไม่ต้องอธิบาย
แต่ช่างปะไร...
อย่างไรเขาก็เป็เพียงคนแปลกหน้าต่อให้เขาจะเห็นเธอในสภาพที่น่าสมเพชแค่ไหน เธอก็หาได้แคร์ไม่!
พลันใบหน้าเรียบนิ่งของเขาก็แปรเปลี่ยนเป็รอยยิ้มอย่างอ่อนโยน
“ทานข้าวเที่ยงพร้อมกันเลยดีไหม?”น้ำเสียงทุ้มและรอยยิ้มเป็มิตรนั้นทำให้ปารีณาพยายามปั้นหน้ายิ้มตอบกลับไปให้ดูเป็ธรรมชาติที่สุดแต่มันกลับกลายเป็รอยยิ้มที่ฝืดเฝื่อนอย่างเห็นได้ชัด...
มันไม่ปกติเลยสักนิดเดียว!
ท่ามกลางเสียงช้อนส้อมกระทบจานเบาๆปารีณากวาดสายตามองไปรอบลานกางเต็นท์ความเงียบระหว่างเธอกับชายหนุ่มถูกแทนที่ด้วยความสงสัยเมื่อสังเกตเห็นความคึกคักที่ผิดหูผิดตาไปจากวันก่อน
“วันนี้ดูคนเยอะกว่าวันก่อนๆอีกนะคะ ลานกางเต็นท์ดูเหมือนจะเต็มหมดเลย” เธอเอ่ยทำลายความเงียบเพื่อเบี่ยงเบนความสนใจไปจากใบหน้าของตัวเองที่เขายังคงลอบมองอยู่บ่อยครั้งและด้วยความสงสัยว่าเหตุใดวันนี้ดูผู้คนคึกคัก
“วันนี้เป็คืนเคานต์ดาวน์ไงครับ”
คำตอบนั้นราวสวิตช์ที่เปิดความจำให้ทำงานอีกครั้ง
“...” ปารีณาชะงักไปครู่หนึ่ง
เธอลืมไปเสียสนิทว่าวันนี้คือวันที่31 ธันวาคม วันสุดท้ายของปีที่ใครหลายคนรอคอย
“เรามีนัดเคานต์ดาวน์กัน...คุณดาวคงไม่ได้ลืม?”
“มะ… ไม่ลืมค่ะ”เธอรีบรับคำ ทั้งที่ความจริงคือลืมไปเสียสนิทสงสัยเป็เพราะมัวแต่ร้องไห้จนสมองล้าไปหมด “งั้นกินข้าวเสร็จเราออกไปซื้อของมาเตรียมปาร์ตี้กันเลยดีกว่าค่ะ”
“ได้ครับ”
เขาตอบรับสั้นๆอย่างว่าง่ายั์ตาคมทอประกายพึงพอใจเมื่อเห็นว่าหญิงสาวเริ่มมีกะจิตกะใจจะทำอะไรมากขึ้น
หลังจากมื้อเที่ยงที่ลากยาวจนเกือบบ่ายสามฌอนก็รับหน้าที่เป็สารถีขับรถพาเธอออกมายังร้านสะดวกซื้อที่อยู่ไม่ไกลจากที่พัก
ทันทีที่ก้าวขึ้นรถเธอก็ลอบประเมินชายหนุ่มตรงหน้าอีกครั้ง… เพราะรถที่เขาใช้เป็รถเบนซ์SUV คันหรู ที่ต่อให้ไม่ได้สันทัดเื่รถแต่เธอก็พอจะรู้ว่าราคาเหยียบเลขแปดหลัก
คนอะไรจะรูปหล่อบ้านรวย แถมหุ่นก็ดูสูงกำยำ
เพอร์เฟกต์เกินไปไหมพ่อคุณ!
ในขณะที่รถเคลื่อนตัวไปตามเส้นทางคดเคี้ยวสายตาของปารีณากลับซุกซนกว่าที่เคย เธอลอบมองท่อนแขนแกร่งและฝ่ามือใหญ่ที่กำพวงมาลัยไว้อย่างมั่นคง...
เส้นเืที่ปูดโปนขึ้นมาตามหลังมือลามไล้ไปถึงลำแขนมันช่างดูดุดันและเซ็กซี่อย่างประหลาดในสายตาเธอ
เอื๊อก... ปารีณาถึงกับต้องลอบกลืนน้ำลายลงคอดังอึกก่อนจะหลับตาปี๋เพื่อเรียกสติที่กำลังกระเจิดกระเจิงให้กลับเข้าที่เข้าทาง
นี่เธอต้องบ้าไปแล้วแน่ๆเพิ่งอกหักมาแท้ๆ แต่กลับมานั่งใจสั่นระทวย เพียงเพราะเห็นเส้นเืที่หลังมือผู้ชายหน้าตาดีคนนี้เนี่ยนะ!
“ผมมีไวน์อยู่หลังรถด้วยนะ”เสียงทุ้มเอ่ยทำลายความเงียบขึ้นมาดื้อๆ “พอดีมีคนให้เป็ของขวัญปีใหม่มาสองขวด”
“พูดไปคุณฌอนอาจจะไม่เชื่อ… ฉันไม่เคยดื่มไวน์เลยค่ะเคยดื่มแต่สปาย ก็เลยไม่รู้ว่าเหมือนกันหรือเปล่า?”
ใบหน้าหล่อเหลาเผยรอยยิ้มขบขันทันทีเมื่อได้ยินคำเปรียบเทียบแสนซื่อนั้น
“เพราะเขาต่อท้ายว่าไวน์คูลเลอร์ใช่ไหมครับ?”
“ใช่ๆ” ปารีณาพยักหน้าระรัวพลางหัวเราะที่เขารู้ทันความคิดเธอ
“ไม่เหมือนกันเลยครับยิ่งถ้าไม่เคยดื่มไวน์มาก่อน คุณจะต้องบอกว่าสปายอร่อยกว่าแน่นอน”
“แล้วอย่างนั้นทำไมคนไม่เลือกดื่มสปายแทนล่ะคะ?”
ฌอนนิ่งคิดไปครู่หนึ่งก่อนจะหันมาส่งยิ้มทรงเสน่ห์ให้เธออีกครั้ง
“คงเพราะ… เสน่ห์ละมั้งสปายปรุงแต่งรสมาชัดเจน ดื่มง่าย แต่ถ้าคุณได้ลองดื่มไวน์ คุณจะพบว่ามันมีเสน่ห์รสชาติที่ซับซ้อน ตอนลิ้มััรับรสแรกเป็อีกแบบ ตอนอมอยู่ในปากเป็อีกแบบ และตอนกลืนลงคอไปแล้ว...มันก็จะทิ้งรสััไว้อีกแบบ”
“โห… ฟังดูแล้วอยากลองเลยค่ะ”ปารีณาเริ่มรู้สึกคล้อยตามไปกับคำบรรยายถึงเสน่ห์เ่าั้
“กลัวว่าเดี๋ยวดื่มเป็แล้ว...จะติดใจจนกลายเป็ลำยองไปน่ะสิครับ” มือหนาเกาที่หางคิ้วพลางหัวเราะเบาๆ
“เดี๋ยวค่ะลำยองนั่นเขาทีมยาดองไม่ใช่เหรอคะคุณฌอน”
“อ้าว...เหรอครับ”
เสียงหัวเราะคิกคักของคนทั้งคู่ดังประสานกันขึ้นภายในห้องโดยสารสุดหรูช่วยละลายบรรยากาศอึดอัดที่เคยมีให้จางหายไปจนหมดสิ้นเหลือเพียงความรู้สึกผ่อนคลายที่เริ่มถักทอเป็ความสนิทสนมอย่างไม่รู้ตัว
เมื่อรถจอดสนิทหน้ามินิมาร์ตปารีณาจัดการปลดเข็มขัดนิรภัย เตรียมตัวลงไปทำหน้าที่จัดซื้อเสบียงอย่างแข็งขัน
“คุณฌอนรอในรถก็ได้ค่ะ้าอะไรเป็พิเศษไหม?”
“ไม่ครับผมกินได้ทุกอย่าง เอาตามที่คุณชอบเลยครับ”
ร่างบางหายเข้าไปในมินิมาร์ตไม่ถึงยี่สิบนาทีก็เดินกลับออกมาพร้อมถุงขนมพะรุงพะรังเต็มสองมือ
แต่สิ่งที่ทำให้ฌอนถึงกับต้องเลิกคิ้วหนาขึ้นด้วยความประหลาดใจคือภาพพนักงานชายที่ก้มหน้าก้มตายกลังเบียร์เดินตามหลังเธอมาติดๆ!
“คุณฌอนคะกดเปิดท้ายรถให้หน่อยสิคะ” ปารีณาเปิดประตูฝั่งตุ๊กตาหน้ารถแล้วชะโงกหน้าเข้ามาบอก
มือหนากดปุ่มเปิดท้ายรถจากแผงควบคุมภายในอย่างรวดเร็วก่อนที่เสียงหวานจะเอ่ยขอบคุณพนักงานชายที่ช่วยยกของมาส่งให้จนเรียบร้อย
เมื่อฝาท้ายรถหรูปิดลงสนิทร่างบางก็กลับขึ้นมานั่งประจำที่พร้อมใบหน้ายิ้มแย้มสดใส
“ยกลังมาเลย?”เสียงทุ้มเอ่ยแซวติดตลก “เอาให้สลบกันไปข้างเลยเหรอครับ”
“วันพิเศษทั้งทีนี่นาดื่มข้ามปีก็ต้องจัดเต็มหน่อย... คิกๆ”
“ดูท่าคุณดาวจะดื่มเก่ง”
“ไม่เลยค่ะฉันไม่ค่อยดื่ม” เธอรีบส่ายหน้าปฏิเสธ “แต่ที่ซื้อมาเป็ลัง…เพราะดูคุณฌอนน่าจะดื่มเก่งค่ะกลัวคุณจะสะดุดอารมณ์ค้างถ้าต้องลำบากออกไปหาซื้อเพิ่มทีหลัง”
“นี่ผมดูเป็คนขี้เหล้าขนาดนั้นเลยเหรอครับ?” คำย้อนถามพร้อมกับการแกล้งทำหน้าซื่อตาใสของเขาทำเอาปารีณาหลุดหัวเราะพรวดออกมา และเขาก็หลุดขำตามอย่างห้ามไม่อยู่
“ก็นิดนึงค่ะ”
เสียงหัวเราะสดใสประสานกันดังลั่นรถอีกครั้งก่อนที่ SUVคันงามจะค่อยๆ เคลื่อนตัวออกจากลานจอดมุ่งหน้ากลับสู่ที่พัก
เมื่อกลับมาถึงที่พักความคึกคักที่เคยเห็นเมื่อบ่ายได้แปรเปลี่ยนเป็ความหนาแน่นจนน่าใโต๊ะสนามที่เคยว่างถูกจับจองจนเต็มพื้นที่ ลานหญ้าถูกปูเสื่อล้อมวงสังสรรค์ จนแทบไม่เหลือช่องว่างสำหรับแขกที่เพิ่งกลับมา
“ดื่มที่ห้องผมไหมครับ?”เสียงทุ้มเสนอทางออก เมื่อเห็นสภาพความวุ่นวายเบื้องหน้า
“ได้ค่ะ”ปารีณาตอบตกลงโดยไม่เสียเวลาคิดนาน เธอประเมินดูแล้วว่าการไปนั่งเบียดเสียดตามพื้นหรือจะชวนเขามานั่งดื่มหน้าเต็นท์เล็กๆ ของเธอก็ดูจะอึดอัดไม่เข้าท่า “งั้น...เดี๋ยวฉันขอตัวไปอาบน้ำก่อนนะคะ แล้วเดี๋ยวจะตามไป”
ดวงตากลมโตหันไปมองยังโซนห้องน้ำรวมของลานกางเต็นท์ก่อนจะลอบถอนหายใจออกมาเบาๆแถวของนักท่องเที่ยวสายแคมปิ้งที่ยืนรอคิวอาบน้ำยาวเหยียดเป็หางว่าวคงเพราะวันนี้มีแขกมากางเต็นท์เป็จำนวนมาก
และโซนกางเต็นท์ไม่มีห้องน้ำส่วนตัวแบบแขกที่จองห้องพักห้องน้ำรวมตรงหน้าจึงดูไม่ต่างจากสมรภูมิย่อยๆ ที่เธอคงต้องยืนรบอีกเป็ชั่วโมง
“มาอาบห้องผมก็ได้นะ”ฌอนมองตามสายตาเธอไป พลางเอ่ยข้อเสนออย่างหวังดีเขาเดาได้ไม่ยากว่าถ้าปล่อยให้เธอไปยืนรอคิวตรงนั้นกว่าจะได้อาบน้ำปะแป้งเสร็จจริงๆ คงมืดค่ำพอดี
“…”
แต่เมื่อเห็นเธอยังมีทีท่าลังเลอึกอักเพราะความเกรงใจเขาจึงสำทับต่อด้วยน้ำเสียงนุ่มนวล
“ไม่ต้องเกรงใจครับถ้าคุณดาวรอคิวอยู่ตรงนั้น... กว่าจะได้อาบจริงๆ ผมว่ามีข้ามปีแน่ๆ”
เธอคลี่ยิ้มบางๆพร้อมผงกศีรษะเห็นด้วยอย่างเลี่ยงไม่ได้ความสะดวกสบายของห้องน้ำส่วนตัวในเวลานี้ช่างเย้ายวนใจเกินกว่าจะปฏิเสธ
“อย่างนั้น...ขอไปเตรียมเสื้อผ้าที่เต็นท์แป๊บหนึ่งนะคะ เดี๋ยวตามไปค่ะ”
-------
มี E-Book ใน Meb
#เผลอรัก...โดยตั้งใจ
-------