หลังจากอาบน้ำเสร็จก็เตรียมตัวจะเข้านอน แต่พอนึกบางอย่างขึ้นได้หญิงสาวจึงหยิบมือถือที่วางอยู่บนโต๊ะหัวเตียงขึ้นมาก่อนจะกดโทร.หาเพื่อนรักอย่างรวิสรา
ทันทีที่ปลายสายกดรับภัคธีมาก็กรอกเสียงลงไปว่า
“ฮัลโหล วิ เธอจะเข้านอนหรือยัง ฉันโทร.ไปรบกวนเธอหรือเปล่า”
“ไม่เลยจ้ะ ฉันเพิ่งอาบน้ำเสร็จ” รวิสราตอบกลับมา “เธอโทร.มาก็ดีเลย ฉันกำลังคิดถึงเธออยู่พอดี มีเื่จะเม้าท์มอยกับเธอมากมายเลยละ”
“เื่แก้แค้นใช่มั้ย เป็ยังไงบ้าง เธอเสียตัวให้เขาหรือยัง แล้วเขาได้ทำอะไรเธอมั้ย เขาจับโป๊ะเธอได้หรือเปล่าฮึ” เธอเอ่ยถามรัวๆ เลยทีเดียว
“ใจเย็นๆ ค่ะคุณเพื่อน เล่นยิงคำถามรัวๆ แบบนี้แล้วฉันจะตอบอันไหนก่อนดีเนี่ย” ภัคธีมาแซวพร้อมกับหัวเราะเบาๆ
“ก็ฉันเป็ห่วงเธอนี่ ฉันก็ต้องถามเยอะเป็ธรรมดาย่ะ เธอไม่ต้องยืดเยื้อเลย รีบตอบคำถามฉันมาเร็วๆ”
“ทุกอย่างปกติดีค่ะสาว ฉันไม่ได้ทำอะไรเขา และเขาก็ไม่ได้ทำอะไรฉัน วันเขาแค่ชวนฉันไปทานข้าวและดูหนัง แล้วก็พาฉันเที่ยวดูแสงสีศิวิไลซ์อีกนิดหน่อยก่อนกลับคอนโดฯ ก็เท่านั้นเอง”
“จริงหรือเปล่า เธอไม่โกหกฉันใช่มั้ย”
“ฉันเคยโกหกเธอหรือไงยะ”
“เคย อะ หยอกเล่นน่า เธอไม่เคยโกหกฉันเลยสักครั้ง โอเค ฉันจะเชื่อที่เธอพูดแล้วกัน”
“เพื่อนกันก็ต้องเชื่อกันสิ นี่ถ้าเธอไม่เชื่อฉันละก็ ระหว่างโดนฉันโกรธแน่” พร้อมกับแกล้งทำเสียงขึงขัง
ปลายสายหัวเราะคิกคักตามมาอย่างอารมณ์ดี
“จ้า ฉันกลัวแล้ว” ก่อนจะถามอีกว่า “อ้อ ภัค เธอยังจำคำพูดของฉันได้ใช่มั้ย ที่ฉันเคยพูดกับเธอว่าถ้าแก้แค้นไปแก้แค้นมาระหว่างเธอจะตกหลุมรักคุณตุลธรเสียเอง”
“จ้า ฉันจำได้” ภัคธีมาตอบ “ฉันอยากจะบอกเธอไว้ตรงนี้เลยว่ามันไม่มีวันนั้นหรอก เพราะฉันเห็นนายตุลธรเป็แค่เหยื่อแก้แค้นของฉันเท่านั้นละ นอกเหนือจากนั้นฉันไม่คิดค่ะสาว”
“ขอให้มันจริงเถอะย่ะ ฉันจะคอยดูละกัน” ถ้าสามารถเห็นหน้าคนพูดได้ ภัคธีมาจะเห็นได้ว่าเพื่อนรักกำลังเบะปากใส่เธออยู่ตอนนี้
“แค่นี้ก่อนนะเพื่อนรัก ฉันง่วงนอนแล้วละ” เธอปิดปากหาว
“จ้ะ ราตรีสวัสดิ์นะจ๊ะ”
“เช่นกันจ้า”
แล้วหญิงสาวก็วางสายไปพร้อมกับยิ้มให้มือถืออย่างมีความสุข ก่อนจะวางมันลงบนโต๊ะหัวเตียง จากนั้นจึงปิดโคมไฟแล้วล้มตัวนอนทันที
เช้าวันใหม่…
ตุลธรเดินเข้ามาในบริษัทด้วยท่าทางอารมณ์ดีเป็พิเศษ ชายหนุ่มยิ้มทักทายพนักงานทุกคน ทว่าพอเดินมาถึงห้องที่พนักงานทำงานรวมกัน เขาเห็นพนักงานหลายคนกำลังจับกลุ่มกันคล้ายกับดูอะไรบางอย่าง
ตุลธรจึงแกล้งกระแอมเสียงดังพร้อมกับเอ่ยขึ้นว่า
“เวลาทำงานพวกคุณจับกลุ่มทำอะไรกัน หา”
กลุ่มพนักงานใ ทุกคนรีบสลายกลุ่มออกจากกันทันที ก่อนที่ใครคนหนึ่งจะพูดกับท่านประธานว่า
“เอ่อ บอสเห็นข่าวนี้หรือยังคะ”
“ข่าวอะไร” ชายหนุ่มถามเสียงห้วน ในขณะที่อีกฝ่ายยื่นมือถือให้เขาดู
เมื่อได้เห็นข่าวที่ปรากฏบนหน้าจอมือถือตุลธรก็ถึงกับเบิกตากว้างด้วยความใ จนเกือบจะโยนเครื่องมือสื่อสารทิ้ง หากพนักงานคนนั้นไม่ห้ามไว้เสียก่อน
“เอ่อ อย่าค่ะบอส มือถือดิฉันเพิ่งซื้อมาได้อาทิตย์เดียวเองค่ะ ยังใช้ได้ไม่คุ้มเลยนะคะ”
“งั้นเอาคืนไป” ชายหนุ่มยื่นมือถือคืนให้พนักงานคนนั้น ก่อนจะมองทีละคนแล้วเอ่ยถาม “พวกคุณรู้หรือเปล่า ว่าใครเอาข่าวพวกนี้ลง”
ทุกคนต่างพร้อมใจกันส่ายหน้าท่าเดียว ก่อนที่หนึ่งในนั้นจะตอบคำถามท่านประธานหนุ่ม
“เอ่อ ไม่ทราบเลยครับ”
ตุลธรรู้สึกหงุดหงิดมาก เขารีบเดินเข้าห้องทำงานของตนเองไปทันที
เมื่อผู้เป็เ้านายออกไปพ้นแล้ว พนักงานสาวคนเดิมที่เกือบโดนตุลธรโยนมือถือทิ้ง หล่อนยกมือถือขึ้นมากอดไว้ที่อกอย่างหวงแหนพร้อมกับเอ่ยขึ้นว่า
“โอ๋ ลูกแม่ เกือบพังแล้วลูกเอ๊ย ขวัญเอ๋ยขวัญมา”
ขณะเดียวกันที่ห้องทำงานของท่านประธาน เ้าของห้องทำหน้าเคร่งครัดกับข่าวที่ออกมา
ชายหนุ่มยังจำพาดหัวข่าวได้
หนุ่มเ้าของบริษัทผลิตน้ำหอมชื่อดังของเมืองไทยควงพนักงานสาวสุดเซ็กซี่ขยี้ใจคนใหม่ไปทานข้าว ไปเที่ยว และต่อด้วยดูหนัง ท่าทางทั้งคู่สวีทหวานกันสุดๆ ราวกับไม่ใช่แค่เ้านายกับลูกน้อง บอกเลยว่างานนี้แซ่บมากเลยค่า ขอบอก…
ได้อ่านแล้วเขาก็ถึงกับเครียดหนัก เพราะกลัวว่าภัคธีมาจะเสียหายไปด้วย กลัวเธอจะถูกคำครหาจากคนทั้งบริษัท เขาได้แต่คิดไปต่างๆ นานาด้วยความคิดมากนั่นเอง
ทว่าขณะที่ตุลธรเครียดอยู่ กลับมีเสียงเคาะประตูดังขึ้นตามด้วยเสียงพูด
“บอสคะ ดิฉันขออนุญาตเข้าไปนะคะ”
“เชิญ! เข้ามาได้” ชายหนุ่มตอบกลับไป
เมื่อได้รับคำอนุญาตเลขาฯ ของท่านประธานก็เปิดประตูเข้ามาพร้อมกับแฟ้มเอกสารที่ถือในมือจำนวนสองแฟ้ม เธอยื่นให้เขา
“มีเอกสารด่วนให้บอสเซ็น เป็เอกสารร่วมหุ้นจากต่างประเทศค่ะ”
“ผมไม่มีอารมณ์จะเซ็นอะไรทั้งนั้น เอาไว้ก่อนละกัน” เขาบอกอย่างไม่สบอารมณ์เท่าไหร่นัก
“บอสเครียดกับข่าวที่ออกมาเหรอคะ” นลินญารู้ได้ทันที
“อือ…” เขาตอบสั้นๆ
“ดิฉันคิดแม่นั่น เอ่อ ภัคธีมาน่ะค่ะ เธอน่าจะจ้างให้คนแอบถ่ายภาพและลงข่าวในโซเชียล เพราะเธออยากจะจับบอสค่ะ ดิฉันดูออกั้แ่วันที่เธอมาสัมภาษณ์งาน วันนั้นเธอตั้งใจแต่งตัวเซ็กซี่เพื่อที่จะยั่วบอสค่ะ แล้ว…”
“หยุดพูดได้แล้ว ยิ่งพูดคุณภัคเธอจะยิ่งเสียหาย และผมก็เห็นว่าเธอจะยั่วผมตรงไหนเลย มันก็สิทธิ์ของเขาที่อยากจะแต่งตัวแบบไหนก็ได้ ถ้าคุณไม่รู้อะไรก็ไม่ต้องพูด” ตุลธรแก้ตัวแทนพนักงานสาวคนใหม่
นลินญาแอบกัดฟันด้วยความไม่พอใจ พลางคิดในใจว่า
‘ร้ายนักนะแม่ภัคธีมา สามารถทำให้บอสหลงหัวปักหัวปำและเชื่อใจได้ ถึงขนาดแก้ตัวแทนหล่อน น่าหมั่นไส้นักเชียว’
แต่ปากพูดไปอีกแบบ
“ที่ดิฉันพูดไปแบบนั้นก็เพราะเป็ห่วงบอสนะคะ กลัวว่าบอสจะเสียผู้เสียคนเพราะแม่พนักงานคนใหม่ เท่าที่ดิฉันััได้ แม่นั่นดูร้ายไม่เบานะคะ ถ้าบอสไม่อยากให้บริษัทเสียหายก็ควรไปแก้ข่าวนะคะ จะนัดนักข่าวมาแถลงข่าวที่บริษัทหรือว่าจะไลฟ์สดแก้ข่าวกับชาวโซเชียลก็ได้ค่ะ”
“เื่แก้ข่าวคุณไม่ต้องบอกผมหรอก เพราะผมคิดจะทำอยู่แล้ว ซึ่งผมตั้งใจจะไลฟ์สดแก้ข่าวคืนนี้เลย อ้อ ขอบคุณที่คุณเป็ห่วงผมนะ แต่เดี๋ยวเื่นี้ผมจะจัดการเอง”
“เอ่อ บอสคะ…”
“หมดธุระแล้วออกไปได้ ผมอยากอยู่คนเดียว” ตุลธรตัดบทพร้อมกับหมุนเก้าอี้หันไปทางอื่น
นลินญาทำหน้าฮึดฮัด ก่อนจะก้าวออกไปจากห้องของท่านประธานอย่างหงุดหงิดเป็ที่สุด
ตุลธรหันมองไปที่ประตูพลางยกมือกุมขมับ และถอนหายใจด้วยความเครียด พร้อมพึมพำกับตนเอง
“เื่นี้มันจะต้องไม่มีใครเสียหาย ทั้งเราและคุณภัค ยังไงเสียคืนนี้เราจะต้องไลฟ์สดชี้แจ้งกับข่าวที่ออกมา เอ๊ะ หรือเราจะบอกกับทุกคนว่า…ไม่สิน่า เราต้องถามคุณภัคก่อนสิ ถ้าเราคิดเองทำเองก็เท่ากับเรามัดมือชกเขา แต่ถ้าเราบอกไปแล้วเขาจะยอมเหรอ โอ๊ย เครียดโว้ย”
ยิ่งคิดชายหนุ่มก็ยิ่งเครียด เขารู้สึกมืดแปดด้านไปหมดในขณะนี้ มองไปทางไหนก็ไม่เจอแสงสว่างเลยสักนิด มันช่างเหนื่อยใจเสียเหลือเกิน
แต่ก่อนที่สมองของเขาจะย่ำแย่ไปมากกว่านี้ ชายหนุ่มได้กองเื่ข่าวนั้นไว้ข้างหลัง ตอนนี้เขาหันมาสนใจกับแฟ้มเอกสารตรงหน้าที่นลินญาเอามาให้แล้วลงมือเซ็นทันที
ภัคธีมาเดินเข้ามาด้วยท่าทางนวยนาด กลับเจอกับสายตาของพนักงานทุกคนที่มองเธออย่างดูถูก เหมือนรังเกียจเธอราวกิ้งกือกับไส้เดือน เมื่อหญิงสาวได้เห็นแบบนั้นก็ถึงกับชะงัก เพราะเธอไม่รู้ว่าทำไมทุกคนถึงมองตนเองเช่นนั้น
เธอยังไม่เห็นข่าวของเธอกับตุลธรที่ออกมา กำลังดังสนั่นโซเชียลเลยทีเดียว
และทันใดนั้นเองเสียงแจ้งเตือนไลน์ของมือถือภัคธีมาก็ดังขึ้น หญิงสาวหยิบมันออกจากกระเป๋าถือแล้วกดดู ก็เห็นรวิสราส่งข่าวที่หลุดมาให้ ทันทีเธอเปิดดูก็เจอภาพของตนกับตุลธรที่ไปทานข้าวและดูหนังกัน เธอเบิกตากว้างด้วยความใ
“นี่มันอะไรกันเนี่ย” เธอพึมพำกับตนเอง
สักพักเสียงมือถือของภัคธีมาก็ดังขึ้น เป็เบอร์ของเพื่อนรักเธอที่โทร.มาหา เธอจึงหลบออกไปคุยที่บันใดหนีไฟ
“ฮัลโหล ภัค เธอเห็นข่าวที่ฉันส่งไปให้ดูหรือยัง” ทันทีที่เธอกดรับสายรวิสราก็รีบยิงคำถามมาอย่างร้อนรน
“เห็นแล้วจ้ะ” ภัคธีมาตอบกลับไป ก่อนจะถึงบางอ้อกับเื่ที่พนักงานทุกคนมองเธอแปลกๆ “อ้อ เพราะข่าวนี้เองสินะ พนักงานในบริษัทนายตุลธรทุกคนถึงได้มองฉันด้วยสายตาแปลกๆ ราวกับรังเกียจแน่ะ ฉันอยากรู้จริงๆ ว่านักข่าวคนไหนแอบถ่ายภาพฉันกับนายตุลธร ฉันจะ…”
“เธอจะไปเอาเื่ใช่มั้ย”
“ใครว่าเล่า ฉันจะไปตบรางวัลให้อย่างงามต่างหาก”
“หา” รวิสราถึงกับงงเป็ไก่ตาแตก
ภัคธีมายิ้มร้าย ก่อนจะบอกเพื่อนไปว่า
“ดีเสียอีกที่มีข่าวแบบนี้ออกมา เพราะมันเข้าแผนแก้แค้นของฉัน นายตุลธรจะได้ติดกับฉันอย่างดิ้นไม่หลุดเลยละ เผลอๆ เขาอาจจะประกาศแก้ข่าวกับชาวโซเชียล บอกว่าขอรับผิดชอบด้วยการขอฉันแต่งงาน ทีนี้ละฉันจะได้ทำอะไรสะดวกขึ้น บางทีเขาอาจชวนฉันย้ายเข้าไปอยู่ในบ้านของเขาก็ได้ และพอฉันได้เข้าไปอยู่ในบ้านเขาฉันก็จะหาหลักฐานเอาผิดเขาไง เป็ยังไงบ้างล่ะความคิดของฉัน”
“แต่มันเสี่ยงเกินไป ฉันเป็ห่วงเธอ ถ้าวันหนึ่งเขาจับได้มันจะเกิดอะไรขึ้น ฉันขอร้องเถอะนะ ขอให้เธอยุติเกมแก้แค้นนี้เถอะ อย่าทำอะไรที่มันเสี่ยงๆ อีกเลย และฉันคิดว่าพี่พงศ์เขาคงไม่อยากให้เธอทำแบบนี้หรอก เธอหยุดทุกอย่างแล้วไปฌาปนกิจพี่พงศ์ให้ิญญาของเขาไปสู่ภพภูมิที่ดี นะ” รวิสราพยายามเกลี้ยกล่อมให้เพื่อนสาวยุติเกมแก้แค้น
ทว่าดูเหมือนภัคธีมาจะไม่เชื่อฟังเพื่อน และดูท่าทางจะไม่พอใจด้วย เธอกรอกเสียงกร้าวตามสายไปว่า
“ไม่! ฉันเดินหน้ามาถึงขนาดนี้แล้ว ฉันจะไม่มีวันหันหลังกลับแน่ และเกมแก้แค้นมันจะยังคงเป็ไปตามที่ฉันวางแผนเอาไว้ ฉันจะไม่ยอมยุติหรอกนะ ฉันเคยบอกเื่นี้เธอไปหลายครั้งแล้ว เธอไม่ต้องเกลี้ยกล่อมฉันเสียให้ยากหรอก ฉันไม่มีอะไรจะคุยกับเธอแล้ว แค่นี้ละ” หญิงสาววางสายไปทันที
สีหน้าของเธอในขณะนี้ถมึงทึงมาก เพราะรู้สึกไม่พอใจกับคำพูดเกลี้ยกล่อมของเพื่อนรักที่คบกันมานาน อีกฝ่ายอยากให้เธอยุติเกมแก้แค้น แต่มีหรือคนอย่างเธอจะยอมหยุดแค่นี้
อย่างไรเสียเธอก็จะเอาคืนให้ตุลธรเ็ปทรมาน ให้สาสมกับที่เขาทำไว้กับพี่ชายของเธอ แค้นนี้จะต้องชำระให้ถึงที่สุด จนกว่าจะสาแก่ใจเธอ
“เกมนี้มันจะยังคงดำเนินต่อไป ตราบใดที่นายตุลธรยังไม่ได้รับกรรมและบทเรียน ฉันก็จะยังไม่ยุติเกมนี้ วันใดที่นายนั่นได้รับกรรมและบทเรียนจะเป็วันที่ฉันสะใจและยุติแผนทุกอย่างเอง ไม่มีใครห้ามฉันได้หรอก ฉันจะทำให้พี่พงศ์นอนตายตาหลับโดยไม่มีห่วงใดๆ นี่คือสิ่งเดียวที่ฉันจะทำได้”
แววตาของเธอที่ปรากฏในขณะนี้ดูแข็งกร้าวจนน่ากลัวเหลือเกิน ความแค้นทำให้คนที่สดใสเปลี่ยนเป็คนร้ายๆ ได้ขนาดนี้เชียวหรือ
ในขณะนี้ภัคธีมากำลังหน้ามืดตามัว ใครห้ามอะไรก็ไม่ฟังทั้งนั้น เพราะลงเธอตั้งใจจะทำอะไรแล้วก็จะทำให้สำเร็จ ถ้ามีคนขัดใจเธอจะพาลโกรธไปหมด ไม่เว้นแม้กระทั่งเพื่อนรักอย่างรวิสราเองก็ตาม
และคืนนั้นเองภัคธีมาออกมาดื่มไวน์ผับเพียงคนเดียว หญิงสาวรินไวน์ดื่มไปเพียงสองแก้วหน้าก็ขึ้นสีเรื่อ เธอเริ่มจะเมาแล้วนิดๆ แล้วกดมือถือดูข่าวที่ออกเมื่อเช้า พลางยิ้มราวกับมีความสุขมากทีเดียว และเอ่ยกับตนเองว่า
“ปาปารัสซีคนไหนนะที่แอบถ่ายภาพฉันกับนายตุลธร แล้วเขียนข่าวออกมาได้ดีจริงๆ ฉันอยากจะตบรางวัลให้อย่างงาม เอ…ป่านนี้นายตุลธรคงจะเห็นข่าวแล้วสินะ ถ้าเห็นแล้วเขาจะทำยังไง ฉันชักอยากจะรู้แล้วสิ”
ทันใดนั้นเองมือถือของเธอก็มีสายเรียกเข้า ชื่อของตุลธรปรากฏบนหน้าจอ เธอยิ้มกว้างอย่างชอบใจ
“ตายยากจริงๆ เพิ่งพูดถึงหยกๆ ก็โทร.มาหาฉันเสียแล้ว คงจะโทร.มาเื่ข่าวละสิ ก็ดี ฉันกำลังอยากรู้อยู่พอดีว่านายจะทำยังไงกับข่าวที่ออกมา”
ก่อนจะกดรับสายพร้อมกับกรอกเสียงลงไปในมือถือ
“ฮัลโหล สวัสดีค่ะคุณตุลธร มีอะไรหรือเปล่าคะ”
“คุณภัคเห็นข่าวที่ออกมาหรือยังครับ” ตุลธรถามกลับมา
“ยังนะคะ เอ่อ ว่าแต่ข่าวอะไรเหรอคะ” หญิงสาวแสร้งทำเป็ไม่รู้เื่
ปลายสายจึงบอกว่า
“ก็เมื่อวานน่ะสิครับ มีปาปารัสซีแอบถ่ายภาพเรา แล้วก็ลงข่าวในโซเชียล โดยตั้งหัวข้อข่าวว่า…หนุ่มเ้าของบริษัทผลิตน้ำหอมชื่อดังของเมืองไทยควงพนักงานสาวสุดเซ็กซี่ขยี้ใจคนใหม่ไปทานข้าว ไปเที่ยว และต่อด้วยดูหนัง ท่าทางทั้งคู่สวีทหวานกันสุดๆ ราวกับไม่ใช่แค่เ้านายกับลูกน้อง บอกเลยว่างานนี้แซ่บมากเลยค่า ขอบอก…เนี่ย ดูสิดู เขาลงข่าวแบบนี้ได้ยังไงกัน ทีนี้คนที่เสียหายก็คือคุณ เพราะคุณเป็ผู้หญิง”
“ตายจริง!” เธอแกล้งทำเป็ใ “ทำไมมันถึงเกิดเื่แบบนี้ขึ้นได้คะ แล้วอย่างนี้ฉันก็เสียหายแย่สิ ใครกันที่กล้าแอบถ่ายภาพของฉันกับคุณแล้วเอาไปลงโซเชียล ฉันไม่ยอมนะคะ งานนี้ต้องฟ้องให้ถึงที่สุดค่ะ เพราะฉันเป็คนเสียหาย”
“ผมจะจัดแถลงข่าวมะรืนนี้ครับ เพื่อแก้ข่าวที่ออกมา ข่าวที่ทำให้เราสองคนเสียหาย”
“แก้ข่าวงั้นเหรอคะ” หญิงสาวเอ่ยถามปนเสียงหัวเราะนิดๆ “ก็ดีค่ะ ฉันเองก็ไม่อยากเสียหายเหมือนกัน เพราะฉันยัง…”
ยังไม่แก้แค้นแกสำเร็จไงล่ะ
ทว่าเธอกลับไม่พูดให้จบประโยค พูดได้เพียงเท่านั้นก็ต้องหยุดชะงักก่อนที่จะถูกจับได้ เดี๋ยวไก่จะตื่นเสียก่อน ถ้าเป็เช่นนั้นคงหมดสนุกกันพอดี
“เพราะคุณยังอะไรเหรอครับ ทำไมไม่พูดให้จบล่ะครับ” ตุลธรถามด้วยความสงสัย
เมื่อถูกถามอย่างนั้นภัคธีมาก็เบิกตากว้างด้วยความใ ก่อนจะแก้ตัวข้างๆ คูๆ
“เอ่อ ไม่มีอะไรหรอกค่ะ ฉันแค่จะบอกว่าฉันยังไม่ได้ทำความรู้จักคุณให้มากกว่านี้เลย”
“แล้วมันเกี่ยวอะไรกับข่าวครับ”
“เอ่อ ช่างมันเถอะค่ะ ไม่ต้องไปสนใจหรอกค่ะ”
“นั่นคุณภัคเมาใช่มั้ยครับ” ชายหนุ่มคาดเดาได้ทันที
ภัคธีมาทำหน้าเลิ่กลั่กอย่างมีพิรุธ สักพักจึงโกหกไปว่า
“เมาที่ไหนกันคะ ฉันไม่ได้เมาเสียหน่อย แค่ดื่มไวน์ไปสองแก้วเท่านั้นเองค่ะ”
“คุณภัคดื่มไวน์ด้วยเหรอครับ”
“นานๆ ทีค่ะ ไม่ใช่ทุกวันหรอก ถ้าวันไหนฉันอยากจะดื่มฉันก็ดื่มค่ะ”
“ตอนนี้คุณอยู่ที่ไหนครับ”
“เอ่อ…” เธอลังเลว่าจะบอกเขาดีไหม
“บอกผมมาเถอะครับ” ตุลธรคะยั้นคะยอ
สุดท้ายแล้วหญิงสาวก็ตัดสินใจบอก
“ฉันอยู่ที่ผับแถวถนนวิภาวดีรังสิตค่ะ”
ตุลธรใช้เวลาเดินทางมายังผับที่ภัคธีมากำลังนั่งดื่มไวน์ประมาณเกือบชั่วโมงเห็นจะได้ เมื่อมาถึงชายหนุ่มก็เห็นอีกฝ่ายนั่งดริ๊งก์อยู่เพียงลำพัง เขาจึงเดินเข้าไปทักเธอ
“คุณภัคครับ”
“อ้าว! บอส เอ๊ย คุณตุล มาถึงรวดเร็วทันใจดีนะคะ แหม ขับรถหรือขับเครื่องบินมาคะเนี่ย” ภัคธีมาหันไปเอ่ยกับผู้มาใหม่ด้วยท่าทางมึนเมา
“นี่คุณเมาขนาดนี้เลยเหรอ”
“ก็บอกแล้วไงคะ ว่าฉันไม่ได้เมา”
“ดื่มไวน์แดงหมดไปสองขวดเนี่ยนะครับ แล้วคุณมาบอกว่าไม่ได้เมาอีก ไปครับ เดี๋ยวผมจะไปส่งคุณที่คอนโดฯ” เขาบอกด้วยน้ำเสียงเคร่งขรึม
ทว่าภัคธีมากลับส่ายหัวดิกท่าเดียว
“ม่ายยย ฉานยังม่ายยยกลับ ฉานยังม่ายยยมาว”
“กลับเถอะครับ ไปครับ เดี๋ยวผมประคองคุณไปที่รถ คุณเป็ผู้หญิงไม่ควรมานั่งดื่มคนเดียวแบบนี้ มันอันตรายครับ” เอ่ยจบชายหนุ่มก็ประคองร่างบางให้ลุกขึ้น ในขณะที่อีกฝ่ายพยายามขัดขืนไม่ยอมไป
“เดี๋ยวสิคะ จะรีบไปไหนล่ะคะ นั่งดื่มเป็เพื่อนฉันก่อน”
“วันนี้ผมไม่อยากดื่ม ไว้วันอื่นผมจะมานั่งดื่มเป็เพื่อนคุณนะครับ แต่ว่าตอนนี้คุณต้องกลับกับผม”
“ม่ายยย ฉานม่ายกลับ”
แต่แรงผู้หญิงหรือจะสู้แรงผู้ชายได้ ในที่สุดตุลธรก็ประคองหญิงสาวไปถึงรถจนได้ แต่ค่อนข้างที่จะทุลักทุเลนิดหนึ่งเพราะเธอขัดขืน ทว่าสุดท้ายก็ขึ้นไปนั่งอยู่บนเบาะข้างคนขับและถูกรัดเข็มขัดให้
ชายหนุ่มไม่รอช้า เขารีบสตาร์ตรถขับออกไปทันที ในขณะที่คนที่นั่งอยู่ตรงเบาะข้างๆ นั้นโวยวายใหญ่เลยทีเดียว
“คุณจะพาฉันไปไหนคะ ฉันจะดื่มไวน์ต่อ ฉันยังไม่เมา คุณส่งฉันกลับไปที่ผับเดี๋ยวนี้ค่ะคุณตุล”
“เสียใจ ผมทำตามที่คุณขอไม่ได้จริงๆ” เขาก็ยังดื้อดึงขับรถไปอย่างนั้น เพิ่มความเร็วขึ้นเรื่อยๆ
เพียงไม่นานก็ถึงคอนโดฯ ของภัคธีมา ตุลธรขับรถไปจอดที่โรงจอดซึ่งอยู่ด้านหน้า
ทว่าหญิงสาวก็ยังไม่หยุดโวยวาย
“พาฉันกลับไปที่ผับเดี๋ยวนี้ค่ะ ฉันจะดื่มไวน์ ฉันบอก…”
ยังพูดไม่ทันจบอีกฝ่ายก็โน้มใบหน้าเข้าประทับรอยจูบที่ริมฝีปากอวบอิ่มของเธอ ทำให้เธอพูดต่อไม่ได้
ตุลธรจูบเนิ่นนานอยู่เช่นนั้น ยังไม่ถอนริมฝีปากออกง่ายๆ แต่ยิ่งนานใจของเขาก็ยิ่งเต้นแรง สุดท้ายจึงยอมผละจากภัคธีมา ก่อนจะมองหน้าเธอว่าเธอจะมีความรู้สึกอย่างไร
แต่ด้วยฤทธิ์ของไวน์ทำให้ภัคธีมารู้สึกเฉยๆ ไม่โอนอ่อนผ่อนตามแต่อย่างใด หญิงสาวยกมือโบกไปมากลางอากาศ สักพักจึงเอ่ยถามเขาด้วยน้ำเสียงงัวเงีย
“คุณทำอะไรฉันคะ คุณตุลธร”
“ผมขอโทษ ผมอดใจไม่ได้จริงๆ คุณช่างสวยบาดใจผมเหลือเกิน ริมฝีปากของคุณก็อวบอิ่มได้ใจผมมาก ผม…” เขาสารภาพความรู้สึกออกไป
ตุลธรหันไปมองหญิงสาวอีกครั้ง ยิ่งมองเขาก็ยิ่งรู้สึกหลงใหลในตัวเธอ ยิ่งอยาก้าเ้าหล่อนมากขึ้น
ถ้ากลืนเธอทั้งตัวได้…เขาก็คงทำไปนานแล้วละ
ในเมื่ออดใจไม่ไหวชายหนุ่มจึงโน้มใบหน้าเข้าหาหญิงสาวอีกที ครั้งนี้เขา้ามากกว่าจูบ เขาหวังเคลมเธอ เพราะคิดว่าตัวเธอคงจะทั้งสดและซิง คงยังไม่ผ่านมือชายใดมาแน่
สวยขนาดนี้ใครจะอดใจไหวเล่า!
แต่ก่อนที่ตุลธรจะเผด็จศึกภัคธีมา ชายหนุ่มกลับต้องผิดหวังเมื่ออีกฝ่ายผล็อยหลับไปด้วยความเมา
สีหน้าของเขาในขณะนี้บ่งบอกได้ว่าอารมณ์เสียมากๆ เพราะกะจะได้ขึ้น์กับเธออยู่แล้วเชียว ทว่ากลับต้องมาพลาดเสียอย่างนั้น น่าเบื่อหน่ายจริงๆ