เสียงหอนที่ดังก้องมาจากแนวป่าทึบไม่ได้มีแค่สิบหรือยี่สิบตัว แต่มันคือเสียงสะท้อนของคลื่นมฤตยูที่กำลังถาโถมเข้าหาหมู่บ้านเวอร์ดันต์
ฝุ่นดินแห้งแล้งปลิวคลุ้งบดบังแสงอาทิตย์ยามบ่าย กลิ่นคาวเืผสมกับกลิ่นสาบสางของสัตว์ร้ายลอยปะทะจมูก ลอยด์ยืนนิ่งอยู่กับที่ เหงื่อเย็นเฉียบไหลซึมตามกรอบหน้าซีดเซียวของเขา
"ถูกไล่ต้อนมางั้นเหรอ..." ลอยด์พึมพำกับตัวเอง ฟันกรามขบกันจนเป็สันนูน
หากเป็เพียงฝูงสัตว์หิวโซ พวกมันย่อมมีสัญชาตญาณเอาตัวรอด หากาเ็หรือเจอแนวต้านที่แข็งแกร่ง พวกมันจะถอย แต่ถ้าพวกมันกำลัง 'ถูกบงการ' ด้วยเวทมนตร์อย่างที่ลุงเบนว่า นั่นหมายความว่านี่คือกองทัพเดนตายที่จะบดขยี้ทุกอย่างจนกว่าจะหมดลมหายใจ
แปล๊บ! อาการปวดหัวจี๊ดแล่นปลาบขึ้นมาอีกครั้ง เป็สัญญาณเตือนว่าร่างกายของบารอนหนุ่มกำลังจะถึงขีดจำกัด แต่เขาไม่มีทางเลือกอื่น
"ระบบ..." ลอยด์สูดหายใจลึก ฝืนความเ็ป "เปิด [Mini-Map] "
ติ๊ง!
หน้าจอโฮโลแกรมกึ่งโปร่งใสสีฟ้าสว่างวาบขึ้นตรงหน้า พร้อมกับตัวอักษรสีแดงกะพริบเตือนที่มุมซ้ายล่าง
[มานาคงเหลือ: 9/100]
[คำเตือน: ท่านเข้าสู่สภาวะอ่อนแอ หากมานาต่ำกว่า 5 หน่วย จะเสี่ยงต่อภาวะ 'มานาไหม้' (Mana Burn) ]
ลอยด์เมินข้อความเตือน เขากวาดสายตามองจุดสีแดงนับร้อยที่กำลังทะลักออกจาก 'หมอกแห่งา' พุ่งตรงมายังแนวรั้วทิศเหนือ ภาพมุมสูงทำให้เขาเห็นโครงสร้างอาคารและเส้นทางทั้งหมดในหมู่บ้านชัดเจนราวกับมองกระดานหมากรุก
"ลุงเบน!" ลอยด์หันไปตวาดเรียกนักล่าเฒ่าที่กำลังทรุดตัวสั่นอยู่บนพื้น "ลุกขึ้น! ฉัน้าให้นำทางชาวบ้านที่เหลือไปหลบหลังอาคารพวกนั้น!"
"ตะ... แต่ว่านายท่าน! เราสู้ไม่ไหวหรอกขอรับ! มอนสเตอร์เยอะขนาดนั้น กำแพงรั้วก็พังไปแล้ว!" ลุงเบนแย้งเสียงหลง ใบหน้าเปรอะเปื้อนคราบเืของเขาเต็มไปด้วยความสิ้นหวัง
"เพราะรั้วพังไง เราถึงต้องเปลี่ยนสมรภูมิ" ลอยด์ชี้นิ้วไปทางช่องว่างระหว่างคลังเก็บเสบียงกับโรงตีเหล็กเก่าที่อยู่ถัดเข้าไปในหมู่บ้าน "ตรงนั้นเป็ตรอกแคบ กว้างไม่เกินสามเมตร พวกมันไม่สามารถรุมเข้ามาพร้อมกันได้ มันบังคับให้ต้องเข้ามาทีละสองถึงสามตัว!"
นี่คือหลักการพื้นฐานที่สุดของเกมแนว [RTS] — เมื่อเผชิญหน้ากับศัตรูที่มีจำนวนมากกว่าหลายเท่าตัว จงใช้ 'จุดคอขวด' (Chokepoint) ในการจำกัดพื้นที่การปะทะ เพื่อลดความได้เปรียบด้านจำนวนของอีกฝ่ายให้เป็ศูนย์
"พะ... พูดเป็เล่นน่า! ท่านลอยด์ ท่านกำลังไข้ขึ้นจนเพ้อไปแล้วหรือขอรับ!" ชาวบ้านชายฉกรรจ์คนหนึ่งที่เพิ่งวิ่งหนีกลับมาะโขึ้น "ให้ไปยืนอุดช่องแคบๆ นั่นก็เท่ากับขังตัวเองรอความตายสิ! ข้าไม่เอาด้วยหรอก ข้าจะพาลูกเมียหนีเข้าป่าทางใต้!"
"ใช่! ขุนนางขี้โรคอย่างท่านจะไปรู้วิธีรบได้ยังไง!" ชาวบ้านอีกคนผสมโรง "ที่ผ่านมาท่านก็เอาแต่นอนซมอยู่ในคฤหาสน์ ไม่เคยแม้แต่จะจับดาบด้วยซ้ำ แล้วนี่คิดจะสั่งพวกเราไปตายแทนงั้นหรือ!"
ความโกลาหลเริ่มปะทุขึ้นอีกครั้ง ชาวบ้านสิบกว่าคนในบริเวณนั้นเริ่มส่งเสียงต่อต้าน ไม่มีใครเชื่อใจลอร์ดหนุ่มที่เพิ่งฟื้นจากความตายและดูอ่อนปวกเปียกคนนี้
ลอยด์กัดริมฝีปากแน่น การประมวลผลข้อมูลมหาศาลบน [Mini-Map] ทำให้เขาเวียนหัวจนแทบจะยืนไม่อยู่ เขาไม่มีแรงพอจะไปะโเถียงกับคนพวกนี้
ตึงงง!!
ด้ามสามง่ามขึ้นสนิมถูกกระแทกทะลุพื้นดินแข็งๆ จนเกิดเสียงดังกัมปนาท ฝุ่นคลุ้งกระจายไปทั่วบริเวณ
ร่างสูงใหญ่ของแฟรงค์ก้าวออกมายืนบังหน้าลอยด์เอาไว้ ออร่าบางอย่างที่หนักหน่วงและทรงพลังแผ่ซ่านออกมาจากตัวเด็กหนุ่ม มันไม่ใช่เวทมนตร์คาถา แต่มันคือแรงกดดันทางกายภาพที่เกิดจากการบรรลุพร์ [แม่ทัพศักดิ์สิทธิ์ SSR]
"ใครที่กล้าก้าวเท้าหนีไปจากที่นี่ ข้าจะหักขามันด้วยมือเปล่า!" แฟรงค์ตวาดลั่น เสียงของเขาก้องกังวานราวกับฟ้าผ่า ทำเอาชาวบ้านทุกคนสะดุ้งเฮือกและหุบปากฉับ
"ไอ้แฟรงค์... เอ็ง..." ชายคนที่เพิ่งด่าลอยด์อ้าปากค้าง ขาทั้งสองข้างของเขาสั่นกึกๆ เมื่อสบตากับดวงตาสีเทาอมฟ้าที่วาวโรจน์ของแฟรงค์
"นายท่านคือคนเดียวที่ยืนหยัดอยู่ตรงนี้ตอนที่พวกเ้ารักตัวกลัวตาย!" แฟรงค์ชี้หน้าชาวบ้านทีละคน "ถ้าท่านลอยด์บอกให้ไปตั้งรับที่ช่องแคบนั่น พวกเ้าก็ต้องไป! ใครมีจอบถือจอบ ใครมีเคียวถือเคียว ข้าจะเป็คนยืนขวางอยู่หน้าสุดเอง ข้าจะไม่ยอมให้มอนสเตอร์ตัวไหนหลุดไปถึงข้างหลังได้... แต่พวกเ้าต้องทำตามที่นายท่านสั่งทุกคำ!"
ความเด็ดเดี่ยวของแฟรงค์ทำให้บรรยากาศเปลี่ยนไปอย่างสิ้นเชิง ชายหนุ่มที่เคยถูกตราหน้าว่า 'โง่' และ 'ผิดปกติ' บัดนี้กลับแผ่รัศมีของผู้นำที่พึ่งพาได้อย่างน่าประหลาด
"เชื่อฟังท่านลอร์ดเถิด... ลูกหลานของข้า"
เสียงแหบพร่าแต่เปี่ยมไปด้วยความเมตตาดังขึ้นจากด้านหลัง ลอยด์หันไปมองและพบกับ 'ผู้เฒ่าออร่า' อดีตนักบวชหญิงตาบอด เธอกำลังเดินคลำทางมาพร้อมกับทิมที่คอยพยุงอยู่ข้างๆ
"ผู้เฒ่าออร่า! ท่านมาทำไมที่นี่! ข้าบอกให้ทิมพาทุกคนไปหลบที่ห้องใต้ดินวิหารไม่ใช่หรือ!" ลอยด์รีบถาม
หญิงชรายิ้มบางๆ เธอยกไม้เท้าขึ้นชี้ไปทางป่า แม้ดวงตาจะบอดสนิท "ผู้หญิงและเด็กปลอดภัยแล้วเ้าค่ะ... แต่เทพป่ากระซิบบอกข้า ว่าสายลมแห่งโชคชะตากำลังเปลี่ยนทิศ ชายหนุ่มที่เคยถูกทอดทิ้ง กำลังจะสร้างปาฏิหาริย์... ข้าจึงมาเพื่อเป็พยาน"
คำพูดของผู้เฒ่าที่ชาวบ้านให้ความเคารพสูงสุด เหมือนเป็ฟางเส้นสุดท้ายที่ดึงสติของทุกคนกลับมา
"เอาล่ะ ไม่มีเวลาเถียงกันแล้ว!" ลอยด์ฉวยโอกาสนี้ออกคำสั่งทันที เขาชี้มือไปยังตรอกแคบๆ ระหว่างคลังเสบียงกับโรงตีเหล็ก "แฟรงค์ นายยืนเป็แนวหน้าสุดของช่องแคบนั้น! ลุงเบน ลุงพุ่งทะยานไปอยู่บนหลังคาโรงตีเหล็ก คอยะโบอกทิศทางที่พวกมันจะเลี้ยวเข้ามา!"
"รับทราบขอรับนายท่าน!" แฟรงค์และลุงเบนรับคำพร้อมกัน
"ส่วนพวกนายที่เหลือ..." ลอยด์หันไปหาชายฉกรรจ์สี่คนที่มีอาวุธด้ามยาว "ไปยืนซ้อนอยู่หลังแฟรงค์! ห้ามบุกออกไปเด็ดขาด หน้าที่ของพวกนายคือคอยแทงสวนผ่านไหล่และช่องว่างข้างตัวแฟรงค์เมื่อมอนสเตอร์มันพุ่งเข้ามาติดคอขวด!"
มันคือฟอร์เมชันการรบแบบ 'Phalanx' (ฟาลังซ์) ฉบับประยุกต์ แม้จะทุลักทุเลและใช้อาวุธการเกษตร แต่ในพื้นที่แคบ มันคือปราการมนุษย์ที่แข็งแกร่งที่สุด!
ชาวบ้านมองหน้ากันเลิ่กลั่ก แต่เมื่อเห็นแฟรงค์วิ่งนำหน้าไปประจำตำแหน่งอย่างไม่ลังเล พวกเขาก็กระชับจอบและสามง่ามในมือแน่น ก่อนจะวิ่งตามไปตั้งแถวตามที่ลอยด์สั่ง
โฮกกกก!
หมีเกราะเหล็กตัวมหึมาพุ่งทะลวงแนวกำแพงไม้พังๆ เข้ามาเป็ตัวแรก ร่างกายของมันใหญ่เท่ากับเกวียนสองเล่ม ิัหนาเตอะปกคลุมด้วยแผ่นเกล็ดสีเทาเข้มราวกับเหล็กกล้า ดวงตาสีเืของมันวาววับ มันกวาดสายตามองหาเหยื่อ และทันทีที่เห็นกลุ่มชาวบ้านยืนออกันอยู่ที่ตรอก มันก็คำรามลั่นและควบตะบึงเข้าหาทันที
ตามมาด้วยฝูงหมาป่ากลายพันธุ์อีกเกือบสิบตัวที่วิ่งตามหลังมันมาติดๆ ฝุ่นควันตลบอบอวล แผ่นดินสั่นะเืราวกับแผ่นดินไหวขนาดย่อม
"มาแล้ว! มันตรงมาแล้วขอรับ!" ลุงเบนที่ปีนขึ้นไปอยู่บนหลังคาะโบอกด้วยเสียงสั่นเครือ
ลอยด์ยืนอยู่ด้านหลังขบวนรบ ห่างจากแฟรงค์ประมาณห้าเมตร อาการปวดหัวของเขารุนแรงขึ้นจนโลกตรงหน้าเริ่มหมุนเคว้ง แต่เขากัดฟันดึงสติกลับมา เพ่งสมาธิไปที่หน้าต่างระบบเพื่อเรียกใช้ฟังก์ชันถัดไป
"ระบบ... เปิดใช้งาน [Micro-Management] !"
ติ๊ง!
[มานาคงเหลือ: 6/100 - แจ้งเตือนวิกฤต!]
เส้นแสงสีฟ้าบางเฉียบที่มองไม่เห็นด้วยตาเปล่า พุ่งจากหน้าจอระบบไปเชื่อมต่อกับจุดสีเขียวของพันธมิตรทุกคนบน [Mini-Map] ทันทีที่การเชื่อมต่อเสร็จสิ้น ลอยด์รู้สึกราวกับว่าทัศนวิสัยของเขาขยายกว้างขึ้น เขาสามารถรับรู้ถึงตำแหน่ง ระยะห่าง และความเร็วในการขยับตัวของแฟรงค์และชาวบ้านทุกคนได้อย่างแม่นยำระดับมิลลิเมตร
นี่คือสกิลที่แชมป์โลกอย่างเขาใช้ควบคุมยูนิตนับพันในเวลาเดียวกัน! แต่นี่เป็ครั้งแรกที่เขาใช้มันกับ 'มนุษย์' จริงๆ
หมีเกราะเหล็กพุ่งเข้ามาในระยะสิบเมตร
"แฟรงค์! ย่อเข่าลง องศาหอกเฉียงขึ้นสี่สิบห้าองศา!" ลอยด์ะโสั่ง เสียงของเขาดังก้องไปถึงโสตประสาทของเด็กหนุ่มผ่านระบบ [Micro-Management]
แฟรงค์ทำตามอย่างว่าง่ายโดยสัญชาตญาณ ร่างั์ย่อตัวลง สามง่ามในมือตั้งเฉียงรอรับแรงกระแทก
"พวกข้างหลัง จับด้ามอาวุธให้แน่น! ห้ามหลับตาเด็ดขาด!" ลอยด์ตวาดต่อ ก่อนจะสังเกตเห็นผ่านระบบว่าชาวบ้านคนหนึ่งที่อยู่ซ้ายมือของแฟรงค์กำลังยืนตัวแข็งทื่อด้วยความกลัว จอบในมือห้อยต่องแต่ง ปล่อยช่องโหว่ขนาดใหญ่เอาไว้
หมาป่ากลายพันธุ์ตัวหนึ่งที่วิ่งแซงหมีเกราะเหล็กมา เบี่ยงตัวเตรียมกระโจนเข้าหาช่องว่างนั้นพอดี!
"เฮ้ย! ไอ้เสื้อขาดตรงนั้นน่ะ! อย่ามัวแต่ AFK สิโว้ย ประจำตำแหน่ง!" ลอยด์หลุดศัพท์เกมเมอร์ออกมาด้วยความลืมตัว พร้อมกับใช้อำนาจของระบบ 'กระตุก' ความรู้สึกของชาวบ้านคนนั้นผ่านเส้นแสงสีฟ้า
ชาวบ้านคนนั้นสะดุ้งโหยงราวกับถูกไฟช็อต สติที่หลุดลอยกลับมาทันที เขารีบยกจอบขึ้นตั้งรับโดยอัตโนมัติ
ตึงงงงงง!!!
ร่างของหมีเกราะเหล็กและหมาป่าแนวหน้าปะทะเข้ากับปราการมนุษย์ที่ตรอกแคบอย่างจัง!
แรงกระแทกมหาศาลควรจะบดขยี้ร่างของแฟรงค์ให้แหลกเหลวเป็ชิ้นๆ แต่ทันทีที่กรงเล็บและเขี้ยวของสัตว์ร้ายััโดนตัวเขา พร์แฝงก็ทำงาน!
[สกิลติดตัว: ปราการเหล็กกล้า - ทำงาน!]
แสงสีทองจางๆ เปล่งประกายวูบวาบขึ้นรอบตัวแฟรงค์และแผ่กระจายไปครอบคลุมชาวบ้านที่อยู่ด้านหลัง รัศมีสิบเมตรถูกอาบด้วยพลังงานศักดิ์สิทธิ์ที่มองไม่เห็น พลังป้องกันของทุกคนพุ่งทะยานขึ้นถึง 300% ในพริบตา!
หมีเกราะเหล็กชะงักกึกราวกับพุ่งชนกำแพงเหล็กหนาเป็เมตร แฟรงค์ถูกดันถอยหลังไปเพียงครึ่งก้าวเท่านั้น เขากัดฟันแน่น กล้ามเนื้อแขนปูดโปนถึงขีดสุด ดันด้ามสามง่ามต้านทานน้ำหนักมหาศาลเอาไว้ได้อย่างเหลือเชื่อ!
"แทง!!!" ลอยด์ะโสั่งการจังหวะสวนกลับทันที
สิ้นคำสั่งอันเด็ดขาดของลอร์ดหนุ่ม ชาวบ้านที่ยืนซ้อนอยู่ด้านหลังแฟรงค์ก็สูดลมหายใจเข้าลึก พวกเขากระชับอาวุธการเกษตรในมือแน่น ก่อนจะพุ่งแทงจอบและเคียวออกไปสุดแรงเกิดผ่านช่องว่างข้างลำตัวของเด็กหนุ่มร่างั์!
ฉึก! สวบ! กรรร!
คมเคียวและปลายจอบบิ่นๆ ที่ปกติแทบจะเจาะหนังสัตว์ป่าไม่เข้า บัดนี้เมื่อบวกกับแรงฮึดสู้และจังหวะที่มอนสเตอร์กำลังเสียหลักจากการชน 'ปราการเหล็กกล้า' ของแฟรงค์ อาวุธเ่าั้ก็สามารถสร้างาแฉกรรจ์ให้แก่หมาป่ากลายพันธุ์แนวหน้าได้อย่างเหลือเชื่อ
เืสีเข้มสาดกระเซ็นเปรอะเปื้อนใบหน้าของชาวบ้าน แต่คราวนี้ไม่มีใครวิ่งหนีอีกแล้ว
"อย่าหยุด! ดึงกลับแล้วแทงซ้ำ!" ลอยด์สั่งการต่อเนื่องผ่านระบบ [Micro-Management] เส้นแสงสีฟ้าที่เชื่อมต่อกับทุกคนช่วยให้เขามองเห็นจังหวะการขยับตัวล่วงหน้า "คนซ้ายระวัง! มันกำลังจะกัดสวน ถอยครึ่งก้าว!"
ชาวบ้านคนซ้ายสุดสะดุ้ง เขาก้าวถอยหลังตามสัญชาตญาณเพียงเสี้ยววินาทีเดียวกับที่คมเขี้ยวของหมาป่างับลงบนอากาศตรงจุดที่เขาเพิ่งยืนอยู่พอดิบพอดี!
"ขะ... ข้ารอด!" ชาวบ้านคนนั้นร้องเสียงหลง เหงื่อเย็นแตกพลั่ก
"บอกแล้วไงว่าอย่าเหม่อ! แฟรงค์! ดึงความสนใจมันไว้! รับหน้าที่แทงค์ก็ต้องดึงแอกโกร (Aggro) ให้เป็!" ลอยด์หลุดคำศัพท์เฉพาะทางออกมาอีกครั้งขณะกุมขมับที่เต้นตุบๆ
แม้แฟรงค์จะไม่เข้าใจคำว่า 'แอกโกร' แต่เขาก็เข้าใจความหมายโดยนัยจากสถานการณ์จริง เด็กหนุ่มคำรามลั่นในลำคอ เขี้ยวฟันขบกันแน่น เขาใช้พละกำลังที่พุ่งทะลุ 150 หน่วย กระแทกด้ามสามง่ามเข้าใส่หมีเกราะเหล็กตัวจ่าฝูงเพื่อดึงความสนใจของมันกลับมาที่ตนเองทั้งหมด
"เข้ามาเลยไอ้หน้าหมี! คู่ต่อสู้ของแกคือข้า!" แฟรงค์ะโท้าทาย
หมีเกราะเหล็กแผดเสียงร้องด้วยความโกรธเกรี้ยวที่ถูกมนุษย์ตัวจ้อยท้าทาย มันยกอุ้งเท้าหน้าขนาดมหึมาที่เต็มไปด้วยกรงเล็บแหลมคม ฟาดลงมาที่กลางกระหม่อมของแฟรงค์อย่างเต็มแรง
เปรี้ยงงง!!!
เสียงปะทะดังก้องไปทั่วหมู่บ้าน ฝุ่นผงจากกำแพงโรงตีเหล็กด้านข้างร่วงกราวลงมา แต่ภาพที่ทุกคนเห็นกลับทำให้ต้องอ้าปากค้าง
แฟรงค์ยกด้ามสามง่ามขึ้นรับการโจมตีนั้นไว้ได้! แสงสีทองของ [ปราการเหล็กกล้า] สว่างวาบขึ้นต้านทานแรงกระแทก แม้พื้นดินใต้ฝ่าเท้าของเด็กหนุ่มจะยุบลงไปเป็หลุมตื้นๆ แต่หลังของเขากลับไม่โค้งงอลงแม้แต่นิ้วเดียว
"สุดยอด... ไอ้แฟรงค์มันรับการโจมตีของหมีเกราะเหล็กได้!" ชาวบ้านที่อยู่ด้านหลังอุทานด้วยความตื่นตะลึง
"อย่ามัวแต่อึ้ง! จังหวะนี้แหละ แทงพวกหมาป่าที่เหลือซะ!" ลอยด์ตวาดเรียกสติ
การต่อสู้ในตรอกแคบดำเนินไปอย่างดุเดือด [Micro-Management] ของลอยด์ทำงานประสานกับพร์ของแฟรงค์ได้อย่างไร้ที่ติ ลอยด์ใช้สมองนักวางแผนคอยอ่านการเคลื่อนไหวของศัตรู แล้วสั่งให้ชาวบ้านโจมตีสลับกับการถอยป้องกัน ราวกับวาทยกรที่กำลังควบคุมวงดนตรีออร์เคสตราแห่งความตาย
หมาป่ากลายพันธุ์ตัวแล้วตัวเล่าถูกหอกและจอบแทงจนล้มลงกองกับพื้น ทะลักเข้ามาตายตรงจุดคอขวดทีละตัวๆ จนซากของพวกมันเริ่มกองทับถมกันเป็เนินเตี้ยๆ
ทว่า ค่าตอบแทนของชัยชนะที่กำลังจะมาถึงนั้นแสนสาหัส
[มานาคงเหลือ: 4/100 - แจ้งเตือนวิกฤต!]
เืกำเดาสีแดงสดค่อยๆ ไหลซึมออกจากจมูกของลอยด์ วิสัยทัศน์ของเขาเริ่มพร่ามัว ขาทั้งสองข้างสั่นเทาจนแทบจะพยุงน้ำหนักตัวเอาไว้ไม่อยู่
"อึก... บ้าเอ๊ย ร่างกายนี้... ทนได้แค่นี้เองงั้นเหรอ" ลอยด์สบถในใจ เขาพยายามเพ่งตามองผ่านเส้นแสงสีฟ้าที่เริ่มกะพริบติดๆ ดับๆ
ตอนนี้ฝูงหมาป่าถูกจัดการจนหมดสิ้นแล้ว เหลือเพียง 'หมีเกราะเหล็ก' ตัวหัวโจกเพียงตัวเดียว แต่มันก็อยู่ในสภาพที่บ้าคลั่งขีดสุด แผลตามลำตัวของมันมีเืไหลซึม แต่นั่นกลับยิ่งทำให้สัญชาตญาณดิบของมันพลุ่งพล่าน
หมีเกราะเหล็กชูสองขาหน้าขึ้นสูงหมายจะทุ่มน้ำหนักตัวทั้งหมดบดขยี้แนวป้องกันให้แหลกเป็จุล
"แฟรงค์... อาการาเ็ของแก... ต้านไว้ไม่ไหวแน่" ลอยด์ประเมินสถานการณ์อย่างรวดเร็ว แม้แฟรงค์จะมีบัฟป้องกัน 300% แต่การรับการโจมตีต่อเนื่องมาหลายนาทีทำให้แขนของเด็กหนุ่มเริ่มสั่น กล้ามเนื้อบางส่วนมีเืซึมจากการฝืนขีดจำกัด
ต้องจบการต่อสู้นี้เดี๋ยวนี้!
สมองของอดีตแชมป์โลกคำนวณความเป็ไปได้ทั้งหมดในเสี้ยววินาที เขาเปิดตาให้กว้างที่สุด ฝืนรีดเค้นมานาหยดสุดท้ายในร่างกาย เพื่อมองหา 'จุดอ่อน' บนร่างของบอสตัวนี้
"เจอแล้ว... ตรงนั้น!" ลอยด์ตาเบิกกว้าง
[มานาคงเหลือ: 1/100]
"แฟรงค์! ทิ้งระยะห่างครึ่งก้าว! ปล่อยให้มันฟาดลงมา!" ลอยด์ะโสุดเสียง เสียงของเขาแหบพร่าจนแทบจะเป็เสียงกระซิบ แต่มันก็ส่งไปถึงหูของยูนิตคู่ใจผ่านระบบได้สำเร็จ
แฟรงค์ไม่ลังเลแม้แต่วินาทีเดียว เขาเชื่อใจผู้บัญชาการของตนอย่างหมดหัวใจ เด็กหนุ่มดึงสามง่ามกลับและก้าวถอยหลังไปครึ่งก้าว เปิดช่องโหว่ขนาดใหญ่ตรงหน้า
หมีเกราะเหล็กเห็นเหยื่อถอยหนี มันจึงทิ้งน้ำหนักฟาดอุ้งเท้าทั้งสองข้างลงมาเต็มแรง!
ตึงงงง!!!
อุ้งเท้าของมันพลาดเป้าไปเพียงเส้นยาแดงผ่าแปด กระแทกลงบนพื้นดินจนแตกร้าว แรงสั่นะเืทำเอาชาวบ้านข้างหลังล้มลุกคลุกคลาน แต่ในจังหวะที่มันทิ้งน้ำหนักลงมานั้นเอง บริเวณใต้คอหอยที่เคยถูกซ่อนไว้ด้วยแผ่นเกล็ดหนา ก็เปิดอ้าออก เผยให้เห็นิัเนื้ออ่อนที่ไร้การป้องกัน!
"ตอนนี้แหละ แฟรงค์! แทงเสยขึ้นไปใต้คางมันสุดแรง!"
ลอยด์ออกคำสั่งสุดท้าย ก่อนที่สติของเขาจะดับวูบไปครึ่งหนึ่ง เส้นแสงสีฟ้าของ [Micro-Management] ขาดสะบั้นลงทันที
แต่แฟรงค์ไม่จำเป็ต้องให้ใครสั่งซ้ำอีกต่อไป!
"ย๊ากกกก!!!"
เด็กหนุ่มร่างั์คำรามลั่นทุ่ง เขากดด้ามสามง่ามลงต่ำ ย่อตัวลงจนติดพื้น แล้วใช้พละกำลังทั้งหมด 150 หน่วยที่อัดแน่นอยู่ในกล้ามเนื้อ แทงอาวุธขึ้นสนิมเสยสวนขึ้นไป้าอย่างเต็มเหนี่ยว!
ฉึกกกก!!!
ปลายสามง่ามทะลวงผ่านิัใต้คอหอย พุ่งลึกเข้าไปตัดหลอดลมและทะลุขึ้นไปถึงสมองของสัตว์ร้ายได้อย่างแม่นยำ เืสีเข้มสาดกระเซ็นออกมาราวกับน้ำพุ อาบชโลมร่างของแฟรงค์จนแดงฉานไปทั้งตัว
หมีเกราะเหล็กชะงักค้าง แววตาสีเืของมันเบิกกว้าง ร่างกายขนาดมหึมากระตุกเกร็งอยู่กลางอากาศสองสามวินาที ก่อนจะร่วงหล่นลงมากระแทกพื้นดังตึงสนิท
มันตายคาที่
...
ความเงียบสงัดเข้าปกคลุมตรอกแคบแห่งนั้นชั่วขณะ มีเพียงเสียงหอบหายใจอย่างหนักหน่วงของแฟรงค์ และเสียงเืที่หยดแหมะลงบนพื้นดิน
"ตาย... มันตายแล้ว..." ชาวบ้านคนหนึ่งพึมพำ จอบในมือร่วงหล่นลงพื้น
"เราชนะ... เราเอาชนะฝูงมอนสเตอร์ได้!"
"โอ้ เทพป่าคุ้มครอง! พวกเรารอดแล้ว!"
เสียงโห่ร้องด้วยความยินดีดังะเิขึ้น ชาวบ้านที่เคยวิ่งหนีตายบัดนี้ะโกอดคอกันร้องไห้ บางคนทรุดลงไปกราบพื้นดินด้วยความโล่งใจ
ชายคนที่เคยด่าแฟรงค์ว่าเป็ไอ้โง่ เดินตัวสั่นเข้ามาหาเด็กหนุ่ม เขามองแฟรงค์ที่ยืนอาบเือยู่ท่ามกลางกองซากมอนสเตอร์ด้วยสายตาที่เปลี่ยนไปอย่างสิ้นเชิง มันคือสายตาของความเคารพและความยำเกรง
"แฟรงค์... ข้า... ข้าขอโทษ" ชายคนนั้นก้มหัวลงต่ำ "ถ้าไม่ได้เอ็งยืนขวางไว้ พวกเราคงกลายเป็ศพไปหมดแล้ว เอ็งไม่ใช่ตัวประหลาด เอ็งคือผู้พิทักษ์ของหมู่บ้านเราต่างหาก!"
แฟรงค์ยืนนิ่ง ลมหายใจของเขายังคงหอบถี่ แต่ดวงตาของเขากลับเปี่ยมไปด้วยความตื้นตัน น้ำตาลูกผู้ชายไหลชะล้างคราบเืบนใบหน้า เขาไม่ได้หันไปตอบรับคำชมของชาวบ้าน แต่เขากลับหันหลังควับ วิ่งฝ่าฝูงชนตรงดิ่งเข้าไปหาชายเพียงคนเดียวที่มอบชีวิตใหม่ให้เขา
"นายท่าน! ท่านลอยด์!" แฟรงค์พุ่งเข้าไปรับร่างที่กำลังโอนเอนของลอร์ดหนุ่มเอาไว้ได้ทันท่วงทีก่อนที่ลอยด์จะล้มหน้าฟาดพื้น
ลอยด์พิงน้ำหนักตัวลงบนแขนอันแข็งแกร่งของแฟรงค์ เืกำเดายังคงไหลซึมจากจมูก ใบหน้าของเขาซีดเผือดราวกับกระดาษ แต่ริมฝีปากกลับยกยิ้มขึ้นอย่างพึงพอใจ
"นายทำได้ดีมาก... แฟรงค์" ลอยด์เอ่ยเสียงแ่ "ฉันบอกแล้วไง... ว่านายคือยูนิตระดับ SSR"
"ข้าไม่รู้หรอกขอรับว่า เอสเอสอาร์ คืออะไร" แฟรงค์ตอบด้วยรอยยิ้มกว้างทั้งน้ำตา "แต่ชีวิตของข้าเป็ของท่านแล้ว ข้าขอสาบาน!"
บรรยากาศแห่งชัยชนะอบอวลไปทั่วหมู่บ้าน ทิมวิ่งนำผู้เฒ่าออร่าและชาวบ้านที่ซ่อนตัวอยู่ออกมา ทุกคนโห่ร้องสรรเสริญความกล้าหาญของแฟรงค์ และสติปัญญาในการสั่งการของลอร์ดหนุ่มผู้เคยถูกมองข้าม
แต่มันเป็ 'ชัยชนะที่ดูดีเกินจริง' สำหรับลอยด์
เขาไม่เคยเชื่อในความบังเอิญ โดยเฉพาะในโลกที่เขาเพิ่งลืมตาดูได้ไม่ถึงวัน
หลังจากนั่งพักจนมานาฟื้นฟูกลับมาแตะระดับ 5 หน่วย ลอยด์ก็ฝืนยันตัวลุกขึ้น เขาตบไหล่แฟรงค์เบาๆ เป็สัญญาณให้ปล่อย แล้วเดินกะเผลกตรงไปยังซากของหมีเกราะเหล็กตัวหัวโจก
ลุงเบนที่ยืนอยู่ใกล้ๆ รีบถอยทางให้ "มันตายสนิทแล้วขอรับนายท่าน ฝีมือของไอ้หนุ่มแฟรงค์นี่มันเหลือเชื่อจริงๆ!"
ลอยด์ไม่ได้ตอบรับ เขาก้มลงคุกเข่าข้างซากสัตว์ร้ายที่ใหญ่โตเท่าเกวียน กลิ่นคาวเืคละคลุ้ง แต่เขาก็ทนฝืนใช้มือปัดขนหนาๆ บริเวณหน้าผากของมันออก ตามที่ลุงเบนเคยรายงานไว้ก่อนหน้านี้
และแล้ว... ดวงตาสีฟ้าเข้มของเขาก็ต้องหรี่ลงด้วยความตึงเครียด
ใต้ผืนขนสีเทาเข้ม มีรอยสลักแปลกประหลาดปรากฏอยู่จริงๆ
มันไม่ใช่าแจากการต่อสู้ แต่เป็ 'รอยสักเวทมนตร์' สีดำมืดที่ถูกวาดอย่างจงใจ รูปร่างของมันคล้ายกับดวงตาที่กำลังลุกไหม้ และแม้สัตว์ร้ายตัวนี้จะตายไปแล้ว แต่เส้นสายของสัญลักษณ์นั้นยังคงกะพริบเรืองแสงสีม่วงคล้ำออกมาจางๆ ราวกับมันมีชีวิตเป็ของตัวเอง
"นี่ไม่ใช่เื่บังเอิญ..." ลอยด์พึมพำกับตัวเอง อุณหภูมิรอบตัวราวกับลดฮวบลงกะทันหัน
รอยสัญลักษณ์นี้ไม่ได้เกิดขึ้นเองตามธรรมชาติ มันคือเวทมนตร์บงการจิตใจขั้นสูง และการที่มีคนจงใจใช้เวทมนตร์ระดับนี้เพื่อสั่งให้กองทัพมอนสเตอร์มาถล่มหมู่บ้านชายแดนที่ไม่มีใครสนใจ... มันต้องมีเหตุผลบางอย่างที่ดำมืดซ่อนอยู่
"ใครกัน..." ลอยด์ลูบแหวนประจำตระกูลบนนิ้วเบาๆ สายตาทอดมองลึกเข้าไปในป่าทึบ "ใครกันที่กำลังเล่นกระดานหมากรุกกระดานนี้... และเป้าหมายของพวกมัน คือแคว้นเวอร์ดันต์ หรือตัวฉันกันแน่?"
ภัยคุกคามแรกเพิ่งผ่านพ้นไป แต่ลอยด์รู้ดีว่า... าที่แท้จริง เพิ่งจะเริ่มต้นขึ้นเท่านั้น!
(จบตอนที่ 4)