หอนางโลมเจิดจรัส เป็สถานที่ ที่ชายทั้งหลายต่างอยากมาเสพสุขไม่ได้มีดีแค่เพียงสาวงามธรรมดาทั่วไป แต่ยังมีอาหารที่เลิศรส ดนตรีที่ไพเราะยังมีสาวงานผู้บำเพ็ญฝึกตนอีก 2 นาง ที่เป็วิชาบำเบ็ญคู่ ทุกๆหนึ่งเดือนจะมีการประมูลเพื่อการบำเพ็ญคู่นี้ ผู้ที่ได้ฝึกบำเบ็ญคู่กับพวกนาง จะได้รับการเติมเต็มพลังหยินและหยางทำให้การก้าวหน้าในการฝึกวิชาเซียนนั่น ก้าวหน้าได้เร็วขึ้นหอเจิดจรัสจึงได้เป็หอนางโลมอันดับหนึ่งในเมืองลมหวน อย่างง่ายดายซึ่งการที่จะมีหญิงนางโลมแบบนี้สักคนหรือสองคนก็เป็เื่ยาก และจะมีเฉพาะในเมืองที่เจริญรุ่งเรืองอย่างเมืองหลวงในดินแดนต่างๆ ที่นี้เป็เมืองชายแดน แต่เพราะความอุดมสมบูรณ์และเป็เส้นทางการค้าทั้งสองดินแดน จึงทำให้ความเจริญนั่นมีมากแม้จะไม่เท่าเมืองหลวงก็ตาม
ตอนนี้พวกของหยุนเทียนก็ได้มายืนบนถนนเบื้องหน้าของหอเจิดจรัสแต่ยังไม่เข้าไปในหอ หยุนเทียนเพียงยืนดู ก็เห็นหอ 3 ชั้นสีแดงประดับด้วยสีทองส่องแสงเจิดจรัส บ่งบอกว่าเป็สถานที่เริงรมย์ที่มั่งคั่ง
“ท่านปู่ ทำไมไม่เดินเข้าไปละเ้าค่ะ”
หยุนเทียนไม่ได้พูดสิ่งใด ได้แต่มองผู้คนบนถนน และแปลกใจว่าทำไมทุกคนถึงได้มองมาที่พวกเขาตลอดเวลา
“ทำไมทุกคนมองพวกเราพวกเรามีอะไรประหลาดอย่างนั่นหรือ”
“ค...คือ...ว่า...ท่านอาจาร์ยที่พวกเขามองเพราะว่าชุดของพวกเรามันจะเด่นเกินไปนะเ้าค่ะ”
“ทำไมรึ ข้าก็ว่ามันปรกติดีมันอาจจะดูหรูหราไปสะหน่อยแต่ มันก็ไม่ใช่เื่แปลกของคนมีเงินทั่วไป ที่จะใส่ชุดแบบนี้”
“ที่คนมองไม่ใช่เพราะชุดมันหรูหราหรอกเ้าค่ะแต่พลังที่มันแสดงออกมา ต่อให้เป็เซียนฝึกหัดธรรมดายังััได้เลยเ้าค่ะ”
“ท่านปู่แม้ว่าอุปกรณ์ระดับนี้จะเป็ระดับต่ำสำหรับท่าน แต่สำหรับพวกเราแล้วมันคือของที่มีค่าที่ชีวิตนี้ก็ไม่อาจจะได้มาเลยนะเ้าค่ะ”
“แล้วทำไมพวกเ้าไม่บอกข้าั้แ่ออกมา”
“พอดี พวกเราเห็นอาจาร์ยดีใจ และอารมณ์ดี ที่ทำชุดให้พวกเราถ้าให้ท่านหลอมใหม่เป็ระดับต่ำกว่านี้ กลัวว่าท่านจะเสียใจ เราก็เลยไม่ได้บอกท่าน”
“แค่เื่เล็กน้อย ไม่เห็นต้องใส่ใจ”
แล้วหยุนเทียนก็โบกมือเพียงเบาๆหนึ่งครั้ง ชุดของพวกเขาทั้งหมดก็หยุดส่งพลังออกมา เหมือนเป็เพียงแค่เสื้อผ้าที่ใส่ธรรมดาเท่านั่นมีเพียงแค่ความสวยงามที่แสดงออก แต่ไม่มีพลังอะไรที่ส่งออกมาแม้เพียงเล็กน้อย
“เอาละ เท่านี้ก็หมดปัญหา ชุดก็ยังมีคุณสมบัติเดิมเพียงแต่ข้าได้วางอาคมไม่ให้มันแสดงพลังออกมาให้ใครเห็น”
“ท่านปู่ ท่านรู้จักวิชาอาคมด้วย”
“ต่อไปเ้าก็ค่อยๆรู้ว่าข้ามีวิชาใดบ้าง แต่ตอนนี้เราเข้าไปกันเถอะ”
“ค่ะ”
แล้วหยุนเทียนก็เดินมาอยู่ตรงหน้าทางเข้าของ หอเจิดจรัส ทันทีที่เดินมาสาวต้อนรับก็เห็นถึงชุดที่มีอันจะกินก็รู้ได้ทันทีว่า คนผู้นี้มีเงินพวกนางจึงรีบเข้าหาทันที
“นายท่าน เชิญด้านในเ้าค่ะท่านมีคนดูแลหรือยังเ้าค่ะ ให้ข้าดูแลท่าน...”
“อย่าเข้าใกล้ อาจาร์ยของข้าพวกเ้าไม่ต้องยุ่ง”
“แม้...นึกว่าใคร ที่แท้ก็แม่ครัวตงถึงว่าหายไปหลายวัน ที่แท้ก็ได้คุณชายท่านนี้เลี้ยงดู ช่างมีวาสนาสะจริง...ข้างดงามกว่านางต้องเยอะ หากคุณชายไม่รังเกรียจ จะรับไว้อีกก็ได้นะเ้าค่ะ”
“ข้ารังเกรียจ” นางถูกหักหน้าอย่างแรงทำให้นางโลมต้อนรับพูดอะไรไม่ออก
“อาจาร์ยของข้า้ามาทานอาหารข้า้าห้องที่ดีที่สุดชั้นบนสุด เ้าไปแจ้งจัดเตรียมให้ข้าที”
“ชั้นบนสุด ราคาแพงมาก เ้าจ่ายไหวหรือ”
“ข้าบอกว่าให้เ้าไปแจ้งก็ทำตามหากข้าไม่มีจ่าย แล้วข้าจะบอกเ้าทำไม”
“จริงสิ คุณชายท่านนี้คงมีเงินมากแต่ข้าต้องขออภัยด้วย ตอนนี้ห้องชั้นบนไปไม่ได้”
“ชั้นบนมีคนอยู่แค่ไม่กี่คนเอง ที่ต้องกว้างทำไมถึงไม่มีที่ให้พวกข้า” หยุนเทียนพูดขึ้น
“ก็ตอนนี้ ลูกชายของเ้าสำนักเงาอสูรแห่งดินแดนเงา มาใช้บริการ พวกข้าจึงไม่อาจจะให้คนอย่างพวกท่านขึ้นไปได้ถึงท่านจะมีเงิน แต่กับเซียนผู้แข็งแกร่งแล้วท่านจะเป็อะไรได้ในเมื่อท่านมีเงินข้าก็ยินดีต้อนรับ ข้าจะจัดเตรียมชั้นสองที่ดีที่สุดให้ท่านจะได้หรือไม่”
ในขณะนั่นตงหนิง ก็ตัวสั่นเล็กน้อย พร้อมกับก้มหน้า สีหน้าเปลี่ยนเหมือนกลัวบ้างสิ่งในขณะนั่นหยุนเทียนก็สังเกตเห็นได้
“ถ้าหากใครที่แข็งแกร่งที่สุดจะได้อยู่ชั้นบนเช่นนั่นปู่ของข้า ก็ควรที่จะได้อยู่ เพราะปู่ข้าแข็งแกร่งที่สุด”
“เด็กน้อยเ้าจะรู้อะไร นี้ตงหนิงข้าไม่รังเกรียจเ้านะที่เป็แม่ครัวเล็กๆคอยล้างจานหั่นผัก แต่ถ้าเ้าจะเสียมารยาทกับเ้าสำนักน้อยละก็ข้าคงปล่อยเ้าขึ้นไปไม่ได้ ตอนแรกข้าก็ว่าจะให้เกียรติคุณชายท่านนี้ที่เ้าพามาแต่ถ้าลูกของเ้าเสียมารยาทปากพล่อยแบบนี้ ข้าว่าเ้าออกไปเสียเถอะ ไม่เช่นนั่นข้าจะแจ้งแก่ผู้คุมหอและที่สำคัญ เ้าก็น่าจะรู้ว่าใครอยู่กับเ้าสำนักน้อย”
“เป็นาง!...” ตงหนิงอุทานออกมาด้วยความวิตก
“ข้าไม่ได้ปากพล่อยปู่ของข้าแข็งแกร่งที่สุด เ้าสำนักน้อยของพวกเ้าก็แค่มดปล......อู้ อี้ อู้ อี้” หยุนชิงเอามือปิกปากตงเหมย
“ตงเหมยเ้าอย่าพูดมากสิ ถึงท่านปู่จะแข็งแกร่งแต่เ้าจะหาเื่ให้ท่านเดือดร้อนไม่ได้นะ”
“พี่หยุนชิงก็มันจริงนี้น่าก็นางบอกผู้ที่แข็งแกร่งขึ้นไปได้ ท่านปู่ก็ต้องขึ้นไปได้เหมือนกัน”
“เอาละเ้าสองคนพอแล้ว... ตงหนิงเ้ากลัวสิ่งใด มีอาจาร์ยอยู่ผู้ใดที่เ้าต้องกลัว”
ตงหนิงได้ยินจึงมองไปที่หยุนเทียนและคิดในใจ จริงสิข้าเป็ศิษย์ของท่านเราจะทำให้ท่านต้องเสียหน้าไม่ได้ วันนี้ถึงจะถูกนางฆ่าข้าก็จะไม่ทำให้อาจาร์ยต้องอับอาย
“ชั้นบนมีห้องสำหรับแขกพิเศษ ถึง 3 ห้องตอนนี้ว่างอีก 2 ห้อง ทำไมพวกข้าถึงขึ้นไปไม่ได้ หรือว่าเขาจ่ายเงินจองไว้ทั้งหมด”
“ก็ไม่ใช่ แต่ทางอิงเหนียงนางไม่ชอบให้คนไปรบกวน นางเลยไม่ให้แขกขึ้นไปในวันนี้”
“นางก็แค่นางคณิกาคนหนึ่ง สามารถควบคุม กำหนดที่นี้ได้แล้วหรือ”
“ข้าว่ายิ่งคุยกับพวกเ้ายิ่งคุยไม่รู้เื่ข้ายังคุยดีๆกับพวกเ้านะ ข้าว่าพวกเ้าออกไปเถอะ หอเจิดจรัสไม่ต้อนรับพวกเ้าแล้ว”
ในขณะที่สาวต้อนรับกำลังพูดด้วยท่าทีไม่พอใจหยุนเทียนก็เดินเข้าไปโดยไม่สนใจอะไร และเดินไปเหมือนว่าใครก็หยุดเขาไม่ได้เขาไม่ได้สนใจสิ่งที่หญิงสาวนั่นพูด หญิงสาวเห็นก็ไม่พอใจ พยายามจะเข้ามาขวางแต่ก็เป็ หยุนชิงมาขวางนางไว้ และพักนางออก พอหันมาอีกทีหยุนเทียนเดินขึ้นไปบนบันไดแล้ว ตงหนิงกับตงเหมยก็เดินตามขึ้นไป
“นี้พวกเ้า! เป็แบบนี้รนหาที่ตายข้าจะไปรายงานเ้าหอ”
“ก็ไปสิ ฮา ฮา ฮา” หยุนชิงหัวเราะเยอะเย้ยเบาๆ แล้วรีบวิ่งตามหยุนเทียนไป”
ตงหนิงเมื่อเดินขึ้นมา ก็รีบวิ่งไปชั้นบน ไปเปิดประตูห้องห้องหนึ่งให้หยุนเทียน หยุนเทียนเดินขึ้นมาอย่างปรกติ แล้วเข้ามาในห้องที่ตงหนิงเตรียมไว้ ้า เพราะไม่มีใครอยู่ จึงไม่มีใครขวางพวกเขา แต่กระนั่นการมาของหยุนเทียน ผู้ที่อยู่ในห้องตรงข้าม ที่เปิดประตูไว้ ก็เห็นพวกเขาเดินเขามาหยุนเทียนนั่งลงบนเก้าอี้และโต๊ะอาหารขนาดใหญ่ อย่างสงบ เบื้องหน้ามองออกไปก็เห็นห้องของฝั่งตรงข้าม
ชายผู้หนึ่งกับหญิงนางหนึ่งที่งดงามกำลังกอดคลอเคลียกันอยู่ในโต๊ะอาหาร และดื่มเหล้าอย่างสำราญ ต่างก็หยุดหยอกล้อกันและมองผ่านประตูไป เห็นหยุนเทียนและผู้ติดตามอยู่ในห้องตรงข้าม
“นี้เ้าไม่ได้บอกหรือว่าชั้นนี้วันนี้จะมีเพียงแค่เรา”
“หามิได้เ้าค่ะแต่ดูเหมือนจะมีคนที่ไม่รู้จักที่ต่ำที่สูงมารบกวนเรางันข้าจะไปจัดการให้นะเ้าค่ะ แค่แมลง 4 ตัว ไม่นานหรอกเ้าค่ะ”
“อื้มมมม...เ้าจะไปทำไม ข้ากำลังมีความสุขเรามาดื่มกันต่อดีกว่า...พวกเ้าไปจัดการ”
ชาย2คนยืนกอดอก ในมือมีดาบที่ยืนอยู่หน้าประตู เมื่อได้ยินคำสั่ง ก็เดินมาหาหยุนเทียนทันทีในขณะที่ชายหญิงกำลังหยอกล้อ กอดกัน ดื่มเหล้าอยู่นั่น ก็มีร่างของชาย 2 คน ลอยมากระแทกตกที่โต๊ะอาหาร ทำให้โต๊ะพังลง จานอาหารแตกกระจายไปทั่ว ทั้งสองต่างใเมื่อได้สติ ก็มองเห็น ลูกน้องที่ตนสั่งไปเมื่อครู่ ตอนนี้มานอนกองอยู่ที่เท้าของเขาแล้ว
“พวกเ้าเป็ใครกัน มาจากที่ใดกล้ามาหาเื่ข้า วันนี้ข้าจะให้พวกเ้าไม่ตายดี”
“เรามาจากสำนักเนตร์ เราแค่มากินข้าวแต่ลูกน้องของเ้าเสียมารยาท ข้าก็เลยส่งคืนให้เ้าไปสั่งสอน”
เมื่อหยุนชิงพูดจบเพียงแค่พริบตา ชายคนนั่นก็หายตัวกลายเป็เงา มองเห็นเพียงเงาดำๆเป็เส้นจากห้องนั่นมาหยุดอยู่ตรงหน้าของหยุนชิงเร็วมากจนหยุนชิงก็ใ รวมทั้งตงหนิงแต่หยุนเทียนยังนั่งดื่มชาอย่างสงบไม่ได้พูดสิ่งใด ไม่นานนัก อิงเหนียงก็ะโบินตามมาอยู่ข้างๆของเ้าสำนักน้อย
“ดูเหมือนพวกเ้าไม่รู้จักฟ้าสูงแผ่นดินต่ำก็แค่คนที่เหลือรอดจากสำนักที่ถูกทำลาย กล้ามาอวดดีต่อข้าอย่างนั่นหรือ”
“หึ...แต่สำนักที่ทำลายพวกข้า ก็ถูกทำลายไปแล้วไม่ใช่หรือ”
“ทำไม เ้าจะบอกว่าสำนักเนตร์เป็คนทำลายสำนักัดำอย่างนั่นหรืออย่างพวกเ้าไม่มีพลังขนาดนั่นหรอก อย่ามาหลอกข้า”
“ข้าก็ไม่จำเป็ต้องหลอกหรือบอกอะไรเ้าวันนี้เราแค่มาทานอาหารที่นี้เท่านั่น เราต่างคนต่างอยู่แต่ถ้าจะหาเื่ก็ระวังเงาหัวจะไม่มี”
“ปากดีนักนะเ้า หากข้าทรมานเ้าสัก 3 วันดุสิว่าเ้ายังจะปากดีอีกไหม”
“เดี๋ยวก่อนท่านเ้าสำนักน้อยเหมือนว่าข้าจะจำคนได้ อ้าวนี้มัน ตงหนิง นี้เ้ายังไม่ตายอีกหรือพลังหยินที่เ้าให้มา มันดีมากเลย แต่ไม่คิดเลยนะว่าเ้ายังมีชีวิตอยู่”
“คืนนั่นถ้าเ้า ไม่ทำร้ายข้าข้าก็คงไม่ต้องทนทุกข์และ ลูกของข้าไม่ต้องถูกเอาตัวไป หากข้าฆ่าเ้าได้ละก็เ้าได้ตายไปแล้ว”
“ฮ่า ฮ่า ฮ่าถึงเ้าจะมีระดับที่สูงกว่าคนทั่วไปอยู่บ้าง แต่มันก็ยังเทียบข้าไม่ได้หรอกนะเ้าอยากฆ่าข้าแต่ก็ไม่มีปัญญาสินะ ถึงได้ยืนด้วยความคับแค้นอยู่อย่างนั่น”
“เป็นางสินะ”
“ค่ะ อาจาร์ย”
“อาจาร์ยอย่างนั่นหรือ ฮ่า ฮ่า ฮ่านี้เ้าเสียพลังไป จนเป็บ้า ไปกราบเซียนฝึกหัดเป็อาจาร์ยนี้เ้าจะมาให้ข้าหัวเราะเ้าจนตายหรือไง”
“ได้ เอาตามที่เ้าว่าตงหนิงเ้าก็สงเคราะห์นาง ให้นางหัวเราะจนตาย”
“อาจาร์ย แต่ฝีมือของข้า...”
“เ้าจะกลัวอะไร ต่อให้เป็เซียนะก็ทำอะไรเ้าไม่ได้เ้าไม่เชื่อใจอาจาร์ยหรือ”
ในใจของตงหนิง จริงด้วย อาจาร์ยให้ชุดนี้มา มันเป็ถึงระดับสูงสุดบนโลกนี้แค่ระดับกลายเป็เซียน จะทำอะไรข้าได้
“ค่ะอาจาร์ย” แล้วตงหนิงก็พุ่งเข้าโจมตีใส่ อิงเหนียงทันที
“นี้พวกเ้า...”
เ้าสำนักน้อยเงาอสูรจะขยับตัวเพื่อต่อสู้ แต่ไม่ทันได้ทำอะไร ก็ถูกหยุนเทียนสะกดพลังเอาไว้ทำให้เขาไม่สามารถใช้พลังได้ ในใจก็รู้ได้ทันทีว่าตนนั่น กำลังเข้าตาจน
“เกิดอะไรขึ้น พลังของข้า”
ฉิง!...กระบี่ในมือของหยุนชิง จี้เข้าที่คอของเ้าสำนักน้อย
“การต่อสู้นี้หากใครกล้ายุ่ง ฆ่าได้เลย”
“เ้ารู้ไหมข้าเป็ใคร พวกเ้ารนหาที่ต...”ตุบ! หยุนชิงต่อยเข้าที่ปากของเ้าสำนักน้อย
“หากเ้าพูดอีกคำเดียว ข้าจะฆ่าเ้าทันทีโดยไม่สนใจว่าเ้าจะเป็ใคร ลองพูดอีกครั้งสิ” สายตาของหยุนชิงจริงจังและบ่งบอกว่าพร้อมที่จะฆ่าจริงตามที่พูด
ในเวลานั่นทางสาวต้อนรับก็ไปพา คนของหอเจิดจรัสและ ผู้คุมหอขึ้นพา เพื่อไล่พวกของหยุนเทียนแต่เมื่อขึ้นบันไดมา สิ่งที่เห็นคือ ตงหนิงพุ่งเข้าโจมตีใส่อิงเหนียงอิงเหนียงก็ถอยออก และรับมือ และเห็นเ้าสำนักน้อยนั่งลงนิ่งกระบี่จ่ออยู่ที่คอเมื่อพวกเขาเห็นก็ใ และทำอะไรไม่ถูก ได้แต่ยืมมอง ไม่กล้าที่จะเข้าไปยุ่งเกี่ยวเพราะการต่อสู้นี้ หากเข้าไปยุ่งโดยไม่รู้อาจจะล่วงเกินผู้แข็งแกร่งจนเดือดร้อนก็ได้ ผู้คุมหอจึงได้หยุดและดูสถานการณ์ต่อไป
ทางตงหนิงเขาฟาดฝ่ามือหลายกระบวนท่า แต่ทางอิงเหนียงก็สามารถรับมือได้อย่างไม่ยากเย็นระดับฝีมือที่สูงกว่าทำให้อิงเหนียงเหนือกว่า และเมื่อรับไปไม่กี่กระบวนท่าอิงเหนียงก็เริ่มใช้วิชาโต้กลับ ตงหนิงก็ยังพอรับได้แต่เมื่ออิงเหนียงเพิ่มความเร็วขึ้น ตงหนิงจึงยากที่จะรับมือฝ่ามือของอิงเหนียงจึงโจมตีเข้าที่หน้าอกของตงหนิงอย่างเต็มแรง
“ตายไปสะ!.
ตงหนิงถูกฝ่ามือเข้าอย่างแรงพลังที่รุนแรงถูกปล่อยออกมา ตงหนิงถูกซัดออกไปจนชนเข้ากับเสาต้นใหญ่ของหอตกลงมายังชั้นหนึ่งคนในหอเมื่อเห็นการต่อสู้ ก็เลิกดื่มเลิกเล่นกันต่างมาล้อมดูการต่อสู้กันด้วยความสนุกสนใจ ในโลกนี้การต่อสู้คงไม่ใช่เื่แปลกจึงไม่มีใครกลัวหรือใ อิงเหนียงบินลงมาอย่างสวยงาม เหมือนว่าตนนั่นชนะแล้ว
“หึ คนต่ำต้อยอย่างเ้า กล้ามาหาเื่ข้าเ้าสมควรตายแล้ว”
ในขณะที่อิงเหนียงคิดว่าตนนั่นสังหารคู่ต่อสู้ไปแล้วตงหนิงก็ขยับตัวลุกขึ้น ตงหนิงจับที่หน้าอก และตัวของตัวเอง
“ม...ไม่เจ็บ ไม่เป็อะไรเลย”
“นี้เ้า!..ได้ยังไงถึงพลังที่ข้าปล่อยออกจะแค่ครึ่งเดียวแต่มันก็มากพอที่จะฆ่าระดับอ่อนแออย่างเ้านี้เ้ามีสมบัติคุ้มกายอะไรกัน”
“หึ หึ หึ เป็แบบนี้เ้าจะโจมตีข้าอีกก็ทีก็ได้ แต่เ้าจะทนการโจมตีของข้าไปได้สักแค่ไหน”
“ถึงเ้าจะมีสมบัติไว้คุ้มกาย แต่มันก็ไม่สามารถป้องกันได้ทั้งหมดอย่าได้ได้ใจไปนัก ข้าจะใช้พลังเต็มกำลัง ครั้งนี้ต่อให้เ้ามีสมบัติอะไรเ้าก็ต้องตายอยู่ดี”
ตงหนิงไม่รอช้า เมื่อรู้ว่า การโจมตีของอิงเหนียงไม่เป็ผลก็เข้าโจมตีโดยไม่คิดสนใจการป้องกัน ครั้งแรกต่อสู้แบบป้องกันไปด้วย โจมตีไปด้วยทำให้การโจมตีทำได้ไม่เต็มกำลัง ครั้งนี้ไม่ต้องออมกำลังไว้ตั้งรับ การโจมตีจึงมีความรวดเร็วขึ้นรุนแรงขึ้นอิงเหนียงมีระดับการบ่มเพาะที่สูงกว่าจึงสามารถรับมือได้การต่อสู้ผ่านไป่เวลาหนึ่ง กระบวนท่าถูกปล่อยออกนับไม่ถ้วนแต่ยิ่งต่อสู้นานเข้า นานเข้า จากที่อิงเหนียงได้เปรียบและเหนือกว่า กลับกลายเป็ว่าอยู่ในสภาพาเ็การาเ็เล็กๆน้อยๆสะสม และมีอาการสูญเสียพลังไปอย่างมาก เริ่มมีการแสดงอาการอ่อนพลังให้ได้เห็นผิดกับตงหนิงที่ดูจะไม่าเ็อะไรเลยและอาการเหนื่อยล้าหรืออ่อนพลังกลับไม่แสดงให้เห็น
ในใจของตงหนิงก็คิดขึ้นชุดที่อาจาร์ยให้มาช่างวิเศษโดยแท้ เข้าใจแล้วว่าทำไมคนที่เห็นถึงใและรีบกราบขอเป็ศิษย์อาจาร์ยขนาดนั่น พลังที่ต่ำกว่าชุดนี้ไม่สามารถทำอันตรายข้าได้ และถึงจะาเ็ ก็มีสรรพคุณในการเยี่ยวยาและเพิ่มพลังให้เหมือนพลังของข้าถูกเติมเต็มอยู่ตลอด าแที่ได้รับก็หายภายในพริบตานี้คือระดับสมบัติะขั้นสูงสุดที่บนโลกนี้จะมีได้สินะ วิเศษวิเศษจริงๆ
ในใจของอิงเหนียงก็คิดนี้มันอะไรกัน ระดับการบ่มเพาะของนางต่ำกว่าข้า แต่พลังของข้าทำอะไรนางไม่ได้เลยแต่กลับกันถึงพลังของนางจะอ่อนด้อย แต่เมื่อถูกนางโจมตีนานเข้าเรื่อยๆเป็ข้าเองที่ค่อยๆาเ็สะสม และพลังของข้าจะหมดก่อนที่จะฆ่านางได้ ไม่ได้ ต้องหนีต้องหนี
เมื่ออิงเหนียงรู้ตัวว่าเอาชนะไม่ได้และตนอาจจะพ่ายแพ้จึงคิดที่จะหนี นางจึงใช้ผงแป้งที่ติดตัวซัดออกมาให้เป็ฝุ่นควัน เมื่อตงหนิงหลบและละสายตาจากอิงเหนียงอิงเหนียงก็พุ่งตัวหนีทันที่
“หึ ใครให้เ้าไป”
หยุนเทียนที่เฝ้าดูการต่อสู้อยู่้า เห็นว่าอิงเหนียงจะหนีจึงได้ชี้นิ้ววาดขึ้น และพลังสีทองก็โอบตัวของอิงเหนียงเป็เหมือนโซ่ที่พันธนาการกังขังไว้ทำให้นางขยับตัวไม่ได้
“นี้มันอะไรกัน ใคร ใครจับข้าไว้ ปล่อยข้านะปล่อยข้าไอชาติชั่วตัวไหน”
“หึ หึ หึ เ้าหนีไปไหนไม่ได้แล้วเมื่ออาจาร์ยข้าบอกให้เ้าหัวเราะจนตาย เ้าก็ต้องหัวเราะจนตาย”
ตงหนิงรู้ได้ทันทีว่านี้เป็ฝีมือของหยุนเทียน เมื่อการต่อสู้รู้ผลก็ไม่มีความจำเป็ต้องไว้ชีวิตนางอีก ตงหนิงได้จี้สกัดจุด ไปที่ท้อง 2 – 3 ครั้งจากนั่น หน้าตาของอิงเหนียงก็แดงขึ้น และปล่อยเสียงหัวเราะออกมา พร้อมทั้งน้ำตา
“ฮา ฮ่า ฮ่า ฮา ฮา ฮ่า อยุด..ด...ฮ่า ฮ่าฮ่า หยุดมันเดียวนี้ ฮา ฮา ฮ่า ฮ่า”
อิงเหนียง นางหัวเราะด้วยความทรมาน พอนานๆเข้า การหัวเราะก็เริ่มส่งผลเป็พิษต่อร่างกาย ทำให้นางหน้าแดงขึ้นเรื่อยๆเหมือนขาดอากาศหายใจและพลังเซียนเริ่มปั่นป่วน ถ้าแค่โดนจี้จุดนางก็สามารถเดินพลังยอมาเ็หรือเสียระดับการบ่มเพาะเพื่อแก้ไขได้แต่นางถูกสะกดไว้ด้วยพลังที่ไม่อาจจะต่อต้านได้แค่การจี้จุดเพียงเล็กน้อยของตงหนิงก็ทำให้นางตายได้แล้ว
“ถ้าคืนนั่นเ้าไม่หรอกข้าขึ้นไปแล้วดูดเอาพลังหยินของข้าไปเสริมพลังที่เ้าเสียไปวันนี้เ้าก็คงไม่ต้องมาตายที่นี้”
“ฮ่า ฮ่า ฮ่า โลกนี้ ฮ่า ฮ่า คนอ่อนแอย่อมเป็ฮ่า ฮ่า ฮ่า อาหารของผู้แข็งแกร่ง ฮ่า ฮ่า ฮ่า แล้วข้าผิดอะไรรรร! ฮา ฮา ฮ่า ฮา ฮา ฮ่า”
อิงเหนียงหัวเราะจนหมดกำลัง และพลังก็เริ่มแปรปรวนผู้คนที่อยู่ในหอเริ่มรู้ถึงความไม่ปรกติ ถ้าพลังยังแปรปรวนแบบนี้พลังของนางต้องะเิออก ทำให้ที่นี้เสียหายและเป็อันตรายแน่ผู้คนเริ่มแตกตื่นและหนีออกจากหอเจิดจรัส
“ร่างนางจะะเิแล้ว หนีเร็ว พวกเราหนีเร็ว”
เพียงไม่นานผู้คนก็หายไปหมด เหลือเพียงไม่กี่คนในหอ บ้างก็ะโบินหนีบ้าง บ้างก็วิ่งบ้าง และไม่นานนักร่างของอิงเหนียงก็ะเิออก แต่แทนที่พลังของนางจะะเิรุนแรงสร้างความเสียหายแต่กลับถูกปกคลุมไว้ด้วยพลังสีทอง ร่างของอิงเหนียงที่ะเิออกถูกเผาไม่เหลือแม้แต่ฝุ่นหายไปในอากาศและพลังสีทองนั่นก็แตกกระจายออกเป็ฝนสีทองระยิบระยับในอากาศ ดูสวยงาม
ตงหนิงรีบขึ้นมาหาหยุนเทียนและได้มองไปที่ผู้คุมหอ
“อาจาร์ยของข้า้าทานอาหารข้า้าใช้ห้องครัว ค่าเสียหายทั้งหมดข้าชดใช้ให้”
“ด...ได้ ตามสบาย”แล้วผู้คุมหอก็กระซิบบ้างอย่างกับลูกน้องของตน และลูกน้องคนนั่นก็รีบวิ่งออกไป
“อาจาร์ย ท่านรอสักครู่ศิษย์จะรีบไปทำอาหารมาให้ท่าน”
“อืม” หยุนเทียนตอบสั้นๆและเดินกลับเข้าห้องไปนั่งรอ
“ท่านปู่แล้ว เ้านี้จะเอายังไงเ้าค่ะ”
“ปล่อยเขาได้แล้ว”
“เ้าค่ะ”
“พวกเ้าฆ่าคนของข้า หากเ้าฆ่าข้าอีกคนพ่อของข้าต้องไม่ปล่อยเ้าไว้แน่”
“พอให้เปิดปาก ก็ปากดีนักนะตัดปากเ้าคงไม่เป็อะไรใช่ไหม”
“ไม่ ไม่ ข้าขอโทษ แม่นางเ้าอย่าดุนักเลยเอาเป็ว่าพวกท่านปล่อยข้าไป ข้าจะไม่เอาเื่ ถือว่าเราไม่เคยเจอกัน”
“ปลุกคนของเ้าแล้วรีบไปสะภายในหนึ่งเดือนจงสวามิภักดิ์กับ สำนักเนตร์ไม่เช่นนั่นข้าจะไปหาเ้าที่สำนัก”
“เ้าว่าอะไรนะ คิดว่าคนอย่างเ้า...”
พับ! ปึก! โคลม! เ้าสำนักน้อยเงาอสูรพูดยังไม่ทันจบ หยุนเทียนก็โบกมือไปหนึ่งทีตัวเขากระเด็นออกมา ไปกระแทกลงที่โต๊ะเดิมที่พังไปแล้ว ในห้องที่ตนอยู่ตอนแรกพร้อมกับ ผู้คุมกันสองคนที่นอนอยู่ จนทำให้ทั้งสองคนรู้สึกตัวตื่นเพราะแรงกระแทก
“นายน้อย นายน้อย”
“โอย...โอย...”
“ใครทำท่าน”
พอชายทั้งสองมองไปที่หยุนเทียน เพื่อหาคนที่ทำร้ายพวกตน ก็ต้องตัวสั่นเพราะได้เห็นสายตาและจิตสังหารของหยุนเทียน
“ไปสะ”
หยุนเทียนพูดไล่อีกครั้งผู้คุมกันสองคนรู้ได้ทันทีว่าตนต้องออกไปจากที่นี้จึงรีบแบกเ้าสำนักน้อยของพวกเขา และรีบหนีออกไปจาก หอนางโลมเจิดจรัส
เหตุการณ์ทั้งหมดผู้คุมหอและคนรับใช้ ได้เห็นทั้งหมด ก็รู้ได้ทันทีว่า ผู้ที่แข็งแกร่งมาเยือนแล้วนางก็เกิดลังเลว่าควรจะอยู่ที่นี้ต่อหรือควรจะหนีออกไปดีแต่ยังไม่ทันที่จะได้ตัดสินใจ เสียงเรียกอันเ็าก็ดังขึ้น
“พวกเ้าเข้ามา”
ผู้คุมหอ นางได้ยินก็ตัวสะดุงขึ้น และรู้ในใจว่าไปไหนไม่ได้แล้ว
“เดี๋ยวข้าไปต้อนรับเอง พวกเ้าไปทำงานของตน”
เมื่อผู้คุมหอสั่งลูกน้องให้แยกย้ายกันไปทำงาน ทุกคนจึงรีบออกไปทันทีส่วนผู้คุมหอก็ค่อยๆเดินเข้ามาในห้องที่หยุนเทียนอยู่เดินเข้ามาแบบกล้าๆกลัวๆเป็ที่น่าตลก จนตงเหมยหัวเราะออกมา
“ฮ่า ฮ่า ฮ่า ท่านป้าคนนี้เดินตลกจังท่านปู่นางเป็อะไรค่ะ”
“นางแค่ประหม่านิดหน่อยนะ...เอาละเ้าคือผู้ดูแลหอนี้ใช่ไหม”
“เ้าค่ะ ท่านเซียนไม่ทราบว่ามีอะไรให้ข้ารับใช้”
“ค่าเสียหายเท่าไร ข้าจ่ายให้แทนศิษย์ข้า”
“คือว่า...มันก็เสียหายไม่มากเท่าไรถ้าหากท่านไม่สะดวกทางข้าก็ยินดีไม่ต้องชดใช้ก็ได้เ้าค่ะ แค่ไม่ฆ่าข้าก็พอแล้ว”
“ข้าให้สองหมื่นหินิญญาพอหรือไม่”
“พอ...พอเ้าค่ะ”
“ท่านปู่ข้าว่าเต็มที่ก็แค่หมื่นหินิญญาท่านให้เยอะไปแล้วนะเ้าค่ะ”
“ถือสะว่า เป็ค่าอาหารของที่นี้ไม่เป็ไรหรอก เงินพวกนั่นเราก็ได้มาฟรีนี้”
“เ้าค่ะ อ่อ อีกเื่นี้เ้าตอนที่พี่ตงหนิงอยู่ที่นี้ พวกเ้าได้รังแกนางหรือไม่ถ้าหากข้ารู้ละก็ข้าจะคิดบัญชีย้อนหลัง”
“ไม่มี ไม่มีเ้าค่ะนางอยู่ที่นี้ข้าจ้างนางเป็คนครัวคนหนึ่ง นางมีฝีมือในการทำอาหารมากข้าเลยจ้างนางไว้อย่างดี ไม่เคยให้ใครกลั่นแกล้งนางเลย”
“แล้วทำไม พี่ตงหนิงถึงถูกนางนั่นทำร้ายได้พวกเ้ารู้เห็นใช่ไหม”
“ไม่จริงนะเ้าค่ะ คือว่าพวกข้าเป็เพียงแค่ผู้ฝึกพลังระดับต่ำ ฝึกได้แค่ให้อายุยืนเท่านั่นจะเอากำลังอะไรไปรังแกตงหนิงได้ ส่วนอิงเหนียงนางมาจากสำนักเงาอสูร มาขอทำงานที่นี้เมื่อสองเดือนที่แล้วแล้วนางก็เริ่มหาผู้บำเพ็ญคู่กับนาง หลังจากนั่นเดือนที่แล้วนางโลมที่ฝึกบำเพ็ญคู่อีกคน นางได้หายตัวไป เลยเหลือแค่นางคนเดียวข้าจึงต้องเอาใจนางเป็พิเศษ เพราะถ้าขาดนางไปอีกคน ที่นี้คงขาดการประมูลบำเพ็ญคู่ที่สร้างรายได้ให้แกเราไป”
“เ้าบอกว่านางโลมอีกคนหายตัวไปอย่างนั่นหรือ”
“เ้าค่ะ หลังจากอิงเหนียงมาได้ประมานเดือนหนึ่ง”
“แล้วระดับการบ่มเพาะของอิงเหนียง เพิ่มขึ้นหรือไม่ระหว่างที่อยู่ที่นี้”
“หลังจากที่ ตงหนิงไม่มาทำงานไม่นานนางก็เลื่อนระดับเ้าค่ะ”
“ท่านปู่ท่านรู้อะไรหรือเ้าค่ะ”
“วิชาบ่มเพาะมีทั้งสายธรรมและอธรรมวิชาบำเพ็ญคู่ มีหลากหลายแล้วแต่สำนัก แต่หลักๆก็คือการส่งเสริมพลังซึ่งกันและกันหยินหยางประสานสร้างสมดุล เพิ่มผลการฝึกจากเดิมเป็สองเท่าแต่การถ่ายทอดพลังให้กันและกันต้องอาศัยการไว้ใจจึงต้องมีการร่วมเตียงกันในบ้างแขนงวิชา ซึ่งวิชาอธรรมส่วนใหญ่จะเป็เช่นนั่นแต่มันมีที่โหดร้ายยิ่งกว่าคือ ถ้าพลังใดขาดไปพลังใดมากไปก็บังคับดึงมาจากคนอื่นเพื่อเพิ่มการบ่มเพาะให้ตนเองได้ ข้าว่าคนที่หายตัวไปคงเป็แหล่งพลังของนางไปแล้วและเพราะขาดพลังหยินจึงได้ดึงเอาจากคนที่มีการบ่มเพาะที่ดีที่สุดตอนนั่นก็คือตงหนิง”
“งันเ้าสำนักน้อยนั่นก็ใช้นางเป็คู่บำเพ็ญหรือเ้าค่ะ”
“คงเป็แบบนั่น เพราะคนหนึ่งก้าวหน้าอีกคนก็ก้าวหน้าด้วย ส่วนแขกที่มาก็คงเป็เพียงแค่แหล่งพลังของนางนางแค่เพิ่มความไวในการฝึกให้คนพวกนั่นเล็กน้อย แต่ได้พลังการบ่มเพาะและฐานการฝึกมาจากหลายคนทำให้นางก้าวหน้าได้รวดเร็ว คนพวกนั่นก็แค่รู้สึกพลังหายไปเล็กน้อย”
“วิชาที่น่ารังเกรียจแบบนี้ตงเหมยไม่ขอฝึกแน่นอน”
“ดีแล้ว วิชาขยะพวกนี้พอฝึกไปถึงระดับหนึ่งก็จะยิ่งลำบาก ยิ่งสูงเท่าไรยิ่งต้องเติมเต็มพลังจากผู้อื่นมากเท่านั่น และยิ่งเลื่อนระดับได้ยากขึ้นมันก็ดีเฉพาะ่แรกเท่านั่น ความแข็งแกร่งควรมาจากตัวเราเองไม่ใช่ผู้อื่น”
“จริงเ้าค่ะ”
“แล้วแบบนี้ หอของข้า ก็ขาดรายได้ไปมากโขเลยรู้แบบนี้ ไม่เอานางเข้ามาก็ดี”
“ไม่มีเื่อะไรแล้ว เ้าไปสะช่วยตงหนิงนำอาหารมา”
“เ้าค่ะ ผู้น้อยขอลา”
หลังจากนั่นผู้คุมหอก็เดินลงมา ชายคนที่นางกระซิบสั่งบ้างอย่างไปก็รีบวิ่งมาหา
“นายหญิงข้าแจ้งทหารรักษาเมืองแล้วครับเขากำลังมาที่นี้”
“ดี ที่เหลือก็ไม่ใช่เื่ของเรา”
เวลาผ่านไป ตงหนิงก็เดินมาพร้อมกับอาหารชุดใหญ่ หลายอย่างและยกวางไว้บนโต๊ะ ดูแล้วน่าทานเป็อย่างมาก
“อาจาร์ยข้าทำให้ท่านสุดความสามารถหวังว่าอาจาร์ยจะเพลิดเพลินไปกับอาหารเหล่านี้”
“อืม หอมและน่าทานมากข้าขอลองฝีมือเ้าหน่อย ว่ารับเ้ามาข้าได้กำไรหรือขาดทุน”
หยุนเทียนใช้ตะเกียบคีบอาหารที่อยู่ตรงหน้า แล้วเอาเข้าปาก “อึก!” หยุนเทียนเมื่อได้กินคำแรกก็มีอาการนิ่งเงียบไป
“อาจาร์ย ท่านเป็อะไรเ้าค่ะ”
แล้วน้ำตาหยุนเทียนก็ไหลออกเป็สายน้ำ
“มันอร่อย มันอร่อยมาก ฮือ ฮือ ฮือข้าไม่ได้ทานของอร่อยแบบนี้มานานแค่ไหนแล้ว”
แล้วหยุนเทียนก็กินไปร้องไห้ไป หัวเราะไป ยิ้มไป จนตงหนิง กับหยุนชิงมองหยุนเทียนเหมือนคนบ้า บ้างทีเขาก็น่ากลัว บ้างทีเขาก็ทำตัวเหมือนเด็กบ้างทีก็เป็ผู้ใหญ่ที่น่านับถือ ตงหนิงและหยุนชิงได้แต่มองและก็ยิ้มหัวเราะออกมาเบาๆ
“ท่านปู่แม่ข้าทำอร่อยแบบที่ข้าบอกเลยใช่ไหม”
“ใช่ ใช่ ตงหนิงเป็ศิษย์ที่ข้ารักที่สุดเ้าต้องทำอาหารให้ข้ากินทุกวัน มากินกันเถอะ ตงเหมยหลานรัก”
“ค่ะท่านปู่ ฮ่า ฮ่า ฮ่า”
แล้วทั้งสี่คนก็ทานอาหารกันอย่างมีความสุขหยุนเทียนขอเติมข้าวอย่างบ้าคลั่ง ไม่รู้เขากินไปมากเท่าไร รู้ตัวอีกที ท้องเขาก็กลมเหมือนลูกบอลดูแล้วกลายเป็เหมือนตาแก่ที่นอนกินจนท้องพองขึ้นมา
“ข้าอิ่มแล้ว เฮอออ”
“ท่านปู่ตอนนี้ท่านเหมือนลูกบอกเลยเ้าค่ะ”
“เ้าก็เหมือนปู่เลย ฮ่า ฮ่า ฮ่า”
“ฮ่า ฮ่า ฮ่า” ตงเหมยกับหยุนเทียนหัวเราะให้กันอย่างมีความสุข
ข้างหน้าหอนางโลมเจิดจรัส
“หัวหน้าครับ เป็คุณหนูหยุนชิงครับ”
“ว่าอะไรนะ เข้าเมืองมาไม่นานก็สร้างปัญหาแล้วแบบนี้ข้าจะทำยังไงดี”
ทหารรักษาเมืองได้มาถึงยังหน้าหอเจิดจรัส มีทหารอยู่4-5คน ไม่นานนักพวกของหยุนเทียนก็ได้เดินออกมาจากหอเจิดจรัส
“คุณหนู”
“ท่านหัวหน้ากองมีสิ่งใด ท่านมาหาข้าทำไมข้าบอกแล้วว่าจะไปหาท่านพ่อเอง”
ในขณะนั่น ผู้คุมหอเจิดจรัสกับคนใช้ก็คุยกัน
“นายหญิงนางเป็ลูกเ้าเมืองแบบนี้เราซวยแล้วนะครับ”
“ข้าไม่เคยเจอจะรู้ได้ยังไงว่าเป็ลูกของท่านเ้าเมือง”
“ข้าแจ้งเื่แกท่านเ้าเมืองแล้วแต่ที่ข้ามาเพราะได้รับแจ้งว่า มีคนร้ายมาบุกอาละวาดที่นี้ ข้าก็เลย...”
“แม้ท่านนายกอง ข้าว่าต้องมีเื่เข้าใจผิดกันแล้ว”
“นี้เ้าหมายความว่าอย่างไร”
“ตอนแรกก็แค่คนทะเราะกันเล็กน้อยตอนนี้ไม่มีอะไรแล้ว คนของข้าคงใเลยรีบวิ่งไปแจ้งกับทางการ ต้องขออภัยด้วยหากทำให้ท่านเดือดร้อน”
“อะไรกันนี้เ้าคิดว่าพวกข้าว่างมากขนาดนั่นเลยหรือไง ถึงทำให้พวกข้าต้องเสียเวลา”
“ข้าต้องขอโทษท่านด้วย(ดึงหัวหน้ากองไปกระซิบ) เอาแบบนี้ ข้าให้ท่านทานอาหารฟรี 1 คืนเพื่อเป็การขอโทษท่านก็แล้วกัน ท่านว่าเป็อย่างไร”
“เอาแบบนั่นก็ได้เอาละเช่นนั่นไม่มีอะไรแล้ว พวกเรากลับ”
“ครับ”
“คุณหนู ข้าแจ้งไปทางแม่ทัพ พี่ชายของท่านแล้วท่านเ้าเมืองไม่ให้ใครเข้าพบ ยังไงข้าขอให้ท่านรีบกลับไปที่บ้านพบท่านเ้าเมืองเทอญ”
“ข้ารู้แล้ว เ้าไปเถอะ”
หยุนเทียนหันไปดูผู้ดูแลหอเจิดจรัสเล็กน้อยนางก็รีบหัวเราะกลบเกลื่อนและโค้งคำนับ หยุนเทียนไม่อยากใส่ใจ จึงเดินออกมา
“ใกล้ได้เวลาแล้ว เราไปที่หอการค้าเซียนหลิงกันเถอะ”
“ท่านปู่ท่านอยากไปงานประมูลหรือเ้าค่ะ”
“อืม...สมัยก่อนข้าไม่เคยมีโอกาสได้เข้ารวมการประมูลสินค้าเพราะไม่มีเงินอยากจะรู้เหมือนกันว่าการประมูลสำหรับพวกคนรวยมันเป็ยังไง”
“อย่าว่าแต่ท่านปู่เลย ข้าเองก็ไม่เคยเหมือนกันข้านั่นอ่อนแอ ท่านพ่อไม่เคยพาข้าไปร่วมการประมูลด้วยสักครั้งมีแต่พี่ๆของข้าที่แม่เป็ตระกูลที่ร่ำรวย หรือ คนที่มีพร์”
“แล้ววันนี้ พ่อของเ้าจะไปด้วยไหม”
“ข้าก็ไม่ทราบ แต่ที่พี่สี่มาก็น่าจะมาเข้าร่วมแทนท่านพ่อแต่เขาถูกไล่ออกไปแล้ว ก็ไม่รู้ว่าใครจะมา อาจจะเป็พี่หญิงใหญ่ หรือพี่ชายรองก็ได้”
“นี้เ้ามีพี่น้องกี่คนกัน”
“ท่านพ่อมีภรรยาหลายคน แม่ของข้าเป็คนที่ 7ส่วนข้าก็เป็ลูกคนที่ 7 จาก 8 คนในบรรดาพี่น้องทั้งหมดข้าถือว่ามีพลังอ่อนด้อยที่สุด”
“แล้วแม่ของเ้า นางเป็ยังไงบ้าง”
“ท่านแม่ข้าเสียไปหลายปีแล้วเ้าค่ะมีท่านแม่ 6 ที่เลี้ยงข้ามา กับพี่ห้าในบรรดาเมียของท่านพ่อก็มีแม่หกที่นางเป็คนดี และลูกชายของนาง ท่านพี่ห้าที่ดีกับข้าอาจเพราะพวกเรามาจากชาวบ้านธรรมดาเหมือนกัน จึงพอที่จะเห็นใจกัน ส่วนเมียคนอื่นๆก็เป็ลูกสาวของคนร่ำรวย หรือ ขุนนาง พวกเขาจึงมีอำนาจและหาทรัพยากรในการบ่มเพาะได้ไม่ยาก”
“แล้วพี่ห้าของเ้า มีฐานะเช่นเ้าแล้วเขาสามารถบ่มเพาะสูงกว่าเ้าได้ เพราะพร์หรืออย่างไร”
“ไม่ใช่เ้าค่ะข้าและพี่ห้าขาดแคลนทรัพยากรมาก เงินที่ได้มีกินมีใช้ก็ถือว่าดีกว่าชาวบ้านทั่วไปมาก แต่จะให้ไปซื้อของมาบ่มเพาะก็คงจะยากพร์ข้ามีมากกว่าท่านพี่ห้า ทุกๆเดือนจะได้ทรัพยากรในการฝึกฝนจากตระกูลเพราะถือว่าเป็บุตรของท่านพ่อท่านพี่ห้าก็มักจะแบ่งปั้นของตัวเองให้ข้าเสมอ”
“เช่นนั่นเขาคงต้องมีความพยายามมากถึงได้มีการบ่มเพาะที่สูงกว่าเ้า”
“ใช่เ้าค่ะ พี่ห้าเขาฝึกฝนอย่างหนักหนักกว่าทุกคนที่ข้าเคยพบมากถึงแบบนั่นเขาเองก็มีระดับการบ่มเพาะมากกว่าข้าเพียงแค่หนึ่งระดับ แต่ก็น้อยกว่าพี่น้องคนอื่นๆตอนที่ข้าถูกส่งไปสำนักัดำ พี่ห้าก็ขัดขวางเต็มที่จนตอนนี้เขาถูกกักบริเวณไม่ให้ออกมาข้างนอก”
“ถ้าหากพี่ห้าและแม่ของเขายินดีเ้าก็ให้พวกเขาเข้าร่วมกับสำนัก จบเื่ที่นี้ เราจะกลับไปยังสำนักเนตร์ หากได้คนที่ไว้ใจค่อยช่วยเ้าจัดการสำนักเ้าจะได้เบาใจขึ้น”
“ได้เ้าค่ะ หากมีท่านปู่อยู่พวกเขาก็ไม่ต้องทนกับการอยู่ที่นี้อีก และพี่ห้าจะต้องบ่มเพาะได้ดีกว่านี้แน่”
“เย้...สำนักเราจะมีคนเพิ่มอีกแล้วเรามีกันเยอะๆจะได้แข็งแกร่งที่สุด”
“นี้ตงเหมย เ้าอยากให้สำนักเราแข็งแกร่งที่สุดงันหรือ”
“ใช่แล้วท่านปู่สำนักของเราจะต้องแข็งแกร่งที่สุด”
“ดี เอาตามเ้าว่าเราจะแข็งแกร่งที่สุดทั้งโลกเบื้องล่างและโลกเบื้องบน”
หยุนเทียนและพวกเดินคุยกันมา จนมาถึงหอการค้าเซียนหลิง ก็มีผู้คนมามากมายเพื่อขอเข้าประมูล ทางเข้าหน้าหอต่างก็วุ่นวาย
“ข้ามีเงินข้า้าเข้าประมูล”
“ใจเย็นๆนะค่ะทุกท่านการประมูลมีสิทธิ์การเข้าที่จำกัด คนทั่วไปจะสามารถเข้าได้อีกเพียงแค่ 5ท่านเท่านั่น หากใครประสงค์ที่จะเข้าประมูลก็ขอเป็คนที่ให้ค่าเข้าที่สูงที่สุดไป”
“อะไรกัน ไหนว่าแค่แสนหินิญญา นี้ยังจะให้พวกเราประมูลค่าเข้าอีกหรือจะหน้าเืเกินไปแล้ว”
“การเข้ามีจำนวนจำกัดหากท่านไม่มีปัญญาจ่ายก็เชิญกลับไป หอเซียนหลิงของเราให้ผู้ที่พร้อมเท่านั่นที่จะเข้าประมูล”
“หากเ้าไม่มีปัญญา งันก็หลบไป ข้าให้สองแสนหินิญญา สำหรับ หนึ่งที่”
“ข้าให้สอนแสนห้า”
หยุนเทียนหยุดยืนดู ก็เห็นถึงความวุ่นวาย ผู้คนที่มีการบ่มเพาะต่างก็ยอมทุ่มเงินเพื่อให้ได้เข้าการประมูลในครั้งนี้
“ปรกติงานประมูลคึกคักขนาดนี้เลยหรือ”
“อืม ที่ข้าเคยผ่านไปมา หรือตอนที่ท่านพ่อมาก็ไม่ได้มากขนาดนี้ แต่ก็จะมีบ้างครั้งที่การประมูลนั่นมีของที่หายากมากๆก็จะเป็แบบนี้เ้าค่ะ”
“งันหรือ เราเข้าไปกันเถอะ”
หยุนเทียนพาทุกคนเดินผ่านฝูงชนเข้าไปที่หน้าหอเซียนหลิง ทุกคนต่างก็มองอย่างโกรธเคืองเพราะทุกคนต่างก็้าเข้าไป แต่ก็ยังไม่อาจเข้าโดยง่าย
“เ้าเป็ใครถึง มาแทรกพวกข้าหากอยากเข้าก็จ่ายเงินให้ได้แบบพวกข้าไม่ใช่เดินเข้ามาแบบนี้”
“หุบปากพวกเ้าไปสะ ข้ามีบัตรเชิญต่างหากหากพวกเ้าอยากพูดอะไร ก็มีปัญญามีบัตรเชิญให้ได้แบบข้า หลบไป” หยุนชิง เดินนำหน้าพร้อมโชว์บัตรเชิญ ทุกคนเมื่อเห็นก็ต้องหลบให้
“แม่นางตรวจสอบบัตรเชิญพวกเขาด้วยว่าของปลอมหรือเปล่า ข้าไม่เคยเห็นหน้าพวกเขามาก่อน เป็คนจากสำนักไหนกัน คนที่โด่งดังหรือร่ำรวยในเมืองนี้ข้าก็พอได้เห็นมาบ้างแต่พวกเขาข้าไม่เคยเห็น”
“ฟังไว้สะเ้าพวกโง่ข้าคือเ้าสำนักเนตร์คนปัจจุบัน”
“ว่าอะไรนะ ฮ่า ฮ่า ฮ่า สำนักกระจอกแบบนั่นถูกทำลายไปแล้ว จะได้รับเกียรติได้อย่างไร”
“เ้าฟังไว้ พวกข้า เราสำนักเนตร์เป็คนทำลายสำนักัดำ ศิษย์สำนักเนตร์ที่หลบหนีอยู่ไม่ต้องหลบหนีอีกแล้ว และจากนี้สำนักเนตร์จะกลายเป็สำนักอันดับหนึ่ง”
“ว่าอะไร! สำนักเนตร์เป็คนทำลายสำนักัดำนี้มันเป็ความจริงหรือ”
แล้วในขณะนั่นหยุนชิงก็ส่งบัตรเชิญให้คนของหอเซียนหลิง เมื่อตรวจสอบแล้วพนักงานต้องรับถึงกับตาค้าง และร้องเสียงดัง
“บัตรอันดับหนึ่ง! ข้าน้อยเสียมารยาทแล้วทางเราจะต้อนรับท่านอย่างดี ให้คนไปรายงานท่านเ้าหอเร็ว”
“อะไรนะ บัตรอันดับหนึ่ง” ผู้คนที่ได้ยินต่างก็ใ บ้างก็งงว่าคือสิ่งใด
“มันคืออะไร เ้ารู้ไหม”
“นี้เ้าไม่รู้หรือ บัตรอันดับหนึ่งจะเป็บัตรที่เ้าหอให้เองกับมือเท่านั่น และคนผู้นั่นจะถูกต้อนรับจากหอเซียนหลิงสาขานั่นๆอย่างดีที่สุดเป็บัตรที่เหนือกว่าบัตรพิเศษที่คนมีอำนาจได้กันผู้ที่จะได้บัตรนั่นจะต้องเป็ผู้ที่แข็งแกร่งระดับแนวหน้าของเมืองนั่นหรือเป็ผู้ที่มีอำนาจจนหอเซียนหลิงต้องยอมรับ แม้แต่ท่านเ้าเมืองหรือสำนักใหญ่ๆของที่นี้ก็ไม่มีใครได้รับบัตรนี้เลยแต่สำนักเนตร์ได้มัน หรือว่าที่นางพูดเมื่อครู่จะเป็ความจริงสำนักเนตร์ทำลายสำนักัดำ แสดงว่าต้องมีผู้ที่บรรลุระดับเซียนที่แท้จริงอยู่เป็แน่”
“ว่าอะไรนะ ระดับเซียนที่แท้จริงสำนักใหญ่ยังมีน้อยคน แต่เมืองที่ห่างไกลเช่นนี้ มีเซียนที่แท้จริงปรากฏขึ้น เขาเป็ใครกัน”
ในขณะที่ทุกคนต่างก็พูดกันไปต่างๆนาๆ เฉินอี้เ้าหอเซียนหลิงและผู้จัดการทั้งสองก็มาต้อนรับ
“คารวะท่านผู้าุโท่านเ้าสำนักข้ามาต้อนรับช้า เชิญพวกท่านเ้าค่ะ”
“อืม”
“นั่นมันเ้าหอและผู้จัดการทั้งสองพวกเขามาต้อนรับจริงๆด้วย”
“ใช่ สิ่งที่นางพูดคงเป็เื่จริงแล้ว สำนักเนตร์ทำลายสำนักัดำจริงๆ”
“ข่าวด่วนต้องรีบไปแจ้งสำนักเ้ากลับไปแจ้งเื่ที่สำนักก่อน”
แล้วหยุนเทียนก็เดินเข้าไปในหอเซียนหลิงทิ้งให้ผู้คนสงสัยและพูดเื่ราวกันไป เพียงไม่นาน ข่าวก็กระจายไปทั่วเมืองว่าสำนักเนตร์เป็ผู้ทำลายล้างสำนักัดำ ไม่เหลือรอดแม้แต่ชีวิตเดียวเ้าสำนักคนใหม่เป็ผู้บ่มเพาะระดับเซียนที่แท้จริงบ้างก็ว่าเป็ระดับเซียนะไปแล้ว ข่าวยิ่งไปไกลก็ยิ่งเกินความจริง