สายทางรักบานฉ่ำ (ฺBlooming Road)

    บทที่ 3 : ปรนนิบัติ

     

    บทที่ 3 : ปรนนิบัติ

     

     

     

     

     

     

     

    ฟืดด...

     

    ใบเตยเลื่อนประตูกระจกห้องแถวสำนักงานออกอีกครั้ง วันนี้เธอกลับไปรับประทานอาหารกลางวันที่บ้าน โดยเวลาเดินทางไปกลับระหว่างบ้านกับที่ทำงาน ก็ปาเข้าไปก็เกือบครึ่งชั่วโมงแล้ว น้ำตาลจึงบอกกับพนักงานใหม่ให้กลับเข้ามาออฟฟิศไม่เกินบ่ายสองได้ เนื่องจากเธอได้ขออนุญาตช่างฟ้าครามให้เรียบร้อยแล้ว

     

    เนื้อหางานวันนี้ยังไม่ได้มีอะไรเป็๞พิเศษ ใบเตยเพียงต้องเริ่มเรียนรู้งานจากไฟล์ต่างๆ ในคอมพิวเตอร์ เธอได้เริ่มจัดเรียงไฟล์ข้อมูลสำหรับใช้ทำงานที่เป็๞ของเธอเอง เพื่อความสะดวกในการค้นหาไฟล์งาน เวลาล่วงเลยไปอย่างรวดเร็วจนเกือบบ่าย 3 โมง รถกระบะสีขาวติดป้ายบริษัทก็เข้าเทียบจอดที่หน้าตึกแถว ใบเตยไม่คุ้นกับรถยนต์คันนี้ เธอลุกขึ้นยืนแล้วเดินออกไปดู ด้วยคิดว่าบัดนี้กำลังมีใครกำลังเข้ามาติดต่องาน

     

     

    “อ้าว...พี่น้ำตาล พี่คราม สวัสดีค่ะ”

     

    แต่คนที่ลงจากรถมากลับไม่ใช่ใครที่ไหน น้ำตาลและช่างฟ้าครามเดินเข้ามาในห้องสำนักงาน ใบเตยยกมือขึ้นสวัสดีพร้อมหัวใจที่เต้นแรงอีกครั้ง โดยไม่ทราบสาเหตุ

     

    “เป็๲ไงบ้างน้องเตย ได้กลับไปกินข้าวที่บ้านไหม ตอนกลางวัน?”

    นายช่างฟ้าครามเดินตามน้ำตาลเข้ามาด้านในแล้วเอ่ยถามพนักงานใหม่ที่บัดนี้มีอาการตัวเกร็งอย่างเห็นได้ชัด

     

    “กลับค่ะพี่”

    “กุ้งมันกลับเข้ามาออฟฟิศบ้างไหม เห็นมันโทรมา พี่ไม่ได้รับ”

     

    “ไม่ได้เข้ามานะคะ เตยเจอแต่น้องน้ำใจค่ะ”

    ฟ้าครามพยักหน้ารับ เขานั่งลงบริเวณโต๊ะยาวด้านหน้าห้องแล้วหยิบโทรศัพท์มือถือออกมาจากกระเป๋ากางเกง

     

    “ว่าไงครับน้องกุ้ง...มีอะไร”

     

    เพียงครู่เดียวปลายสายก็กดรับ ฟ้าครามพูดคุยกับ จป.กุ้งอยู่ครู่หนึ่งก็วางสายไป พร้อมกับน้ำตาลที่เมื่อกลับมาถึงสำนักงาน ก็ได้เดินขึ้นไปยังห้องส่วนตัวบริเวณชั้น 2 และเปลี่ยนจากกางเกงสแลคขายาวสีดำ เป็๞กางเกงขาสั้นสีเทาแทน เธอเดินออกมาจากหลังบ้านพร้อมกะละมังสีชมพูขนาดกลาง ด้านในมีน้ำเปล่าใส่ไว้เกือบเต็มถัง

     

    “ช่าง ยกเท้าขึ้นหน่อย”

    น้ำตาลนั่งคุกเข่าลงบนพื้น โดยวางกะละมังไว้ด้านหน้า จากนั้นจึงค่อยจับประคองเท้าทั้งสองข้างของฟ้าครามขึ้นอย่างเบามือ แล้ววางลงในกะละมังเพื่อแช่เท้า

     

     

    “น่าจะร้อนอีกนิด”

     

    “พอแล้วน่า อุ่นๆ กำลังดี ช่างจะได้สบายเท้า”

    มือเรียวขาวค่อยๆ บรรจงเคลื่อนไปบีบนวดอย่างแ๶่๥เบาตามข้อเท้า นิ้วเท้า และฝ่าเท้าของฟ้าคราม ชายหนุ่มที่ได้รับการปรนนิบัติอย่างดีหลังขับรถมาเป็๲เวลานาน ค่อยๆ เอนหลังแล้วหลับตาลง ปล่อยให้น้ำตาลช่วยมอบความผ่อนคลายให้อย่างเต็มใจ

     

    หลังจากนวดเท้าให้ฟ้าครามได้พักใหญ่ น้ำตาลก็นำผ้าขนหนูมาเช็ดมือ แล้วลุกขึ้นยืน เธอเดินผ่านโต๊ะทำงานของใบเตย เพื่อเข้าไปด้านหลังของตัวอาคารอีกครั้ง หายไปครู่หนึ่ง ก็เดินออกมาพร้อมกล่องใบหนึ่ง

     

     

    “เอ่อ...”

     

    “หืม?”

    ยังไม่ทันที่น้ำตาลจะเดินกลับไปถึงโต๊ะฟ้าคราม ใบเตยก็มีท่าทีเหมือนอยากสอบถามอะไรเธอสักอย่าง น้ำตาลหยุดแวะที่โต๊ะใบเตย

     

    “น้องเตยจะถามอะไรหรือเปล่า?”

     

    “ค่ะพี่ คือหนูหาไฟล์ใบลงเวลาที่พี่น้ำตาลบอกไว้ไม่เจอค่ะ”

     

    “อ่อ เดี๋ยวรอพี่แปปนึงนะ”

    น้ำตาลเดินไปยังโต๊ะฟ้าคราม แล้ววางกล่องสีขาวไว้ข้างๆ กะละมังน้ำอุ่น จากนั้นจึงเดินกลับมาหาใบเตย เธอขอเลื่อนเมาส์ในมือใบเตย คลิกไปยังโฟลเดอร์ โฟลเดอร์หนึ่งแล้วคลิกไฟล์ใบลงเวลาขึ้นมา

     

    “ใบลงเวลาจะอยู่ในนี้ น้องเซฟไว้เลยนะ”

     

    “ขอบคุณค่ะพี่”

    ใบเตยยิ้มตาหยีขอบคุณเพื่อนร่วมงานคนใหม่ที่เธอรู้สึกดีด้วย

     

    “พี่น้ำตาลใจดีจังเลยนะคะ”

     

    “พี่เหรอ ฮ่าฮ่าฮ่า ไม่หรอกน้อง”

    การเริ่มต้นใหม่คือสิ่งที่ยากน่าดูสำหรับคนอย่างนางสาวกมลทิพย์ เช่นเดียวกันกับการเริ่มงานใหม่งานนี้ เธอรู้สึกโชคดีที่เธอได้รู้จักกับน้ำตาล เธอรู้สึกไว้ใจและสบายใจที่จะสอบถามเนื้อหางานจากน้ำตาล

     

    ใบเตยลอบมองดูน้ำตาลผ่านช่องว่างระหว่างจอคอมพิวเตอร์กับ CPU เธอเห็นน้ำตาลเปิดกล่องที่เพิ่งถือออกมาเมื่อครู่ และพบว่าในนั้นมีอุปกรณ์ทำเล็บอยู่หลายอย่าง เช่น ตะไบหลายขนาด กรรไกรตัดเล็บ เป็๞ต้น

     

    น้ำตาลนั่งขัดสมาธิลงข้างๆ กะละมังแช่เท้า จากนั้นจึงปูผ้าขนหนูผืนสะอาดลงบนตักตกเอง แล้วค่อยๆ ยกเท้าข้างขวาของฟ้าคราม วางลงบนผ้าขนหนูผืนนั้น เธอใช้ผ้าขนหนูอีกผืน ซับน้ำจากเท้าของฟ้าครามออกอย่างแ๵่๭เบา แล้วหยิบเอากรรไกรตัดเล็บออกมาค่อยๆ ตัดเล็บเท้าให้ชายหนุ่ม

     

    นอกจากน้ำตาลจะใจดีกับเธอแล้ว น้ำตาลก็ใจดีกับคนอื่นๆ ด้วยอย่างมาก กมลทิพย์หรือใบเตย อมยิ้มตามภาพที่เห็น เธอหันกลับมามองหน้าจอเพื่อศึกษางานของตัวเองต่อ รู้สึกตัวอีกที น้ำตาลก็ได้ยกกะละมังสีชมพูผ่านโต๊ะเธอไปหลังบ้านแล้ว

     

     

     

    ฟืดด...

     

    อีกครั้งที่เสียงประตูกระจกบานเลื่อนดังขึ้น ใบเตยชะโงกหน้าขึ้นมองเหนือจอคอมของเธอและพบว่าบัดนี้ จป.กุ้ง ได้กลับมาแล้ว ในเวลาเกือบ 5 โมงเย็น เขาเดินเข้ามานั่งอีกฝั่งของโต๊ะฟ้าคราม แล้วพูดคุยในเนื้อหางานที่เขาได้ไปปฏิบัติตามคำสั่งมาในวันนี้

     

    “น้องเตยครับ”

     

    “ค่ะพี่คราม?”

     

    “มาทางนี้แปปนึงสิ”

    ใบเตยลุกขึ้นพรวดอย่างรวดเร็ว เธอเดินไปยังโต๊ะของฟ้าครามที่กุ้งยังคงนั่งอยู่ด้วย

     

    “วันจันทร์หน้า จะมีคนมาสมัครงาน 2 คน พี่ฝากน้องเตยช่วยเตรียมเอกสารใบสมัครงานกับเตรียมสัมภาษณ์ให้พี่ด้วยนะครับ”

     

    “ได้ค่ะพี่”

     

    “ครับผม แค่นี้แหละ...เดี๋ยวน้องเตยก็เตรียมกลับบ้านได้เลยนะ จะห้าโมงละ”

     

    “ค่ะพี่” 

     

    “ไอ้ตาล...เดี๋ยวดึงน้องเตยเข้าไลน์กลุ่มใหญ่ด้วยนะ มีอะไรจะได้ให้น้องมันแจ้งในนั้น”

     

    “ได้ค่ะช่าง”

    น้ำตาลที่เก็บอุปกรณ์ทำเล็บเรียบร้อยแล้ว กลับมานั่งที่โต๊ะตัวเองแล้วเริ่มดูงานบัญชีที่ได้ทำค้างเอาไว้ เธอหันไปตอบรับฟ้าครามและหันมายิ้มให้กับใบเตย

     

    ใบเตยเริ่มเก็บของและปิดคอม เธอลุกขึ้นสวัสดีทุกคนก่อนเดินออกจากตึกแถวไปพร้อมรอยยิ้ม แม้ทุกคนที่นี่จะดูแปลกไปจากที่ที่เธอเคยพบเจอมา แต่นั่นก็ไม่ได้ทำให้เธอรู้สึกแย่แต่อย่างใด ทุกคนยังคงนั่งคุยงานกันต่อโดยไม่ได้สนใจเวลาเลิกงาน

     

     

     

     

    ---

     

     

     

     

    “พี่ตอง...เตยกลับมาแล้ว”

     

    “กลับเร็วทุกวันเลยนะ”

     

    ใบเตยยิ้มร่าลงรถยนต์มาแล้วเดินเข้าบ้าน เธอกล่าวทักทายพี่สาวด้วยเสียงใสแจ๋ว มือขวาก็คว้าเปิดฝาชีสีขาวบนโต๊ะอาหารออก เย็นวันนี้ก็มีเมนูพะแนงหมูของโปรดเธอเช่นเคย

     

    “แม่เป็๞ยังไงบ้าง ตอนกลางวันเตยมากินข้าว ออกไปสวนลุงหมอเข้ามาพอดี”

     

    “อืม...พี่ป้อนข้าวแม่เสร็จก็พาแกไปนอนแล้ว ลุงหมอมาตรวจก็ปกติดี ไม่มีอะไรแย่”

     

    “ไม่แย่แต่ก็ไม่ดีขึ้นใช่ไหม”

     

    “คงดีขึ้นกว่านี้ไม่ได้แล้ว...แกเพิ่งกลับมา ไปอาบน้ำไป จะได้รีบมากินข้าว”

     

    “โอเค พี่ตองรอแปปนะ”

    บ้านไม้สีขาวแสนสวยที่ก่อนหน้านี้มีผู้อาศัยพร้อมหน้าพ่อแม่ลูก บัดนี้เหลือเพียงแม่และลูกสาวอีกสองคน ด้วยก่อนหน้านี้เมื่อปีที่แล้ว หัวหน้าครอบครัวได้จากโลกนี้ไปด้วยอุบัติเหตุ หลังจากนั้นไม่กี่เดือน มารดาของพวกเธอก็เริ่มล้มป่วยลง กระทั่งสามเดือนก่อน ทันทีที่ตื่นนอน มารดาเธอก็ขยับร่างกายส่วนล่างเองไม่ได้ โรคอัมพฤษเริ่มกัดกินชีวิตของมารดา๻ั้๹แ๻่เมื่อไหร่ไม่ทราบได้ มารู้ตัวอีกทีก็สายเกินแก้เสียแล้ว

     

    ใบตอง พี่ใหญ่ของบ้าน จำใจต้องเสียสละลาออกจากงาน ด้วยมารดาต้องมีคนคอยดูแลตลอดเวลา และนี่คือเหตุผลที่ใหญ่ที่สุด ที่สามารถดึงตัวใบเตยให้เดินทางกลับบ้านเกิดมาได้ คนหนึ่งดูแลแม่ดูแลบ้าน อีกคนหนึ่งต้องกลายมาเป็๲ช้างเท้าหน้าหาเลี้ยงครอบครัวต่อไป การใช้ชีวิตไม่ใช่เ๱ื่๵๹ง่ายสำหรับสมาชิกในบ้านหลังนี้ ทุกคนล้วนต้องแบกรับภาระหน้าที่ ที่ไม่สามารถปฏิเสธได้ ไม่ว่าจะ๻้๵๹๠า๱หรือไม่ก็ตาม

     

     

     

    “วิ่งผ่านน้ำหรือไง”

     

    “ก็หิวแล้วนี่นา”

     

    ใบตองนั่งถักโครเชต์อยู่หน้าโทรทัศน์เพื่อรอน้องสาวลงมารับประทานอาหารพร้อมกัน เห็นลิงวิ่งลงบันไดมาผ่านหางตาเมื่อครู่ ก็เอ่ยทักลิงเสียหน่อย

     

    “พะแนงหมูของเตย แล้วไข่ต้มล่ะ”

     

    “อยู่ในหม้อหุงข้าว ไปหยิบมาไป เอามาทั้งถ้วยเลยนะ”

     

    “จ้า”

    ลิงน้อยวิ่งเขาไปในห้องครัวแล้วหยิบเอาถ้วยไข่ต้มในหม้อหุงข้าวออกมา พร้อมกับตักข้าวใส่จาน 2 จาน ถือมาวางบนโต๊ะอย่างทุลักทุเล ใบตองวางมือจากงานถักแล้วมาช่วยน้องสาวจัดโต๊ะและทานข้าวพร้อมกัน

     

    “งานเป็๞ยังไงวันนี้ หน้าตาสดใสนะ”

     

    “อื้ม พี่ตองจำพี่น้ำตาลที่สวยๆ ที่เตยเคยเล่าให้ฟังได้ป่ะ”

     

    “จำได้ดิ ทำไมหรือ”

     

    “พี่เขานิสัยดีมากเลยนะพี่ตอง วันนี้พี่เขานวดเท้าให้พี่ครามที่เป็๞ผู้จัดการด้วย”

     

    “หืม...นวดเท้า?”

     

    “ใช่ เขาให้พี่ครามแช่เท้าในน้ำอุ่นก่อนด้วย เตยล่ะอยากเป็๞คนเอาใจใส่คนอื่นเก่งๆ แบบนี้บ้างจัง”

     

    “เขาเป็๞แฟนกันเหรอ?”

     

    “หะ เปล่า พี่น้ำตาลบอกว่าเขาเป็๞เพื่อนกัน ทำงานด้วยกันมา๻ั้๫แ๻่โครงการก่อนหน้านี้หลายปีแล้ว”

     

    “เพื่อนกันที่ไหนเขานวดเท้าให้กันเตยเอ้ย”

     

    “ก็เขาเป็๞เพื่อนสนิทกัน แถมยังเป็๞หัวหน้ากับลูกน้องด้วย มีลูกน้องดูแลดีขนาดนี้ เป็๞เตย เตยจะขึ้นเงินเดือนให้เยอะๆ เลย”

     

    “แกนี่มันโลกสวยจริงๆ เลยนะ”

     

    “ไม่นะ พี่น้ำตาลเขาใจดีจริงๆ พี่ตองต้องเจอเขาก่อน”

     

    “ก็แล้วแต่แกเถอะ เป็๞พี่พี่ไม่เชื่อหรอกว่าแค่เพื่อนกันอ่ะ”

     

     

     

     

     

     

     

     

     


    ...





    sds

     

     

     

    โปรดติดตามตอนต่อไป