ตอนที่ 7 : การเดินทาง
เมื่อแสงอาทิตย์ยามเช้าเริ่มสาดส่องขึ้นจากขอบฟ้า เมืองทั้งเมืองก็ค่อย ๆ ตื่นจากความเงียบของค่ำคืน เสียงผู้คนเริ่มดังขึ้นตามถนน เสียงล้อเกวียนและเสียงม้ากระทบพื้นหินดังเป็จังหวะ
ที่ ประตูเมืองด้านตะวันออก ขบวนเกวียนของ สมาคมการค้าเอเลเดีย ได้เตรียมตัวพร้อมสำหรับการออกเดินทางแล้ว
เกวียนสินค้าขนาดใหญ่หลายคันจอดเรียงกันเป็แถว ม้าถูกผูกกับเกวียนอย่างเรียบร้อย พ่อค้าหลายคนกำลังตรวจสอบลังสินค้าและสัมภาระเป็ครั้งสุดท้าย
รวมทั้งหมดมีผู้ร่วมเดินทาง 14 คน
ประกอบด้วย
นักผจญภัย 8 คน
สมาชิกสมาคมพ่อค้าเอเลเดีย 6 คน
ในกลุ่มนักผจญภัยนั้นมี
แรงค์ A จำนวน 3 คน
แรงค์ B จำนวน 3 คน
และอีก 2 คนคือ เรน กับ ลูคัส
นักผจญภัยส่วนใหญ่ในขบวนนี้มาจากเมืองอื่น พวกเขาแทบไม่รู้จักเรนกับลูคัสมากนัก
บางคนเพียงมองทั้งสองด้วยสายตาประเมินเงียบ ๆ
หัวหน้าการเดินทางของขบวนคือชายวัยกลางคนชื่อ แซม เขาเป็สมาชิกาุโของสมาคมการค้าเอเลเดีย
แซมยืนตรวจแผนที่อยู่ครู่หนึ่ง ก่อนจะพูดเสียงดัง
“ทุกคนเตรียมตัวให้พร้อม!”
“เราจะออกเดินทางทันที!”
เสียงล้อเกวียนเริ่มเคลื่อนตัวช้า ๆ
ขบวนสินค้าค่อย ๆ ออกจากประตูเมือง มุ่งหน้าไปยังถนนสายยาวที่ทอดไปทางทิศตะวันออก
ใน่แรกของการเดินทาง ทุกอย่างดูสงบ
ลมเย็นของยามเช้าพัดผ่านทุ่งหญ้ากว้างสองข้างทาง
เสียงล้อเกวียนบดกับพื้นดินดังสม่ำเสมอ
หลังจากเดินทางไปได้สักพัก
ลูคัสที่เดินอยู่ข้างเกวียนคันหนึ่งก็ถอนหายใจยาว
“เฮ้อ…”
เขาบ่นออกมา
“ฉันว่าเรา บินเอา มันง่ายกว่านะ เรน”
ลูคัสหันไปมองเรนที่กำลังเดินเงียบ ๆ อยู่ข้าง ๆ
เรนเหลือบมองเขา
“ถ้านายี้เี…ก็ใช้เวทบินเอาสิ”
ลูคัสเลิกคิ้ว
“เอาจริงดิ”
เรนไม่ตอบ
ลูคัสยิ้มทันที
“งั้นก็ไม่เกรงใจละนะ”
เขายกมือขึ้นเล็กน้อยแล้วร่ายเวทเบา ๆ
พลังเวทสีฟ้าจาง ๆ ล้อมรอบร่างของเขา
จากนั้นร่างของลูคัสก็ ค่อย ๆ ลอยขึ้นจากพื้น
นักผจญภัยบางคนหันมามอง
ลูคัสลอยขึ้นไปสูงประมาณระดับหลังคาเกวียน ก่อนจะ เอนตัวนอนกลางอากาศ
เขาเอามือรองหัวอย่างสบายใจ
แล้วลอยตามขบวนเกวียนไปอย่างช้า ๆ
นักผจญภัยคนหนึ่งพูดขึ้นเบา ๆ
“หมอนั่น…ใช้เวทบินแค่เพื่อนอนเล่นเหรอ”
อีกคนส่ายหัว
“เวทบินมันใช้พลังเวทเยอะนะ”
“จอมเวทย์ส่วนใหญ่ยังไม่กล้าใช้มันนาน ๆ เลย”
แต่ลูคัสกลับใช้มันเหมือนเป็เื่ธรรมดา
เรนมองภาพนั้นอยู่ครู่หนึ่ง
ก่อนจะพูดเบา ๆ
“เอาแบบนั้นเลยสินะ”
จากนั้น
ร่างของเรนก็ ลอยขึ้นจากพื้นเช่นกัน
เขาลอยขึ้นไปอยู่ข้าง ๆ ลูคัส
ทั้งสองลอยเคียงกันไปเหนือขบวนเกวียน
ลูคัสหันมามองแล้วหัวเราะ
“อ้าว เรน นายเอาด้วยเหรอ”
เรนตอบสั้น ๆ
“เดินมันน่าเบื่อ”
นักผจญภัยด้านล่างมองภาพนั้นด้วยสีหน้าประหลาด
หนึ่งในแรงค์ B พูดขึ้นเบา ๆ
“พวกนั้น…บ้าพอกันเลยนี่หว่า”
อีกคนพยักหน้า
“ใช่…บ้าทั้งคู่”
ขบวนเกวียนเดินทางต่อไปอย่างสงบ
วันแรกผ่านไปอย่างไม่มีเหตุการณ์อะไร
เมื่อถึงกลางคืน พวกเขาก็หยุดพักตามจุดตั้งแคมป์ระหว่างทาง
และในวันที่สอง
ขบวนเกวียนก็เดินทางมาถึงชายแดนของ อาณาจักรบลูฮีว
เมืองชายแดนแห่งนี้ใหญ่พอสมควร เต็มไปด้วยพ่อค้า นักเดินทาง และนักผจญภัยจากหลายดินแดน
ขบวนเกวียนหยุดพักที่เมืองนี้เพื่อ เติมเสบียงและตรวจสอบเส้นทาง
ทุกคนได้พักผ่อนหนึ่งคืน
ก่อนจะออกเดินทางต่อใน วันที่สาม
ถนนเริ่มเปลี่ยนจากทางหินเป็ทางดิน
ต้นไม้เริ่มหนาแน่นขึ้น
กลิ่นของธรรมชาติและพลังเวทบางอย่างเริ่มลอยอยู่ในอากาศ
่เย็นของวันที่สาม
ชายผู้ถือแผนที่ซึ่งทำหน้าที่นำทางก็หันไปบอกแซม
“อีกไม่นานครับคุณแซม”
“ถ้าเดินต่ออีกหน่อย…เราก็จะถึง ชายป่าแห่งภูติ แล้ว”
แซมพยักหน้าเบา ๆ
เขามองไปข้างหน้าด้วยสีหน้าครุ่นคิด
ในขณะเดียวกัน
เหนือขบวนเกวียน
เรนกับลูคัสที่ลอยอยู่บนอากาศมานานก็ ลืมตาขึ้นพร้อมกัน
ทั้งสองหันมามองหน้ากันแวบหนึ่ง
เหมือนรับรู้บางอย่างพร้อมกัน
ลูคัสหรี่ตาลงเล็กน้อย
ส่วนเรนก็มองไปยังแนวป่าที่อยู่ไม่ไกล
จากนั้นเรนก็พูดขึ้นด้วยเสียงเรียบ
“ทุกคน…”
นักผจญภัยด้านล่างหันมามอง
“ระวังตัวไว้”
ทุกคนเริ่มชะงัก
เรนพูดต่อ
“มันกำลังรอเราอยู่…”
เขามองไปยังเงามืดของต้นไม้
“…ที่ ชายป่าแห่งภูติ”
บรรยากาศรอบขบวนเกวียนเงียบลงทันที
นักผจญภัยหลายคนเริ่มจับอาวุธ
บางคนเริ่มร่ายเวทเตรียมตัว
สายลมพัดผ่านต้นไม้
เงาของป่าลึกดูมืดผิดปกติ
เหมือนมีบางสิ่ง…
กำลังซ่อนตัวอยู่ภายในนั้น…