บทที่ 18
หนึ่งเดือนต่อมา
แสงแดดอุ่นๆส่องทอประกายลงมาจากบริเวณ้าจางหยวนดูแลสวนผักิญญาของตนเองเป็อย่างดี
ใน่หนึ่งเดือนที่ผ่านมาหลังจากที่เริ่มทำการหาเงินอย่างจริงจังในตอนนี้แปลงผักของเขาขยับขยายมากขึ้นมากกว่าเดิม
โดยตอนนี้แปลงผักที่ทำการปลูกอยู่จากที่มองเห็นอย่างชัดเจนคือมีประมาณห้าแปลงใหญ่ๆ
มันคือการขยับขยายอย่างรวดเร็วใน่เวลาที่ผ่านมา
เป็เพราะว่าผักิญญาสามารถขายได้อย่างดีภายในเมืองจินหยวนในตอนนี้จึงมีเงินมากขึ้น
เมื่อมีเงินมากขึ้นก็สามารถขยับขยายสิ่งที่ตนเองทำได้มากขึ้นเช่นเดียวกัน
แปลงผักที่ตอนนี้พวกผักิญญากำลังส่องแสงทอประกายระยิบระยับพวกมันเป็ผลผลิตชั้นยอดที่ถูกทำออกมาได้เป็อย่างดี
ใน่ตลอดหนึ่งเดือนที่ผ่านมาปฎิเสธไม่ได้เลยว่าจ้างหยวนเต็มไปด้วยความเหนื่อยเน็ต
ร่างกายที่ต้องใช้งานกับงานต่างๆมากมายแน่นอนว่าเหนื่อยล้า
แม้ว่าสภาพร่างกายจะสามารถฟื้นฟูได้โดยการใช้ยาฟื้นฟูความเหนื่อยล้าได้แต่ว่าสิ่งที่ไม่สามารถฟื้นฟูได้มันคือสภาพจิตใจ
การที่จำเป็จะต้องทำสิ่งเดิมๆซ้ำกันเป็เวลาหนึ่งเดือนย่อมรู้สึกเหนื่อยล้าภายในจิตใจ
แต่เมื่อมองเห็นเงินที่มันปรากฏขึ้นเป็กอบเป็กำก็รู้สึกเบาใจได้
หย่งคัง ใน่ตลอดหนึ่งเดือนขยันขันแข็งเป็อย่างมากดูเหมือนว่าก่อนหน้านี้ชายผู้นี้จะไม่มีจุดมุ่งหมายภายในชีวิตของตนเอง
หลังจากที่มีจุดมุ่งหมายการมีชีวิตให้คนผู้นี้ก็เป็คนที่มีความพยายามสูงเป็อย่างมาก
ในตอนนี้เขาทำงานอย่างขยันขันแข็งแม้ว่าจะไม่มียาฟื้นฟูความเหนื่อยล้าใช้งานแต่ว่าร่างกายที่เต็มไปด้วยความแข็งแรงเขาสามารถโหมทำงานหนักได้หลายหลายชั่วยามติดต่อกัน
จางหยวนกำลังยืนอยู่ข้างสวนผักเล็กๆของตนเองยามนี้ใช้ดวงตาทอดมองยาวสวนผักที่อยู่เบื้องหน้าพร้อมกับพยักหน้าขึ้นลงอย่างพึงพอใจ
ตอนนี้ผลผลิตพวกนี้กำลังเติบโตอย่างงดงามให้ผลผลิตที่ดีเป็อย่างมากใน่ตลอดหนึ่งเดือนที่ผ่านมา
จางหยวนก้มหน้าตนแล้วขบคิด “ในตอนนี้มีเื่ราวหลายหลายอย่างเกิดขึ้นแต่ดูเหมือนว่ามันจะไม่ได้ส่งผลอะไรกับธุรกิจการขายผักิญญา ”
“ ผักิญญาสามารถทำเงินได้เป็อย่างดีการส่งออกแต่ละครั้งจะตั้งขายเป็เวลาเจ็ดวันต่อหนึ่งครั้งโดยในตอนนี้ผักิญญาที่ทำการค้าขายอยู่ขายออกไปแล้วประมาณสี่รอบใน่หนึ่งเดือน”
“ โดยพวกมันมีจำนวนที่เพิ่มมากขึ้นในตอนนี้กำไรที่ได้มาจากพวกมันเองก็มากขึ้นด้วยเช่นเดียวกัน ”
“ ถึงแม้ว่าจะหักต้นทุนในการใช้งานหลายหลายอย่างไปก็ยังคงเหลือกำไรกว่าแปดส่วนในการค้าขาย ”
“ แต่ว่าขีดจำกัดที่สามารถสังเกตเห็นได้อย่างชัดเจนเลยก็คือตอนนี้พื้นที่บริเวณนี้ถึงที่จำกัดแล้ว”
ลองมองดูแล้วภายในบริเวณนี้มันเป็บ้านที่ตั้งอยู่ภายในป่าบริเวณรอบนอกก็มีต้นไม้มากมายพื้นที่เองแม้ว่าจากความใหญ่แต่ก็มีจำกัด
แน่นอนว่าถ้าอยากจะขยับขยายกิจการให้เติบโตมากขึ้นจางหยวนรู้ดิว่าตนเองต้องขยับขยายพื้นที่ด้วย
“ ในตอนนี้เงินเก็บที่ได้มาจากการค้าขายตลอดหลายวันที่ผ่านมาแล้วก็ลองหักต้นทุนออกไปแล้วเหลืออยู่ประมาณ 60 ตำลึง ”
แน่นอนว่าเงินประมาณ 60 ตำลึงมันไม่ใช่เงินในน้อยมองดูแล้วเงินพวกนี้ใช้ชีวิตได้หลายต่อหลายเดือนเลยทีเดียว
คนธรรมดาทั่วไปที่ใช้แรงงานในยุคสมัยนี้ไม่มีทางหาเงินเช่นนี้มาได้ในตลอดหนึ่งเดือนที่ผ่านมาอย่างแน่นอน
แต่ว่าเขากลับสามารถหาเงินเหล่านี้มาได้โดยใช้เวลาเพียงแค่หนึ่งเดือนที่ผ่านมา
เพียงแค่นี้มันเองก็สามารถบ่งบอกได้แล้วว่าการเจริญเติบโตของธุรกิจการซื้อขายผักิญญามันเติบโตเพียงใด
“ ผู้คนภายในเมืองเริ่มรู้จักร้านขายผักิญญาของเรามากขึ้นในตอนนี้ก็จะเป็เป้าสายตาของผู้คนมากขึ้นถ้าเป็ที่สนใจกับผู้คนในวันข้างหน้าถ้าจะลงมือทำอะไรซักอย่างผู้คนเองก็คงจะสนับสนุน”
หนึ่งผลประโยชน์ที่ได้จากการค้าขายผักิญญาพวกนี้มันเองก็คือการที่จะได้รับชื่อเสียง
ปฎิเสธไม่ได้เลยว่าชื่อเสียงเป็สิ่งที่สำคัญภายในยุคสมัยนี้หรือว่ายุคสมัยไหน
ไม่ว่ายุคสมัยใดใดชื่อเสียงเองก็เป็สิ่งที่สำคัญชื่อเสียงจะบ่งบอกถึงความเชื่อใจและความเชื่อมั่น
ในตอนนี้การค้าขายผักิญญาให้กับเหล่าผู้คนการที่ค้าขายอย่างซื่อตรงแล้วก็ขายให้กับเหล่าผู้คนอย่างเท่าๆกัน
เพียงแค่นี้จางหยวนเองก็ได้ซื้อใจของผู้คนภายในเมืองแห่งนี้ไปมากกว่าครึ่งแล้ว
ถ้าขายผักิญญาให้กับผู้คนภายในเมืองมากขึ้นก็จะมีผู้ฝึกฝนพลังิญญามากขึ้นแน่นอนจะสามารถลดทอนการแบ่งแยกฐานะของสังคมได้
“ โดยในตอนนี้ด้วยเงิน 60 ตำลึงที่มีอยู่ คงจะหาซื้อที่ดินซักผืนได้ เอาไว้ใช้ในการปลูกผัก ”หลังจากที่ทำงานอย่างหนักมาตลอดหนึ่งเดือนที่ผ่านมาในตอนนี้เริ่มคิดจะขยับขยายสถานที่ของตนเองแล้ว
เมืองจินหยวนเป็เมืองที่เหมาะสมกับการตั้งรากฐานเป็อย่างมาก
เพราะว่าอยู่ห่างไกลจากเมืองหลวงไม่มากนักแถมยังสามารถติดต่อการค้าขายได้เป็อย่างดีเพราะเป็ทางผ่านของการค้าขายจะมุ่งตรงไปเมืองหลวง
…
ตกดึก
ยามหัวค่ำ
จางหยวนนำเอาแผนการที่จะขยับขยายพื้นที่โดยการซื้อที่ดินมาให้กับหย่งคังได้ล่วงรู้เพราะอย่างไรเสียเงินที่สามารถหามาได้ก็เป็เงินที่ได้มาจากเรี่ยวแรงของทั้งสองร่วมกัน
การที่จะทำอันใดย่อมต้องปรึกษาอีกฝ่ายไม่สามารถตัดสินใจได้คนเดียว
หน้ากองเพลิงสหายต่างวัยทั้งสองกำลังนั่งปรึกษาเกี่ยวกับเื่นี้อย่างจริงจัง
“ การซื้อขายที่ดินสินะจริงอยู่ที่ว่าภายในเมืองนี้มีที่ดินบริเวณชานเมืองอีกมากที่ยังคงว่างอยู่ถ้าอยากจะซื้อขายหรือว่าติดต่อการซื้อจากพวกมันก็ต้องทำการติดต่อกับนายหน้าค้าที่ดินประจำเมือง” หย่งคังคิดอย่างจริงจัง
“ ข้าถามว่าท่านเห็นด้วยหรือไม่ที่จะทำการขยับขยายที่ของพวกเราโดยในตอนนี้ตัวของข้ายังไม่ได้พูดถึงเื่ที่จะทำการซื้อขายที่ดินเลย ”จางหยวนย้อนถาม
“ ถ้ากล่าวถึงว่าเห็นด้วยหรือไม่ในการขยับขยายแน่นอนว่าย่อมเห็นด้วยอย่างไรจุดประสงค์ของพวกเราจองเองก็กล่าวเองว่าเพื่อหาเงินในตอนนี้พื้นที่บริเวณนี้มีจำกัด การหาเงินเองก็คงจะจำกัดแล้วเช่นเดียวกัน ”
หย่งคังเองก็รู้ดีว่าในตอนนี้สิ่งที่พวกเขากำลังทำอยู่มันมาถึงทางตันแล้ว
ที่ดินภายในป่าเช่นนี้ไม่ได้แตกต่างจากกรงขังที่ทำให้พวกเขาไม่สามารถเจริญเติบโตได้
เพราะแบบนั้นการขยับขยายที่ดินให้เพิ่มมากขึ้นมาเป็ทางเลือกที่ถูกต้อง
“ ในตอนนี้ข้าคิดว่าจะเลือกดูที่ดินบริเวณชานเมืองแต่ว่าการซื้อที่ดินเหล่านี้มันเองก็จำเป็จะต้องดูดด้วยปัจจัยหลายหลายอย่างไม่ว่าจะเป็ขนาดที่ดินหรือว่าจะเป็ดินที่ต้องใช้ในการเพาะปลูก”
“ โดยในตอนนี้มองถึงการขยับขยายของพวกเราถ้าอยากจะขยับขยายเติบโตให้รวดเร็วจำเป็จะ้าทรัพยากรแล้วก็เงินทุน” จางหยวนคิดในมุมนักธุรกิจ
“ จะทำอย่างไรก็แล้วแต่เ้าในตอนนี้ข้าเองก็ไม่รู้เช่นเดียวกันว่าเ้าคิดอะไรอยู่ ” หย่งคังตอบ
ในตอนนี้ปฎิเสธไม่ได้เลยว่ามันนั้นตามความคิดของบุรุษผู้นี้ไม่ทันเลยสักนิดว่ามีความคิดอ่านเช่นไร
“ ข้าคิดออกแล้วถ้าเช่นนั้นพวกเราลองเสี้ยงกันดูดีหรือไม่ ”จางหยวนอยู่อยู่ก็ปรากฏความคิดหนึ่งขึ้นมา
หย่งคังที่นั่งอยู่เบื้องหน้าแสดงใบหน้าที่เต็มไปด้วยความประหลาดใจก่อนที่จะย้อนถามออกไป “ หมายความว่าอย่างไร? ”
“ ในตอนนี้พวกเราจำเป็จะต้องซื้อขายที่ดินใช่หรือไม่ถ้าเช่นนั้นพวกเราไปซื้อขายที่ดินโดยเสียเงินให้น้อยที่สุดกัน ”จางหยวนแววตาเปล่งประกายราวกับว่ามีความคิดบางอย่างดีดี
หย่งคังยิ่งแสดงใบหน้าที่สงสัยมากขึ้น “นี่เ้ามีความคิดอันใดกันแน่? ”
“ เดี๋ยวพรุ่งนี้ท่านเองก็จะรู้ว่าข้ามีความคิดอันใด” จางหยวนยิ้มอย่างเ้าเล่ห์
จบบท