"ท่านอ๋อง ทำไมถึงคิดเื่นี้ขึ้นมาได้"
"ข้าพบหน้านาง แต่นางหาได้อัปลักษณ์ไม่"
"เป็ไปได้อย่างไร นางอัปลักษณ์เพียงนั้นจะเป็อื่นไปได้อย่างไร"
"ข้าเองก็สงสัยไม่น้อย หากดื่มสุราคงคิดว่าด้วยฤทธิ์สุราเป็แน่"
"ท่านอ๋องอาจด้วยเวทมนตร์ผู้คนต่างเล่าขานว่านางล้วนมีมนตร์ดำ"
"เช่นนั้นข้าควรจะพบนางดูสักครั้งจะดีไหม"
"ท่านอ๋องจะเข้าไปในจวน เฉิงอู๋อ๋องอีกหรือไร"
"ก็คงต้องเป็อย่างนั้น"
หวงเฉิงอู๋แช่น้ำอุ่นสบายอารมณ์ปิดเปลือกตา เหมือนกำลังหลับ
ความคิดวิ่งวนในหัวนางอัปลักษณ์แต่ฮ่องเต้กับแต่งนางให้เขา บิดานางแม้จะไร้ปากเสียงแต่ใครบ้างไม่รู้ว่าฝ่าาให้ความสำคัญเพียงใดในเมื่อบิดานางเป็ทั้งคู่เขยเกี่ยวดองเป็ญาติแลัวยังเป็ศิษย์อาจารย์เดียวกันมาก่อน ความสนิทชิดเชื้อไม่ต้องเอ่ยถึง
ใบหน้าซีกขวาของนาง ทำเอาเขาไม่อาจละสายตา ดวงตาเศร้าสร้อยหวานฉ่ำแต่ติดที่ใบหน้าซีกซ้ายมีเผลอมองครั้งใดจึงต้องเบือนหน้าหนีเสีย ด้วยใบหน้าที่มีแผลเป็ปูดโปนจนน่ากล้วแม้แต่รอบดวงตายังไม่เว้นต้องเรียกว่าน่าสยดสยอง
"ท่านพี่ข้าถูตัวให้"ฟางหลินเข้ามาในห้องแช่น้ำอุ่นด้วยอาภรณ์น้อยชิ้นนางคงให้สององค์หญิงกลับไปเสียแล้วจึงเข้ามาที่นี่ได้
ลุกพลวดขึ้นจากน้ำ
"ข้ากำลังจะขึ้นจากน้ำพอดี เ้ามาช่วยข้าสวมอาภรณ์ดีกว่าข้าจะกลับเข้าไปที่วังหลวง"
"ท่านพี่ ทำไมต้องไปตอนนี้ด้วยย่ำค่ำแล้ว"ซบหน้าลงบนอกแน่นเต็มไปด้วยมัดกล้ามเปลือยเปล่าหยดน้ำเกาะพร่างพราว
"ข้าตั้งใจ เข้าเฝ้าฝ่าา มีเื่คาใจอยากจะถามให้รู้เื่กันไป"ดึงเสื้อคลุมมาคลุมตัวมิดชิด
"ข้าเร่งไปถึงวังหลวงก่อนมืด"
"ท่านพี่ รีบไปรีบมา"
"ไม่ต้องรอเสวยข้าอาจเสวยพร้อมฝ่าาที่นั่น"ฟางหลินทำหน้าละห้อยเฉิงอู๋ก้มลงจุมพิตที่หน้าผาก
สวมเสื้อคลุม ก้าวเดินออกจากห้องไป
วังหลวง
“อืมลมอะไรหอบมาถึงนี่”
“หวงเฉิงอู๋ถวายพระพรฝ่าา”
“กำลังคิดว่าเฉิงอู่เพิ่งจะแต่งงาน คงไม่มีเวลามาร่วมเสวยกับข้า”
“ฝ่าาเฉิงอู่เองมีเื่อยากถามไถ่ อย่างที่บุรุษควรกระทำเช่นกัน”
“ว่ามา”
“เฉิงอู่ ไม่เข้าใจในพระประสงค์ของฝ่าาที่แต่ง ชายารองในครั้งนี้ นางเอง หาได้สะสวยอย่างที่ควรจะเป็ และอีกอย่างหากจะแต่งชายาให้กับเฉิงอู๋ด้วยความหวังดีเหตุใด...จึงต้องแต่งหญิง...อัปลักษณ์”
“ข้าคิดว่าข้าพูดกับเ้าเข้าใจเสียแล้วไม่ต้องพูดกันซ้ำอีก เจิ้งอ้ายฉิงเป็หลานของฮองเฮาอีกทั้งใช้ชีวิตลำบากที่ตระกูลเหว่ยบิดาแม้จะเอ็นดูนางแต่นางก็ไร้มารดาคอยปกป้อง เหว่ยจื่อหยวนกับข้าก็สนิทสนมกันยิ่งเื่นี้ ข้า จึงคิดว่าเหมาะสมยิ่งแล้ว”
“ฝ่าาเฉิงอู๋ไม่อาจฝืนใจหากว่าข้าจะไม่ร่วมแท่นนอนกับนางด้วย ใบหน้าที่อัปลักษณ์ของนางเกรงว่ายิ่งจะทำให้นางพบกับความอัปยศมิสู้ฝ่าา ให้ข้าหย่ากับนางเสียนางจึงจะได้ไม่ต้องแบกรับความขมขื่น”
“อย่างไรเสียนางก็แต่งเข้าไปในจวนอ๋องของเ้าแล้ว เฉิงอู๋สามีภรรยาถกใจหรือไม่ก็แค่ทำหน้าที่กันไปชายาเอกของเ้าแต่งมาร่วมปียังไร้ทายาทสืบสกุล บางทีมีชายารองอีกคนอาจมีลูกสมใจ”พูดยิ้มๆ ไม่ได้มองว่าหวงเฉิงอู๋ มีสีหน้าเช่นไร
“ ข้าไม่กดดัน แต่ด้วยกิริยาของ อ้ายฉิงแม้ใบหน้านางจะไม่เป็ที่ต้องตา แต่ทว่าท่าทีชดช้อยนั้นบางทีเ้าลองมองนางเสียใหม่อาจ เปลี่ยนความคิดของเ้าได้”หวงเฉิงอู๋ยังจำ น้ำเสียงหวานปานน้ำผึ้งป่าของอ้ายฉิงได้ได้หรือว่า์เมตตาชดเชยให้นางกันแน่
“ไม่รักนางข้าไม่ว่าแต่สามีภรรยา อย่างไรสักวันก็ต้องร่วมเตียง ฮองเฮาเป็ห่วงเื่นี้ยิ่ง เฉิงอู๋เ้านับถือฮองเฮาดุจมารดาหากเื่นี้นางได้ยินเข้าก็คงไม่สบายใจเพราะนางยังคิดว่าเ้ามิใช่คนที่มองใครแค่เพียงภายนอกเท่านั้นอีกอย่างฮองเฮาเอ็นดูหลานคนนี้ยิ่งด้วยขาดแม่และยังมีใบหน้าอัปลักษณ์ไร้คนคบหา พากันตัดสินนางแค่เพียงภายนอก ฮองเฮามักจะพูดเื่นี้กับข้าบ่อยๆ นางหวังว่าจะจะแตกต่างจากคนอื่น”ร่ายมาเสียยาว หวงเฉิงอู๋ ถอนหายใจ
“หากข้า ไม่ยอมร่วมแท่นนอนกับนางก็เท่ากับข้าผิดกับฮองเฮาใช่หรือไม่”น้ำเสียงยโสอย่างที่เคยทำ
“เื่นี้ยากจะแยกแยะผิดถูกแต่ หวงเฉิงอู๋ข้าอยากให้เ้าลองมองนางเสียใหม่”
“ไม่มีทางเป็อื่นนางอัปลักษณ์จนข้า ไม่อยากจะพบหน้านาง”หวงฉีจิ้งเป็ฝ่ายถอนหายใจบ้าง
“เสวยร่วมกันกับข้าเด็กๆ ยกเครื่องเสวย”นางกำนัลยกเครื่องเสวยเข้ามา
“หวงเฉิงอู๋ความจริงเื่นี้ไม่ได้กดดันเ้า แต่ด้วยฐานะของอ๋องเฉิงอู๋จะมั่นคงได้ จะต้องมีข้าและฮองเฮาคอยสนับสนุนคิดเสียว่านางเป็เครื่องการันตี”
หวงเฉิงอู๋ยอมนั่งลงแต่โดยดี
“เฉิงอู๋ เข้าใจแล้ว”
“ดี ลองกลับไปมองนางเสียใหม่หวังว่าเ้าจะพบบางอย่างในตัวนาง”
จวนเฉิงอู๋อ๋อง
ดึกสงัด ห้องพักของอ้ายฉิงที่อยู่ในความมืด เจียวหยูไปนอนตามคำสั่งของ อ้ายฉิงนั่งลูบไล้ ป้ายหยกเนื้อดีในมือไปมา
ก่อนหน้านั้น
“คุณหนู นี่คือป้ายหยกที่มารดาของคุณหนูมอบให้คุณหนูพกติดตัวไว้”
“ป้าเป่ย ป้ายหยกชิ้นนี้เป็ของใครกัน”ป้าเป่ยถอนหายใจ
“ป้าเองก็ไม่ทราบได้ แต่มารดาของคุณหนูบอกว่าให้ตามหา เ้าของป้ายหยกอันนี้ แล้วคุณหนูจะได้รับความกระจ่าง”ยกมือขึ้นลูบใบหน้าในความมืด หลายครั้งที่พิศมองใบหน้าของตัวเองยามที่ไม่ได้ แปะแผ่นหนังอัปลักษณ์นั่นใบหน้าที่แตกต่างจากคนอื่น หรือแม้กระทั่ง น้องสาวร่วมบิดาหยวนจื่อเจียว
เสียงกุกกักก่อนที่ร่างสูงของใครบางคนจะก้าวเข้ามาในห้องทางประตูหน้าต่าง แม้จะมองไม่เห็นหน้าแต่อ้ายฉิงก็รู้ว่า คือคนคนเดียวกับคนร้ายเมื่อวาน
“ท่านเป็ใคร”กำป้ายหยกไว้ในกำมือ
“......”
“หากไม่ยอมพูด ว่าท่านเข้ามามีจุดประสงค์อะไรข้าจะะโให้คนช่วย”ยิ้มกับเสียงหวานใสที่ได้ยิน
“ข้าไม่กลัวคนพวกนั้น”สะบัดมือเพียงพริบตา เปลวเทียนสว่างไสวส่องกระทบใบหน้าอัปลักษณ์
“ข้าตาฝาดไปจริงๆ ”เขม่นมองใบหน้าอัปลักษณ์ไม่ละสายตา
“บอกมา้าอะไร”
“้าพบเ้า้าเห็นหน้าเ้า” เจิ้งอ้ายฉิงใจเต้นตึกตัก
“ไปเสียไม่อย่างนั้นข้าจะร้องให้คนช่วย ชะชะช่วยด้วย”มืออุ่น คว้าข้อมือดึงร่างบางมากอดไว้มืออีกข้างปิดปากไว้แน่น
ลากเจิ้งอ้ายฉิงไปที่แท่นนอน
“ท่านจะทำอะไร”นึกหวั่นๆ
“ไม่ทำอะไร เงียบก่อน”ส่งสัญญาณให้เงียบ หวงเฉิงอู่โซซัดโซเซเข้ามาในห้องกลิ่นสุราคละคลุ้ง
ปาหยางอ๋องปล่อยมือที่ ปิดปากะโไปใต้แท่นนอนซุกกายอยู่ใต้แท่นนอน
“ฝ่าาให้ข้า ร่วมแท่นนอนกับเ้าเสีย” เจิ้งอ้ายฉิงถอยไปชิดผนังห้อง
“หึหึ กลัวรึอย่างเ้ายังกล้าปฏิเสธหรือกลัว บุรุษที่อยากจะมีอะไรกับเ้าอีกหรือในเมื่อใบหน้าเ้าอัปลักษณ์เพียงนี้น่าจะดีใจที่มีคนอยากร่วมแท่นนอนกับเ้า”เจิ้งอ้ายฉิงกัดริมฝีปากแน่น วันนี้วันอะไรกันทำไมต้องมาเจออะไรแย่ๆ ด้วย
“มานี่ มาปลดอาภรณ์ให้ข้ายั่วยวนข้าหน่อย บางทีข้าอาจมีอารมณ์อยากร่วมรักกับเ้า”เจิ้งอ้ายฉิงตัวชา หน้าชาด้วยความรุ้สึก เ็ปและอับอายกับคำพูดของหวงเฉิงอู๋
“มานี่”ส่งเสียงตวาดดังลั่น เดินเข้าไปประชิดตัวเจิ้งอ้ายฉิง ที่หลับตาป๊๋ด้วยความกลัวและความใไม่เคยต้องมือชายใด สะบัดมือจนเปลวเทียนดับลงความมืดปกคลุมอีกครั้ง หวงเฉิงอู๋ยกมือขึ้นปลดอาภรณ์ของอ้ายฉิงที่ยืนนิ่งด้วยความใอย่างที่สุด
“โครม”ปาหยางอ๋องลุกออกมาจากใต้แท่นนอน จงใจ แตะเข้าที่เชิงเทียนให้ล้มคว่ำเสียงดันลั่น
หวงเฉิงอู่หายเมาเป็ปลิดทิ้ง หันไปแตามเสียง
“เ้า เจิ้งอ้ายฉิงเ้า นำผู้ใดเข้ามาในห้องนอนแทนที่ข้า”ตวัดมือซัดฝ่ามือเข้าใส่ ปาหยางที่พลิ้วกว่าทะยานออกจากห้องไปในทันที เจิ้งอ้ายฉิงตัวสั่นงันงก อีกคน กระชากร่างบางมาซบอก
“แพศยา ข้าไม่ร่วมแท่นนอนเ้ายังกล้านัดแนะชายชู้เข้ามาหาถึงในจวนอ๋องของข้า เด็กๆ นำตัวนางไปโบย ห้าสิบไม้”