ชายร่างสูงในอาภรณ์สีครามเข้มทอดสายตามองไปยังสระบัวด้านหลังตำหนักพลางนึกถึงเื่ราวที่เคยผ่านมาเมื่อหลายปีก่อน ครั้งนั้นไม่คิดว่าจะมีสตรีมากความสามารถปรากฏตัวขึ้น หากไม่ได้นางช่วยเหลือเขาคงตายไปั้แ่ตอนนั้นแล้ว ฝ่ามือใหญ่ลูบริมฝีปากของตนไปมาก่อนเอ่ยพึมพำ
“เคยเกิดเื่แบบนั้นขึ้นด้วยงั้นสินะ”
หลังจากนั้นกว่าเขาจะฟื้นขึ้นมาในตำหนักเวลาก็ล่วงเลยไปกว่าหนึ่งวันเต็ม เื่ราวที่เกิดขึ้นทำให้รัชทายาทไม่เคยคิดจะไว้ใจผู้ใดอีกเลย ครอบครัวขององครักษ์นายนั้นถูกสังหารทั้งตระกูล เมื่อทหารไปถึงทั้งบ้านก็เหลือทิ้งเอาไว้เพียงซากศพซึ่งตายมาแล้วหลายวัน
คนตายพูดไม่ได้ไม่มีผู้ใดล่วงรู้เจตนารมณ์ที่คิดการใหญ่ขออีกฝ่ายว่าเป็ความตั้งใจของเขาเองหรือได้รับคำสั่งใครมา หากเป็ข้อหลังคงต้องบอกเลยว่าคนคนนั้นรอบคอบอย่างมาก
สุดท้ายคดีนี้ถูกปิดลงด้วยข้อสรุปที่ว่าผู้ร้ายลอบปลงพระชนย์ตั้งใจสังหารรัชทายาทเตรียมการมาอย่างดีด้วยการสังหารคนในครอบครัวด้วยตนเอง ยามเมื่อไร้บ้านให้กลับความตั้งใจที่มีไม่สามารถหันหลังหนีได้อีก การเตรียมใจสังหารองค์ชายขององครักษ์หนุ่มหนักแน่นยิ่งกว่าสิ่งใดก่อนสุดท้ายจะฆ่าตัวตายตาม เื่ที่ผิดแผนไปมีเพียงเป้าหมายการลอบสังหารนั้น...ยังมีชีวิตอยู่
ผู้คนต่างสาปแช่งและประณามการกระทำของมือสังหารผู้ลงมือกับโอรส์ กลับกันห่าวซวนเป็เพียงคนเดียวที่จัดการฝังศพของอดีตองครักษ์ด้วยตนเอง เขาไตร่ตรองแล้วว่ามีช่องโหว่มากมายซึ่งอีกฝ่ายสามารถทำร้ายตนถึงแก่ชีวิตโดยทันทีได้ หากเป็ที่ลำคอ ศีรษะหรือหัวใจเขาคงไม่ตายเพราะจมน้ำหรอก แล้วถ้าเื่นี้เป็ความตั้งใจของเจียงเฉิงก่อนจะเข้ามารับใช้เขา ่เวลาที่มีมาด้วยกันนั้นมิใช่เื่หลอกลวงด้วยกระบี่ที่ฟาดฟันมามันอัดแน่นไปด้วยความลังเลและเสียใจจนเขายังรู้สึกได้
องค์รัชทายาทเริ่มเ็าและเว้นระยะห่างจากผู้คนมากขึ้นเรื่อยๆ เื่ที่ประสบทำให้เด็กหนุ่มในวันวานเติบโตขึ้นเป็ชายหนุ่มเต็มตัว เขาไม่ได้โกรธแค้นหรือยึดติดกับเหตุการณ์ที่เคยเกิดขึ้นเพียงแต่เื่ที่ผ่านเข้ามาเป็บทเรียนอันล้ำค่าซึ่งสอนให้เขารู้ซึ้งถึงชีวิตมากขึ้นเท่านั้น
ตำหนักใหญ่เฉียนชิง
ใน่เช้าหลังจากตะวันทอแสงได้ไม่นานแขกที่ไม่ได้นัดไว้ก็ย่างเท้าเข้ามายังตำหนักใหญ่ หวงลู่จื้อเห็นว่าผู้มาเยือนเป็ใครจึงอนุญาตให้เข้ามาโดยมิได้ตำหนิ
“มาหาข้าแต่เช้า เ้ามีอะไรถึงรีบร้อนขนาดรอเวลาไม่ได้” เขาเอ่ยถามลูกชายที่ปีนี้ย่างเข้าวัยยี่สิบแล้วแม้จะไม่ได้เอ่ยชมต่อหน้า แต่ลึกในใจเขาภูมิใจมากที่ห่าวซวนโตขึ้นมาเป็ชายชาตรีควรค่าแก่การเคารพ
“ดูเหมือนว่ากระหม่อมจะมีบางสิ่งขัดกับราชโองการที่กำลังรอประกาศของเสด็จพ่ออยู่พ่ะย่ะค่ะ” ราชโองการของฝ่าาเป็ความลับจากสายตาของคนทั้งแคว้นกลับมีเพียงฉบับนี้ที่เล็ดลอดไปเสียทุกหัวระแหงจนไม่รู้ว่าเป็เพียงเพราะราชเลขาธิการทำงานไม่ได้เื่หรือจงใจปล่อยข่าวกันแน่
“หึ ข้าเป็ฮ่องเต้หากเปลี่ยนแปลงวาจาไปมาความเด็ดขาดของข้าจะมัวหมองได้” ชายผู้อยู่สูงสุดของแผ่นดินเหยียดยิ้มก่อนจะนั่งลงเบื้องหน้าลูกชายของเขา
“มิใช่ว่าเสด็จพ่อกำลังรอให้กระหม่อมเคลื่อนไหวหรือพ่ะย่ะค่ะ ถึงได้ประวิงเวลาไว้ทั้งที่จะประกาศออกไปเลยก็ได้” ชายหนุ่มสวนกลับก่อนจะได้รับสายตาพึงพอใจจากพระบิดา
“ดูเหมือนเืของข้าในตัวเ้ามันจะเข้มจริงนะห่าวซวน” ลูกไม้ย่อมหล่นใต้ต้นและดูเหมือนว่าลูกไม้ที่ว่าจะพยายามเติบโตขึ้นมาเป็ไม้ใหญ่เทียมเขาเสียด้วย
“เรียกว่ากระหม่อมรู้ทันความปราดเปรื่องของเสด็จพ่อจะดีกว่าพ่ะย่ะค่ะ” รัชทายาทยังคงสีหน้านิ่งเฉยไม่ได้แสดงความรู้สึกใด
“ข้าสามารถกลืนน้ำลายตนเองเื่ราชโองการได้ เพียงแต่ข้ามีสิ่งที่้าตอบแทน” รอยยิ้มเ้าเล่ห์ผุดขึ้นตรงมุมปากของบุรุษบนบัลลังก์ั
“โลกใบนี้หากเสด็จพ่อ้าสิ่งใดย่อมคว้าเอามาได้ง่ายดุจพลิกฝ่ามืออยู่แล้วนี่พ่ะย่ะค่ะ กระหม่อมจะตอบแทนด้วยสิ่งใดได้อีก” ดวงตาคมสบมองคนตรงหน้าไร้ท่าทีหวั่นใจ
“ข้าไม่ได้เสกทุกสิ่งได้ตามใจนึก บางสิ่งก็ไม่สามารถดลบันดาลขึ้นมาได้ตัวกำลังของตนเองเพียงแต่หากเป็เ้าต้องทำได้แน่” ก่อนที่บทสนทนาจะดำเนินยาวไปเกือบถึง่สายของวัน ไม่นานหลังจากนั้นราชโองการใหญ่ก็ถูกประกาศออกไปสู่สาธารณะแจ้งถึงประสงค์ของฮ่องเต้ในการอภิเษกสมรสและแต่งตั้งพระชายาขององค์รัชทายาทสร้างเสียงฮืออาทั้งแปลกใจและตกตะลึงแก่คนทั้งแผ่นดิน
ณ ตำหนักพระสนมเสียนเฟย
ปีกขวาติดกับตำหนักใหญ่เป็ตำหนักของพระสนมสวี รอบด้านเต็มไปด้วยหมู่ไม้นานาพันธุ์ที่พระนางโปรดปราน บ้างเป็ไม้งามที่มีดอกหลากสี บ้างเป็ไม้ยืนต้นไร้ดอกที่ไม่คุ้นตา หลายต้นหาได้ยากในแคว้นซึ่งข้ามน้ำข้ามทะเลมาจากอีกฝั่งหนึ่งของแผ่นดิน
สวีเลี่ยงเฟิ่ง แม้เกิดในตระกูลใหญ่เพียบพร้อมด้วยรูปทรัพย์และเงินทองแต่นางกลับชื่นชอบชีวิตสมถะเช่นสามัญชน ต้นไม้ใบหญ้าทุกต้นนางจึงเป็คนปลูกและดูแลด้วยตนเอง ในสนามาประสาทภายในราชวังมีแต่เื่ให้ปวดหัวทั้งการชิงดีชิงเด่นของฝ่ายใน การแก่งแย่งอำนาจของขุนนาง แต่ในกระแสพายุลูกใหญ่ดอกหญ้าเช่นนางกลับประคองตัวรอดพ้นมาได้จากทุกเื่ราว
“มาหาแม่แต่เช้ามีอะไรงั้นหรือ” นางเอ่ยถามบุตรชายที่แม้มิใช่ลูกในไส้แต่นางก็เลี้ยงดูเด็กน้อยมาั้แ่ตัดสายสะดือจนเติบใหญ่เป็ชายชาตรีที่อ่อนโยนและหล่อเหลาเช่นทุกวันนี้
อดีตฮองเฮาแซ่ฟางเป็เพื่อนคนสนิทของพระสนมพวกนางแต่งเข้ามาในเวลาไล่เลี่ยกันจึงยิ่งสนิทกันมากขึ้นไปอีก โชคร้ายที่ฮองเฮาทรงสิ้นใจตอนคลอดบุตร หวงซีซวนจึงอยู่ในการดูแลของนางมาั้แ่ตอนนั้น
“ลูกมาเยี่ยมท่านต้องมีเื่ด้วยหรือพ่ะย่ะค่ะ” ชายหนุ่มในตอนนี้สูงกว่านางไปหลายคืบ ทว่าสำหรับพ่อแม่แล้วไม่ว่าเวลาจะผ่านไปเท่าใดลูกก็คือเด็กตัวน้อยสำหรับนางอยู่ดี
เด็กตัวโตโอบกอดหญิงสาวด้วยท่าทางออดอ้อน เขามักจะเป็เช่นนี้เสมอยามมีเื่ไม่สบายใจ ตำหนักของพระสนมสวีนับว่าเป็ที่พักพิงเพียงแห่งเดียวให้เขายามต้องเผชิญเื่ว้าวุ่นที่ทำให้หัวใจดวงน้อยบอบช้ำ
“เป็อะไรซีซวน” ฝ่ามือเล็กตบลงเบาๆ ที่แผ่นหลังกว้างขององค์ชายรอง
“ข้าเพียงเสียใจนิดหน่อยเท่านั้นพ่ะย่ะค่ะ” เสียงทุ้มโอนอ่อนกว่าปกติเอ่ยตอบ
“เื่คุณหนูตระกูลไป๋รึ” แผ่นหลังกว้างเกร็งตัวเล็กน้อยก่อนจะกลับมาผ่อนคลายลงเช่นเดิม
“ว่าแล้วคงไม่มีเื่ใดที่ท่านแม่ไม่ทราบ” แววตาคู่นั้นเต็มไปด้วยความซาบซึ้งใจก่อนจะแปรเปลี่ยนเป็ตัดพ้อ
“ทำไมงั้นหรือพ่ะย่ะค่ะ ทำไมเสด็จพ่อถึงเลือกที่จะทำเช่นนั้น ทุกสิ่งในชีวิตข้าไม่ว่าสิ่งใดล้วนเป็เสด็จพี่ได้ไปก่อน กระทั่งคู่ครองซึ่งมีราชโองการเตรียมไว้เสด็จพ่อก็เลือกเปลี่ยนใจ” แม้จะเป็พี่ชายแต่พวกเขาไม่ได้มีความผูกพันมากมายเพียงนั้น หากจะเรียกว่าศัตรูก็กล่าวได้ไม่เต็มปาก เพราะบัลลังก์มีเพียงที่นั่งเดียวได้บีบให้คนทั้งสองซึ่งเพียบพร้อมทั้งสติปัญญาและฝีมือต้องห้ำหั่นกันเรื่อยมา
“เ้ามีใจให้นางงั้นหรือซีซวน” ผู้เป็แม่คลายวงแขนและมองไปยังลูกชาย
“…” ว่ากันตามตรงเขาไม่รู้ด้วยซ้ำว่าความรักคือสิ่งใด รู้เพียงบุตรสาวของแม่ทัพนางนั้นเป็คนอ่อนต่อโลกชักจูงได้ง่ายทั้งที่มีอำนาจของบิดาอยู่ในมือแต่ไม่เคยใช้หากเป็เขาละก็… เพียงได้นางมาครองปัญหาซึ่งถาโถมเขาในยามนี้คงจัดการไปได้หลายส่วน
.........................................................................
เกิดเป็ลูกคนแรกก็เหนื่อย เป็ลุกคนที่สองก็ยังเหนื่อย
ที่ยัยน้องรีบมาขอองค์รัชทายาทแต่งงานก็เพราะรู้อยู่แล้วว่าราชโองการจะตกใส่หัว