ตอนที่ 6: ท่านประมุขหลิงหยุน กับการประเมินผลงาน(กะทันหัน)
รพีเพิ่งจะยืดเส้นยืดสายหลังจากอัปโหลด ‘กฎหมาย์ 3,000 หน้า’ เข้าสู่สมองเสร็จสิ้น ทันใดนั้น อุณหภูมิในแผนกรับเื่ร้องเรียนที่เคยอบอ้าวก็ลดฮวบลงอย่างกะทันหัน
เกล็ดน้ำแข็งบางๆ เริ่มเกาะตามกรอบหน้าต่างไม้ผุพัง บรรยากาศรอบตัวหนักอึ้งขึ้นมาจนนิติกรหนุ่มรู้สึกอึดอัดแทบหายใจไม่ออก
ประตูไม้หน้าแผนกไม่ได้ถูกเปิดออกด้วยความรุนแรงเหมือนตอนเทพพรานบุกมา แต่มันถูกผลักออกอย่างเชื่องช้าและไร้เสียง... ปรากฏร่างของบุรุษผู้หนึ่งก้าวข้ามธรณีประตูเข้ามา
ชายผู้นั้นสวมชุดคลุมยาวสีน้ำเงินเข้มขลิบเงิน เส้นผมสีหมึกทิ้งตัวยาวสยายถึงกลางหลัง ใบหน้าหล่อเหลาหมดจดราวกับรูปสลักหยกชั้นยอด ทว่าดวงตาสีเทาเข้มคู่นั้นกลับเ็าและนิ่งสนิทราวกับก้นบึ้งของทะเลสาบน้ำแข็ง ไม่มีรังสีคุกคามโฉ่งฉ่าง แต่กลับมีอำนาจกดดันบางอย่างที่ทำให้ผู้พบเห็นต้องอยากคุกเข่าก้มหน้าโดยอัตโนมัติ
ความทรงจำของ ‘เซียวเซียน’ กรีดร้องเตือนรพีทันทีว่า บุรุษเบื้องหน้าคือใคร...
‘ท่านประมุขเทพ หลิงหยุน’ เ้ากรมคุมกฎ์ ผู้บังคับบัญชาสูงสุดของเขา!
"เอ่อ... สวัสดีครับท่านประมุข" รพีรีบผุดลุกขึ้นยืนตรง จัดคอเสื้อให้เรียบร้อย แล้วค้อมศีรษะทำความเคารพตามสไตล์พนักงานต้อนรับเ้านายระดับซีอีโอ "มีเื่ด่วนอะไรให้แผนกรับเื่ร้องเรียนรับใช้หรือครับ ถึงได้ลงมาตรวจงานด้วยตัวเอง"
หลิงหยุนไม่ได้ตอบรับคำทักทาย เขากวาดสายตาสีเทาเย็นเยียบไปรอบห้องที่บัดนี้สะอาดเอี่ยม แฟ้มคดีและม้วนหยกถูกจัดเรียงบนชั้นไม้อย่างเป็ระเบียบตามหมวดหมู่ตัวอักษร
"ข้าได้ยินว่า... เทพชั้น 9 ขยะไร้ค่าประจำกรมของข้า บังอาจเรียกเก็บค่าเสียหายจากเทพชั้น 4 ได้ถึงสองพันห้าร้อยตำลึง์" น้ำเสียงของหลิงหยุนทุ้มต่ำและราบเรียบ ทว่ากังวานก้องไปถึงกระดูก "และยังขังตัวเองอยู่แต่ในห้องเอกสาร ไม่ยอมออกไปรับแสงตะวันมาสามวันเต็ม"
"เื่นั้น... เป็การไกล่เกลี่ยข้อพิพาททางแพ่งตามระเบียบขั้นตอนปกติครับ" รพีตอบฉะฉาน ไม่มีวี่แววของความตะกุกตะกัก "ส่วนสามวันที่ผ่านมา ผมกำลังทำการสังคายนา... เอ่อ ทบทวนข้อบังคับและกฎหมาย์ทั้งหมด เพื่อให้การปฏิบัติหน้าที่รอบคอบยิ่งขึ้นครับ"
หลิงหยุนก้าวเดินเข้ามาใกล้โต๊ะทำงานของรพีอย่างไร้รอยเสียงฝีเท้า ั์ตาสีเทาหลุบมองแผ่นหยกกฎหมายที่ถูกเปิดค้างไว้ สลับกับมองใบหน้าของนิติกรหนุ่มที่ยืนหลังตรงแหน่ว ไม่ยอมหลบตาเขาเหมือนเซียวเซียนคนเก่าที่มักจะตัวสั่นงันงกเพียงแค่วิ่งสวนกันตรงระเบียง
แปลก... หลิงหยุนคิดในใจ สายตาของเขาหรี่ลงเล็กน้อยราวกับกำลังประเมินสินค้าชิ้นใหม่
ประมุขเทพหน้าเย็นเป็คนตรงไปตรงมา เขาเกลียดความอ่อนแอและการประจบสอพลอที่สุด แต่สิ่งที่เขาััได้จากเทพชั้น 9 ตรงหน้า คือความมั่นใจที่ตั้งอยู่บนพื้นฐานของ ‘เหตุผล’ ไม่ใช่ความจองหอง
และทันใดนั้น สายตาของหลิงหยุนก็ไปสะดุดเข้ากับม้วนคัมภีร์เก่าๆ แกนเหล็กสีดำที่วางอยู่มุมโต๊ะ... ‘คัมภีร์สัจจะ’
แววตาของหลิงหยุนวูบไหวไปชั่วขณะหนึ่ง เป็ความรู้สึกที่ซับซ้อนและยากจะคาดเดา ก่อนที่มันจะถูกกลบมิดด้วยความเ็าตามเดิม
"เ้าค้นพบมันแล้วสินะ" หลิงหยุนเอ่ยเสียงเรียบ โดยไม่ได้ชี้มือไปที่คัมภีร์
"ครับท่าน" รพีตอบตามตรง เพราะถ้าขืนโกหก เขาได้โดนฟ้าผ่าโชว์เ้านายั้แ่วันแรกแน่ "อดีตหัวหน้าแผนกทิ้งไว้ให้ครับ ผมเห็นว่ามันน่าจะเป็ประโยชน์ต่อรูปคดี เลยนำมาเป็เครื่องมือช่วยในการสอบสวน"
"รู้หรือไม่ว่าข้อแลกเปลี่ยนของการใช้มันคืออะไร?"
"ทราบครับ ห้ามพูดปด ห้ามบิดเบือนความจริง" รพียิ้มบางๆ "สำหรับคนทำงานด้านกฎหมาย ความจริงคืออาวุธที่ทรงพลังที่สุดอยู่แล้วครับ ข้อจำกัดแค่นี้ผมรับได้"
หลิงหยุนจ้องมองรอยยิ้มนั้นนิ่งนาน... นานจนรพีเริ่มรู้สึกเกร็ง หรือว่าเ้านายคนนี้จะรู้ความลับอะไรบางอย่างเกี่ยวกับการตายแล้วเกิดใหม่ของเขา? หรือเขากำลังสงสัยว่าทำไมเซียวเซียนถึงเปลี่ยนไปได้ขนาดนี้?
"จำคำพูดของเ้าไว้ให้ดี เซียวเซียน" หลิงหยุนเอ่ยขึ้นในที่สุด น้ำเสียงของเขาไม่ได้เจือความโกรธ แต่แฝงไปด้วยคำเตือนที่ลึกล้ำ "กฎ์ที่เ้าเพิ่งท่องจำไป... ไม่ได้ปกป้องผู้ผดุงความยุติธรรมเสมอไป หากเ้าคิดจะแกว่งเท้าหาเสี้ยนด้วยคัมภีร์ม้วนนั้น จงเตรียมใจรับผลที่ตามมาให้ดี"
ประมุขเทพหันหลังกลับ เสื้อคลุมสีน้ำเงินสะบัดพลิ้ว "อย่าเพิ่งรีบตายไปซะก่อนล่ะ กรมของข้าไม่ได้มีเื่สนุกๆ ให้ดูมาห้าร้อยปีแล้ว"
สิ้นคำพูด ร่างของหลิงหยุนก็สลายกลายเป็ละอองไอเย็น เลือนหายไปจากห้องอย่างไร้ร่องรอย ทิ้งไว้เพียงอุณหภูมิที่ค่อยๆ กลับมาเป็ปกติ และนิติกรหนุ่มที่ยืนคิ้วขมวดอยู่หน้าโต๊ะทำงาน
"เ้านายแผนกนี้... แปลกคนชะมัด" รพีพึมพำ ก่อนจะทิ้งตัวลงนั่งบนเก้าอี้ "บอกว่าไม่มีเื่สนุกมาห้าร้อยปีงั้นเหรอ? แสดงว่าตานี่ต้องรู้อะไรบางอย่างเกี่ยวกับเบื้องลึกเื้ัของ์แน่ๆ"
แต่ก่อนที่รพีจะได้วิเคราะห์อะไรไปมากกว่านั้น หน้าต่างเวทมนตร์บานเล็กก็ปรากฏขึ้นกลางอากาศ พร้อมกับจดหมายร้องเรียนฉบับใหม่ที่ประทับตรา ‘ด่วนที่สุด’ ลอยตกลงมาตรงหน้าเขา
รพีหยิบมันขึ้นมาเปิดอ่าน ดวงตาของเขาเบิกกว้างเล็กน้อย
"คราวนี้... ฟ้องเทพแห่งฝนเลยเรอะ? น่าสนุกนี่!"