“หนู มาคนเดียวเหรอ?”
“ในทุ่งร้างน่ะมันอันตรายนะ มาตัวคนเดียวแบบนี้ถ้าเจออันตรายขึ้นมาจะรับมือไม่ไหวเอา”
“เอาอย่างนี้ไหม ลุงช่วยหาทีมผู้ฝึกยุทธ์ให้อย่างน้อยจะได้มั่นใจเื่ความปลอดภัย”
คนที่พูดคือชายร่างกำยำไว้หนวดเคราเฟิ้มท่าทางดูเป็มิตร
ทว่าเจียงจืออวี๋ได้ยินดังนั้นก็ส่ายหน้าปฏิเสธ
“หนูแค่มาฝึกพิเศษก่อนสอบเข้ามหาวิทยาลัยสายยุทธ์น่ะค่ะ”
“พอดีมีผู้ใหญ่ในครอบครัวรออยู่ที่เขตอำเภอ 0541 แล้วขอบคุณในความหวังดีนะคะลุง”
ในทุ่งร้างไม่มีกล้องวงจรปิดไม่มีกฎหมาย แม้แต่สัญญาณติดต่อสื่อสารก็ยังเอาแน่เอานอนไม่ได้
เจียงจืออวี๋ย่อมรู้ดีว่าบางครั้งอันตรายที่น่ากลัวที่สุดในทุ่งร้างอาจไม่ได้มาจากสัตว์อสูรแต่มาจากมนุษย์ด้วยกันเองนี่แหละ
ทั้งเื่ฆ่าชิงทรัพย์หรือล้างแค้นหนี้เก่า...
ถ้าตายในทุ่งร้างก็จะถูกเหมาว่าตายเพราะเป็เหยื่อสัตว์อสูร ไม่มีใครสนใจและไม่มีใครตามสืบ
ดังนั้นโดยทั่วไปเมื่อผู้ฝึกยุทธ์เข้าสู่ทุ่งร้างจึงน้อยนักที่จะลุยเดี่ยว ส่วนใหญ่จะรวมกลุ่มกันสี่ถึงห้าคนเป็ทีมขนาดเล็ก
หนึ่งคือเพื่อเพิ่มขีดความสามารถในการรับมือความเสี่ยงเมื่อเผชิญหน้ากับสัตว์อสูรและสองคือเพื่อป้องกันไม่ให้ถูกทีมอื่นจ้องเล่นงาน
กันสัตว์อสูรน่ะเื่หนึ่งแต่กันมนุษย์น่ะเื่ใหญ่กว่า
แต่ทีมที่ว่าย่อมไม่ใช่พวกที่มารวมตัวกันชั่วคราว
คำพูดของเจียงจืออวี๋อาจดูเหมือนเด็กสาวที่ไร้เดียงสาและไม่เกรงกลัวสิ่งใดยอมเผยไพ่ในมือออกมาจนหมดเปลือกในไม่กี่ประโยค แต่ในความเป็จริงเพราะคำพูดที่ดูหยั่งลึกไม่ได้นี่แหละ ที่ช่วยข่มขวัญพวกที่คิดไม่ซื่อให้ถอยไป
เด็กสาวคนหนึ่งหน้าตาสะสวยขนาดนี้ แต่พลังยุทธ์กลับดูต่ำต้อยเหลือเกินถ้าไม่มีผู้ใหญ่ในบ้านคอยคุ้มกันอยู่ ก็ไม่ต่างอะไรกับลูกแกะอ้วนๆที่รอให้คนมาเชือดหรอกหรือ
“มีผู้ใหญ่รออยู่หรอกเหรอ งั้นก็ดีแล้วล่ะ”
“ลุงกะว่าจะช่วยหาทีมให้ซะหน่อย ดูท่าคงไม่จำเป็แล้วสินะ”
ไม่รู้ว่าชายหนวดเคราคนนี้พูดจากใจจริงหรือไม่แต่นั่นก็ไม่ใช่เื่สำคัญ
หลังจากลงทะเบียนเข้าออกเรียบร้อยเจียงจืออวี๋ในชุดป้องกันสีดำ มือถือหอกโลหะผสมประดับพู่แดง ร่างของเธอก็ค่อยๆ หายลับตาไปบนทุ่งราบหน้าเมืองผู้ฝึกยุทธ์
จนกระทั่งเงาของเมืองเริ่มเลือนลางเจียงจืออวี๋จึงเรียกไป๋ฉางเซิงออกมาจากถุงกักิญญา
“ตามแผนเดิมของเรานะขอบเขตการเคลื่อนไหวจะอยู่ภายในระยะหนึ่งร้อยกิโลเมตรจากตัวเมือง”
“จากนี้ไป เป็เวลาที่นายต้องโชว์ฝีมือแล้วล่ะ”
ด้วยค่าพลังเืที่เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องความอ่อนไหวต่อกลิ่นของไป๋ฉางเซิงก็ยกระดับขึ้นตามไปด้วย
สิ่งนี้น่าจะเป็พร์เฉพาะสายพันธุ์อย่างหนึ่งเพียงแต่ระบบไม่ได้จัดมันไว้ในสาขาสายวิวัฒนาการ
ทันทีที่ออกมาจากถุงกักิญญาไป๋ฉางเซิงก็จับกลิ่นจางๆ ที่ลอยอยู่ในอากาศได้อย่างแม่นยำ
ทิศทางของกลิ่นมาจากสัตว์อสูรชนิดไหน ่ระดับพลังรบประมาณเท่าไหร่หลังจากครุ่นคิดในใจครู่หนึ่ง ไป๋ฉางเซิงก็เริ่มเคลื่อนที่ทันที
เมื่อเห็นว่าไป๋ฉางเซิงเจอเป้าหมายแล้วเจียงจืออวี๋ก็ไม่รอช้า ก้าวเท้าตามไปติดๆ
คนกับงูเคลื่อนที่ไปได้เพียงหนึ่งกิโลเมตรเศษๆกิ้งก่าั์ที่มีความยาวกว่าหนึ่งเมตรครึ่งก็ปรากฏขึ้นตรงหน้า
มันก้มหัวลงพลางใช้จมูกดมไปตามพื้นราวกับกำลังหาอาหารอยู่
และเมื่อไป๋ฉางเซิงกับเจียงจืออวี๋ขยับเข้าไปใกล้กิ้งก่าั์ตัวนั้นก็รู้สึกตัว มันเงยหน้าขึ้นมาจ้องมองพวกเขาทั้งสอง
“กิ้งก่าั์เกราะเหล็ก ทหารอสูรระดับหนึ่งระดับต้นค่าพลังเืประมาณสามร้อย เกล็ดทั่วตัวใช้สร้างชุดป้องกันระดับหนึ่งได้มูลค่าประเมินอยู่ที่ประมาณสองพันเหรียญ!”
เจียงจืออวี๋พึมพำเบาๆน้ำเสียงแฝงความผ่อนคลายอยู่หลายส่วน
ก่อนหน้านี้ในลานฝึกจำลองแม้เธอและไป๋ฉางเซิงจะเคยฆ่าสัตว์อสูรไร้ระดับมาไม่น้อยแต่สัตว์อสูรพวกนั้นคือของที่ลานฝึกยอมจ่ายเงินมหาศาลเพื่อเอามาจากทุ่งร้างหลังจากฆ่าแล้ว ชิ้นส่วนสัตว์อสูรที่รวบรวมได้ย่อมไม่อนุญาตให้เธอเอาไป
ดังนั้นใน่หนึ่งเดือนที่ผ่านมาแม้เธอจะผ่านการต่อสู้มาหลายครั้ง แต่รายได้กลับเป็ศูนย์
ทว่าตอนนี้เมื่อมาถึงทุ่งร้างสัตว์อสูรทุกตัวที่ฆ่าได้ย่อมเป็ถ้วยรางวัลของเธอเอง
สัตว์อสูรตัวแรกที่เจอมีค่าถึงสองพันเหรียญย่อมทำให้เธออารมณ์ดีขึ้นมากทีเดียว
“ทำตามเดิมนะ นายดึงดูดความสนใจจากด้านหน้า ส่วนฉันเป็คนบุกหลัก”
แม้ค่าพลังเืของไป๋ฉางเซิงจะไม่ต่ำแต่กระบวนท่าโจมตียังค่อนข้างจำกัด
เมื่อต้องรับมือกับสัตว์อสูรที่มีเกราะหนักหุ้มตัวแบบนี้สิ่งที่เขาทำได้มีเพียงการใช้ค่าพลังเืที่เหนือกว่าเข้าพันธนาการเพื่อบดขยี้เกล็ดของมันให้แตกละเอียด
แต่ถ้าทำแบบนั้นเกล็ดจะเสียหายทั้งหมดจนขายไม่ได้ราคา สู้ไม่ฆ่าเสียยังดีกว่า
หากพูดถึงการสังหารเจียงจืออวี๋เหนือชั้นกว่าเขามากนัก
สิ้นเสียงเจียงจืออวี๋ก็ถือหอกยาวพุ่งทะยานไปทางด้านข้างของกิ้งก่าั์เกราะเหล็กทันที
ส่วนไป๋ฉางเซิงก็ยินดีที่จะทำตัวเป็ฝ่ายสนับสนุนเขาชูคอตั้งตระหง่านพลางส่งเสียงขู่ฟ่อไม่หยุดเพื่อดึงความสนใจของกิ้งก่าั์ที่ปกติก็มีสมาธิจดจ่อได้ยากอยู่แล้ว
เมื่อเทียบกับเจียงจืออวี๋ที่เป็มนุษย์เห็นได้ชัดว่าไป๋ฉางเซิงสร้างแรงกดดันและภัยคุกคามต่อมันได้มากกว่า
และเมื่อเจียงจืออวี๋เข้าประชิดในระยะสิบเมตรไป๋ฉางเซิงก็พุ่งตัวออกไปสร้างความกดดันให้กิ้งก่าั์เกราะเหล็กเป็ระลอกสุดท้าย
วินาทีต่อมาหอกโลหะผสมในมือเจียงจืออวี๋ก็แทงทะลวงออกไป ปลายหอกสาดประกายเย็นเยียบวูบหนึ่งมันพุ่งพ้นการขัดขวางและจมหายเข้าไปในใต้รักแร้ขาหน้าของกิ้งก่าั์เกราะเหล็กอย่างแม่นยำ
แผ่นหลังทั้งหมดของมันมีเกล็ดป้องกันอยู่แม้หอกโลหะผสมจะทลายเกราะได้ แต่ก็ไม่อาจสร้างาแฉกรรจ์ในทันที
จุดอ่อนเพียงหนึ่งเดียวคือบริเวณซี่โครงและเจียงจืออวี๋ก็ฉวยจังหวะนี้ไว้ได้พอดี
หลังแทงทะลวงในทีเดียว เธอก็ไม่ลังเลเลยสักนิดชักหอกกลับแล้วถอยร่นออกมา
กิ้งก่าั์เกราะเหล็กแผดร้องด้วยความเ็ปมันพยายามจะหันกลับมาขย้ำอย่างบ้าคลั่ง แต่การดิ้นรนนั้นก็สูญเปล่าหลังวิ่งออกไปได้ไม่กี่เมตร ร่างของมันก็ล้มโครมลงกับพื้น
รออยู่อีกสิบกว่าวินาทีจนแน่ใจว่ามันสิ้นใจสนิทแล้วเจียงจืออวี๋จึงหยิบมีดสั้นออกมาจากแหวนมิติแล้วเดินตรงไปที่ร่างของมัน
หอกยาวถนัดงานสังหารแต่การถลกหนังเลาะเกราะ งานแบบนี้ต้องยกให้มีดสั้น
“สองพันเหรียญพันธมิตร ได้มาแล้ว!”
หลังจากเก็บเกราะหลังของกิ้งก่าั์เข้าแหวนมิติเจียงจืออวี๋ก็หันมามองไป๋ฉางเซิง
“เนื้อนี่ นายจะกินไหม?”
ไป๋ฉางเซิงปรายตามองซากกิ้งก่าั์เกราะเหล็กที่สภาพค่อนข้างดูไม่จืดเขาไม่ได้ตอบรับ แต่กลับมุ่งหน้าเดินทางต่อไปในทิศทางหนึ่ง
เมื่อก่อนตอนที่เสบียงขาดแคลนมีอะไรให้กินก็นับว่าดีแล้ว แต่ตอนนี้ลิ้นของเขาเริ่มสูงขึ้น
สัตว์อสูรที่มีเกราะหนาแบบนี้เนื้อของมันมักจะเหนียวและแห้งกระด้าง รสชาติจืดชืดจนน่าเสียดายถ้าต้องกิน
เจียงจืออวี๋เห็นท่าทางของไป๋ฉางเซิงก็เข้าใจความหมายทันทีเธอมองคซากกิ้งก่าั์บนพื้นแวบหนึ่งก่อนจะหมุนตัวเดินตามเขาไป
...
“ตั๊กแตนเคียวั์ เคียวคู่หน้าสามารถใช้เป็วัตถุดิบหลอมโลหะผสมได้มูลค่าหนึ่งพันสี่ร้อยเหรียญพันธมิตร”
...
“ตะขาบร้อยปล้อง มีพิษ ใช้ทำยาได้ มูลค่าสามพันสองร้อยเหรียญพันธมิตร”
...
“เสือดาวลายขาว ไม่มีมูลค่าพิเศษอะไร มีแค่เนื้อที่พอจะขายเป็เงินได้บ้างถ้าแบกกลับไปทั้งตัวก็น่าจะขายได้สักหนึ่งพันเหรียญ”
“แต่ทางขากลับมันไกลมาก เก็บทั้งตัวเข้าแหวนมิติไปก็เปลืองพื้นที่เปล่าๆไม่คุ้มหรอก”
ได้ยินคำพูดของเจียงจืออวี๋ไป๋ฉางเซิงนอกจากจะไม่ถอยแล้ว เขากลับพุ่งทะยานเข้าไปหาทันที
ไอ้ตัวนี้แม้จะขายไม่ได้ราคาแต่เนื้อของมันแน่นและนุ่มแถมค่าพลังเืที่อยู่ข้างในยังสูงกว่าสัตว์อสูรตัวอื่นในระดับเดียวกันเสียอีก
ขายไม่ได้เงินน่ะไม่ว่าแต่มันไม่กระทบต่อการกินของเขานี่นา!