ชีวานในตอนนี้นั้น ตกอยู่ในสภาพหลับลึก มันเป็ผลจากการกระทำของชายชราลึกลับคนนี้…
ในตอนที่ชีวานได้ปรากฏตัวขึ้นมาครั้งแรกภายในห้องแห่งนี้ มันได้สร้างความแตกตื่นให้แก่ชายชราเป็อย่างมาก
นั่นก็เพราะ ชีวานได้ปรากฏตัวขึ้นมาจากความว่างเปล่า แต่ส่วนใหญ่ของความตกตะลึงที่ชายชราได้รับ กลับเป็ใบหน้าของชีวานซะมากกว่า
ทันทีที่ชายชราได้สติก็ เขาก็ได้เห็นว่าใบหน้าของชีวานนั้นซีดเซียวเป็อย่างมาก เขาจึงได้ส่งพลังลึกลับบางอย่างเข้าสู่ร่างกายของชีวานเพื่อที่จะรักษานาง และนั่นจึงทำให้ใบหน้าของชีวานไม่หลงเหลือความซีดเซียวอีกต่อไป
ชีวานในตอนนี้เหมือนเด็กน้อยแสนน่ารัก ที่กำลังนอนหลับเสียมากกว่า…
และมันก็ผ่านไปได้ราวๆ เจ็ดวันแล้ว แต่ชีวานก็ยังคงหลับใหลอยู่… มันทำให้ชายชราอดไม่ได้ที่จะกังวล
ภายในห้วงสติของชีวาน…
มีกระจกสีดำเก่าแก่ล่องลอยอยู่ภายในห้วงสติของนาง และดูเหมือนมันกำลังพยายามที่จะปลุกชีวานให้ตื่นขึ้นมา
ณ เวลานี้เอง… ภายในห้องขนาดเล็กนั่น ในที่สุดชีวานก็ได้ตื่นขึ้นมาแล้ว เื่นี้จึงส่งผลให้ชายชราปิติยินดีเป็อย่างยิ่ง
''เด็กน้อย… ในที่สุดเ้าก็ตื่นเสียทีนะ รู้ตัวไหมว่าเ้านั้นหลับใหลไปยาวนานแค่ไหนกัน ? มันทำให้ชายชราอย่างข้าเครียดแทบตาย''
ชายชรากล่าวกับชีวานด้วยความปิติยินดีเป็อย่างมากส่วนชีวานนั้น เวลานี้กำลังเหม่อลอยนึกถึงเื่รางก่อนหน้าจนน้ำตาไหลออกมา
''ท่านผู้าุโ… ที่นี่คือที่ไหนกัน ? หรือมันจะเป็โลกหลังความตาย นี่ข้า… ตายไปแล้วสินะ…''
ชีวานกล่าวออกมาพร้อมกับน้ำตาที่ไหลพราก มันทำให้ชายชราตกอกใเป็อย่างมาก เขาคิดในใจว่าคงเป็เพราะโลงศพนั่นของตนหรือเปล่า ? ที่ทำให้เด็กน้อยคนนี้คิดเกินเลยไปขนาดนั้น
''ผิดแล้วๆ เด็กน้อย ถึงจะมีโลงศพอยู่ข้างๆตัวข้า แต่ข้าก็ยังไม่ตายหรอกนะ นั่นรวมถึงเ้าด้วย… ว่าแต่ทำไมเ้าถึงคิดว่าตัวเองได้ตายไปแล้วกันล่ะ ก่อนหน้าที่เ้าจะมาปรากฏตัวที่นี่มันเกิดเื่อะไรขึ้นกับเ้างั้นรึ ?''
ชายชราเอ่ยถามคำถามที่ตนสงสัยออกมาทันที…
แต่เพราะเื่ที่เขากล่าวถาม มันจึงส่งผลให้ชีวานร้องไห้ออกมามากขึ้นยิ่งกว่าเดิมเสียอีก…
ชายชรารับรู้ได้ทันที ว่าตนได้ทำพลาดไปแล้ว เขาจึงได้พยายามที่จะกล่าวปลอบชีวานโดยทันที
ทางด้านชีวานนั้น แม้ว่านางจะยังเด็ก แต่สภาพจิตใจของนางนั้นลึกล้ำเป็อย่างมาก นางจึงได้หยุดร้องไห้แล้วกล่าวเื่ที่เกิดขึ้นกับตนก่อนหน้านี้ รวมถึงเื่ของกระจกแห่งความมืดที่ตนเห็นภายในห้วงสติเองก็เช่นกัน…
ไม่รู้ว่าทำไม แต่ชีวานรู้สึกได้ว่า ชายชราตรงหน้านางนั้น ดูน่าเชื่อถือเป็อย่างมาก มันถึงขั้นทำให้นางกล้าพูดเื่ราวต่างๆ ออกมาได้โดยที่ไม่มีความระแวงเลยแม้แต่น้อย…
ด้วยเื่ที่ชีวานเล่ามา นั่นจึงทำให้ชายชราถอนหายใจออกมาด้วยความเห็นใจ…
''เด็กน้อยเ้าไม่ต้องโทษตัวเองไปหรอก นี่มันไม่ใช่ความผิดของเ้า และไม่ใช่ความผิดของใครทั้งนั้น… ทุกคนล้วนแล้วแต่มีเหตุผลเป็ของตัวเองกันทั้งนั้น… เพียงแค่ว่าเด็กน้อยอย่างเ้านั้น… แค่บริสุทธิเกินไปก็เท่านั้น… เหตุผลที่เ้ามาปรากฏตัวที่นี่ได้ก็คงจะเป็เพราะกระจกสีดำนั่นที่เ้าพูดถึงนั่นแหละ''
ชีวานที่ได้ยินชายชรากล่าวออกมาเช่นนี้ก็รู้สึกซึ้งใจในคำพูดของชายชราเป็อย่างมาก
''ขอบคุณท่านผู้าุโ ที่ช่วยปลอบใจข้า… แต่ถ้าเป็อย่างที่ท่านผู้าุโกล่าว มันก็หมายความว่านี่คงจะเป็ดาวดวงอื่นสินะ… ถ้าเช่นนั้น… มีโอกาศที่ข้าจะเดินทางกลับไปยังดาวลีฟานของข้าได้หรือไม่ ?''
ชีวานเอ่ยถามออกมาด้วยความเศร้าโศก ความปรารถนาของชีวานก่อนที่ตนจะจากมา คือให้ทุกคนหลงลืมตนไป และกลับไปใช้ชีวิตกันอย่างเป็ปกติ ถึงแม้จะรู้ว่ามันเป็ไปไม่ได้ก็ตามที…
ชายชราส่ายหัวและไม่พูดอะไร…
''ท่านผู้าุโ ที่นี่คือที่ไหนกัน ? ทำไมมันถึงได้มืดขนาดนี้… แล้วโลงศพนั่นเป็ของใครกัน ?''
ชีวานเอ่ยออกมาด้วยความสงสัยราวเด็กน้อย…
ชายชรารู้สึกกลืนไม่เข้าคลายไม่ออก ก่อนจะเอ่ยตอบคำถามของชีวาน
''มันเป็ของข้าเอง…''
ด้วยคำตอบนี้ทำเอาชีวาน ใ และหวาดกลัวเป็อย่างมาก
''หรือว่า…ท่านคือ…ิญญา ?''
ปฏิกิริยาตอบสนองของชีวานไม่ต่างไปจากที่ชายชราคาดเดาเอาไว้เท่าใดนัก เขาทำได้เพียงหัวเราะแห้งๆ ออกมา
''ข้าไม่ใช่ิญญาอย่างที่เ้าว่าหรอกเด็กน้อย… แต่ที่ข้าต้องมาทำอะไรแบบนี้อยู่ภายในที่แห่งนี้มันออกจะซับซ้อนสักหน่อย…''
ชายชราเอ่ยตอบเพื่อคลายความกังวลของชีวาน…
ส่วนชีวานหลังจากได้ยินก็รู้สึกโล่งใจเป็อย่างมาก จึงได้เอ่ยถามออกมาด้วยความสงสัยอีกครั้ง…
''แล้วท่านผู้าุโทำเื่เช่นนี้ไปทำไมกัน''
ชายชราได้คาดเดาคำถามนี้ของชีวานเอาไว้ล่วงหน้าเป็ที่เรียบร้อย เขาจึงได้เอ่ยตอบทันทันที
''ผู้ที่จะสามารถรู้เื่นี้ได้นั้นมีเพียงแค่สายเืเดียวกันกับข้าเท่านั้น แต่หากเ้าอยากรู้… เช่นนั้นเ้าสนใจที่จะมาเป็หลานสาวของข้าไหม ?''
นี่เป็คำพูดที่ชายชราพูดส่งๆไปเท่านั้น แต่คำตอบของชีวานกลับทำให้ชายชราแปลกใจ และยินดีเป็อย่างมาก
''แน่นอนสิ ถ้าข้ากลายเป็หลานสาวของท่าน… เช่นนั้นข้าก็จะมีท่านปู่เพิ่มขึ้นมาอีกคน แถมยังได้รู้เื่ราวของท่านด้วย ไม่ว่าจะคิดยังไงข้าก็มีแต่ได้กับได้อย่างชัดเจนนี่นา เช่นนั้นก็ไม่มีเหตุผลที่จะต้องปฏิเสธ''
ชายชราที่ปิติยินดีเป็อย่างมากก็ได้เอ่ยออกมาทันที
''หลานสาวตัวน้อย… เ้ามีนามว่าอะไร ? ส่วนนามของท่านปู่เ้าคือ ลัวชือฮุย''
ชีวานได้ยินเช่นนั้น จึงได้เอ่ยตอบทันทีด้วยความยินดี
''ท่านปู่ชือฮุย ข้ามีนามว่าชีวาน แล้วทีนี้ท่านจะเล่าเื่เกียวกับท่านมาได้หรือยัง ? เื่เกี่ยวกับข้าท่านก็รู้ไปหมดแล้วนี่นา ถ้าท่านไม่เล่าให้ข้าฟังก็เท่ากับโกงกันสิ !!''
''ชีวาน… เ้านี่รีบร้อนจริงเชียว เช่นนั้นข้าจะเล่าให้เ้าฟังเลยก็แล้วกัน เื่ราวที่ทำให้ข้าต้องมาอาศัยอยู่อย่างโดดเดี่ยวภายในสุสานแห่งนี้…''
ลัวชือฮุยได้เริ่มต้นเล่าเื่ที่ทำให้ตนต้องมาอยู่ ณ ที่แห่งนี้โดยทันที…
''เดิมทีข้าลัวชือฮุย เป็าารุ่นแรกของ ''ราชวงศ์เพลิงโลกันต์'' อาณาจักรที่แข็งแกร่งที่สุดภายในดวงดาวแห่งนี้ฐานะของข้าในดาวดวงนี้นับว่ายิ่งใหญ่เป็อย่างมาก จนเมื่อทายาทของข้าทั้งสองคนได้ถือกำเนิดขึ้นมา
ตัวข้าในตอนนั้นมีความสุขเป็อย่างมาก…
ผ่านไปได้ราวๆ หนึ่งร้อยปี ทายาททั้งสองของข้าได้เติบใหญ่จนพร้อมที่จะรับสืบทอดตำแหน่งต่อจากข้าแล้ว
และคนที่ข้าเลือกให้เป็ผู้สืบทอดก็คือทายาทคนโตของข้า ''บารุ''
แต่ที่ข้าไม่รู้เลยก็คือ ''ฉงชิง'' ทายาทคนรองของข้านั้นกระหายในตำแหน่งของข้าเป็อย่างมาก และเขานั้นคิดว่า ยังไงตนก็ต้องได้รับเลือกแน่ๆ
แต่เมื่อผลออกมา และไม่เป็ไปตามเขา้า มันจึงทำให้ฉงชิงรู้สึกผิดหวังอย่างรุนแรง
จนแปรเปลี่ยนเป็ความเคียดแค้น
หลังจากนั้นภายในงานพิธีที่ข้าจะมอบตำแหน่งของข้าให้แก่ บารุนั้น ก็ได้เกิดเื่ประหลาดขึ้นมา
มีปีศาจที่แข็งแกร่ง และน่าหวาดกลัวปรากฏขึ้นมาบนท้องฟ้า
ในระหว่างที่ข้ากำลังจะส่งมอบพลังสืบทอดของข้าให้แก่บารุ เพราะเหตุนั้นตัวข้าจึงไม่สามารถหยุดการสืบทอดโดยทันทีได้ หากฝืนหยุดมันทั้งข้าและบารุจะมีชะตากรรมเดียวที่รออยู่นั่นก็คือความตาย…
ปีศาจตนนั้นได้เข้าโจมตีบารุ มันทำให้เขาได้รับาเ็สาหัส จนพลังที่ข้าส่งมอบให้เขาไปได้หลุดลอยออกมา
ฉงชิงได้ปรากฏกายออกมาข้างๆของปีศาจพร้อมด้วยเสียงหัวเราะอันบ้าคลั่ง นั่นจึงทำให้ข้ารู้ได้ทันทีว่าเื่ทั้งหมดมันเป็ฝีมือของเขา
หลังจากนั้นฉงชิงก็ได้คว้าจับพลังที่หลุดลอยออกมาจากบารุ และนำมันไปผสานเข้ากับตนโดยทันที
พลังที่หลุดลอยออกไปคือ พลังของ ''ราชันเพลิงโลกันต์'' มันจึงทำให้ฉงชิงแข็งแกร่งขึ้นจนอยู่ในระดับเดียวกันกับตัวข้าในอดีต เขากลายเป็าาเพลิงโลกันต์แทนบารุ จากนั้นเขาก็ทำการสังหารบารุโดยทันที
และเขาก็พยายามที่จะมาสังหารข้าต่อ ชั่วขณะนั้นสติของข้าก็ได้หลุดลอยออกไปแล้ว
มันทำให้ข้าบ้าคลั่ง และะเิพลังทั้งหมดออกมา จนทำให้ฉงชิงไม่สามารถเข้ามาไกล้ตัวข้าได้…
และเวลานั้นเอง ข้าก็ได้ใช้เวทลับของราชวงศ์ เคลื่อนย้ายทางไกลจนมาอยู่ ณ สถานที่แห่งนี้
ตัวฉงชิงเองก็รู้ดี ว่าข้าได้ใช้เวทลับอะไร เพียงแต่หากจะหาสถานที่จากภายนอกนั้นมันแทบจะเป็ไปไม่ได้
และเวทลับนี้ก็มีเพียงแค่ข้าคนเดียวที่ใช้ได้ ฉงชิงที่เห็นเช่นนั้นก็ไม่คิดที่จะไล่ตามข้าอีกต่อไป
เพียงแต่ตอนนั้นฉงชิงยังไม่รู้ถึงความสามารถของ พลังอีกอย่างหนึ่งที่ข้าจะสืบทอดให้แก่บารุ
มันเรียกว่า "อำนาจแห่งเพลิงโลกันต์"
เมื่อฉงชิงได้ตำแหน่งาาเพลิงโลกันต์แล้ว เขาย่อมต้องััได้ถึงพลังนี้ และเมื่อเขารู้เข้า
ตัวเขาก็คงจะต้องสั่งให้คนออกตามหาสถานที่แห่งนี้แบบลับๆอย่างแน่นอน
เพราะภายในราชวงศ์เพลิงโลกันต์นั้น หากถือครองพลังของราชันเพลิงโลกันต์ แต่ไม่มีอำนาจเพลิงโลกันต์
ก็จะถือว่าไม่ใช่าาเพลิงโลกันต์ที่แท้จริง นี่แหละจึงเป็เหตุผลให้ข้าต้องมาหลบซ่อนตัวอยู่ภายในที่แห่งนี้…''
ลัวชือฮุยได้หันไปมองทางชีวาน ที่ตอนนี้กำลังนั่งน้ำตาไหล เพราะเื่ที่ตนเล่าจึงตกอกใเป็อย่างมาก
''หลานสาวที่รัก… เ้าอย่าได้ร้องไห้ไปเลย แม้เื่นี้จะเป็เื่ที่แย่… แต่มันก็มีโชคของมันอยู่ มันทำให้ข้าได้มาพบเจอนางฟ้าตัวน้อยอย่างเ้าเชียวนะ''
ชีวานฝืนที่จะกลั้นน้ำตาของตน และกล่าวกับลัวชือฮุย
''ท่านปู่ชือฮุยตอนนี้ข้าเอง ก็ถือว่าเป็หลานสาวของท่านแล้ว ข้าขอสัญญาว่าข้าจะไม่ให้ท่านต้องมาพบเจอเื่เลวร้ายเหมือนในอดีตอีกอย่างแน่นอน เพียงแต่ข้ารู้สึกว่า… ที่ฉงชิงกระทำนั้น… ดูเหมือนจะไม่ได้มาจากความ้าของตัวเขาเอง…''
ลัวชือฮุยตกตะลึงในคำพูดของชีวานเป็อย่างมาก สองส่วนคือประโยคแรก แปดส่วนคือประโยคหลัง
''อะไรที่ทำให้เ้าคิดเช่นนั้นรึชีวาน ?''
ลัวชือฮุยเอ่ยถามออกมาด้วยความสงสัย
''ข้าแค่รู้สึกว่ามันอาจจะเป็เช่นนั้น… ท่านปู่ชือฮุย ท่านอย่าได้จริงจังไปเลย…. แหะๆ''
ชีวานเอ่ยตอบพลางหัวเราะกลบเกลื่อน
''ช่างเื่นั้นก่อนเถอะ ตอนนี้เ้ามีอะไรที่อยากได้ไหม ? แม้ตัวข้าจะอยู่แต่ภายในที่แห่งนี้ แต่ข้าก็ยังมีของติดตัวอื่นๆอีกมากมายเลยนะ''
ลัวชือฮุยกล่าวพลางมองไปที่แหวนสีทองที่นิ้วมือของตน
''ข้าอยากพาท่านปู่ออกไปอยู่ข้างนอก ที่ไม่ใช่ที่มืดๆเช่นนี้''
ชีวานกล่าวออกมาด้วยแววตาเด็ดเดี่ยว
ส่วนลัวชือฮุยก็ได้ถอนหายใจแล้วกล่าวปลอบชีวานอย่างเอ็นดู
''หลานสาวตัวน้อยเ้าก็ได้ฟังเื่ราวไปแล้วนี่ ? หากข้าออกไปตอนนี้ละก็ มันจะอันตรายกับตัวข้านะ…''
ชีวานส่ายหัวและกล่าวออกมา
''ไม่ใช่ตอนนี้หรอกท่านปู่… เพียงแต่ท่านพอจะมีวิธีส่งข้าออกไปข้างนอกไหม ?''
ชีวานเอ่ยคำถามที่ลัวชือฮุยคิดว่านางจะกล่าวออกมาั้แ่แรกๆ ออกมา
''แน่นอน!! เพราะจะอย่างไรสถานที่แห่งนี้ก็ถือเป็ความสามารถของข้าที่ได้สร้างมันขึ้นมา''
หลังกล่าวจบเขาก็โบกมือไปทางขวาทันที หลังจากนั้น ก็ได้มีประตูโผล่ขึ้นมาหนึ่งบาน…
''หากเ้าออกไปทางประตูนั่น ก็จะไปโผล่ทางป่าทิศเหนือของเมืองที่ตั้งอยู่เหนือหัวของพวกเรา และหากอยากจะกลับมาหาข้า เ้าก็แค่มาอยู่ตรงจุดที่เ้าโผล่ออกไปก็พอ ข้าจะสามารถััได้โดยทันที และข้าจะเปิดประตูให้เ้าเอง…''
จากนั้นลัวชือฮุย ก็ได้ยื่นหน้ากากสีดำสนิทให้แก่ชีวาน
''นี่น่าจะเป็สิ่งที่จำเป็สำหรับเ้ามากๆ หากเ้าอยู่ในจุดที่มีคนอยู่มากก็ใส่มันไว้ตลอดล่ะ… ไม่งั้นมันจะอันตรายต่อเ้าอย่างมากเลยล่ะ… เพราะใบหน้าของเ้ามันงดงามจนเกินไป มันเป็ความงดงามที่ไม่ควรจะมีอยู่บนโลกใบนี้ หากมันเผยแพร่สู่ภายนอกล่ะก็… มันจะต้องกลายเป็ชนวนาระหว่างอาณาจักรทั้งหมดอย่างแน่นอน !!!''
ชีวานพยักหน้ารับ จากนั้นนางก็ทำการสวมใส่หน้ากากสีดำโดยทันที แต่ถึงแม้จะถูกหน้ากากปิดบังเอาไว้ แต่ก็ยังััได้ถึงความงดงาม… ถึงแม้จะไม่รุนแรงจนทำผู้คนสติหลุดลอยก็เถอะ
จากนั้นลัวชือฮุยก็ได้มอบสิ่งของมีค่าให้ชีวานนำติดตัวไปอีกเป็จำนวนมาก… จะอย่างไรเขาก็ถือว่าเป็อดีตาาของอาณาจักรเพลิงโลกันต์ ของมีค่าจำนวนมากย่อมอยู่ภายใต้การของเขา
ชีวานได้หันไปทางลัวชือฮุย เพื่อกล่าวบางอย่างออกมา ก่อนที่นางจะเปิดประตูออกไปด้วยความรวดเร็วเป็อย่างมาก
''ท่านปู่ ข้าจะไปจัดการเ้าปีศาจนั่น และถามหาความจริงจากฉงชิง จากนั้นข้า… จะพาท่านออกไปอยู่ข้างนอกด้วยกันกับข้าให้จงได้ !!!''
หลังฟังจนจบประโยค… ลัวชือฮุยก็ได้ตกตะลึงไปโดยทันที เพราะความเร็วขนาดนั้นมันสามารถเทียบกับบารุเมื่อตอนเขายังอายุยี่สิบปีได้อย่างสูสีเลยด้วยซ้ำ !!!
มันจึงทำให้เขารู้สึกได้ทันทีว่าชีวานอาจจะทำอย่างที่นางกล่าวไว้สำเร็จก็เป็ได้…
ภายในตัวของลัวชือฮุยในตอนนี้ ไฟแปลกประหลาดสีดำที่ได้ดับไปนานแล้ว ตอนนี้มันได้ถูกจุดติดขึ้นมาอีกครั้งแล้วความเร็วที่ชีวานแสดงออกมานั้นรวดเร็วเป็อย่างมาก เพราะงั้นแล้วความแข็งแกร่งก็ย่อมไม่ต่างกันเท่าไรนัก
แต่เขาก็ยังคงอดรู้สึกเป็ห่วงนางอยู่ดี แม้จะอยู่ด้วยกันได้ไม่นานนัก แต่สำหรับตัวเขาชีวานก็ไม่ได้ต่างไปจากหลานสาวแท้ๆเลยแม้แต่น้อย…
''หลานสาวตัวน้อย… แม้เ้าจะแข็งแกร่ง แต่ก็อย่าทำอะไรเกินตัวไปนักล่ะ… เพราะบนดาวดวงนี้อย่างน้อยก็มีข้าคนนึงที่เป็ห่วงเ้า และเ้าก็ถือเป็ว่าหนึ่งในคนสำคัญของข้าแล้วเช่นกัน…''
สำหรับลัวชือฮุยเวลาที่ได้อยู่กับชีวานนั้นแม้จะสั้น… แต่มันก็ล้ำค่าเทียบเท่ากับในตอนที่เขายังคงอยู่กับทายาททั้งสองของตน !!!