“หลงเอ๋อ! เป็อะไรลูกพ่อ” ซานหู่ร้องออกมาด้วยความกังวล เขาเพิ่งกลับมาจากล่าสัตว์หลับตานอนลงไปเพียงไม่นานก็ต้องสดุ้งตื่นขึ้นมา เห็นลูกชายที่นอนอยู่บนเตียงชักกระตุกด้วยความเ็ป หัวใจของเขาก็พุ่งขึ้นมาจุกอยู่ที่คอ มือไม้สั่นไปหมด
“หลงเอ๋อ…หลงเอ๋อลูกพ่อ”ซานหู่กอดร่างลูกชายที่กำลังสั่นกระตุกด้วยความเ็ปด้วยร้องเรียกชื่อบุตรชายอย่างร้อนรน ผ่านไปหลายอึดใจ ร่างของซานหลงก็สงบลง
เวลาผ่านไปนานเท่าไรไม่ทราบได้ซานหู่กับเซียวยี่ยังนั่งอยู่ข้างเตียงด้วยความกังวล เช่นเดิม
รุ่งเช้าร่างที่นอนแน่นิ่งอยู่บนเตียงมาร่วมเดือนค่อยๆ ลืมตาขึ้นอีกครั้ง แววตากระจ่างใสของเด็กน้อย มองหน้าผู้ที่อยู่เบื้องหน้าด้วยความงุนงง
“อะไรกันนี่ใคร นี่เรา...มันเกิดอะไรขึ้นกับเรากันแน่ ซานหลงชื่อของร่างนี้งั้นเหรอ นี่เซียวยี่เหรอ” ความทรงจำทุกอย่าง ถูกยัดเหยียดเข้ามาในสมองของเขามากมายทำให้เขารู้ว่าสองคนที่อยู่เบื้องหน้าตอนนี้เป็ใคร
เขารู้แล้วว่าตนได้ตายไปแล้วดวงิญญาล่องลอยมาจนถึงที่นี่ ที่ไหนก็ไม่รู้และมาสิงอยู่ในร่างของเด็กน้อยคนนี้ เด็กคนนี้เด็กที่มีชื่อว่า ซานหลง เด็กที่ถูกลูกขุนนางใหญ่ทรมานจนตาย
“ผู้ชายคนนี้ คือพ่อของซานหลง ซานหู่ หญิงคนนั้นก็คงเป็เซียวยี่แม่ของเด็กคนนี้สินะ”เขาคิด สายตาก็มองไปยังร่างหญิงวัยกลางคนที่อยู่ไม่ไกลตอนนี้ดวงตาของนางเบิกกว้าง มือข้างหนึ่งปิดปากเอาไว้กลั้นเสียงสะอื้น น้ำตาไหลนองหน้านางไม่ได้เสียใจ แต่กำลังดีใจสุดๆต่างหาก
“นี่นาง ไม่สิ ท่านแม่..ท่านเป็อะไร”ซานหลงถามขึ้น ใช่ตอนนี้เขาคือซานหลงพิพัฒน์ไม่มีอยู่ในโลกนี้อีกแล้ว
“หลงเอ๋อ!!เ้าฟื้นแล้ว ลูกแม่ฟื้นแล้ว”เซียวยี่ร้องขึ้นด้วยน้ำเสียงสั่นเครือต่อมน้ำตาแห่งความยินดีไหลออกมาไม่หยุด
“หลงเอ๋อ ลูกพ่อ !!ขอบคุณ์ ขอบคุณ...”ซานหู่ร้องขึ้นอีกคนเสียงของเขาเต็มไปด้วยด้วยความยินดี
คนถูกเรียกไม่อาจกล่าวอะไรออกมาได้ร่างกายนี้อ่อนแอเหลือเกิน เขายากจะยิ้มยินดีออกมา แต่ก็รู้สึกไร้เรี่ยวแรงเหลือเกินความเหนื่อยล้าถาโถมเข้ามาอย่างรุนแรง ตอนนี้เขาทำได้แค่ครุ่นคิด ทบทวนเื่ราวต่างๆที่อยู่ในหัวเงียบๆ
“เฮ่อ! ชีวิตเ้ามันอยากลำบากเหลือเกิน พ่อถูกใส่ร้าย ครอบครัวถูกผลักไสเนรเทศออกมาจากบ้านเกิดเมืองนอน ซ้ำตัวมันยังถูกรุมทำร้ายจนตายอีก”ร่างของเด็กน้อยถอนหายใจออกมาเบาๆ
เขาเกิดความรู้สึกเห็นใจเด็กคนนี้มากถึงโชคชะตาของตัวเขา จะรันทดอยู่เหมือนกัน แต่โชคชะตาของเด็กน้อยคนนี้กลับหดหู่มากกว่าหลายเท่า
“ลูกพ่อ!!! ฟื้นแล้วเหรอ ดีจริง!! ์ ขอบคุณ์”ซานหู่ดีใจจนน้ำตาไหล เขายิ้มออกมาด้วยใบหน้าเปี่ยมสุข สองมือกุมมือน้อยๆ ของลูกชายเอาไว้ด้วยความยินดีแขนอีกข้างยื่นออกไปโอบกอดภรรยาที่นั่งร้องให้อยู่ด้านข้างนี้แหละหนาผู้เป็พ่อเป็แม่ไม่ว่ายามใด ก็มีลูกเป็ดังแก้วตาดวงใจเสมอเมื่อเห็นลูกเจ็บผู้เป็พ่อแม่ เจ็บยิ่งกว่าหลายเท่าความรักใดจะเท่าความรักจากพ่อและแม่
“ยี่เออ!! ลูกของเราฟื้นแล้ว ลูกของเราฟื้นแล้ว…” สองสามีภรรยาร้องไห้ออกมาไม่หยุดโผเข้ากอดกันด้วยความยินดี เซียวยี่ยื่นมืออันสั่นเทาของนามาจับเท้าซานหลงเบาๆ
“ลูกแม่ ดีจริงๆ ขอบคุณ์ที่ลูกปลอดภัย ดีที่์ไม่ทอดทิ้งเรา”นางกล่าวออกมาทั้งน้ำตา ใบหน้าเปี่ยมไปด้วยรอยยิ้มแห่งความสุข เช่นไม่ต่างจากผู้เป็สามี
“ท่านพ่อ ท่านแม่ หยุดร้องไห้เถอะ ข้าไม่ได้ตายเสียหน่อย” ซานหลงที่ถูกสิงร่างโดยพัฒน์พูดขึ้นเสียงเบาใบหน้าของเขาเต็มไปด้วยรอยยิ้ม แค่เอ่ยออกมาประโยคเดียวเขาก็รู้สึกเหนื่อย ที่น่าแปลกคือเขารู้สึกปวดใจขึ้นเมื่อเห็นน้ำตาของคนทั้งสอง
“โถ่ลูก!!ไม่ร้องแล้วแม่จะไม่ร้องแล้ว เ้ายังเจ็บตรงไหนหรือไม่”เซียวยี่ ผู้นางเสียงสะอื้นเล็กน้อย แต่ใบหน้ายังเต็มไปด้วยรอยยิ้ม
“ข้าไม่เป็ไรแล้วท่านแม่ ท่านแม่ไม่ต้องเป็ห่วง” ซานหลงพูดออกมาอีกครั้งความรู้สึกอบอุ่นก่อตัวขึ้นในหัวใจที่เหี่ยวเฉาของเขาโดยไม่รู้ตัว
“ดีแล้วลูก ดีแล้ว! .. รอบสักเดี๋ยว แม่จะออกไปหาอะไรมาให้กินนะ”พูดจบนางก็จะผละออกไป
แต่นางต้องหยุดชงักไปนิดหนึ่งเมื่อนึกอะไรออก..ในบ้านแทบไม่เหลืออะไรให้กินแล้ว วันก่อนซานหู่เข้าป่าไปล่าสัตว์ แต่ก็ไม่ได้อะไรกลับมาขนาดไปจนฟ้ามืด กลับมาดึกดื่น ยังไม่ได้อะไรติดมือมาเลย
“ลูกไม่เป็ไรก็ดีแล้ว ลูกต้องรีบๆหายนะ แม่เขาเป็ห่วงลูกมากพ่อจะขึ้นเขาไปล่าสัตว์ จะได้มีเนื้อให้ลูกกิน ลูกจะได้แข็งแรงขึ้นไวๆ” ผู้เป็พ่อเอามืออันใหญ่หนาลูบศีรษะลูกชาย เบาๆ
ความรู้สึกอบอุ่นแผ่ซ่านเข้าปกคลุมดวงิญญาของพัฒน์อีกครั้งมันไหลซึมไปทั่วหัวใจ ทำให้รู้สึกยินดีขึ้นมา เขามีความสุขอย่างบอกไม่ถูก
นี่คือสิ่งที่เรียกว่าครอบครัวครอบครัวที่ตัวเขาไม่ได้ััมานานแล้ว พอนึกย้อนกลับไป ชีวิตเก่าของเขามันช่างไร้ค่านักบ้างาน บ้าเงิน ทำงานหามรุ่งหามค่ำ เพื่อให้เ้านายพอใจ
ถึงจะส่งเงินค่าเลี้ยงดูให้พ่อของแม่ไม่ขาดแต่ตัวเขาก็ไม่เคยกลับไปดูแลเลยสักนิด ปล่อยให้ภาระหน้าที่ เป็ของน้องชายเพียงลำพังความรู้สึกที่ได้จากครอบครัว มันหายไปั้แ่เมื่อไหร่ก็ไม่รู้
ผ้าห่มผืนหนาๆถูกดึงขึ้นมาคลุมไว้ที่อกของเขาอย่างแ่เบา ซานหู่ลุกขึ้นเดินออกไปจากบ้านอย่างหมั่นคง ผมมองดูแผ่นหลังอันใหญ่หนาของบิดาจนร่างนั้นหายลังไป
ในบ้าน!..
“ซานหลง ชีวิตนี้ เราคือซานหลงสินะ” พัฒน์คิดทบทวนสิ่งต่างๆ ที่ผ่านมาทั้งในชีวิตนี้และชีวิตที่แล้ว ไม่ว่าจะเป็ความทรงจำของเขา หรือความทรงจำของ ซานหลงสุดท้ายก็สรุปกับตัวเองว่า มันเกิดขึ้นแล้ว เขามาอยู่ตรงนี้แล้ว ต้องเริ่มต้นอีกครั้งกับตัวตนนี้
เขาคือคนใหม่เขาคือเขา คนที่มีครอบครัว มีบิดา มีมารดา เป็ครอบครัวที่อบอุ่น ทุกสิ่งทุกอย่างต่อจากนี้เขาจะทำเพื่อตัวเขาและครอบครัวเท่านั้น ไม่อาแล้วชีวิตแบบเดิม จะไม่ยอมเป็ทาสรับใช้ใครอีก
ในชีวิตที่แล้วเขาเป็ทาสรับใช้ของเ้านายรอคอยเพียงเศษเงินที่ถูกโยนมาให้ และพึงพอใจกับสิ่งนั้น ตอนนี้ทุกอย่างมันเปลี่ยนไปแล้วเมื่อตัดสินใจได้ดังนี้ ร่างน้อยๆ ก็หลับตาลง
3 วันต่อมา
ตอนรุ่งเช้าของวันใหม่ร่างของเด็กน้อยที่หลับใหลอยู่บนเตียงค่อยๆลืมตาขึ้น หูของเขาแว่วได้ยินเสียงนกแสกกู่ร้องท่ามกลางพงไพร มันเป็เสียงที่เขาไม่เคยได้ยินมาก่อน
“ไม่มีเสียงจอแจของผู้คนหรือเสียงรถบนท้องถนน มันวิเศษเหลือเกิน”ซานหลงคิด
เสียงของไก่ป่าเสียงนกนานาพันธุ์ พรรณนาร่ำร้อง บอกว่าถึงเวลาเช้าแล้ว นี่ไม่ใช่เสียงไก่โต้งจากมือถือที่เขาทนฟังในทุกๆเช้า
แครก!เสียงเปิดประตูไม้เก่าๆ ดังขึ้นเบาๆ เมื่อหันไปมองเขาก็เห็นเซียวยี่ถือถ้วยข้าวต้มเข้ามา
“หลงเอ๋อ!!กินข้าวต้มก่อนลูก”สายตาของนางทองประกาย เต็มไปด้วยสุขสองสามวันมานี้ อาการของลูกชายของนางดีขึ้นตามลำดับ เหมือนทุกๆอย่างกำลังเป็ไปในทิศทางที่ดี
“ผม..ข้ายังไม่หิวขอรับ”เขาเกือบหลุดสำเนียงแปลกๆออกไป
“หลงเอ๋อ ร่างกายเ้ายังไม่แข็งแรง ต้องกินข้าวเยอะๆจะได้มีแรงหายเร็วๆ เข้าใจไหม” นางนั่งลงที่ข้างๆเตียง ซานหลง ดันตัวลุกขึ้นเล็กน้อย ทีแรก ผู้เป็มารดาก็จะห้ามเอาไว้แต่ก็ไม่ทันเสียแล้ว
“เอ่อ ก็ได้ขอรับ”
“ดีๆ”เซียวยี่ยิ้มออกมา
ผมยื่นมือออกไปจะรับเอาถ้วยข้าวต้มจากนางแต่นางดึงถ้วยนั้นเอาไว้ ทำให้ผมจำต้องปล่อยมือ
“ข้ากินเองได้ขอรับ”
“ไม่ได้ไม่ได้ ลูกยังไม่หายดี เดี๋ยว!!แม่ป้อนลูกเอง…”
“ก็ได้ขอรับ”ผมไม่กล้าขัดอะไรนางเป็ความรู้ที่ไม่เคยมีมาก่อน เหมือนกับหัวใจของผมกำลังบอกตัวเองว่า อะไรก็ได้อย่าขัดใจนาง ทำให้นางสบายใจ
นี่อาจจะมาจากความทรงจำที่ผสมปนเปกันในหัวของผมก็ได้ทำให้รู้สำแบบนั้นโดยอัตโนมัติ นอกจากความรู้สึกนี้มันยังส่งผลถึงการพูดของผมด้วย ทำให้คำที่พูดออกมาจะมีคำแปลกๆปนออกมาด้วย
“อ้าปากสิ”
“อ้าม!!”ผมรู้สึกอายอยู่นิดๆ ที่ต้องทำตัวเหมือนเด็ก อันที่จริงหากไม่นับอายุิญญาร่างกายของผมตอนนี้ก็ไม่ถือว่าเด็กแล้ว ด้วยอายุ 16 ย่าง 17 ปีถือว่าเป็่แตกเนื้อหนุ่ม
ผมเคี้ยวข้าวต้มรสจืดชืดสองสามทีก่อนจะกลืนลงไปด้วยใบหน้าที่เต็มไปด้วยรอยยิ้ม ข้าวตมรสจืด ใช่ มันจืดมากเหมือนกับเอาข้าวมาต้มกับน้ำเฉยๆ
แต่ผมก็ยิ้มออกมาทุกคำที่กินมันก็อัดแน่นไปด้วยความรัก ความห่วงใย ของผู้เป็มารดา ผมรู้สึกโชคดีและมีความสุกที่ยังมีชีวิตอยู่
“ขอบคุณ..ดีดูแลมาตลอดขอรับ”ผมพูดออกมาจากใจ นางยิ้มบางๆตอบกลับมา ช่างเป็รอยยิ้มที่อบอุ่นยิ่ง
จากความทรงจำของร่างเดิมนางเป็ที่คอยดูแลเอาใจใส่ ผมมาตลอดไม่ว่าจะตอนมีชีวิตปกติสุข หรือตอนที่ผมล้มป่วย
นางคอยดูด้วยความรักความห่วงใยเสมอถึงถูกซ้อมปางตายนอนไม่ได้สติมาร่วมเดือน
“ลูกไม่สบาย แม่ก็ต้องดูแลเป็ธรรมดา” นางวางช้อนลงในถ้วยดินเผายกมือขึ้นลูบหัวของผมเบาๆมันอบอุ่นดี ใครที่ไม่มีแม่ไม่รู้หรอก ว่าตอนนี้ผมมีความสุขแค่ไหน
ท่านพ่อเข้าป่าไปล่าสัตว์ทุกวันแต่ไม่ค่อยได้อะไรกลับมา ดีหน่อยที่ไม่เคยกลับมามือเปล่าบางวันก็ได้ผลไม้ป่า ผักป่าหรือเห็ดบางชนิด บางวันก็มีกระต่าย กระรอก ไก่ป่า ทำให้พวกเขาไม่อดอยากมากนัก
หนึ่งเดือนผ่านไป
ร่างกายของผมดีขึ้นมากแล้วตอนนี้ลุกจากเตียงได้ ผมจึงทำกายภาพบำบัดให้ตัวเอง ด้วยการเดินรอบเตียงหลังตื่นนอนทุกๆเช้า