ตอนที่ 10 ไม่รู้ตัว
‘หากจำไม่ผิดฟงหมิงบอกว่าตัวเองเพิ่งฝึกได้ 10 วัน แต่นี่คือวิชากระบี่ของคนที่ฝึกได้สิบวันจริงๆหรอ?’ นึกคิดอย่างอึ้งๆ ตอนนั้นชายหนุ่มตรงหน้าเหมือนจมตัวเองลงลึกลงไปก็ไม่ได้รู้เลยว่าหญิงสาวด้านข้างกำลังจ้องมองอยู่ จนเมื่อรำกระบี่ครบท่วงท่าแล้ว ก็ทำให้เขาเข้าใจมากขึ้นเกี่ยวกับวิชากระบี่ คล้ายเหมือนเพื่อนส่งโน๊ตการบ้านให้ดู ก็ทำให้เขาลองมาทำการบ้านเอง พบว่ามีความก้าวหน้าและเข้าใจในเรื่องนี้มากขึ้นตามตัว “ คิกๆ ไม่เบาเลยนะฟงหมิง ตอนแรกเห็นใช้วิชามวยดี ข้าก็คิดไว้แล้วว่าวิชากระบี่ย่อมไม่ด้อยไปกว่ากัน ” ซีเหนียงกล่าวแซวเบาๆ ทำให้ฟงหมิงได้แต่ยิ้มเบาๆเป็นการตอบกลับ ก่อนที่เขาจะมานั่งตรงโต๊ะน้ำชา ระหว่างเช็ดเหงื่อ และจ้องมองกลับไปยังสาวสวยด้านข้าง ที่นางก็มองมาทางเขาเช่นเดียวกัน “ อืม..........ซีเหนียง เจ้าเข้ามาในนิกายนี้นานหรือยัง ” เห็นว่าบรรยากาศเงียบเกินไป และใบหน้าของสาวสวยคนนี้ดูจะแดงก่ำเป็นพิเศษ จึงทำให้เขาเปลี่ยนหาเรื่องคุย “ ก็หนึ่งปี ตั้งแต่ตอนนั้นล่ะมั้งนะ ที่ข้าได้ออกจากตระกูลและเดินทางมาอาศัยอยู่ในที่นี่จริงๆ ” ซีเหนียงถูกถามอย่างนี้ก็ตอบกลับออกไปตามตรง ทว่าใบหน้าของฟงหมิงได้ยินอย่างนั้น ก็อดแสดงความแปลกใจออกมาไม่ได้ “ 1 ปีหรือ? ถ้างั้นเจ้าเข้านิกายตั้งแต่อายุ 17? ” ฟงหมิงถามกลับออกไปด้วยรอยยิ้มเล็กๆตรงมุมปาก “ใช่ ข้าเพิ่งอายุ 18 เท่านั้นเอง ” ทว่าซีเหนียงพยักหน้าด้วยความอายๆ เพราะความจริงอายุของนางขนาดนี้ก็สามารถบ่งบอกอะไรได้หลายๆอย่าง นั่นก็ทำเอาฟงหมิงถึงกับรู้สึกช็อค ดวงตาของเขาเบิกกว้างเล็กน้อยระหว่างจ้องมองสาวสวยคนนี้ ความจริงเขาก็คิดไว้แล้วว่านางคงอายุต่ำกว่า 20 ปี แต่ใครจะรู้ว่าอายุของนางจะเพียงแค่ 18 จริงๆ เพราะลักษณะภายนอก รวมถึงนิสัยท่าทาง เด็กคนนี้ดูมีความโตมากกว่าคนปกติทีเดียว “ ทำไมหรือแปลกใจ? แล้วเจ้าล่ะอายุเท่าไหร่? ” เห็นชายหนุ่มตรงหน้าแสดงท่าทีเวอร์วังออกมา ก็ทำให้นางอดไม่ได้ที่จะยิ้มเล็กน้อยและถามออกไป ความจริงการเข้าสำนักมาในตอนที่ อายุ 17 ก็เป็นเรื่องปกติของยุทธภพ ความเป็นจริงหลายคนก็เข้ามาอาศัยฝึกฝนอยู่ในสำนักไวกว่านางมาก ทว่าการที่ชายหนุ่มด้านข้างแสดงท่าทางออกมาอย่างนี้ ก็ทำให้นางแปลกใจบ้างแล้ว ถึงอายุของเขาจริงๆ “ เรื่องนั้น.......ข้าก็ไม่รู้เช่นกัน เหมือนความทรงจำตอนเด็กของข้าจะขาดหายไป จึงไม่รู้ว่าก่อนหน้านั้นเกิดอะไรขึ้น ” ซึ่งพอโดนถามเรื่องอายุบ้าง ก็ทำให้ฟงหมิงพูดไม่ออกเหมือนกัน เมื่อเขาไม่รู้ว่าตัวเองจริงๆอายุเท่าไหร่กันแน่ เพราะนอกจากร่างกายหน้าตาหล่อปานเทพที่ได้มา ความทรงจำต่างๆของเจ้าของร่างเก่าก็ไม่มีติดเหลือมาเลย “ อย่างนั้นหรือ? ” และซีเหนียงเห็นใบหน้าที่ดูว่างเปล่าของเขา นางก็เลือกที่จะไม่ตามเรื่องนี้ต่อ เมื่อนางก็รู้มาจากอาจารย์ตัวเอง ว่าฟงหมิงนั้นอยู่ตัวคนเดียวในป่าลึก ไม่มีญาติหรือคนอื่นอยู่บริเวณแถวนั้นเลย “ ไม่ต้องกังวลไปหรอก แค่ความจำที่หาย ข้าไม่คิดมากแบบนั้น แต่ว่าระดับพลังของเจ้านี่อยู่ขั้นไหนหรือ? ” เห็นหญิงสาวด้านข้างมีใบหน้าที่ดูจริงจังขึ้น ฟงหมิงก็กล่าวเปลี่ยนเรื่อง “ นั่น....ก็ระดับดอกพิรุณพื้นฐานขั้นที่ 4 น่ะ ” ตอบออกไปอย่างถ่อมตัว ตอนนั้นฟงหมิงได้ยินก็ถึงกลับแปลกใจทันที ก่ออนจะถามออกไปอย่างสงสัย เพราะต้องบอกว่าระดับขั้นของการฝึกยุทธนั้น(จบ)