ฮูหยินข้าคือนักวิทยาศาสตร์ 【จบ】

    เล่มที่ 5 บทที่ 122 ขัดแย้ง

            ฮูหยินผู้เฒ่าฟู่ได้รับคำตอบที่ต้องการจากเฉิงหว่านเมี่ยวจิตใจก็เบิกบานขึ้นมาทันที ร่างกายทั้งหมดดูเหมือนจะเปล่งปลั่งและอ่อนเยาว์ลงไปหลายปี

            เช้าวันรุ่งขึ้น ฮูหยินผู้เฒ่าก็รอให้ฟู่ถิงเย่มาคารวะไม่ไหวจึงนำขบวนสาวใช้และหญิงรับใช้มายังเรือนที่เขาพักอาศัยอยู่

            เดิมที หลังจากที่ฟู่ถิงเย่ได้รับการ‘รักษาพิเศษ’ จากหวาชิงเสวี่ย เขาก็ลืมความอัดอั้นและความโกรธในงานเลี้ยงไปเกือบหมดแล้วไม่คิดว่าฮูหยินผู้เฒ่าจะไม่ยอมปล่อยเขาไป ถึงกับบุกมาแต่เช้าตรู่

            ฟู่ถิงเย่คิดไปคิดมาพอจะเดาเจตนาได้บ้าง ก็รู้สึกเบื่อหน่ายยิ่งนัก จึงสั่งบ่าวรับใช้ว่า “บอกไปว่าข้าไม่อยู่”

            เขาไม่อยากพบฮูหยินผู้เฒ่า

            แต่ฮูหยินผู้เฒ่าฟู่ไม่ใช่ผู้ที่จัดการได้ง่ายๆเมื่อฟู่ถิงเย่ไม่ยอมออกมาพบ นางก็จะบุกเข้าไปเอง

            นางก็แก่ชราแล้ว องครักษ์ไม่กล้าขัดขวางอย่างจริงจังจึงปล่อยให้นางบุกเข้ามาจนได้

            “ลูกแม่เมื่อวานไปที่ใดมาหรือ?”รอยยิ้มปรากฏบนใบหน้าของฮูหยินผู้เฒ่าฟู่ แต่ในรอยยิ้มนั้นกลับดูมีเล่ห์เหลี่ยม“หรือว่าทำเรื่องที่ไม่น่าดูไว้ จึงไม่กล้ามาพบหน้าข้ากัน?”

            ฟู่ถิงเย่ไม่อยากมีเรื่องโต้เถียงกับนางจึงเลี่ยงที่จะกล่าวถึงเรื่องเมื่อวาน ทำสีหน้าเฉยเมยตอบว่า “ลูกมีราชการมากมาย ท่านแม่มาแต่เช้ามีเรื่องอันใดหรือขอรับ?”

            ฮูหยินผู้เฒ่าพลันโกรธขึ้นมาจึงชี้หน้าด่าเขา“เจ้าลูกทรพี! ยังมีหน้ามาถามข้าอีกหรือ?! เรื่องที่เกิดขึ้นเมื่อวานเจ้าคิดว่าจะปล่อยผ่านไปง่ายๆ เช่นนี้หรือ?!”

            ฟู่ถิงเย่ไม่ได้โกรธเคืองและมองฮูหยินผู้เฒ่าอย่างใจเย็น “ลูกไม่รู้ว่าท่านแม่ถามถึงเรื่องอันใด”

            ฮูหยินผู้เฒ่าโมโหหนักกว่าเดิมกล่าวทีละคำว่า “หว่านเมี่ยวเติบโตมาข้างกายข้าตั้งแต่เล็กแต่น้อย เมื่อวานนางถูกข่มเหงเรื่องนี้เป็นสิ่งที่จวนโหวติดค้างนาง จวนโหวจะต้องมอบความยุติธรรมแก่นาง!”

            ในดวงตาของฟู่ถิงเย่ฉายแววเย้ยหยัน“โอ้ ท่านแม่คิดว่า จวนโหวควรจะมอบความยุติธรรมแก่นางอย่างไร?”

            “แน่นอนว่าต้องแต่งมาเป็นภรรยา!”ฮูหยินผู้เฒ่ากล่าวอย่างหนักแน่น

            สีหน้าของฟู่ถิงเย่เย็นชาขึ้นทันทีน้ำเสียงแฝงไปด้วยรังสีเย็นเยียบ “เช่นนั้นหรือ แล้วไม่ทราบว่าผู้ใดควรจะแต่งญาติผู้น้องของข้าไปเป็นภรรยา?”

            ไม้เท้าในมือของฮูหยินผู้เฒ่ากระแทกลงบนพื้นกระเบื้องอย่างแรงพร้อมกับตวาดอย่างมีโทสะ “เจ้าทำให้ชื่อเสียงของนางแปดเปื้อน คิดจะทำตัวไม่รู้ไม่ชี้ต่อไปหรืออย่างไร?!”

            “ข้อกล่าวหาเช่นนี้ลูกไม่อาจรับไว้ ท่านแม่ควรถามให้ชัดเจนเสียก่อนจะดีกว่า” ฟู่ถิงเย่กำหมัดแน่น กล่าวด้วยสีหน้าเคร่งเครียดอย่างชัดถ้อยชัดคำ“แท้จริงแล้วผู้ใดกันแน่ที่ทำให้ชื่อเสียงของญาติผู้น้องแปดเปื้อน ท่านแม่น่าจะรู้ดีอยู่แก่ใจ…”

            “เจ้าพูดจาเช่นนี้หมายความว่าอย่างไร?!”ฮูหยินผู้เฒ่าเบิกตากว้าง ดวงตาแห้งแล้งคู่นั้นแสดงความดุร้ายออกมา“เจ้ากำลังตำหนิข้าหรือ? ข้าแก่ปานนี้ คอยดูแลจวนโหวมาโดยตลอดตอนนี้ป่วยแทบจะลงโลงอยู่แล้ว ตัวเจ้าทำเรื่องน่าอับอายแต่กลับตำหนิข้าหรือ?!”

            ฟู่ถิงเย่ทำหน้าถมึงทึงพยายามข่มอารมณ์ “ลูกไม่ได้หมายความว่าเช่นนั้น”

            ฮูหยินผู้เฒ่าคลายความโกรธลงเล็กน้อยพูดด้วยน้ำเสียงอ่อนลง “หว่านเมี่ยวอายุสิบหกปีแล้ว กำลังอยู่ในวัยออกเรือน นางมีรูปโฉมงดงามนิสัยก็ดี เหมาะสมกับตำแหน่งฮูหยินน้อยแห่งจวนโหว รอจนพ้นช่วงไว้ทุกข์ในปีหน้า ก็จัดการเรื่องนี้เสียเถอะอย่าให้คนเขาลือกันไปว่าจวนโหวของข้ารังแกเด็กหญิงกำพร้า”

            “บิดามารดาของเฉิงหว่านเมี่ยวยังมีชีวิตอยู่ทั้งคู่จะเรียกว่าเด็กกำพร้าได้อย่างไร?” ฟู่ถิงเย่พูดเย้ยหยัน

            “เจ้าไม่เต็มใจหรือ?”ฮูหยินผู้เฒ่าได้ยินน้ำเสียงขัดขืนของฟู่ถิงเย่ สีหน้าที่เพิ่งจะดีขึ้นก็พลันเปลี่ยนเป็นดำมืด

            ฟู่ถิงเย่หลุบตาลง ทำท่าทีเย็นชาและห่างเหิน“ข้าออกจากจวนมานานหลายปี ฮูหยินน้อยจวนโหวจะเป็นใคร ข้าไม่ประสงค์เข้าไปยุ่งเกี่ยวแต่ภรรยาของข้า ไม่ใช่เฉิงหว่านเมี่ยวแน่นอน”

            ฮูหยินผู้เฒ่าจ้องเขาตาไม่กะพริบครู่หนึ่งก็ไม่ได้กล่าวอะไร มีเพียงความมืดดำที่สะสมอยู่ในดวงตา…

            ฟู่ถิงเย่กล่าวว่า“ลูกยังมีราชการต้องทำ หากท่านแม่ไม่มีเรื่องอันใดแล้ว ลูกขอลาก่อน”

            ฮูหยินผู้เฒ่าหัวเราะออกมาเสียงเย็นรอยยิ้มเย็นชาแสดงออกมาบนใบหน้าขาวซีดดูน่าเวทนา “หึ โตแล้วจริงๆ สินะ…ปีกกล้าขาแข็งไม่เห็นคำพูดของแม่อยู่ในสายตาแล้ว…”

            นางพลันขึ้นเสียงตะโกน“จะอย่างไรก็ไม่ใช่ลูกแท้ๆ! ในสายตาของเจ้าคงไม่เห็นข้าที่เป็นแม่อยู่เลยสินะ!”

            สีหน้าของฟู่ถิงเย่เปลี่ยนไปเล็กน้อย

            การคาดคั้นเช่นนี้ เป็นเรื่องรุนแรงมาก

            ภายใต้สภาพแวดล้อมที่ให้ความสำคัญกับความกตัญญูอย่างมากของแคว้นต้าฉีข้าราชการธรรมดาที่ถูกมารดาตำหนิเช่นนี้ อาจจะถูกลดตำแหน่งหรือถูกถอดออกจากตำแหน่งได้!

            แม้ว่าฟู่ถิงเย่ในตอนนี้จะมีตำแหน่งสูงและมีอำนาจไม่กลัวคำครหาจากคนอื่น แต่ใครเล่าจะอยากให้ชื่อเสียงของตนต้องเสียหายเพราะเรื่องเช่นนี้?

            สีหน้าของฟู่ถิงเย่เปลี่ยนไปไม่ได้เป็นเพราะกลัว แต่เป็นเพราะเกิดความรู้สึกหนาวเหน็บขึ้นมาในใจ

            เพื่อให้ได้มาซึ่งสิ่งที่ต้องการมารดากลับไม่ลังเลที่จะใช้คำพูดเช่นนี้มาบีบบังคับเขา!

            ถึงแม้จะไม่ใช่ลูกแท้ๆแต่นางก็เคยทุ่มเทความพยายามเลี้ยงดูเขามา! ส่วนเขาก็คอยดูแลและเคารพนางมาโดยตลอด!

            ถึงแม้จะไม่ได้มีวาสนาเป็นแม่ลูกกันแต่พวกเขาก็ยังเป็นครอบครัวเดียวกันไม่ใช่หรือ?

            เหตุใดต้องทะเลาะกันจนแตกหักเช่นนี้ด้วย?!

            ฮูหยินผู้เฒ่าเห็นฟู่ถิงเย่ยังไม่สะทกสะท้านใบหน้าก็ยิ่งดุร้ายขึ้น ราวกับเกือบจะควบคุมตัวเองไม่ได้ “ตั้งแต่โบราณมา การแต่งงานล้วนต้องทำตามคำสั่งของบิดามารดาและวาจาของแม่สื่อ! ในสายตาของเจ้าไม่มีข้าที่เป็นแม่ แม้แต่เรื่องแต่งงานก็ไม่ฟังคำของข้าแล้ว!หากรู้แต่แรกว่าจะเป็นเช่นนี้ ครั้งนั้นข้าจะเอาอกเอาใจเลี้ยงดูเจ้ามาทำไม! หากไม่เคยมีบุตรชายอย่างเจ้ายังจะดีเสียกว่า!”

            ถ้อยคำของนางยิ่งรุนแรงขึ้นเรื่อยๆจนสีหน้าของฟู่ถิงเย่เริ่มดำคล้ำ

            ในฐานะที่เป็นบุตรชายถึงแม้ในใจจะมีความไม่พอใจมากมาย ก็ไม่อาจโต้เถียงมารดาของตนที่ลานเรือนได้ หากทำเช่นนั้นจริงก็เท่ากับยอมรับความผิดที่ว่าเป็นบุตรไม่เคารพเชื่อฟัง!

            องครักษ์ที่อยู่ข้างกายกระซิบเตือนเสียงเบา“ท่านแม่ทัพ ภาพรวมของฮูหยินผู้เฒ่าในตอนนี้ ยิ่งท่านพูดก็ยิ่งเหมือนกับราดน้ำมันลงบนกองไฟ”

            ฮูหยินผู้เฒ่าไม่อาจบรรลุเป้าหมายของตนได้จึงต้องกดดันเขาด้วยเรื่องความกตัญญู

            หากฟู่ถิงเย่ยังพูดอะไรออกมาอีกแล้วทำให้ฮูหยินผู้เฒ่าโกรธจนล้มป่วย ก็จะถูกตราหน้าว่าอกตัญญูอย่างแน่นอน!

            ฟู่ถิงเย่ทำสีหน้าเคร่งเครียดเดินเลี่ยงหลีกตัวหลบออกไป

            เขาก้าวเดินอย่างรีบร้อนสีหน้าเต็มไปด้วยความร้อนรนและความโกรธ ปล่อยให้ฮูหยินผู้เฒ่าโวยวายเสียงดังต่อหน้าบ่าวไพร่ทั้งหลาย

            “เจ้าลูกทรพี! เจ้ามันลูกทรพี!”

            เขาเดินไปเร็วมาก เสียงด่าทอด้านหลังก็ค่อยๆห่างออกไป ในสมองของฟู่ถิงเย่พลันปรากฏถ้อยคำหนึ่งประโยคขึ้นมา ‘ท่านแม่เปลี่ยนไปแล้ว’

            ในใจของเขารู้สึกไม่ค่อยดี

            จากฮูหยินแห่งจวนโหวที่สุขุมสง่างามกลับกลายเป็นหญิงร้ายที่เอาแต่ใจและไม่ฟังเหตุผลเช่นนี้ หากบิดาของเขายังมีชีวิตอยู่ได้เห็นกิริยาท่าทางของมารดาเช่นนี้ จะมีความรู้สึกเช่นไร?

            เมื่อเขาอยู่ในสนามรบนั้นไร้เทียมทานแต่เมื่อเผชิญหน้ากับฮูหยินผู้เฒ่าฟู่ กลับตีไม่ได้ ด่าไม่ได้ ทำอะไรไม่ได้เลย

            สิ่งเดียวที่เขาทำได้มีเพียงการทำเป็นมองไม่เห็นเพื่อให้ใจสงบ คงจะดีถ้าหากเวลาผ่านไปเร็วกว่านี้ เมื่อจัดการเรื่องราวในเมืองหลวงเสร็จสิ้นแล้วเขาก็จะกลับไปยังชิงโจวได้เสียที

            ...

            หวาชิงเสวี่ยไม่รู้เรื่องราวในใจของฟู่ถิงเย่เลยแม้แต่น้อยและฟู่ถิงเย่ก็ไม่ใช่คนประเภทที่จะพูดระบายความในใจให้ใครฟัง เขาจะรู้สึกว่ามันน่าสมเพช

            ทางตะวันตกเฉียงใต้ส่งส้มสีทองสุกเปล่งปลั่งมาเป็นของบรรณาการทั้งใหญ่โตและกลมมน หลี่จิ่งหนานไม่คิดอะไรให้มากความ ก็ส่งมาให้หวาชิงเสวี่ยกระบุงหนึ่ง

            พอดีกับที่หวาชิงเสวี่ยอยากจะคุยกับหลี่จิ่งหนานเรื่องสำนักศึกษาพอดี

            ตอนเย็นฟู่ถิงเย่ก็มาหาหวาชิงเสวี่ยตามปกติแล้วก็พบว่าฮ่องเต้น้อยมาที่นี่อีกแล้ว อีกทั้งยังพูดคุยกับหวาชิงเสวี่ยอย่างออกรสอยู่ในห้องตลอดทั้งวันจนกระทั่งตะวันตกดินแล้วก็ยังไม่อยากจะไป

            “ฝ่าบาท ประเดี๋ยวก็เย็นมากแล้ว”ฟู่ถิงเย่เดินเข้ามาในห้อง มองหลี่จิ่งหนานที่มักจะเสด็จออกมาอย่างลับๆ บ่อยครั้ง เพื่อบอกเป็นนัยว่าถึงเวลาสมควรกลับวังได้แล้ว

            หลี่จิ่งหนานกำลังอารมณ์ดีจึงไม่ได้รู้สึกเหมือนถูกขัดใจ เขายิ้มร่าแล้วก็พาเสี่ยวโต้วจื่อเดินออกไป

            ตอนจะไปแล้ว ยังเอากระปุกเปลือกส้มเคลือบน้ำตาลที่หวาชิงเสวี่ยทำเองในวันนี้ติดมือไปด้วย

            ไม่อย่างนั้นสีหน้าของฮ่องเต้น้อยจะดูมีความสุขเช่นนั้นได้อย่างไร?

            อาจเป็นเพราะเรื่องของฮูหยินผู้เฒ่าฟู่ถิงเย่จึงอารมณ์ไม่ดีนัก ตอนนี้ยังมาเห็นหวาชิงเสวี่ยกับหลี่จิ่งหนานอยู่ด้วยอย่างสนิทสนมอีกจึงอดไม่ได้ที่จะรู้สึกขัดใจนิดหน่อย

            “เจ้าไม่เคยให้ของอะไรข้าเลย”เขายืนอยู่ด้านหลังหวาชิงเสวี่ย น้ำเสียงแฝงไปด้วยความน้อยใจ

            หวาชิงเสวี่ยหลุดหัวเราะออกมา“ท่านแม่ทัพ ของพวกนั้นของข้ามันก็แค่ของเล่นเล็กๆ น้อยๆ เองนะเจ้าคะ”

            ถึงแม้ว่าฟู่ถิงเย่จะไม่ได้แสดงอาการโกรธออกมาแต่สีหน้าก็ดูว่างเปล่าเหมือนสูญเสียบางอย่างไป เมื่อเทียบกับบุคลิกที่สุขุมและมั่นคงในยามปกติของเขามันดูไม่เข้ากันเอาเสียเลย

            “ทุกครั้งที่เจ้าทำของเล่นใหม่ๆเจ้าก็จะคิดถึงฮ่องเต้น้อยก่อนเสมอเลย” เขากล่าว

            สบู่ทำมือ กระจกแก้วกล้องสลับลาย…และของเล่นเล็กๆ น้อยๆ มากมาย วันนี้พอหวาชิงเสวี่ยเพิ่งจะได้รับส้มสดใหม่ก็ทำเปลือกส้มเคลือบน้ำตาลให้หลี่จิ่งหนานทันที

            หวาชิงเสวี่ยเห็นว่าฟู่ถิงเย่จริงจังกับเรื่องนี้ก็ทั้งขำทั้งจนใจ “เขายังเป็นแค่เด็กอยู่เลย ของเล่นเล็กๆ พวกนี้มอบให้เขา เขาก็ชอบมากแต่ถ้ามอบให้ท่านแม่ทัพ…จะต้องรู้สึกว่ามันไร้สาระมากแน่ๆ เลยใช่หรือไม่เจ้าคะ?”

            ลองนึกภาพฟู่ถิงเย่เล่นกล้องสลับลายหรือกินเปลือกส้มเคลือบน้ำตาลดูสิ เอ่อ…

            เขาจะต้องรู้สึกว่ามันน่า เบื่อ มาก แน่ๆ!

            แต่ว่า...

            หวาชิงเสวี่ยมองฟู่ถิงเย่ที่เงียบไปก็รู้สึกว่าช่วงนี้เขาแปลกไป หรือว่าจะเป็นเพราะนางละเลยเขาจริง ๆ กันนะ?

            ในใจของนางพลันคิดแผนการขึ้นมาได้จึงยิ้มและกล่าวว่า “ท่านแม่ทัพ ท่านหลับตาลงสิเจ้าคะ ข้าจะมอบของขวัญให้ท่านชิ้นหนึ่ง”

            ฟู่ถิงเย่ยิ้มแล้วลูบหัวของนางเบาๆ“ข้าไม่ได้โกรธที่เจ้าให้ของขวัญฮ่องเต้ เพียงแค่พูดไปตามความรู้สึกก็เท่านั้น เปลือกส้มเคลือบน้ำตาลที่เหลือเจ้าเก็บไว้กินเองเถอะ”

            “ไม่ใช่เปลือกส้มเคลือบน้ำตาลนะเจ้าคะ”หวาชิงเสวี่ยเม้มปากยิ้ม “เป็นของขวัญที่เตรียมไว้สำหรับท่านโดยเฉพาะจริงๆ ท่านรีบหลับตาเร็วเข้า”

            ฟู่ถิงเย่ยอมทำตาม เขาหลับตาลง

            ข้างหูได้ยินเสียงกุกกักเหมือนกับว่าหวาชิงเสวี่ยกำลังพลิกกระดาษอยู่ สักพักเสียงนั้นก็หายไป

            ฟู่ถิงเย่กำลังรู้สึกสงสัยก็ได้ยินหวาชิงเสวี่ยกำชับว่า“ยังไม่เสร็จ ห้ามลืมตาเด็ดขาดนะ!”

            เมื่อได้ยินเช่นนั้นฟู่ถิงเย่ก็อดที่จะยกยิ้มมุมปากขึ้นมาไม่ได้ และหลับตารอต่อไป

            เมื่อผ่านไปครู่หนึ่งหวาชิงเสวี่ยก็กล่าวว่า “เรียบร้อยแล้ว ลืมตาได้แล้วเจ้าค่ะ!” ในน้ำเสียงแฝงไปด้วยความยินดี

            ฟู่ถิงเย่ลืมตาขึ้นมาเห็นรอยยิ้มของหวาชิงเสวี่ยอยู่ในสายตา หัวใจของเขาก็เต้นระรัว กำลังจะดึงนางเข้ามากอดจู่ๆ หวาชิงเสวี่ยก็ชูกระดาษแผ่นหนึ่งขึ้นมา จากนั้นก็ยิ้มพลางกล่าวว่า “แต่น แตน แต๊น!ของขวัญนั่นเอง!”

            มีของขวัญจริงๆ ด้วยอย่างนั้นหรือ?

            ในมือของหวาชิงเสวี่ยถือกระดาษสีเหลืองอ่อนแผ่นหนึ่งอยู่บนกระดาษว่างเปล่า ไม่มีอะไรเลย

            “นี่คืออะไร?”ฟู่ถิงเย่รับมาไว้ในมือ แล้วมองดู

            เป็นแค่กระดาษธรรมดาๆแผ่นหนึ่ง บนนั้นมีรอยเปียกชื้นที่ยังไม่แห้งสนิทอยู่บ้าง ดูแล้วก็แยกไม่ออกว่ามันแตกต่างจากกระดาษแผ่นอื่นอย่างไร

            “นี่ ลองดูนี่สิเจ้าคะ”หวาชิงเสวี่ยยกเชิงเทียนที่จุดแล้วมาให้ ดวงตาเป็นประกาย “เอาไปอังไฟดูสิ เบามือหน่อยนะแล้วก็ถือห่างๆ หน่อย อย่าให้ไหม้เชียว”

            ฟู่ถิงเย่ทำตามที่นางบอกบนกระดาษค่อยๆ มีบางสิ่งที่แตกต่างไปปรากฏขึ้น

            แม้จะเลือนราง…แต่ก็มีรอยที่เข้มขึ้นค่อยๆปรากฏออกมาให้เห็น

            บนใบหน้าของฟู่ถิงเย่แสดงความประหลาดใจออกมามือก็ยังเลื่อนกระดาษไปมา ตามการเคลื่อนไหวของเขา บนกระดาษก็ค่อยๆ ปรากฏใบหน้าที่เต็มไปด้วยหนวดเคราถึงจะเป็นตัวการ์ตูน แต่ก็ดูออกว่าใบหน้านี้ดุดันน่ากลัวมาก

            ฟู่ถิงเย่ “...”

            หวาชิงเสวี่ยเอามือป้องปากหัวเราะคิกคัก“เหมือนหรือไม่เจ้าคะ? ตอนที่ข้าเจอท่านครั้งแรก ท่านก็เป็นแบบนี้เลยนะ”

            ฟู่ถิงเย่ตะลึงไปสักพักก็ถามขึ้นมาว่า“เจ้าทำให้เป็นแบบนี้ได้อย่างไร?”

            หวาชิงเสวี่ยยัดเนื้อส้มที่ปอกแล้วเข้าไปในปากของเขาไม่ได้ตอบ แต่กลับเอ่ยถามด้วยรอยยิ้ม “หวานหรือไม่เจ้าคะ?”

    คล้ายกับเรื่องฮูหยินข้าคือนักวิทยาศาสตร์ 【จบ】 ที่คุณอ่าน

    PAULSON พอลสัน : รักให้จำ (มี Ebook แล้วนะคะ)

    PAULSON พอลสัน : รักให้จำ (มี Ebook แล้วนะคะ)

    นิยาย รัก
    21K 111
    ชีวิตมหัศจรรย์สองชาติภพ [แปลจบแล้ว]

    ชีวิตมหัศจรรย์สองชาติภพ [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    386K 808
    พลิกชะตานางพญาเจ้าเสน่ห์ [แปลจบแล้ว]

    พลิกชะตานางพญาเจ้าเสน่ห์ [แปลจบแล้ว]

    นิยาย รัก
    955K 747
    ย้อนเวลามาเป็นท่านอ๋องน้อย [แปลจบแล้ว]

    ย้อนเวลามาเป็นท่านอ๋องน้อย [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    931K 592
    ภรรยานายพรานตัวน้อยกับระบบร้านค้ามือสอง [วางจำหน่ายถึงวันที่ 31-10-2569]

    ภรรยานายพรานตัวน้อยกับระบบร้านค้ามือสอง [วางจำหน่ายถึงวันที่ 31-10-2569]

    นิยาย รัก
    712K 1023
    ราชาสิบสองนักษัตร ศึกรวมสุโขทัย

    ราชาสิบสองนักษัตร ศึกรวมสุโขทัย

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    207K 185
    ฮูหยินของท่านจอมยุทธ์ในตำนาน [แปลจบแล้ว]

    ฮูหยินของท่านจอมยุทธ์ในตำนาน [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    579K 730
    เกิดใหม่ครั้งนี้ ขอเป็นเจ้าของที่ดินในยุค 90 [วางจำหน่ายถึงวันที่ 31-10-2569]

    เกิดใหม่ครั้งนี้ ขอเป็นเจ้าของที่ดินในยุค 90 [วางจำหน่ายถึงวันที่ 31-10-2569]

    นิยาย รัก
    355K 505
    ข้ามมิติลิขิตรักนายตัวเบี้ย [แปลจบแล้ว]

    ข้ามมิติลิขิตรักนายตัวเบี้ย [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    525K 663
    [อ่านฟรีทุกวัน]ทะลุมิติไปเป็นแพทย์หญิงชาวสวนผู้มั่งคั่ง

    [อ่านฟรีทุกวัน]ทะลุมิติไปเป็นแพทย์หญิงชาวสวนผู้มั่งคั่ง

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    231K 405