บทที่ 19 แตกเป็เสี่ยง ๆ (รีไรต์)
ผ่านไปครู่หนึ่ง หัวหน้าจากโรงงานสาขาหลักก็มาถึง ที่นั่งตำแหน่งประธานที่ประชุมในยามนี้มีผู้จับจองเรียบร้อยแล้ว
ผู้อำนวยการจางรับหน้าที่เป็ประธานในที่ประชุม
หัวใจของหวงเจี้ยนกั๋วแทบเต้นมาถึงลำคอ ทั้งตื่นเต้นและคาดหวัง
เขาดื่มน้ำไม่หยุดเพื่อซ่อนความตื่นเต้นของตัวเอง
หลังจากประชุมเสร็จ เขาก็จะได้เป็ผู้อำนวยการของโรงงานรีดเหล็กสาขาย่อยโดยสมบูรณ์
ผู้อำนวยการโรงงานกับรองผู้อำนวยการโรงงานถึงจะต่างกันเพียงแค่คำเดียว แต่อำนาจในมือต่างกันราวฟ้ากับเหว
ตอนนี้เขายังหนุ่มยังแน่น หากดูแลโรงงานได้ดี เื่ที่จะพัฒนาไปถึงผู้อำนวยการโรงงานสาขาหลัก ก็ใช่ว่าจะเป็ไปไม่ได้
ต้องทราบก่อนว่าอายุของผู้อำนวยการหวังกับผู้อำนวยการจางไม่ห่างกันมากนัก มิหนำซ้ำผู้อำนวยการหวังยังอายุมากกว่าผู้อำนวยการจางไม่กี่เดือนด้วย
แต่สาเหตุที่เขายังลาออกไม่ได้ตอนนี้ เพราะโรงงานสาขาหลักมีแผนงานสำคัญ ทำให้เขายังวางมือไม่ได้
นอกจากนี้ สุขภาพของเขายังดีกว่าผู้อำนวยการจางด้วย
แต่ถึงจะเป็เช่นนั้น แก่ก็คือแก่ ตำแหน่งผู้อำนวยการโรงงานของผู้อำนวยการหวังคงไม่สามารถเป็ได้จนถึงวาระสุดท้ายหรอก ไม่ว่าอย่างไรก็ต้องเกษียณออกไปไม่ช้าก็เร็ว
ต้องยอมรับว่าหวงเจี้ยนกั๋วกล้าคิดจริง ๆ
คำพูดกล่าวเปิดการประชุมของผู้อำนวยการจางกล่าวไปอย่างไร้ประโยชน์ครึ่งหนึ่ง ครึ่งนี้ล้วนแต่เป็กับดัก ทำเอาทุกคนที่ฟังเจ็บหูไปตาม ๆ กัน
ขณะที่หวงเจี้ยนกั๋วกำลังคิดถึงภาพที่ตนได้รับตำแหน่งเป็ผู้อำนวยการโรงงานสาขาหลักอยู่นั้น ผู้อำนวยการจางก็เปลี่ยนหัวข้อทันที “่นี้ บรรยากาศในโรงงานรีดเหล็กสาขาย่อยของเราแย่ลง ผู้นำบางคนมีความคิดที่ไม่ค่อยดีนัก”
“เนื่องจากผลประโยชน์ที่เห็นแก่ตัว สิ้นเปลืองกำลังคนในโรงงานและปล่อยให้ข่าวลือแพร่สะพัดในโรงงาน บรรยากาศแบบนี้ห้ามเก็บไว้เด็ดขาด!”
“เพราะจะทำลายความสามัคคีของพนักงาน และมีผลต่อผลผลิต!”
“บรรยากาศเลวร้ายแบบนี้ ต้องจัดการสักหน่อย!”
หวงเจี้ยนกั๋ว “!!!”
ทำไมไม่เหมือนที่เขาคิดไว้เลยล่ะ
แล้วสิ่งที่ผู้อำนวยการพูดมาหมายความว่าอย่างไร ‘สิ้นเปลืองกำลังคนในโรงงาน’
หวงเจี้ยนกั๋วพลันนึกถึงเื่ที่เขากับจางชุ่ยฟางใช้ให้คนทั้งโรงงานช่วยตามหาหลินเนี่ยนเมื่อคืนนี้
ไม่ใช่สิ ถึงเขาจะตามหาหลินเนี่ยนไม่พบ แต่คนของหน่วยรักษาความปลอดภัยก็ต้องทำงานอยู่ดี แล้วแบบนี้จะถือว่าสิ้นเปลืองได้ยังไง
ผู้อำนวยการไม่ได้หมายถึงเขาแน่ ๆ โรงงานสาขาย่อยต้องเกิดเื่อะไรที่เขาไม่รู้แน่นอน
หวงเจี้ยนกั๋วชำเลืองมองจ้าวเซิ่งลี่ สีหน้าของจ้าวเซิ่งลี่ดูไม่ดีนัก สงสัยคงจะเป็ปัญหาที่จ้าวเซิ่งลี่ก่อเอาไว้
เขาจึงขยับไปพูดข้างหูจ้าวเซิ่งลี่เบา ๆ ว่า “เหล่าจ้าวเอ๋ย วิธีทำงานของนายนี่ใช้ไม่ได้เลยจริง ๆ ผอ.พูดถูก! นายควรจะจำเป็บทเรียนไว้นะ ไม่อย่างนั้นถ้าทำผิดอีก ตำแหน่งรองผอ.ของนายอาจจะไม่มั่นคงก็ได้ นี่ฉันหวังดีนะเนี่ย นายน่ะ…ต้องปรับตัวนะ!”
จ้าวเซิ่งลี่มองเขาด้วยสายตาเหมือนมองคนโง่ แล้วแค่นเสียงเ็าออกมา “จัดการตัวเองให้ดีเถอะ!” การที่สีหน้าของเขาดูแย่ เพราะรังเกียจความชั่วร้ายของสามีภรรยาคู่นี้ต่างหาก
หน้าไม่อายจริง ๆ!
กินของหลินเนี่ยน ใช้ของหลินเนี่ยน และยังใช้นามของหลินเนี่ยนในการเลื่อนขั้นอีก แต่สุดท้ายกลับทำไม่ดีกับหลินเนี่ยน ทั้งยังคิดหาวิธีทำลายชื่อเสียงของเธออีก
แม้เื่นี้จะเป็ฝีมือของจางชุ่ยฟาง แต่เื้ัของจางชุ่ยฟางคือใคร
หวงเจี้ยนกั๋ว ไอ้พันธุ์สุนัขนี่ไงล่ะ!
หวงเจี้ยนกั๋วคิดว่าจ้าวเซิ่งลี่อับอายจนโมโห รอยยิ้มบนใบหน้าของเขาจึงลึกขึ้นกว่าเดิม แสดงท่าทีของผู้ชนะออกมาชัดเจน
“รองผอ.หวง คุณพูดสักหน่อยสิ!” ผู้อำนวยการจางกล่าวจบก็มองไปยังหวงเจี้ยนกั๋ว
หวงเจี้ยนกั๋วดีใจใหญ่ ดูจากลำดับการกล่าวปราศรัยแล้ว เื่รับตำแหน่งของเขาได้ตอกตะปูไว้บนกระดานแล้ว ไม่มีอะไรเปลี่ยนแปลงแน่นอน!
เขากระแอมเบา ๆ แล้วรับไมโครโฟนจากพนักงานมาไว้ตรงหน้า จากนั้นใช้นิ้วเคาะสองสามทีเพื่อเช็กเสียงว่าใช้ได้ปกติ ก่อนจะเริ่มพูดขึ้นต่อจากคำพูดของผู้อำนวยการจางด้วยน้ำเสียงเป็ทางการและเข้มงวด
เขาวิพากษ์วิจารณ์เื่นี้อย่างจริงจัง
ระหว่างที่พูดอยู่นั้น เขาพุ่งเป้าไปที่จ้าวเซิ่งลี่จนเหลือเพียงแค่เอ่ยชื่อออกมาอย่างเดียวแล้ว ซึ่งคนอื่น ๆ ก็ล้วนฟังออก
ด้านล่างเวที จางชุ่ยฟางส่งสายตาเยาะเย้ยให้กับหลิ่วกุ้ยเซียง ดูภาคภูมิใจเป็อย่างยิ่ง
หลังจากที่หวงเจี้ยนกั๋ววิพากษ์วิจารณ์จบ ผู้อำนวยการจางก็เชิญให้ผู้อำนวยการหวังกล่าวปราศรัยต่อ ผู้อำนวยการหวังยิ่งวิจารณ์ถึงเื่ที่ข่าวแพร่ไปทั่วอย่างเข้มงวด ทั้งยังเอ่ยถึงว่าการเป็พ่อแม่ต้องมีจิตใจที่ดี เสือร้ายยังไม่กินลูกตัวเอง…
คนข้างล่างยิ่งฟังยิ่งรู้สึกแปลก จางชุ่ยฟางเองก็เริ่มได้กลิ่นแปลก ๆ แล้วเช่นกัน สายตาที่คนรอบข้างมองเธอเปลี่ยนไป สายตาชวนสงสัยที่มองมาเหล่านี้ทำให้เธอนั่งไม่ติดเก้าอี้
มีคนปลอบเธอว่า “ไม่เป็ไร ผอ.ไม่ได้เอ่ยชื่อสักหน่อย อาจจะไม่ได้หมายถึงคุณก็ได้”
“ถึงจะหมายถึงคุณ แต่ก็เป็เื่เข้าใจผิดอยู่ดี รอเลิกประชุมแล้ว คุณค่อยไปอธิบายกับผอ.ก็ได้ เขาต้องเข้าใจคุณแน่ ๆ”
จางชุ่ยฟางฟังคำพูดแบบนี้ได้ที่ไหนกัน เธอกล่าวด้วยความหงุดหงิด “พูดบ้าอะไร โรงงานใหญ่ขนาดนี้ คนที่ทำไม่ดีกับลูกมีถมเถไป ทำไมคนที่ผอ.วิจารณ์ถึงต้องเป็ฉันด้วย”
“ฉันไม่ได้ทำอะไรผิด!”
ผู้คนเห็นดังนั้นก็เงียบไปไม่พูดอะไรอีก แล้วหันไปคุยกับคนอื่น ๆ ต่อ เดาว่าคนที่ผู้อำนวยการพูดถึงนั้นคือใครกันแน่
หลังจากที่ผู้อำนวยการกล่าวจบก็มาถึงหัวหน้าฉีจากสมาพันธ์สตรี
หัวหน้าฉีไม่อ้อมค้อม เธอพูดไปตามตรงว่า “ฉันรู้ว่าทุกคนกำลังลือกันเื่หลินเนี่ยนลูกสาวของผู้สละชีพหลินฉางเจิงไม่กลับบ้านกลับช่องตอนดึก และคิดว่าเธอเป็เด็กเกเร”
“คืนวานนี้ เพื่อตามหาหลินเนี่ยน รองผอ.หวงของโรงงานรีดเหล็กสาขาย่อยจึงใช้อำนาจ สั่งให้หน่วยรักษาความปลอดภัยช่วยกันตามหากันทั้งคืน”
“นอกจากนี้จางชุ่ยฟางจากโรงงานสหภาพแรงงานสาขาย่อยยังไปเคาะประตูเพื่อนบ้านทุกหลัง เพื่อตามหาข่าวคราวของหลินเนี่ยน ทำให้เื่แพร่กระจายไปทั่วและรู้กันถ้วนหน้า”
“หัวหน้าจากโรงงานสาขาหลักเองก็ให้ความสำคัญกับเื่นี้มาก ลูกคนเดียวของผู้สละชีพไม่ใช่บอกว่าหายก็หายได้ เราจึงส่งคนไปสืบเื่นี้ ผลที่ได้คือ หลินเนี่ยนลงชื่อไปชนบทตั้งนานแล้ว และออกเดินทางไปกับทางสำนักงานยุวชนั้แ่เมื่อวานตอนเช้า ไปสู่ดินแดนที่กว้างใหญ่กว่านี้เพื่อช่วยเหลือสังคม!”
“เธอเป็แค่เด็กดีคนหนึ่ง ไม่ใช่เด็กนักเลงเหมือนที่ทุกคนลือกัน”
“เธอสืบทอดคุณสมบัติอันดีเยี่ยม เป็บุตรสาวของหลินฉางเจิงผู้สละชีพ…เธอไม่ควรถูกมองอย่างต่ำต้อยหรือโดนดูถูกแบบนี้!”
“เื่นี้ขอให้คุณจางชุ่ยฟางมาอธิบายให้กับสมาพันธ์สตรีหลังเลิกประชุมด้วย” ผู้อำนวยการขอให้สมาพันธ์สตรีร่วมมือกันกอบกู้ชื่อเสียงของหลินเนี่ยน ซึ่งไม่มีวิธีไหนได้ผลดีเท่ากับการประกาศต่อหน้าผู้คนในห้องประชุมใหญ่นี้แล้ว
เสียงฟ้าผ่าดังขึ้นในที่ประชุม ทำให้ผู้คนแตกตื่น
จางชุ่ยฟางยิ่งลุกพรวดขึ้นมาทันที แล้วปฏิเสธเสียงแข็ง “อย่ามามั่วนะ นังเด็กนั่นไม่ได้ไปชนบท!”
เธอไม่ได้ไปชนบท!
จะไปชนบทได้ยังไง
เธอไม่ได้พานังเด็กนั่นไปที่สำนักงานยุวชนสักหน่อย!
เอกสารแนะนำตัวยังอยู่ในมือเธออยู่เลย!
สมองของเธอราวกับถูกแช่แข็ง คำพูดที่พลั้งปากออกไปไม่ได้ผ่านกระบวนการความคิดเลยแม้แต่น้อย
ใบหน้าหวงเจี้ยนกั๋วผู้อยู่บนเวทีพลันแข็งทื่อ ในหัวมีเพียงสามคำเท่านั้น
‘จบ เห่ แล้ว!’
เพียงแค่คำว่า ‘นังเด็กนั่น’ คำเดียว ก็ทำให้หน้ากากแม่ที่ดีที่จางชุ่ยฟางพยายามเสแสร้งมาตลอดสองวันนี้แตกออกเป็เสี่ยง ๆ ในพริบตา
หลังจากที่ผู้คนได้สติก็เข้าใจทันทีว่าถูกจางชุ่ยฟางหลอกเข้าให้แล้ว จึงโกรธจัดขึ้นมาทันที
“จางชุ่ยฟาง คุณแน่ใจเหรอว่าจะสู้กับฉันในที่ประชุมนี้น่ะ” หัวหน้าฉีพูดขึ้นอีกครั้ง
หวงเจี้ยนกั๋วรู้ดีว่าไม่สามารถปล่อยให้จางชุ่ยฟางหญิงโง่คนนี้พูดต่อไปได้อีก เขาจึงรีบลุกขึ้น “จางชุ่ยฟาง! นี่มันเกิดอะไรขึ้นกันแน่ ทำไมคุณต้องปิดบังผมเื่ที่เนี่ยนเนี่ยนไปชนบทแล้วด้วย”
“คุณไปคิดให้ดี ๆ เถอะว่าจะอธิบายกับหัวหน้าฉียังไง!”
น่าโมโหจริง ๆ!
ผู้หญิงคนนี้ทำให้เขาซวย!
ตอนนี้หวงเจี้ยนกั๋วอยากจะฆ่าจางชุ่ยฟางให้ตายจริง ๆ!