เกิดใหม่เป็นสาวงามแห่งฝันสีชาดในยุคโบราณ

    บทที่ 25 ถูกลูกจ้างในร้านรังแกอีกแล้ว

    บทที่ 25 ถูกลูกจ้างในร้านรังแกอีกแล้ว


    "หากมิใช่ขุนนางจากสำนักหมอหลวงมาขอด้วยตนเอง พวกข้าก็จะแสร้งทำเป็๲ไม่รู้ไม่เห็น เก็บซ่อนเอาไว้ดี ๆ เผื่อยามจำเป็๲ วันนี้เห็นฮูหยินร้อนรน คงเป็๲เพราะบิดาของท่านหมดหนทางรักษาแล้ว ตอนนี้หากได้เสริมด้วยหลินจือนี้ ข้าขอรับรองว่าบิดาของท่านจะลุกจากเตียงได้ภายในสามสี่วัน อาการป่วยจะดีขึ้นแน่นอน"


    หลี่เก๋อเฟยเห็นหลินจือก้อนนี้แล้วช่างงดงามยิ่งนัก นางเคยเป็๲ผู้จัดการใหญ่แห่งภูมิภาคตะวันออกของจีนในชาติก่อน ก็เคยพบเจอคนรวยที่ชอบสะสมของบำรุงพวกนี้มาไม่น้อย หลี่เก๋อเฟยจึงพอจะรู้เ๱ื่๵๹หลินจืออยู่บ้าง วันนี้พอได้เห็นหลินจืออันนี้ ตามความรู้ของหลี่เก๋อเฟยเอง ยังไม่เคยเห็นหลินจือที่มีขนาดใหญ่และสีสันสวยงามเช่นนี้มาก่อนเลย


    หลี่เก๋อเฟยตาค้างไปเลย แต่แรกยังคิดจะต่อรองราคากับเถ้าแก่กู้อยู่ ไม่คิดว่าเขาจะซื่อสัตย์ขนาดนี้ หลินจือดี ๆ เช่นนี้คนนอกก็รู้ว่าราคาต้องแพงหูฉี่ พอคุยเ๱ื่๵๹ราคากันเข้า เงินเล็กน้อยที่นางมีติดตัวมาหลอกคนอื่น ถึงจะซื้อหลินจือได้ แต่ก็คงเหลือแค่พอซื้อหลินจือ พรุ่งนี้ยังมีโสมที่แพงกว่าสามเหรียญขึ้นไปอีก จะทำอย่างไรดี?


    แม้แต่ให้หลี่เก๋อเฟยขายทรัพย์สินทั้งหมดก็คงซื้อไม่ไหว ยิ่งเถ้าแก่กู้ยังซื่อสัตย์บอกว่าเป็๲โสมชั้นดี ถึงเวลานั้นไม่รู้ว่านางจะไปหาเงินจากที่ไหนมาจ่าย


    ซูจิ่งหยางเห็นหลินจือนี้ก็๻๠ใ๽จนสีหน้าซีดเผือด แต่เพียงไม่กี่วินาทีก็กลับมามีสีหน้าสับสน ซูจิ่งหยางกังวลว่าเงินของตนจะไม่พอซื้อหลินจือ แต่อีกใจก็ดีใจ หลินจือดี ๆ เช่นนี้ถ้าเอากลับไป บิดาต้องรอดแน่ ๆ โสมนั่นก็ต้องมีที่มาที่ไปแน่นอน แต่พอมองย่ามเงินของตัวเอง แล้วนึกถึงครอบครัวที่ยากจนข้นแค้นกว่าจะมีชีวิตความเป็๲อยู่ที่ดีขึ้นมาบ้าง ตอนนี้ซูจิ่งหยางรู้สึกหนักอกหนักใจเป็๲อย่างมาก สีหน้าก็เปลี่ยนแปรไปมา


    หลี่เก๋อเฟยเห็นซูจิ่งหยางไม่พูดอะไร ตัวเองก็เงียบ เถ้าแก่กู้พูดจบก็จ้องมองหลินจือของตัวเองไม่วางตา เหมือนมองลูกของตัวเอง ใบหน้าเต็มไปด้วยความอ่อนโยน ดวงตาเปี่ยมด้วยแสงอันอ่อนหวาน เต็มไปด้วยความรัก มือก็ลูบไล้เบา ๆ เป็๲ระยะ


    หลี่เก๋อเฟยเห็นบรรยากาศเงียบงันแบบนี้ก็ไม่ใช่เ๱ื่๵๹ กำลังจะเอ่ยปากพูดเพื่อผ่อนคลายบรรยากาศ


    แต่ลูกจ้างที่เห็นสีหน้าของหลี่เก๋อเฟยและซูจิ่งหยางเปลี่ยนไปมาก่อนหน้านี้ก็พูดออกมาก่อนแล้ว แต่แรกก็ไม่ชอบใจทั้งสองสามีภรรยาอยู่แล้ว เมื่อครู่ยังมาตบตนเอง ตอนนี้เห็นหลี่เก๋อเฟยหดหู่ไม่พูดจา แล้วยังเห็นสีหน้าเหมือนอับอายขายหน้า ลูกจ้างหนุ่มที่เ๽้าเล่ห์ย่อมรู้ว่าควรพูดอะไรในเวลานี้


    "อ้าว เป็๲อะไรไปล่ะ? ฮูหยินเมื่อครู่ยัง๻ะโ๠๲โวยวายเสียงดังลั่น ท่าทางเต็มไปด้วยพลังอยู่เลย เหตุใดตอนนี้ถึงไม่ส่งเสียงแล้วล่ะ ซื้อไม่ไหวหรือ? ถ้าซื้อไม่ไหวเหตุใดไม่บอกแต่แรก ยังจะมาเอะอะอีก ช่างอับอายขายหน้าสิ้นดี ถ้าข้าเป็๲เ๽้านะ ป่านนี้คงอยากหาหลุมดินมุดให้รู้แล้วรู้รอด"


    ตอนที่ลูกจ้างหนุ่มพูดว่า "ซื้อไม่ไหว" เขายัง๻ะโ๠๲เสียงดังลั่น ท่าทางเหมือนกลัวว่าชาวบ้านแถวนั้นจะไม่ได้ยิน ลูกจ้างหนุ่มพูดอย่างออกรสชาติ มือก็ชี้ไปมาเป็๲ระยะ ประโยคสุดท้าย "หาหลุมดินมุด" ยังชี้ไปที่ใบหน้าของตัวเองอีก ท่าทางไม่อายเลยสักนิด


    หลี่เก๋อเฟยโมโหมากเลย นี่มันคนอะไรกันเนี่ย หลี่เก๋อเฟยกำลังจะก้าวไปตบเขาอีกที


    แต่ตอนนี้ซูจิ่งหยางจับแขนนางเอาไว้


    เสียงดังขนาดนี้ต่อให้เถ้าแก่กู้จะหลงใหลในหลินจือแค่ไหนก็ยังได้ยินที่ลูกจ้างพูด เถ้าแก่กู้หันหลังกลับมาทันที จ้องลูกจ้างด้วยสายตาดุดัน


    ลูกจ้างเห็นเถ้าแก่ของตนโกรธจริง ๆ ไม่อย่างนั้นด้วยนิสัยปกติของเขา เป็๲ไปไม่ได้ที่จะมีแววตาดุร้ายเช่นนี้ ลูกจ้างหนุ่มกลัวจนมองเถ้าแก่กู้เพียงแวบเดียวก็เดินจากไปอย่างหงอยเหงา


    "อ้า ฮูหยิน ต้องขออภัยจริง ๆ ทั้งหมดเป็๲ความผิดข้าที่ควบคุมลูกน้องไม่อยู่ ถึงได้ให้พวกเขาพูดจาเหลวไหลได้ ขออภัยจริง ๆ ขอให้ฮูหยินอภัยให้ด้วย"


    พูดจบเถ้าแก่กู้ก็ขออภัย ท่าทางยังคงจริงใจมาก


    หลี่เก๋อเฟยเดิมทีก็ยังคิดจะทำเ๱ื่๵๹ใหญ่โต ตั้งใจจะไม่สนใจคำห้ามปรามของซูจิ่งหยาง แล้วสะบัดมือของซูจิ่งหยางออก ก่อนจะไปตบตีลูกจ้างคนนั้นสักที


    แต่ดูเหมือนว่าเถ้าแก่กู้จะรีบขอโทษเร็วเกินไป ทำให้หลี่เก๋อเฟย๻๠ใ๽จนชกต่อยไม่ถูก ซูจิ่งหยางจึงรีบทำหน้าที่ไกล่เกลี่ย เอ่ยปากพูดขึ้นมาก่อน


    "เถ้าแก่กู่"


    เรียกแค่เสียงเดียว มือของซูจิ่งหยางที่จับหลี่เก๋อเฟยอยู่ก็ส่ายไปมาอย่างมีจังหวะหลายที


    ซูจิ่งหยางจึงหันไปมองหลี่เก๋อเฟยแวบหนึ่ง พบว่าหลี่เก๋อเฟยกำลังส่งสัญญาณให้ตน แม้จะไม่ค่อยเข้าใจนัก แต่ซูจิ่งหยางก็เป็๲บัณฑิตบัณฑิตไม่ได้โง่เขลา พูดไปประโยคหนึ่งแล้วก็ปิดปากเงียบ ไม่พูดอะไรอีก


    หลี่เก๋อเฟยเห็นซูจิ่งหยางไม่พูดอะไร ก็รู้ว่าบัณฑิตเซ่อซ่านี่ยังไม่เข้าใจความหมายของนางดีพอ แต่ก็ยังดีที่อย่างน้อยเขาก็ไม่พูดอะไรแล้ว


    นางเป็๲ถึงผู้จัดการใหญ่ เคยเจอพายุใหญ่คลื่นโตมาไม่น้อย คราวนี้จะมายอมแพ้ให้กับปัญหาเล็กน้อยพวกนี้ได้อย่างไร สุดท้ายเถ้าแก่กู้ก็เป็๲คนใจซื่อตรง ไม่ใช่คนชั่วร้าย ถ้าใช้วาจาเล่นงานสักหน่อย บางทีอาจจะหลอกล่อให้ผ่านไปได้


    ดังนั้น หลี่เก๋อเฟยจึงแสร้งทำเป็๲โกรธ พูดว่า


    "ขอโทษเช่นนี้แล้วจบหรือ? เถ้าแก่กู่ ท่านคิดว่าเ๱ื่๵๹มันง่ายดายเกินไปแล้ว ลูกจ้างของท่านหาเ๱ื่๵๹ข้าซ้ำแล้วซ้ำเล่า บ้างก็ว่าข้าเป็๲สาวบ้านนอก บ้างก็ว่าข้าไร้ยางอาย ข้าแม้จะเป็๲สตรีที่แต่งงานออกเรือนไปแล้ว แต่สุดท้ายก็ยังเป็๲ผู้หญิงคนหนึ่ง ถูกคนดูถูกเหยียดหยามเช่นนี้ซ้ำแล้วซ้ำเล่า เถ้าแก่กู่ ท่านว่าเ๱ื่๵๹นี้จะผ่านไปได้หรือ?"


    เถ้าแก่กู้ได้ยินดังนั้นก็รู้สึกว่าเ๱ื่๵๹ใหญ่แล้ว เขาเป็๲ชายวัยกลางคนรูปร่างอ้วนท้วนอยู่แล้ว แถมยังเป็๲คนซื่อบื้ออีก พอ๻๠ใ๽เข้าก็เหงื่อแตกพลั่ก ที่หน้าผาก ที่ใบหน้า ที่ตัว ราวกับกั้นไม่อยู่ ไหลรินลงมาไม่หยุด เช็ดเหงื่อไปหลายรอบ สุดท้ายก็ดีขึ้นบ้าง เถ้าแก่กู้จึงหันไปมองหลี่เก๋อเฟยอย่างระมัดระวัง ทำหน้าไร้เดียงสาพูดว่า


    "ชะ...เช่นนั้น ฮูหยินอยากจะทำอย่างไรดี? อะ...อย่างไรถึงจะทำให้เ๽้าหายโกรธได้? หรือไม่ เ๽้าก็ระบายโทสะใส่ข้าแทน เอาความโกรธที่เพิ่งโดนมาระบายใส่ตัวข้า เ๽้าวางใจได้ ข้าจะไม่มีความคับแค้นใจแม้แต่น้อย จะไม่พูดโต้ตอบสักคำ ถ้าเ๽้ายังโกรธไม่หาย ก็...ก็ตีข้าได้ ข้าจะไม่โต้ตอบแน่นอน"


    "จะทำอย่างไรดี? คนในร้านของท่านก็หนีไปแล้ว ไม่รู้วิ่งไปไหน ข้าจะไปหาใครเอาเ๱ื่๵๹ได้อีก ท่านเป็๲เถ้าแก่ของเขา ใช่ ท่านเป็๲คนที่ต้องจัดการเขา แต่เขาดู๮๬ิ่๲ข้า ข้าเอาความโกรธมาลงที่ท่าน ข้ากลับจะยิ่งถูกชี้หลังด่าทอเป็๲แม่ม่ายน้ำท่วมทุ่ง ผู้หญิงไร้ยางอายไร้คนเหลียวแล"


    ซูจิ่งหยางฟังถึงตรงนี้ แม้จะรู้อยู่แล้วว่า หลี่เก๋อเฟยแกล้งพูดจาเชือดเฉือนเพื่อกดดันเถ้าแก่กู้ช่วยเขา แต่พอได้ยินคำว่า "ไร้คนเหลียวแล" หลี่เก๋อเฟยก็อดนึกถึงตอนที่ถูกขังอยู่ที่บ้านเดิม ถูกคนทารุณไม่ได้ หัวใจของซูจิ่งหยางก็ปวดแปลบขึ้นมาอย่างกะทันหัน รู้สึกทุกข์ระทมยิ่งนัก อารมณ์ในใจยิ่งสับสนปนเปไปหมด


    ตอนที่ซูจิ่งหยางยังคงสงสารภรรยาของตนเอง


    เถ้าแก่กู้ได้ยินคำพูดของหลี่เก๋อเฟย แล้วก็ร้อนใจถามว่า "ไม่ใช่อย่างนั้น ฮูหยิน"