มีดสั้นเตรียมจะขายทิ้ง เพราะเขามีอยู่แล้วเล่มหนึ่ง กระบี่เหล็กก็ขายทิ้ง เพราะเขาใช้ไม่เป็น มีดพร้าเก็บไว้ สิ่งนี้ใช้ฟันไม้สะดวก ส่วนรองเท้า ตอนที่ได้เห็นมัน หลิวเวยอันก็พลันนึกขึ้นได้ถึงเรื่องบางอย่าง เผยสีหน้าตื่นเต้นดีใจทันที
รองเท้าเฮยหมาง!
เขารู้จักรองเท้านี้ เคยเห็นที่ร้านค้าอุปกรณ์ในเมือง ราคาหลายเหรียญทอง เป็นของดีชั้นหนึ่ง วัสดุที่ใช้ทำก็คือหนังสัตว์ชนิดหนึ่งที่ไม่ทราบชื่อ ดูเหมือนอ่อนนุ่ม แต่ความจริงเหนียวทนทาน
เขาโยนรองเท้าฟางที่ขาดจนนิ้วเท้าโผล่ทิ้งทันที เปลี่ยนมาใส่รองเท้าเฮยหมางแทน ทำให้รู้สึกตัวเบาขึ้นอย่างฉับพลัน ทั้งสบายทั้งอบอุ่น ยามเดินดูองอาจเกรียงไกร รองเท้าเฮยหมางเปล่งแสงสีดำเล็กน้อยจนสังเกตเห็นได้ยาก ทำให้ร่างกายราวกับลอยขึ้นมา ตอนเดินประหยัดแรงมาก ความเร็วก็เพิ่มขึ้นหนึ่งเท่า โอ้เบบี้ นี่มันเป็นของล้ำค่าจริง ๆ
แร่เหล็กสามารถสกัดออกมาเป็นเหล็กแล้วหลอมทำอุปกรณ์ได้
สมุนไพรเป็นสมุนไพรหยินหลิง ของสิ่งนี้เป็นสินค้าที่มีราคาสเถียรสูงมาก ราคายี่สิบเหรียญเงิน วันที่สามที่เข้าแดนสัตว์อสูร หลิวเวยอันเห็นกับตาว่ามีคนต่อสู้กันจนบาดเจ็บล้มตายไปเป็นร้อยเพื่อสมุนไพรหยินหลิงต้นเดียว สุดท้ายใครแย่งไปได้เขาเองก็ไม่รู้ อย่างไรเสีย ตอนหลังเมื่อเห็นพืชอะไรเขาก็อยากจะศึกษาทั้งนั้น
เขาเคยเดินเตร่อยู่บนเขาตั้งหลายวัน แต่ก็ยังไม่เจอสมุนไพรสักต้น แต่พืชที่มีลักษณะคล้ายกันถูกเขาถอนขึ้นมาแล้วไม่น้อย แต่น่าเสียดายที่ไม่มีมูลค่าอะไร ต้องนำมารวมกันถึงจะแลกเหรียญทองแดงได้หนึ่งเหรียญเขาไม่ได้กินผลึกสีขาว แต่ถุงเนื้อกลับถูกผ่าออกไปหมดแล้ว ตอนที่ความตื่นเต้นดีใจอยู่ในระดับสูงสุด ความผิดหวังก็ปรากฏตาม เขาผ่าได้ธนูหนึ่งคัน เป็นธนูไม้ท่ามู่ ของล้ำค่าที่อยู่ในระดับเดียวกับรองเท้าเฮยหมาง รูปแบบสวยงาม ฝีมือประณีตละเอียดอ่อน เมื่อเทียบกับคันธนูไม้เถี่ยหยางของเขา อีกอันหนึ่งอยู่บนฟ้า อีกอันหนึ่งบนดิน เทียบกันไม่ติดเลยจริง ๆ
หลังจากใช้เวลายี่สิบนาทีเพื่อทำความคุ้นเคยกับธนูไม้ท่ามู่ หลิวเวยอันก็เริ่มการล่าครั้งใหม่แล้ว เขาโยนศพน้ำหนักร้อยกว่าจินทิ้งไป ศพลอยไปไกลเจ็ดแปดเมตรแล้วกระแทกตกลงในสุสาน หากเปลี่ยนเมื่อก่อน เขาคงทำไม่ได้แน่นอน แต่ทำตอนนี้กลับไม่เปลืองแรงเท่าไรแล้ว ทั้งหมดล้วนเป็นผลลัพธ์จากการกินผลึกสีขาว
ศพถูกมีดผ่าจนมีแผลหลายรอย เนื่องจากยังตายไม่นานมาก จึงยังมีเลือดไหลเจิ่งนองออกมา ผ่านไปไม่กี่วินาที กลิ่นคาวเลือดก็ตลบอบอวล ในสุสานเริ่มคึกครื้นอีกแล้ว ซากดิบโผล่ขึ้นมาจากดินตัวแล้วตัวเล่า พวกมันพุ่งออกมาแล้ว
ศพเหล่านั้นย่อมเป็นศพของพวกหวังไป่ จะว่าไปแล้ว คนตายก็เหมือนตะเกียงดับ การใช้ประโยชน์จากศพของคนอื่นถือเป็นเรื่องขาดคุณธรรม แต่ด้วยสังคมปลาใหญ่กินปลาเล็กอย่างทุกวันนี้ สำหรับคนที่ใช้ชีวิตอยู่ในสังคมระดับล่าง ยังไม่ต้องพูดถึงว่าศีลธรรมเสื่อมโทรมไปขนาดไหน อย่างน้อยพวกเขาก็ไม่รักษาจริยธรรมพวกนั้นแล้ว จิตสำนึกในด้านนี้ของหลิวเวยอันก็เบาบางเช่นกัน ในสายตาของเขา ความอยู่รอดต้องมาเป็นอันดับหนึ่ง
ฟิ้ว!
ตอนที่ซากดิบตัวหนึ่งเข้ามาตรงหน้า ลูกธนูก็แทงทะลุตรงหว่างคิ้ว ทะลุไปถึงปีกธนู หลิวเวยอันเผยสีหน้าฮึกเหิม อาวุธที่ประดิษฐ์โดยปรมาจารย์ย่อมไม่ใช่สิ่งที่อาวุธเลเวลต่ำของเขาจะเทียบติดจริง ๆ ด้วย ตอนลูกธนูแฉลบผ่านอากาศ ขนาดเขาเองก็ยังเห็นเพียงเงาราง ๆ เท่านั้น เร็วเกินไปแล้ว พลังโหดมาก ลูกธนูดอกนี้เขาใช้แรงเพียงหกส่วน แต่กลับก้าวร้าวยิ่งกว่าตอนที่เขาใช้คันธนูไม้เถี่ยหยางอย่างสุดกำลังเสียอีก
สะใจนัก!
ทีแรกยังกังวลอยู่บ้าง แต่ตอนนี้มีความมั่นใจเต็มเปี่ยม เขาคุกเข่าข้างเดียว แขนซ้ายถือคันธนู ท่าทางมั่นคงดุจเขาไท่ซาน ในดวงตาฉายประกาย เมื่อมองไปทางไหน ลูกธนูก็ยิงไปทางนั้น รวดเร็วปานสายฟ้าแลบ ยิงร้อยดอกแม่นร้อยดอก
ฟิ้ว ๆ ๆ …
เสียงลูกธนูเสียดสีกับอากาศเดี๋ยวสูงบ้างเดี๋ยวต่ำบ้างตามแรงยิง ชั่วพริบตาเดียว ก็ยิงซากดิบตายไปแล้วยี่สิบกว่าตัว ซากดิบที่ทะลักออกจากสุสานมีจำนวนมากขึ้นเรื่อย ๆ มีซากดิบหลายตัวเข้าใกล้ศพแล้ว พวกมันอ้าปากใช้ฟันที่เปื้อนเลือดกันกิน
เมื่ออยู่ในระยะห่างสิบห้าเมตร สายตาของหลิวเวยอันก็สงบนิ่งขึ้นเรื่อย ๆ ยิงลูกธนูออกไปดอกแล้วดอกเล่า การประดิษฐ์ธนูไม้ท่ามู่จะต้องผ่านตรวจสอบปรับปรุงจากผู้เชี่ยวชาญ มีระดับความแม่นยำเกือบถึงเก้าสิบห้าเปอร์เซ็นต์ ด้วยทักษะธนูที่ไม่เต็มบาทของเขา ไม่น่าเชื่อว่าภายในระยะยี่สิบเมตรจะมีอัตราความแม่นยำร้อยเปอร์เซ็นต์
เพียงแต่หากมองจากบางมุม สิ่งนี้ก็อธิบายถึงพรสวรรค์ด้านการยิงธนูของเขาได้แล้ว คนที่เพิ่งสัมผัสธนูได้ไม่ถึงสองเดือน ไม่เคยฝึกซ้อมผ่านระบบมาก่อน ใช้งานคันธนูกับลูกธนูแบบดั้งเดิมที่สุด เมื่ออยู่ในสถานการณ์ที่ต้องอาศัยการค้นคว้าทดลองด้วยตัวเอง การสร้างเขาสร้างผลลัพธ์ถึงขนาดนี้ จะใช้คำว่าพรสวรรค์มานิยามก็ไม่ถือว่ากล่าวเกินไป
ระยะห่างสิบห้าเมตรถึงห้าเมตรทำให้หลิวเวยอันได้แสดงทักษะการยิงธนูออกมาจนถึงขีดสุด ไม่น่าเชื่อว่าความเร็วจะไปถึงระดับหนึ่งดอกต่อหนึ่งวินาทีแล้ว หรือพูดได้อีกอย่างว่าต้องดึงลูกธนู วางลูกธนูบนสายธนู ง้างสายธนูและเล็งให้แม่นให้อึดใจเดียว พลาดไม่ได้แม้แต่นิดเดียว สายธนูสั่นไม่หยุด เชื่อมโยงต่อเนื่องกันแสงโลหิตแบ่งบาน ตอนเลือดของซากดิบตัวแรกยังสาดกระจายอยู่กลางอากาศ ซากดิบตัวต่อมาก็โดนลูกธนูยิงแล้ว ตอนที่ซากดิบตัวที่สามถูกยิงทะลุหว่างคิ้ว ซากดิบตัวแรกก็เพิ่งจะล้มลงพื้น
ศพแรกดึงดูดความสนใจซากดิบส่วนใหญ่ ทำให้ภัยคุกคามที่มีต่อหลิวเวยอันลดลงจนถึงระดับต่ำสุด หลังจากง้างลูกธนูดอกสุดท้าย ความรู้สึกอ่อนเพลียขั้นรุนแรงก็พรั่งพรูขึ้นมาในหัวใจ มือแขนปวดเมื่อยไร้แรง ไม่น่าเชื่อว่าจะมีแนวโน้มมือสั่นด้วย หลิวเวยอันกัดฟัน แล้วเล็งซากดิบที่อยู่ใกล้ที่สุดด้วยสีหน้าเรียบเฉย พอคลายมือออก เงาดำก็แฉลบผ่านอากาศไป
แปะ!
ซากดิบหว่างคิ้วกระจาย ลูกธนูเจาะกะโหลก พลังอันรุงแรงทำให้ซากดิบกระเด็นไปข้างหลังหนึ่งเมตรกว่าจะล้มลงพื้น ซากดิบที่โผตามหลังมาสับสนวุ่นวายอยู่พักหนึ่ง หลิวเวยอันเลี้ยวแล้ววิ่งหนีทันที เท้าสวมใส่รองเท้าเฮยหมาง ความเร็วจึงน่าทึ่ง ชั่วพริบตาเดียวก็ไปไกลร้อยเมตรแล้ว เมื่อเกินห้าสิบเมตร โดยทั่วไปซากดิบก็จะสัมผัสลมหายใจสิ่งมีชีวิตไม่ได้แล้ว หลังจากส่งเสียงสะอื้นอย่างขี้ขลาดไม่กี่ที พวกมันก็ทยอยกันไปกัดศพที่เกือบจะกินหมดร่างนั้น
หลิวเวยอันมองดูภาพนี้อย่างเย็นชา เขากำลังปวดเมื่อยมือแขน ตอนนี้พึงได้รู้ ว่านักธนูก็ไม่ได้เป็นกันง่าย ๆ เหมือนกัน หลังจากยิงไปเจ็ดสิบดอกในอึดใจเดียว เขาก็แทบจะหมดแรงแล้ว เขากินผลึกสีขาวหนึ่งเม็ด ทำให้ชดเชยพลังที่เสียไปได้เร็วมาก ผ่านไปประมาณห้าหกนาที ศพร่างนั้นก็ถูกกัดกินจนเหลือเพียงโครงกระดูก เมื่อซากดิบเห็นว่าไม่มีเนื้อให้กิน พวกมันถึงได้เดินโซเซกลับไป
หลิวเวยอันซุ่มเข้าไปอย่างเงียบ ๆ แล้วเริ่มผ่าสมองแหวกท้อง ใช้เวลาครึ่งชั่วโมงก็จัดการทุกอย่างเสร็จสิ้น ได้รับผลึกสีขาวหกสิบสี่เม็ด ถุงเนื้อหกสิบสี่อัน จากนั้นก็เริ่มถอดเล็บซากดิบออก ขั้นตอนนี้ค่อนข้างยาก รอจนทำเสร็จแล้ว ก็พบว่าใช้เวลาไปเกือบสองชั่วโมงกว่า เขาถอดเสื้อตัวหนึ่งออกจากตัวหวังไป่ ห่อเล็บหนึ่งร้อยชิ้นเอาไว้ ส่วนเล็บที่เหลือก็ขุดหลุมฝังไว้ทั้งหมด
หลังจากนั้นก็เริ่มตัดถุงเนื้อ ครั้งนี้เขาผิดหวัง เพราะไม่มีอุปกรณ์อะไรสักอย่าง ผ่าได้แค่เหรียญทองแดงสามร้อยแปดสิบหกเหรียญ เป็นครั้งแรกที่ได้รู้ว่าถุงเนื้อเหล่านี้ว่างเปล่า ไม่มีอะไรเลย
หลิวเวยอันมองกองศพซากดิบด้วยความรู้สึกลำบาก คิดว่าถ้ามีรถม้าก็คงดี หลังจากครุ่นคิดครู่หนึ่ง ก็ลากศพห้าร่างเข้าเมือง ถ้าเดินด้วยความเร็วปกติก็ใช้เวลาไม่เกินสองชั่วโมง แต่หลังจากมีรองเท้าเฮยหมาง เขาใช้เวลาเพียงหนึ่งชั่วโมงยี่สิบนาทีก็ถึงแล้ว
นำของไปขายที่ร้านขายยา แล้วนำเงินยี่สิบห้าเหรียญเงินเดินออกจากประตูมา ศพซากดิบ 1 เหรียญเงิน สมุนไพรหยินหลิง 20 เหรียญเงิน จากนั้นก็มาร้านตีเหล็ก แร่เหล็กเป็นหินแร่เกรดต่ำ มีมูลค่า 20 เหรียญทองแดง ไม่น่าเชื่อว่าร้านตีเหล็กจะไม่รับซื้ออาวุธ หลิวเวยอันจึงมาถึงร้านค้าอุปกรณ์อีก นำมีดสั้นสามเล่มและกระบี่เหล็กหนึ่งเล่มขายไปและได้ 78 เหรียญเงิน เก็บเกี่ยวได้เป็นกอบเป็นกำ ถ้านับรองเท้าเฮยหมางไปด้วย หลิวเวยอันใช้สมองคิดครู่หนึ่ง พบว่าการฆ่าคนปล้นสมบัติยังได้เงินเยอะกว่าฆ่ามอนสเตอร์เสียอีก
หลิวเวยอันเดินมาใกล้ประตูเมือง ใช้สายตาสอดส่อง แล้วจู่ ๆ ก็ตาเป็นประกาย เกวียน ไม่น่าเชื่อว่าจะมีเกวียนด้วย เขาจำได้ว่าเคยได้ยินคนเอ่ยถึง เป็นเกวียนที่เรียบง่ายธรรมดามาก ข้างหลังวัวลากไม้กระดานชิ้นหนึ่ง ด้านล่างมีสองล้อ เรื่องบังลมบังฝนนั้นเลิกคิดไปได้เลย แต่ถ้าใช้ลากสินค้าก็เหมาะมาก
คนที่ทำธุรกิจลากเกวียนมีไม่น้อยเลยจริง ๆ เรียงรายสิบกว่าแถว หลิวเวยอันมองหาคนหนุ่มที่ดูค่อนข้างซื่อสัตย์คนหนึ่ง ชื่อว่าเฮยหนิว แค่มองปราดเดียวก็รู้ว่าเป็นชื่อปลอม เพียงแต่ใครจะไปสนใจล่ะ หลังจากต่อรองราคากันแล้ว ก็ได้ซื้อมาได้ราคาหนึ่งร้อยยี่สิบห้าเหรียญทองแดง
หลิวเวยอันตามรถเกวียนไป แล้วก็กลับมาพร้อมรถเกวียน ไปกลับทั้งหมดสี่รอบ ถึงได้ขนศพซากดิบทั้งหมดเสร็จ โชคดีว่าสุสานค่อนข้างห่างไกลความเจริญ ยามปกติไม่ค่อยมีคนไป ไม่อย่างนั้นหากถูกปล้นศพไป หลิวเวยอันจะต้องปวดใจตายแน่นอน เพราะนั่นคือเงินทั้งนั้น แต่จะว่าไปแล้ว คนทั่วไปก็ไม่กล้าแตะต้องมันเลยจริง ๆ เพราะพิษซากดิบก็ไม่ใช่เล่น ๆ
ตามเกวียนไปแม้จะไม่วางใจเฮยหนิว สาเหตุที่สำคัญกว่านั้นก็คือบนเส้นทางไม่ค่อยสงบ มีคนไม่ดูตาม้าตาเรืออยู่ไม่น้อย ตอนมารอบที่สองก็เจอคนปล้นแล้ว โดนเขายิงฆ่าไปสามคนแล้วถึงได้ถอย
การขนศพไปกลับสี่รอบนี้ ทำให้เมืองสือโถวเกิดความฮือฮาไม่น้อย แต่ละคนมองหลิวเวยอันด้วยสายตาประหลาดใจ ขายทั้งศพคนทั้งศพซากดิบ รสนิยมจัดจ้านจริง ๆ
ศพซากดิบแปดสิบห้าร่าง ขายได้ทั้งหมด 85 เหรียญเงิน เมื่อรวมกับตอนแรกและตอนหลัง วันนี้หลิวเวยอันเก็บเกี่ยวได้ทั้งหมด 1 เหรียญทอง 95 เหรียญเงิน 59 เหรียญทองแดง มวลความสุขมหาศาลปกคลุมเขาอยู่พักหนึ่ง ไม่น่าเชื่อว่าจะได้เกินหนึ่งเหรียญทองแล้ว และสำหรับเขา เงินก้อนนี้ก็ไม่ใช่ตัวเลขจำนวนน้อย ๆ เลย ดีใจจนเลอะเลือนอยู่คนเดียวนาน ถึงได้นึกขึ้นได้ว่ามีเรื่องต้องทำอีก
หอการค้าเหมยฮวาเป็นหนึ่งในสิบหอการค้าใหญ่ของโลกมนุษย์ มีอสังหาริมทรัพย์ตั้งอยู่ทั่วสามดาวเคราะห์ใหญ่ มีอำนาจอิทธิพลมาก และเป็นหนึ่งในหอการค้าแห่งแรก ๆ ที่เข้ามาอยู่ในแดนสัตว์อสูร แม้เมืองสือโถวจะเป็นชนบทที่เล็กจนไม่รู้จะเล็กอย่างไรแล้ว แต่กลับมีร้านค้าของพวกเขาเช่นกัน ดำเนินกิจการขายอุปกรณ์ เสื้อผ้าเป็นหลัก แล้วก็ยังมีวัสดุต่าง ๆ รวมทั้งบริการพัสดุด่วนด้วย
พัสดุด่วน ไม่ใช่พัสดุด่วนตามความหมายทั่วไป แต่เป็นการส่งพัสดุด่วนจากแดนสัตว์อสูรไปยังโลกมนุษย์ หากไม่ใช่ผู้ประกอบการที่มีศักยภาพเพียบพร้อม ก็ไม่มีคุณสมบัติจะดำเนินกิจการนี้ได้เลย
หลิวเวยอันเข้ามาที่ร้านค้าของหอการค้าเหมยฮวาเป็นครั้งที่สองแล้ว รอบแรกคือตอนที่เพิ่งเข้าแดนสัตว์อสูรไป ผู้พัฒนาเกม 'ปล้นชิง' ค่อนข้างตระหนี่ หลังจากทุกคนเข้ามาแล้ว นอกจากกางเกงในหนึ่งตัว ผู้หญิงมีชุดชั้นในเพิ่มอีกชุด ที่เหลือก็ไม่มีอะไรแล้ว เปลือยล่อนจ้อน และด้วยสาเหตุนี้เอง แม้เกมจะเปิดเซิร์ฟมาแล้วครึ่งปี แต่ก็ยังไม่มีผู้หญิงมากเท่าไรนัก สาเหตุหลักก็คือเกมนี้ออกแบบได้โรคจิตเกินไป จะมีผู้หญิงสักกี่คนที่กล้าเดินใส่ชุดชั้นในเดินบนถนนแบบนี้?
เสื้อผ้าที่หอการค้าเหมยฮวาราคาไม่แพง แค่สี่เหรียญทองแดงเท่านั้น แต่คนที่เพิ่งเข้าแดนสัตว์อสูรล้วนไร้สมบัติติดกาย อย่าว่าแต่สี่เหรียญทองแดงเลย ต่อให้เหรียญเดียวก็ยังหามาไม่ได้ด้วยซ้ำ แล้วจะทำอย่างไรดีล่ะ? หอการค้าเหมยฮวาคุยง่ายมาก สามารถติดหนี้ไว้ก่อนได้ ขอเพียงจ่ายคืนภายในสิบวัน ก็จ่ายแค่ห้าเหรียญทองแดงเท่านั้น ถ้าเกินสิบวัน ในแต่ละวันจะเพิ่มหนึ่งเหรียญทองแดง แต่ถ้าคุณจ่ายไม่ไหว ก็คุยง่ายมาก ให้พวกเขาฆ่าคุณหนึ่งครั้งก็ได้แล้ว หอการค้าเหมยฮวาอิทธิพลเยอะเงินแยะ ยังเคยมีใครที่พวกเขาฆ่าไม่ไหว
หาเงินให้ได้ห้าเหรียญทองแดงภายในสิบวัน คนส่วนใหญ่ยังสามารถทำได้ อาศัยการค้าขายเสื้อผ้า พอหอการค้าเหมยฮวาเข้ามาเปิดกิจการในเกม 'ปล้นชิง' ก็ทำกำไรได้เป็นกอบเป็นกำแล้ว
"สวัสดีครับ ผมต้องการส่งพัสดุด่วน" หลิวเวยอันนำผลึกสีขาวที่ห่อแล้วยื่นไป
พนักงานเป็นสาวน้อยอายุประมาณยี่สิบกว่า ทั้งสาวทั้งสวย เธอนำห่อพัสดุมาชั่งน้ำหนัก แล้วยิ้มตาหยีพร้อมบอกว่า "สวัสดีค่ะ สองเหรียญทองค่ะ"
หลิวเวยอันตาโตอ้าปากค้าง เคยได้ยินมาก่อนว่าบริการส่งพัสดุด่วนแพงมาก แต่คาดไม่ถึงว่าจะแพงถึงระดับนี้ ผลึกสีขาวแปดสิบเก้าเม็ด แต่ละเม็ดขนาดเท่าเม็ดข้าวสาร รวมกันแล้วเท่าไข่นกพิราบ ไม่น่าเชื่อว่าต้องจ่ายสองเหรียญทอง หลังจากเงียบไปพักใหญ่ก็บอกอย่างอึกอักว่า "ผม เอ่อเดี๋ยวผมมาใหม่"
"ตามสะดวกค่ะ!" สาวน้อยคืนของให้ ในแต่ละวันเธอเจอสถานการณ์แบบนี้มาหลายครั้งแล้ว
- โปรดติดตามตอนต่อไป -