เวลาเช้าตรู่ของวันใหม่ในวันทำงานที่แสนจะเต็มไปด้วยความวุ่นวาย
วันนี้หญิงสาวมีตรวจเยี่ยมอาการคนไข้ตามหอผู้ป่วยั้แ่เช้า เธอเดินลัดเลาะไปตามตึกต่าง ๆ บรรยากาศโดยรอบภายในโรงพยาบาลดูร่มรื่นเต็มไปด้วยต้นไม้ที่ให้ร่มเงา ดอกไม้หลากสีที่กำลังบานสะพรั่งมีการจัดโซนอย่างสวยงาม มีร่าอดทึ่งไม่ได้กับแิที่ทันสมัยของผู้บริหารที่พยายามพัฒนาสภาพแวดล้อมภายในโรงพยาบาล ซึ่งส่วนหนึ่งก็เพื่อช่วยเยียวยาความรู้สึกของคนไข้ โรงพยาบาลแห่งนี้ถึงแม้จะเป็โรงพยาบาลขององค์กรเอกชน แต่กลับไม่มุ่งหวังผลกำไร เธอเข้ามาทำงานที่นี่ั้แ่เรียนจบ
ระหว่างทางเดิน มีทั้งแพทย์ นักศึกษาแพทย์ พยาบาล เ้าหน้าที่และคนไข้เดินสวนกันไปมา วันนี้เธอสวมกางเกงขายาวผ้าเนื้อดีเข้ารูปกับเสื้อเชิ้ตสีฟ้าอ่อนพอดีตัวสวมทับด้วยเสื้อกาวน์สีขาว รองเท้าบูทสั้น ผมลอนยาวสลวยสีน้ำตาลเข้มถูกเกล้าเป็มวยลวก ๆ อวดต้นคอระหง อาจจะด้วยความเร่งรีบจึงไม่ค่อยได้ใส่ใจรายละเอียดมากนัก หลายคนแอบมองด้วยความชื่นชมในความสวยบวกเท่
มีร่าเป็คนชอบอะไรง่าย ๆ ไม่มีพิธีรีตอง ปกติหญิงสาวจะแต่งหน้าอ่อน ๆ วันไหนรีบมากก็ไม่ได้แต่ง เมื่อบุคลิกที่ดูเงียบขรึมบวกกับรูปร่างสูงเพรียวระหง ใบหน้าเรียบเฉยและจริงจังในการทำงานอยู่เสมอ ไม่ค่อยสุงสิงกับใคร ทำให้บางครั้งเ้าหน้าที่บางคนแอบนินทาอยู่บ้าง
'สวยก็สวยแต่ดุชะมัด’
บางคนก็แอบเรียกเธอว่านางมาร
เธอเองก็รู้ว่าใคร ๆ แอบตั้งสมญานามให้แต่ก็ไม่ค่อยใส่ใจเท่าไรเพราะมีเื่ให้คิดตั้งมากมาย ผู้ร่วมงานที่เกี่ยวข้องทุกคนต่างก็รับรู้กิตติศัพท์ว่าเธอนั่นดุมากเมื่อเกิดความผิดพลาดในการทำงาน
และวันนี้ก็เฉกเช่นกัน มีความผิดพลาดเกิดขึ้นในหอผู้ป่วยศัลยกรรม ขณะดูแฟ้มประวัติคนไข้ มีการรายงานผลตรวจวิเคราะห์เืของคนไข้รายหนึ่งผิดพลาด หญิงสาวเสียงเข้มขึ้นจนได้ยินกันทั่วทั้งตึก
"อะไรกัน รายงานผลตรวจผิดพลาดขนาดนี้ได้ยังไง แบบนี้ยังเรียกว่าทำงานกันอยู่ไหม ใครรับผิดชอบ" สีหน้าไม่สบอารมณ์ของศัลยแพทย์สาว ทำให้พยาบาลสามสี่คนต่างพากันก้มหน้างุด
"เคสนี้ก็รู้อยู่ว่าวันนี้จะต้องเข้าผ่าตัดแล้ว อย่างนี้จะทำยังไง ตอบ!!!" เสียงหวานตวาดลั่น สายตายังมองแฟ้มประวัติคนไข้โดยไม่เงยหน้ามองใคร
"…"
"เอาล่ะ จัดการติดตามผลตรวจเืให้เรียบร้อย ถ้าภายในหนึ่งชั่วโมงผลตรวจที่ถูกต้องยังไม่ออก พวกเธอที่เกี่ยวข้องต้องรับผิดชอบทุกคน! ไม่เว้นแม้แต่คนเดียว" หญิงสาวสั่งเฉียบขาด
หลังจากพูดเสร็จหญิงสาวก็เดินถือแฟ้มประวัติไปที่เตียงคนไข้และอธิบายสั้น ๆ ให้เข้าใจว่าอาจต้องเลื่อนการผ่าตัดไป่บ่ายเพราะมีเหตุขัดข้องเล็กน้อย โชคดีที่คนไข้และญาติเข้าใจ หลังจากนั้นจึงเดินออกไปอย่างไม่สนใจใคร
"เฮ้อ! รู้ไหม ฉันกลัวแทบจะฉี่ราด" เ้าหน้าที่พยาบาลคนหนึ่งเอ่ยขึ้น
"สวยดั่งนางฟ้าแต่นี่ไม่ใช่" พยาบาลสาวสองคนยืนทำหน้าเซ็งคุยกันเบา ๆ ต่างปลอบใจกันและกัน แล้วก็แยกย้ายกันไปทำงานตามหน้าที่เพื่อแก้ไขความผิดพลาดที่เกิดขึ้นให้ทันก่อนที่คนไข้จะเข้ารับการผ่าตัด
หญิงสาวกำลังจะเดินกลับขึ้นไปห้องพักแพทย์ส่วนตัวหลังจากตรวจเยี่ยมคนไข้เสร็จ เหลือบมองนาฬิกาที่ข้อมือเหลือเวลาอีกประมาณหนึ่งชั่วโมงจะเที่ยง ่บ่ายจึงจะมีเคสผ่าตัด เธอกำลังคิดว่าจะเดินไปโรงอาหารสวัสดิการของโรงพยาบาลที่จัดไว้สำหรับเ้าหน้าที่ของโรงพยาบาลเพื่อหาอะไรรองท้องก่อน เมื่อเช้าได้กาแฟดำกับแซนด์วิชทูน่าไปหนึ่งชิ้นก็กลัวจะหิว
แต่ขณะที่กำลังจะมุ่งหน้าไปทางโรงอาหาร จู่ ๆ โทรศัพท์ในกระเป๋าก็ดังขึ้น เธอหยิบขึ้นมาดู เบอร์ที่ปรากฏเป็เบอร์ห้องฉุกเฉิน
"หมอมีร่าพูด อะไรนะ! มิเชลก่อเื่อีกแล้วเหรอ" มีร่ารีบวางโทรศัพท์และเดินอย่างเร่งรีบมุ่งตรงไปยังห้องฉุกเฉิน
ภายในห้องฉุกเฉิน…
มิเชลกำลังนั่งอยู่บนเตียงโดยมีนายแพทย์หนุ่มอเล็กซานเดอร์ยืนอยู่ข้างเตียงก้ม ๆ เงย ๆ ทำแผลให้เธออยู่
เขาคือหัวหน้าประจำศูนย์การแพทย์ฉุกเฉินของโรงพยาบาล
"โอ๊ยนี่?! คุณหมอ หน้าตาก็ดี เวลาทำแผลช่วยเบา ๆ มือหน่อยได้ไหม" มิเชลมองด้วยสายตาขุ่นเคืองเล็กน้อย ไม่ค่อยพอใจเท่าไรเพราะรู้สึกแสบแผล
"นี่คุณหนูมิเชล ผมเบามือมากแล้วนะ ที่จริงผมไม่จำเป็จะต้องมาทำแผลให้คุณเลย พยาบาลหรือแค่นักศึกษาแพทย์ก็ทำแผลเล็กเท่าขี้แมวนี้ได้ ไม่เห็นต้องเรียกผมมาทำเลยจริง ๆ ให้ตายเถอะแม่คุณ ผมไม่ได้ว่างมากขนาดนั้น" เขาบ่นไปเรื่อย ๆ ตามประสาผู้ชายปากไวโดยไม่สนใจว่าคนฟังจะรู้สึกอย่างไร
จะว่าไปมันก็ใช่ เขารู้สึกหงุดหงิดมากเพราะกำลังจะไปดูคนไข้ขาหักที่จะเข้าเฝือก ถ้าไม่ใช่เพราะมีคนมาเรียกเขาให้ไปดูแผลของเธอ ป่านนี้เขาคงกำลังตรวจคนไข้ที่อาการหนักจริง ๆ อยู่
มิเชลรู้สึกตงิด ๆ เมื่อได้ยินสิ่งที่เขาบ่นขึ้นมา รู้สึกเหมือนโดนค่อนขอดยังไงชอบกล เธอเม้มปากพยายามนับหนึ่งถึงสิบช้า ๆ ในใจแต่สุดท้ายก็นับได้แค่ห้าก่อนที่ความอดทนจะหมดลงแล้วเอ่ยขึ้น
"นี่คุณหมอ! คุณเป็หมอนะก็ต้องรักษาคนไข้สิ ไม่ต้องบ่นและฉันเป็ใครรู้ไหม มิเชล กรีนคาร์ก สาวสวยรวยเสน่ห์ ผู้มีพร้อมทั้งรูปสมบัติและทรัพย์สมบัติ ฉันเป็พลเมืองของประเทศนี้ เสียภาษีให้ประเทศอย่างถูกต้อง ควรได้รับการดูแลอย่างดีที่สุดไม่ใช่เหรอ!" มิเชลพูดเข้าข้างตัวเอง โอ้อวดและหยิ่งทะนงในความเป็กรีนคาร์ก
นายแพทย์หนุ่มเบ้ปากด้วยความหมั่นไส้คนบนเตียง อดไม่ได้จึงพูดล้อเลียนยียวนกวนประสาทคำพูดของมิเชล
"ฉันเป็ใครรู้ไหม มิเชล กรีนคาร์ก ผู้มี...โอ้ย"
มิเชลเมื่อได้ยินหมอหนุ่มพูดล้อเลียนเสียงเล็กเสียงน้อยก็ชักสีหน้า พยายามข่มอารมณ์อย่างยิ่งยวด ฝ่ายอเล็กซานเดอร์พูดได้เพียงเท่านั้นก็ต้องสะดุ้งเพราะจู่ ๆ กระเป๋าสะพายใบพอดีมือของหญิงสาวที่อยู่บนเตียงก็ฟาดลงมาบนหลังของนายแพทย์หนุ่มเข้าอย่างจัง
“โอ๊ย?! คุณมาตีผมทำไม” อเล็กซานเดอร์โวยวาย รีบเงยหน้าขึ้นมาอย่างหงุดหงิดและอารมณ์เสีย ทันใดนั้นสายตาก็เหลือบไปเห็นว่าเธอทำท่าจะฟาดลงมาอีกครั้ง เขาไม่รอช้ารีบะโหลบทันที ก่อนที่จะมีอะไรเหวี่ยงมาโดนเขาอีกรอบ นายแพทย์หนุ่มยืนเท้าสะเอวด้วยความโกรธ ชักสีหน้าใส่หญิงสาวบนเตียงด้วยความหงุดหงิดและไม่พอใจอย่างมาก
'ให้ตายเถอะยัยตัวแสบ'
แต่ก่อนที่แพทย์หนุ่มจะได้ตอบโต้อะไรออกไปอีก มีร่าที่ขณะนั้นเดินเข้ามาภายในห้องฉุกเฉิน เมื่อได้ยินเสียงดังลั่นของผู้หญิงกับผู้ชายที่เธอจำเสียงได้กำลังเอะอะโวยวายภายหลังม่านกั้นระหว่างเตียง จึงรีบมุดเข้าไปในก่อนที่าย่อม ๆ จะกลายเป็าล้างเผ่าพันธุ์ เพราะรู้นิสัยไม่ยอมใครของน้องสาวที่ถูกตามใจั้แ่เด็ก
"อะไรกัน?!"
มิเชลที่กำลังจะเงื้อกระเป๋าใส่ชายหนุ่มอีกรอบถึงกับชะงักไป
ส่วนอเล็กซานเดอร์ที่ตอนนี้กำลังยืนเท้าสะเอวหน้าตาบอกบุญไม่รับและท่าทางจะไม่พอใจกับสิ่งที่มิเชลทำรีบหันไปตามเสียงทันที "หมอมีร่า! คุณมาพอดี จัดการน้องสาวตัวแสบของคุณด้วย" พูดเสร็จก็เดินหัวเสียออกไปอย่างหงุดหงิด มิเชลเข่นเขี้ยวมองตามร่างสูงไปจนลับตา
'ฝากไว้ก่อนเถอะ ไอ้หมอบ้า'
"มิเชล! วางกระเป๋าลง" มีร่าเอ่ยเสียงเข้มพลางส่งสายตาดุคาดโทษไปยังน้องสาวตัวแสบ มิเชลกับอเล็กซานเดอร์เจอกันทีไรมักจะมีเื่กัดกันตลอด ซึ่งเธอก็ไม่เข้าใจเหมือนกันว่าทำไม ดูทั้งสองคนไม่ค่อยถูกชะตากันเอาเสียเลย
"ทำตัวเป็ผู้ใหญ่หน่อยสิ หมออเล็กซ์เขาอุตส่าห์มาทำแผลให้ เธอควรจะขอบคุณเขานะ"
มิเชลไหวไหล่เบ้ปากมองบนแทนคำตอบ บ่นในใจอย่างหนักแน่น
'ไม่มีทาง'
"ไหนดูแผลหน่อยสิ ต้องเย็บแผลรึเปล่า ไปโดนอะไรมา"
"โอ๊ย! เบา ๆ สิ เจ็บนะ อุบัติเหตุนิดหน่อยเมื่อเช้า ผ่านมาทางนี้เลยแวะมา ว่าจะให้เธอดูแผลให้หน่อยก็เท่านั้น" มิเชลทำหน้าเหยเกซี้ดปากเบา ๆ
"แผลนิดเดียวไม่เห็นต้องเื่มากให้หมออเล็กซ์มาทำให้เลย" มีร่าบ่นเบา ๆ ในขณะที่ใช้คีมหยิบสำลีชุบน้ำเกลือมาทำแผลให้น้องสาว
"ทำไม?! หวงรึไงอีตาหมอปากกรรไกรเรียกพี่นั่นน่ะ" มิเชลเบ้ปากไหวไหล่
"มิเชล! พูดอะไรน่าเกลียด เดี๋ยวคนอื่นก็เข้าใจผิดกันหมดหรอก" มีร่าดุน้องสาวอย่างไม่จริงจังมากนัก
"อ้าว! ใครจะไปรู้ ก็เห็นแต่อีตาหมอปากกรรไกรนี่แหละวนเวียนอยู่ในชีวิตเธอ หรือว่ากำลังรอใครอยู่รึเปล่า ปล่อยให้ตัวเองโสดจนจะขึ้นคานแบบนี้ ดูไม่ออกหรือแกล้งไม่รู้กันแน่ว่าอีตาหมอนั่นคิดอะไรกับเธอ" มิเชลลอยหน้าลอยตาพูดเป็ต่อยหอย
ในความคิดของมิเชล เธอแค่อยากลองหยั่งเชิงพี่สาวของตัวเองดู พี่สาวที่ไม่เคยพูดเื่ส่วนตัวของตัวเองให้ใครฟัง
"เขามีชื่อนะมิเชล ไม่ใช่อีตาหมอปากกรรไกร" มิเชลกลอกตามองบนให้กับความพยายามของมีร่าที่จะพูดให้เธอรู้สึกเคารพหมอบ้าคนนั้น
"ทำไมจะเรียกอีตาหมอปากกรรไกรไม่ได้ ใครจะทำไม งั้นก็บอกมาสิเขาเป็อะไรกับเธอ" มิเชลยังคงเถียงต่ออย่างไม่ลดละ
“.....”
มีร่าี้เีเถียงกับน้องสาว เพราะรู้ดีว่าคนอย่างมิเชลจะไหลไปได้ตลอดเวลา ไม่เคยยอมรับผิดในสิ่งที่ตัวเองทำ ขอให้ตัวเองชนะเป็พอ ความเอาแต่ใจจากการเป็ลูกรักของบิดามารดาทำให้บางครั้งมิเชลขาดเหตุผลไปบ้าง พี่สาวอย่างเธอได้แต่ถอนใจเบา ๆ
"อ้อ! ฉันมีเื่จะเล่าให้เธอฟัง เขากลับมาแล้วรู้ไหม ทั้งหล่อ ทั้งรวย ผู้ชายบ้าอะไรดูดีชะมัด" จู่ ๆ มิเชลก็เปลี่ยนเื่ขึ้นมาแบบไม่มีปี่มีขลุ่ย
"ใคร? อะไรของเธอ" มีร่ามองหน้าน้องสาวด้วยความประหลาดใจเล็กน้อย
"ราฟาเอล บิซอฟ กอนซาเลส รู้จักไหม" มิเชลเอ่ยขึ้นมาพลาง ชำเลืองมองท่าทางพี่สาวของตัวเอง
มือเรียวสวยของมีร่าที่กำลังติดพลาสเตอร์ทับผ้าก๊อซปิดแผลเกิดชะงักเล็กน้อยก่อนจะกลับมาเป็ปกติ เธอไม่ได้ใส่ใจกับคำพูดของน้องสาว รีบติดพลาสเตอร์ให้เสร็จและเก็บอุปกรณ์ทำแผล
"แน่ใจนะว่าไม่รู้จัก " มิเชลถามขณะขยับลงจากเตียงอย่างเก้ๆ กัง ๆ เพราะยังรู้สึกเจ็บแผลอยู่ พยายามเดินกะเผลกย้ายตัวเองไปนั่งเก้าอี้ข้างเตียงมองปฏิกิริยาของพี่สาว
"เอาล่ะ เสร็จแล้ว กลับได้แล้ว ขับรถได้ไหม ถ้าไม่ได้เดี๋ยวเรียกคนขับรถมาให้ ส่วนแผลแค่แผลถลอก เดี๋ยวมันจะหายเอง พยายามอย่าให้แผลโดนน้ำ ยาก็ไม่ต้องทาน แผลก็ไม่ต้องทำ" มีร่าพูดพลางหันไปง่วนกับการรูดม่านเก็บ ไม่ยอมตอบคำถามของน้องสาวและเลี่ยงที่จะสบตา
"นี่ ตกลงไม่รู้จักใช่ไหม มิสเตอร์ราฟาเอล บิซอฟ กอนซาเลสน่ะ หรือรู้จักแค่ราฟาเอล เธอแฮม ลูกชายสุดหล่อของคนงานที่คฤหาสน์กรีนคาร์ก ว่าไง อย่าบอกนะว่าไม่รู้จัก" มิเชลพูดต่อ ไม่ยอมจบง่าย ๆ มือบางของพี่สาวที่กำลังรูดม่านถึงกับชะงักไป
"้าอะไร" มีร่ามองด้วยสายตาขุ่นเคืองเล็กน้อย เธอยืนกอดอกพิงขอบเตียงคนไข้เพราะเริ่มไม่พอใจในความเซ้าซี้ของน้องสาว
"จะรู้จักหรือไม่รู้จักแล้วเกี่ยวอะไรกับเธอมิเชล" มีร่าเอ่ยต่อด้วยน้ำเสียงขุ่น
มิเชลเห็นท่าทางของพี่สาวแสดงอาการหงุดหงิดจึงโพล่งออกไป
"เขาน่าสนใจไง ดูดีขึ้น ทั้งหล่อ ทั้งสมาร์ต ฐานะทางสังคมเขาก็ดี รวยมาก มีธุรกิจมากมายหลายแห่ง ฉันเข้าไปส่องประวัติเขามาแล้ว ไม่น่าเชื่อแต่ก็ต้องเชื่อนะ จากเด็กหนุ่มจน ๆ ตอนนั้น ตกลายเป็อภิมหาเศรษฐีเ้าของไร่องุ่นไปแล้ว" มิเชลพูดด้วยความปลาบปลื้ม หรี่ตาชำเลืองมองพี่สาวตัวเองเล็กน้อย
แต่แทนที่จะได้คำตอบ จู่ ๆ มีร่าก็เดินหนีออกไปดื้อ ๆ ไม่สนใจน้องสาวอีกต่อไป
"อ้าว! นั่นจะไปไหน มีร่า มีร่า ฉันยังพูดไม่จบนะ!" มิเชลถึงกับรีบลุกขึ้นยืน ะโร้องเรียกพี่สาวตัวเองดังสนั่นภายในห้องฉุกเฉิน ทุกคนต่างหันมามองเธอเป็ตาเดียว รวมทั้งนายแพทย์หนุ่มอย่าง อเล็กซานเดอร์ เขาหันไปมองมิเชลแล้วส่ายหัวไปมากับความเอาแต่ใจของเธอ พลางบ่นในใจ
'ถ้าเป็น้องเป็นุ่งจะตีให้เข็ด เฮ้อ!'
อเล็กซานเดอร์หันไปมองตามร่างสูงเพรียวที่เดินออกไปโดยไม่เหลียวหลังมามองน้องสาวของตัวเองแม้แต่น้อย
มิเชลเมื่อเห็นว่ามีร่าไม่กลับมาแน่ ๆ จึงคว้ากระเป๋าสะพายด้วยความไม่พอใจ กระแทกเท้าเดินกะเผลกออกไปจากห้องฉุกเฉินทันทีเพราะตอนนี้สายตาหลายคู่หันมามองเธอด้วยความสงสัยว่าเกิดอะไรขึ้น
มีร่าเมื่อกลับมาถึงห้องพักแพทย์ส่วนตัว ก็นั่งลงบนเก้าอี้หลังพิงพนัก เหม่อมองออกไปนอกหน้าต่าง ปล่อยความคิดให้ล่องลอยจนย้อนกลับไปในอดีต ภาพในความทรงจำของใครสักคนที่รู้จัก ใบหน้ากร้านแดด
เธอพยายามสลัดภาพนั้นออกไปเพราะกลัวภาพในอดีตจะหวนกลับมาอย่างสมบูรณ์ ก่อนที่ความคิดจะดำดิ่งไปกว่านี้
ขณะที่ความคิดของหญิงสาวกระจัดกระจายไป เสียงโทรศัพท์มือถือในกระเป๋าก็ดังขึ้น ดึงเธอกลับเข้ามาสู่โลกความเป็จริง เมื่อเห็นว่าหน้าจอมือถือแจ้งเบอร์ติดต่อจากห้องผ่าตัด จึงยกขึ้นแนบหูและกรอกเสียงลงไป
“.....”
"เตรียมพร้อมแล้วใช่ไหม โอเคเดี๋ยวลงไป " เธอกดปิดโทรศัพท์ และเดินออกไปจากห้อง มุ่งตรงไปยังห้องผ่าตัด