ตอนที่ 5
พิษกร่อนชีพจร 2
“เ้าจะทำสิ่งใดกัน...หึ จึงได้ระแวดระวังตัวเช่นนี้”หลงหย่งฝูผู้เป็บิดา เห็นพฤติกรรมที่ไม่คุ้นชินของบุตรชายจึงเอ่ยถามด้วยความสงสัย
...แม้ตอนนี้ลมปราณของเราจะยังต่ำเตี้ยไม่อาจปรุงโอสถรักษาชั้นสูงด้วยตนเอง แต่หากหาสาเหตุเจอ ก็น่าจะพอมีหนทางช่วยให้ท่านพ่อกลับมามีสุขภาพที่ดีขึ้นไม่แน่เราอาจจะทวงคืนลมปราณ และอำนาจในสกุลหลงกลับคืนมาให้ท่านพ่ออีกครั้งในเร็ววันก็เป็ได้
“ไม่มีสิ่งใดหรอกขอรับท่านพ่อ พอดีข้าได้อ่านตำราปรุงโอสถพื้นฐานมาบ้างจึงอยากลองวิชาตรวจอาการของท่านพ่อ แต่เกรงว่าฝีมืออันอ่อนหัดของข้าจะถูกผู้คนพบเห็นจนเป็ที่อับอายมาถึงท่านพ่อ ข้าก็เลย...” คำเอ่ยไปทาง จิตใจไปอีกทิศสำหรับหลงจิวเมิ่งในชีวิตใหม่ ทุกสิ่งต่อจากนี้ล้วนกระทำออกมาโดยคำนึงถึงความปลอดภัยของตนเองและคนรอบข้างอันเป็ที่รักทั้งสิ้น
“ฮ่า ฮ่า ฮ่า ข้ามีบุตรเก่งกาจเช่นเ้าไหนเลยต้องอับอาย ว่าแต่เ้าเริ่มสนใจจะเป็นักปรุงโอสถั้แ่เมื่อใดกันเหตุใดบิดาถึงมิเคยรู้มาก่อน”
“ก็ข้าเห็นท่านพ่อล้มป่วย จึงลองค้นหาตำรับตำราสมุนไพรมาอ่านดูหากว่ามันจะช่วยท่านได้สักนิด ข้าก็ถือว่าคุ้มค่ายิ่ง” หลงจิวเมิ่งยิ้มกว้างแต่ในใจกลับปวดร้าว การโกหกครั้งนี้ทำให้เขานึกย้อนไปถึงเื่ราว ่หนึ่งในชีวิตก่อนที่จำต้องอยู่บนเส้นทางมิจฉาชีพซึ่งผู้คนส่วนใหญ่ล้วนกระทำทุกหนทางเพื่อเอาตัวรอด หรือเพื่อทำให้ตนเองแข็งแกร่งขึ้นแม้แต่การขายคนที่ตัวเองรักหรือสังหารผู้คนไร้ความผิดก็ยินดีลงมือกระทำ แต่ยิ่งเก่งกาจสูงล้ำยิ่งโดดเดี่ยวและมากเื่ราวปัญหาสุดท้ายประสบการณ์ที่พบเจอ ก็ให้บทเรียนแก่หลงจิวเมิ่ง จนเข้าใจกฎเกณฑ์ของโลกใบนี้ว่า...การเป็ยอดคนงำประกายนั้นจึงประเสริฐที่สุดยิ่งมีความลับหนักหนา ยิ่งต้องห้ามแพร่งพราย แม้แต่สหายสนิทหรือกระทั่งผู้เป็บิดาก็มิอาจยกเว้น
“ท่านผู้นำหลงโปรดยื่นมือซ้ายของท่านออกมา” จู่ๆ หลงจิวเมิ่งพลันเปลี่ยนบุคลิก แสดงออกเลียนแบบนักปรุงโอสถประจำตระกูลหลงด้วยท่าทางน่าขบขันส่งให้บรรยากาศกลายเป็ผ่อนคลายมากขึ้นกว่าเดิม
“ดี ท่านหมอจิวเมิ่งเชิญลงมือจับชีพจรได้เลย”หลงหย่งฝูผู้เป็บิดาแย้มยิ้ม เล่นแสดงไปตามบทบาทสอดรับกับบุตรชายอย่างกลมกลืน
แม้ตอนนี้หลงจิวเมิ่งจะมีพลังลมปราณอ่อนด้อยติดอยู่ที่สุดปลายการฝึกตนกำเนิดลมปราณขั้นกลาง แต่ด้วยความรู้และพลิกแพลงในการใช้ลมปราณจากชีวิตที่แล้วลมปราณเพียงเท่านี้ก็เพียงพอที่จะใช้เพื่อตรวจสอบร่างกายที่ผิดเพี้ยนของผู้เป็บิดาในเบื้องต้นได้แล้ว
นิ้วมือขวาของหลงจิวเมิ่งทาบทับไปบนข้อมือซ้ายของผู้เป็บิดาภายนอกแสร้งทำเป็ตรวจจับชีพจร แต่แท้จริงลอบส่งลมปราณที่บีบอัดจนเล็กเรียวราวกับปลายเข็มลมปราณสายนี้ถูกบังคับให้ไหลลื่นไปตามเส้นชีพจรของหลงหย่งฝู แม้กระทำดูจะเป็ไปอย่างราบรื่นแต่ชั่วขณะที่หลงจิวเมิ่งดำเนินการการบีบอัดลมปราณยังต้องลงแรงและสมาธิมิใช่น้อยเหงื่อเม็ดโตพลันผุดขึ้นที่หน้าผากของหลงจิวเมิ่ง สองตายังคงหลับพริ้มด้วยใช้สมาธิจดจ่อไปยังจุดบกพร่องในกายของบิดาตนเองจึงมิมีเวลายกแขนขึ้นเช็ดปาดหยาดเหงื่อที่ไหลซึมออกมามากขึ้นเรื่อย ๆ
...พลังหยางที่รุนแรงภายในเส้นชีพจรของท่านพ่อนี่มันคืออะไรกันสิ่งนี้มันไม่ควรจะเกิดขึ้นกับคนป่วยนี่นา จุดกำเนิดหลักของพลังหยางที่รุนแรงเกินไปเช่นนี้แถมมันยังกระจุกแน่นกันอยู่เฉพาะที่บริเวณชีพจรหัวใจ หรือว่าท่านพ่อจะถูก...พิษกร่อนชีพจร
ชี่...
ลมปราณของหลงจิวเมิ่งยามเข้าใกล้จุดพลังหยางเข้มข้นมากเกินไป พลันแตกสลาย ท่าทางทีเล่นทีจริงก่อนหน้ากลับกลายเป็ครุ่นคิดจริงจัง แม้หอบเหนื่อยแต่ยังฝืนเก็บอาการไม่แสดงออก
...พิษกร่อนชีพจรอย่าว่าแต่ในเขตป้อมพายุหิมะเลย ต่อให้เป็ทั่วทั้งนครเมฆขาวยังยากจะเสาะหาถ้าเป็พิษชนิดนี้จริง หลงซุนก็ไม่น่าจะเกี่ยวข้อง แต่ข้าเองก็คิดไม่ตก ว่าเหตุใดท่านพ่อจึงได้รับยาพิษที่ให้ผลพิสดารไม่สังหารชีวิต แต่กลับทำลายเส้นชีพจรลมปราณจนหมดสิ้นเช่นนี้
แม้ในใจครุ่นคิดหาคำตอบแต่การแสดงกลบเกลื่อนยังคงต้องดำเนินต่อ หลงจิวเมิ่งถอนนิ้วมือทั้งสี่กลับคืน ยังคงเอ่ยซักถามอาการและเื่ราวต่างๆ อีกครู่ใหญ่ ก่อนจะขอตัวอย่างโลหิตจากบิดาตนเองไปเล็กน้อยซึ่งภายหลังจากที่หลงจิวเมิ่งได้ใช้วิธีเฉพาะตรวจสอบโลหิตที่ได้รับมาอีกครั้งเพื่อให้แน่ใจค่อยได้ข้อสรุปที่มั่นใจว่า...หลงหย่งฝู ผู้เป็บิดานั้นถูกวางยาพิษอย่างแน่นอน และยังมั่นใจอีกว่าพิษชนิดนี้คือ...พิษกร่อนชีพจรเกินกว่าเก้าในสิบส่วน พิษร้ายพิสดารที่ยากตรวจสอบ มีผลมุ่งโจมตีเส้นชีพจรของผู้ฝึกตนอย่างช้าๆ หากไม่ใช่ผู้เชี่ยวชาญด้านโอสถจนถึงระดับดาวทองแล้วคงยากจำแนกออก ว่าอาการอ่อนล้าบวกกับลมปราณภายในชีพจรรั่วไหลเกิดขึ้นมาจากสาเหตุใด
...ดูท่าเื่ราวจะซับซ้อนกว่าที่ข้าคิดเอาไว้แต่เหตุใดกันคนร้ายจึงต้องใช้พิษที่มีมูลค่าสูงส่งเช่นนี้เพื่อมาทำร้ายท่านพ่อ แต่เอาเถอะเหตุผลจะมาจากสิ่งใดก็ช่าง ในเมื่อข้ากลับมาแล้ว ต่อให้เป็พิษที่สังหารได้แม้แต่เซียนเทวะข้าก็จะต้องหาวิธีรักษาให้จงได้
“ลุงหาน ข้ามีเื่จะไหว้วานท่านสักหน่อย”เหตุที่หลงจิวเมิ่งเชื่อใจบ่าวชราผู้นี้ ก็เพราะว่าบ่าวชราผู้นี้เป็เพียงผู้เดียวที่ยังคงติดตามรับใช้สองพ่อลูกแม้กระทั่งวันสุดท้ายที่ป้อมพายุหิมะแหลกสลาย บ่าวชราผู้ภักดียังยินยอมสละแม้กระทั่งชีวิตของตนกระโจนร่างเข้าขวางทางอสูรร้ายบุกรุกถ่วงเวลาเปิดทางให้สองพ่อลูกตระกูลหลงหลบหนีทำให้หลงจิวเมิ่งจดจำบุญคุณเอาไว้มิเคยลืม “ท่านช่วยเอารายชื่อสมุนไพรที่ข้าจดนี้ ไปเบิกมาจากเรือนโอสถของตระกูลให้ข้าหน่อย”
“นายน้อย” ลุงหานกวักมือเรียกนายน้อยของตนเองให้เข้าไปใกล้ก่อนจะกระซิบบอกเื่ราวที่ข้างหู ว่าหลังจากที่หลงซุนขึ้นมามีอำนาจ มันก็ดำเนินการโยกย้ายผู้คนควบคุมการเบิกจ่ายสิ่งของทั้งหมดเอาไว้แต่กลุ่มคนของตัวเองทั้งสิ้น โดยเฉพาะพืชสมุนไพรซึ่งถือเป็สิ่งของล้ำค่าที่สุดของตระกูลหลงสาขาป้อมพายุหิมะ การจะเบิกจ่ายออกมาจำต้องได้รับอนุญาตจากหลงซุนเสียก่อนลุงหานเกรงว่าสิ่งที่นายน้อยสั่งมานั้น เวลานี้ตนเองจะไม่สามารถกระทำได้
“บัดซบ !!!” หลงจิวเมิ่งสบถเบา เพราะกลัวผู้เป็บิดาได้ยิน ก่อนจะเร่งฝีเท้าเดินทางกลับไปยังตึกหลักของตระกูลหลงเขตป้อมพายุหิมะด้วยตนเอง