ซึ่งกว่าว่ายเปียวจะได้พัก แทบไม่มีเวลาให้เขาฝึกฝนก็ปาเข้าไป เกือบจะยามโฉ่ว (เวลาตี2) ที่หลินเอ๋อร์ เด็กสาวข้างห้องได้ยินเสียง กุกกักขอทานตัวน้อยเข้าห้องตนเอง
ภายในห้องเล็กแคบ เท่าเสื่อกกหนึ่งผืน กางออก
ว่ายเปียว เอาขวดหยกมาตั้งวางกลางห้อง ยิ้มเบิกบานใจ ขณะนั่งพิจารณาไปพลาง “ขวดหยกวิเศษ นี่ จะต้องมีความลับ อะไรอยู่บ้างแหละน่า”
ทว่ายิ่งเผยความคาดหวัง ว่ายเปียวยิ่งต้องผิดหวัง เมื่อลองเอาน้ำเปล่า กรอกใส่เข้าไปภายในขวดหยก ก็ไม่เกิดการเปลี่ยนแปลงใด
แม้จะลอง แตะหยดเืตนเอง เข้าไปทดสอบ ก็ไม่เกิดผลประการใดเช่นกัน “สงสัยจะเป็ขวดหยก เปล่าธรรมดา จริงๆ แล้วกระมัง?” ว่ายเปียว กล่าววาจาปนความเสียดาย ก็ผล็อยหลับไปทั้งอย่างนั้น ด้วยความอ่อนล้า
…่เช้าตรู่ ก็มีเสียงคำรามเดือดดาลดังขึ้น ด้วยความฉุนเฉียว จากศิษย์สายนอกที่อยู่ก่อน
ไท่เฟิงมันเดินดุ่มๆ ไปหากลุ่มศิษย์ผู้มาใหม่ ตั้งแถวเตรียมเริ่มงาน ด้วยใบหน้ามีรอยบวม แดง เป็จ้ำๆ ขึ้นมา ประหนึ่งคนแพ้อะไร บางอย่าง
ขณะเอ่ยเสียงกราดเกรี้ยว “พวกเ้าใครกัน เอารังมดแดง มาติดข้างห้องข้าเมื่อคืน!”
ศิษย์ใหม่ต่างก็หน้าเลิ่กลั่ก โดยเฉพาะปู้หาญซาน ยืนหัว แถวรับหน้า ถูกสายตาดุร้าย ราวสัตว์กระหายแค้น ของไท่เฟิง เพ่งจ้องมอง
เด็กหนุ่มพลางก้มหน้าทันที ขณะเอ่ยแก้ต่าง “ศิษย์พี่ เข้าใจอะไรผิดไปหรือเปล่า พวกเราคงจะไม่มีใคร ใจกล้าห่อฟ้าขนาดนั้นหรอก”
พร้อมศิษย์คนอื่นๆ มองชมเื่สนุก ด้วยความเบิกบานใจ เผยสีหน้าออกมาหลากหลายอารมณ์กันแล้ว ที่คลี่ยิ้มกว้าง
แต่เกรงว่าจะไม่ใช่ สำหรับหลินเอ๋อร์ ที่ยังจำคำพูดว่ายเปียวได้ “เห็นแบบนี้ ข้าก็มีความแค้นฝังหุ่น อยู่เหมือนกัน หากใครคิดเล่นงานข้า”
นางสะอึกในลำคอ เล็กๆ ซึ่งคำพูดที่กล่าวออกมา ไม่เกินความจริงขอทานตัวน้อยกล่าวก่อนหน้านี้…ขณะไท่เฟิง กำลังกวาดตามอง ศิษย์ใหม่ ‘หาตัวคนทำผิด’
‘เป็เ้าซินะเ้าเด็กขอทาน หาเื่ซวยจริงๆ’ พร้อมแววตาหลินเอ๋อร์ ก้มหน้า กลอกตาไปหา ว่ายเปียวน้อยๆ ที่เหยียบเท้าอีกฝ่าย
ไท่เฟิง ไปหยุดสายตาที่ ว่ายเปียว ก่อนจะหางตากระตุก ถี่ๆ คล้ายว่าเจอตัวการแล้ว “เ้าคงไม่รู้สินะ ศิษย์ใหม่คนหนึ่ง ตายตกไปแล้ว!”
เมื่อมองไปห้องข้างๆ ปู้หาญซาน เ้าเด็กหนุ่มปากดี หาเื่ว่ายเปียว ก่อนหน้านี้ หายตัวไปแล้ว
ว่ายเปียว พลางเงยหน้าขึ้นมาทันที ด้วยใบหน้าใสซื่อบริสุทธิ์ ประหนึ่งไม่เคยทำอะไรผิด “เมื่อคืนมีลมพัดแรง บางทีอาจจะมี กิ่งรังมด หัก ปลิวมาติดที่ห้องท่าน ก็เป็ได้”
ทว่าเมื่อทุกคนเห็นไท่เฟิง โกรธจัด พลางหันไปมองห้องอีกฝ่าย เต็มไปด้วยรังมด ว่ายเปียวแอบเอาใส่ถังตักน้ำมาเมื่อคืน ชนิดมีอยู่หนาแน่น ไม่ใช่แค่หนึ่งรังแน่ ทุกคนต่างก็พูดกันไม่ออก
แทบอยากจะหลุดขำพรืด ออกมากันแล้ว
ท่ามกลางบรรยากาศกระอักกระอ่วน ไท่เฟิงยิ่งจ้องเขม็งขอทานตัวน้อย ที่เขารีดไถของล้ำค่าจากอีกฝ่าย
“เ้าคิดว่าข้า โง่หรือไง ไอ้เด็กขอทาน!”
ว่ายเปียว รีบอธิบายเป็เปลวไฟลุกพรึ่บ “เื่ดวงศิษย์พี่ มันก็มีโอกาสเกิดขึ้น ซ้ำๆ ยกตัวอย่างการทอยเต๋า ยังมีโอกาสได้ตัวเลขเดิม…นับประสาอะไรกับลมพัด รังมด”
เมื่อหลายคนเริ่มคิดตาม…
ว่ายเปียวลอบยิ้ม กล่าวต่อ “ซึ่งข้าว่าวันนี้ศิษย์พี่ไท่เฟิง ผู้สง่า องอาจ ห้าวหาญ ดุจเทพตัวน้อย ต้องเจอโชคดี ได้รับสมบัติก้อนโต อย่างแน่นอน”
คำพูดว่ายเปียว เกือบทำให้อีกฝ่ายคล้อยตาม แต่ไม่ใช่สำหรับคนตั้งใจฉุกคิดสักหน่อย รังมดอะไรมากมายขนาดนั้น จะพุ่งไปอยู่หน้าห้องเดียว แบบนั้นได้กันเล่า
ไท่เฟิงได้สติ เตรียมพุ่งไปคว้าคอ ว่ายเปียว…ก่อนาุโผู้ดูแล จั๋ว จะแค่นเสียงตะคอก ออกมาเสียงดัง “พวกเ้าศิษย์ใหม่ รีบไปทำงานได้แล้ว…มัวยืนบื้อ อะไรอยู่!”
ขณะเสียงฝีเท้ากุกกัก พวกว่ายเปียวหน้าตาเลิ่กลั่ก รีบออกจากเรือนพักไปอย่างเร็วจี๋
ชายแก่ตอนนี้ เปลี่ยนทรงผม เป็หัวล้านเกลี้ยงเกลา เอ่ยออก หา ไท่เฟิง “อีกอย่างเ้าลืมกฎสำนักมารบูรพาหรืออย่างไร ห้ามลงมือภายในเรือนพัก!”
ไท่เฟิงได้ยินพลางกำหมัดแน่น ยังสาวราวเื่ ว่ายเปียวไม่รู้ความ เขาก็ถูกขัด…รีบประสานฝ่ามือ จากไปเหมือนกัน “ขอบคุณผู้ดูแล ที่ช่วยเตือนสติ ผู้น้อย”
ชายแก่พลางผายมือ ลดแรงกดดัน จากสายตาดุร้าย ขณะร่างหายไปพร้อมเสียงพ่นลมหายใจยาว
ผู้ดูแล จั๋ว มองแผ่นหลังว่ายเปียวจากไป พึมพำกับตนเองขึ้นมา เบาๆ
“ไม่คิดว่ากฎสำนักมารบูรพา จะมีช่องว่าง ให้เ้าเด็กไร้พลัง เล่นงานศิษย์พี่ แบบนี้ เสียได้”
ซึ่งก็ต้องยอมรับ ความบ้าของขอทานตัวน้อยคนนี้ คล้ายเห็นความวุ่นวาย วายร้ายในอนาคตอย่างไร อย่างนั้น
“เฮ้อ! ความบ้าแบบนี้ จะทำให้เ้าตายเอาง่ายๆ เชียวนะ เ้าหนู!”
่สาย…ด้านศิษย์พี่ไท่เฟิง ที่คิดตามหาว่ายเปียว ได้ยินข่าวอีกฝ่ายเข้าป่าท้ายสำนักมารบูรพาไปตัดฟืนแล้ว “ชิ! “ให้มันได้แบบนี้ ซิ!”
ครั้นรับรู้ป่าท้ายสำนักค่อนข้างอันตราย ไท่เฟิงจึงไม่คิดหาเื่ว่ายเปียว เมื่อพี่ใหญ่ส่งของฝึกฝนมาให้ “ข้าจะปล่อยเ้าไปก่อนแล้วกัน เ้าเด็กขอทานตัวเหม็น”
ศิษย์พี่รั้วเฉินกวาง คนที่เอาขวดหยกให้ว่ายเปียว ภายในหอแจกจ่ายก่อนหน้านี้ เขาเห็นความเร่งรีบ ของไท่เฟิง…ก่อนอีกฝ่ายจะเดินคอตกกลับมา
…รั้วเฉินกวาง อันดับสามของศิษย์สายนอกอย่างเขา นั่งฝึกโคจรปราณพลังทั่วร่าง ยังลอบคลี่ยิ้มมุมปาก
“ไม่ได้เห็นเื่แบบนี้เกิดขึ้นมานานแล้วนะ ที่คนไม่มีพลัง แม้แต่ทะลวงชีพจร แรกเริ่ม เข้าสู่ขั้นก่อกำเนิด สร้างเื่ยุ่งแบบนี้”
ว่านหลง บนแท่นฝึกฝนลำดับหนึ่ง อยู่ไม่ห่างได้ยินคำพูดของรั้วเฉินกวาง แม้จะแ่เบามากก็ตาม เขาค้านจะใส่ใจขอทานตัวน้อย อย่างว่ายเปียวอยู่แล้ว
“ปีนี้ จะมีการทดสอบเลื่อนชั้นศิษย์สายใน คนที่แอบซ่อนพลังในหมู่ตึกศิษย์สายนอก ยังมีอยู่ไม่น้อย เ้าเองอย่าตกขบวน เลื่อนขั้น 5 อันดับเข้าไปเป็ศิษย์สายใน เชียว”
รั้วเฉินกวาง คลี่ยิ้ม เล็กๆ จู่ๆ เืลม การต่อสู้ ของพวกเขาพลุ่งพล่านขึ้นมา ราวกับหงส์ัพุ่งทะยาน ประชันกันเล็กๆ
ผู้ฝึกฝน รอบๆ เผยแววตา ตกตะลึงพรึงเพริด กันอยู่ไม่น้อยแล้ว ที่รับรู้ระลอกคลื่น การต่อสู้ปะทุ
ก่อนพวกเขาเก็บพลัง เหนี่ยวนำบนแท่นฝึกฝนกลับเข้าร่าง วูม! ซึ่งพื้นที่บนเบาะฝึกฝน มีอักขระดึงดูดพลัง เข้ามาจนหนาแน่น
อันดับศิษย์สายนอก จึงมีผลในการฝึกวรยุทธ์ สร้างความแข็งแกร่งไม่น้อย สำหรับแท่นฝึกฝน10อันดับแรก ที่จะมีให้พวกเขาดูดซับปราณพลัง มากกว่าคนอื่นๆ จึงมีค่าพอให้พวกเขาโอหังอย่างแน่นอน
…อีกด้าน ณ เขตป่าท้ายสำนัก ว่ายเปียวที่เข้าไปตัดไม้ ‘ป่าท้ายสำนัก’ เป้าหมายประการหนึ่งของเขาคือ หนีหายหลบหน้าจากศิษย์พี่ ไท่เฟิง
ทว่าว่ายเปียว ต้องแทบร้องคร่ำครวญ ออกมากับความแข็งต้นไม้ ที่ดูดอายปราณหนาแน่น ทำให้เปลือกไม้แข็ง ไม่ต่างอะไรจากเหล็ก ที่ออกแรง
ปัก! ปัก! “ความแข็งนี่มันบ้า ชัด ๆ มารดาแม่เองเถอะ!” ว่ายเปียว เริ่มคิดหนักกับตนเองที่ก่นด่า มองมีดในมือออกแรงฟาด เกิดการสะท้าน จนมือแตก เืไหลซึม
สถานการณ์ตัดไม้ ส่งมอบโรงครัว จะยากกว่าที่เขาคิด สำหรับคนไม่ได้ฝึกวรยุทธ์ จริงๆ “ข้าจะมารอทรัพยากรที่หอแจกจ่าย มอบให้ทุกเดือน ไม่ได้แล้วซินะแบบนี้”
ว่ายเปียวกล่าวสายตาทอประกายแสง ที่ตั้งเป้าหมายใหม่ ขณะลากท่อนฟืน ไปผ่าที่โรงครัว ก็แทบจะกินเวลา ‘นอน’ ของเขาไปหมดแล้ว
ซึ่งว่ายเปียวที่แทบไม่มีเวลาฝึกฝนขัดเกลา ที่อยู่ทำงานโรงครัว ราวกับเป็คนรับใช้…ไปร่วมครึ่งสัปดาห์
ส่วนศิษย์เก่าที่อยู่มาก่อน พวกเขาหลายคนไม่ต้องทำงาน ก็เนื่องมาจากใช้หินเซียนระดับต่ำ จ้างงานศิษย์คนอื่นๆ ทำงานแทน แลกกับทรัพยากรที่พวกเขามี ผ่านพ้นไปแต่ละวัน
ว่ายเปียว เองก็ต้องเริ่มทำบ้างแล้ว ที่้าหายาลูกกลอนพื้นฐาน ทะลวงปราณมาใช้ เพิ่ม “แบบนี้ ต้องไปรับจ้างทำงาน ของคนอื่นบ้างแล้ว ซินะ”
ขณะคิดกับตนเองว่ายเปียว ก็ออกก้าวเดินหาลู่ทางของเขาเช่นกัน
ซึ่งศิษย์สายนอกคนอื่นๆ ที่มาพร้อมว่ายเปียวเอง ก็เริ่มตั้งหลักกันได้หมดแล้ว
…พริบตาเดียวเวลาที่ผ่านใน่2สัปดาห์ให้หลัง ว่ายเปียว ก็กลายเป็แกะดำในกลุ่มโดยสมบูรณ์ ที่ยังไม่ได้ทะลวงชีพจร เข้าสู่ขอบเขตแรก ก่อกำเนิดของการฝึกฝนขั้นพลังได้
ส่วนนี้ต้องยอมรับว่า มันสร้างแรงกดดันให้ว่ายเปียวไม่น้อย ชนิดเวลาผ่านไปเกือบเดือน เขาก็ยังทะลวงขั้นพลัง ระดับแรกเริ่มไม่ได้
บริเวณ ธารน้ำ เสียงพูดคุยศิษย์สายนอกเตรียมทำงานดังขึ้น เมื่อเห็นร่างเงาตะคุ่มว่ายเปียว “ได้ยินว่า ขอทาน ตัวน้อย กินยาลูกกลอน ทะลวงปราณไป 2เม็ด ก็ยังไม่เข้าสู่ขอบเขตการ ฝึกฝนไม่ได้อีกหรือ?”
“หรือว่า ว่ายเปียว ร่างกายมัน จะไม่มีเส้นชีพจรอยู่กัน ฮ่าๆ” กลุ่มศิษย์สายนอกทำงาน กลุ่มหนึ่งกำลังพูดคุยกดว่ายเปียวลงต่ำ อย่างออกรส แม้จะเห็นอีกฝ่ายยืนหัวโดก็ตาม
“ข้าได้ยินว่า พี่ไท่เฟิงอยู่ใน่การปิดด่านเข้าสู่ ขั้นพลังก่อกำเนิด ขอบเขตระดับ 5 ไม่งั้นเ้าเด็กขอทานนั้น ไม่มีอายุยืนยาวมาถึงเวลานี้ หรอก”
“อืมๆ หาก่นี้มันไม่ค่อยหลบหน้า การเจอกับพี่ไท่เฟิงคงได้เห็นเื่สนุก”
ก่อนสายตาพวกมันหดหรี่จนเล็กแคบ มองว่ายเปียว “แล้วท่าร่ายรำ อะไรของมัน ช่างประหลาดเสียจริง” เมื่อเห็นว่ายเปียว ลงไปตักน้ำใส่ถังไม้ คล้ายกำลังหมุนวาดฝ่ามือ ท่าหัตถ์ศูนย์ ท่าทางแปลกๆ พวกเขาก็จะเลิกสนใจ
ส่วนว่ายเปียวได้ยิน ค้านจะใส่ใจคำพูดดูแคลนเ่าั้ เขามาจากชนชั้นที่ต่ำที่สุด เน้นการเอาชีวิตรอด เป็หลัก ไปวันๆ อยู่แล้ว
แต่่สองสามวันนี้ คล้ายร่างกายเส้นชีพจร เขาถูกกระตุ้น ขึ้นมาอย่างหนัก มีความรู้สึกว่า จะทะลวงขั้นพลัง ก่อกำเนิด ระดับแรกเริ่ม ได้อีกไม่ช้า เมื่อว่ายเปียวเผยรอยยิ้มบาง
ได้ยินเสียง วูม! ฝ่ามือวาบผ่านอากาศเล็กๆ
ส่งให้กระแสน้ำที่เขากำลังหมุนวาดฝ่ามือ หัตถ์ศูนย์ ตามตำรา ด้วยท่าทางแปลกๆ คล้ายจะดึง ทำให้กระแสน้ำ ขยับเคลื่อนไหวได้
“หืม!” ก่อนเขาจะเห็นลูกเต่าอสูรมายา ระดับต่ำสุด แหวกว่ายใกล้ลำธาร ให้ว่ายเปียว ต้องหดหรี่ดวงตา จนเล็กแคบ
แล้วเลิกสนใจเ้าเต่าอสูรมายาตนนั้น ขณะส่งฝ่ามือ เกิดคลื่นแรงผลัก ไล่ มันออกไป
มันโก่งคอ ขู่ คำราม มนุษย์ กากๆ ด้วยความโกรธเคือง แล้วรีบแหวกว่ายตะกุยสายน้ำ หนีจากไปด้วยความรวดเร็ว ที่เห็นว่ายเปียว ไม่ได้คิดจะรังแกมัน…