ภายในห้องแห่งหนึ่งห้องที่เต็มไปด้วยหน้าจอมอนิเตอร์มากมายๆ หน้าจอเ่าั้กำลังถ่ายทอดสัญญานภาพความโกลาหนที่เกิดขึ้นในทั่วทุกพื้นที่ในนครพันตาภายในห้องมีกลุ่มคนกลุ่มหนึ่ง นั่งจ้องมองภาพเ่าั้อย่างสงบนิ่งและด้วยสภาพห้องที่ค่อนข้างมืดมีเพียงแสงสว่างจากหน้าจอมอนิเตอร์เท่านั้นที่สว่างจ้า ทำให้ยากที่จะบ่งบอกว่าพวกเขาเหล่านี้เป็ผู้ใดและมีจุดประสงค์อย่างไร
“ท่านครับ พบการปรากฏตัวของท้าวปันจาที่โรงพยาบาลครับ”เสียงจากผู้ที่คุมด้านหน้ามอนิเตอร์คนหนึ่งดังขึ้นเสียงของผู้คุมมอนิเตอร์ส่งไปยังโต๊ะกลางห้อง ที่มีคนสี่ถึงห้าคนนั่งจ้องมองอยู่
“ท้าวปันจางั้นเหรอเนื้อร้ายจากอดีตกาลสินะ นึกว่าดับสูญไปั้แ่สามพันปีก่อนแล้ว แน่มากที่หลบซ่อนตัวมาได้ถึงป่านนี้”เสียงของชายที่นั่งอยู่หัวโต๊ะดังขึ้น ทำเอาบรรยากาศในห้องที่เงียบสงัดอยู่แล้วยิ่งวังเวงมากยิ่งขึ้น
“ให้ยุติทุกอย่างเลยไหมครับท่าน”เสียงขอความคิดเห็นจากกลางโต๊ะดังขึ้นเมื่อทุกอย่างแน่ชัดแล้วว่านั่นคือท้าวปันจาตัวจริง
“ไม่ต้องท้าวปันจาตอนนี้ก็แค่เนื้อร้ายจากอดีต ที่โลกยุคสมัยใหม่นี้ ก็เป็แค่เชื้อไวรัสเล็กๆที่มีวัคซีนมากมายพอจะกำจัดไปได้แต่เนื้อร้ายที่แม้แต่เทคโนโลยีสมัยนี้ไม่สามารถกำจัดหรือรักษาให้หายได้คือลูกชายของท้าวปันจาต่างหากดำเนินตามแผนต่อไป” เสียงของชายที่นั่งหัวโต๊ะสั่งการเหล่าผู้คนในห้องต่างกลับประจำที่และนั่งดูมอนิเตอร์กันเหมือนเดิม
“ท่านครับ มีความผิดปกติทางครูมวยครับผลกระทบจากพระจันทร์แดงน่าจะทำให้ครูมวยคลุ้มคลั่งแต่ตอนนี้ครูมวยกลับไปช่วยพวกนักเรียนสู้ครับ” เสียงจากทางมอนิเตอร์อีกด้านดังขึ้นมายังผู้ที่นั่งอยู่โต๊ะกลางห้อง
“ครูมวยงั้นเหรอดื้อด้านไม่เปลี่ยนจริงๆ แล้วกำลังสู้กับใครอยู่ สติถึงได้กลับมา”ชายที่อยู่หัวโต๊ะ ยังคงใจเย็น และรับฟังโดยที่สายตาก็จ้องมองดูมอนิเตอร์อื่นๆไปพลาง
“อะ อะ อสูรโลกันต์ ครับ”
“ว่าไงนะ”การรายงานของผู้คุมมอนิเตอร์ทำเอาชายที่อยู่หัวโต๊ะถึงกลับตาเบิกโพลงจนนั่งไม่ติดรีบลุกขึ้นหันมามองจ้องมอนิเตอร์ทันที ตอนนี้ทุกคนในห้องต่างหันมาสนใจมอนิเตอร์เดียวที่รายงานเื่การต่อสู้กับอสูรโลกันต์แม้ว่าจะไม่เห็นหน้าตาของพวกเขาชัดเจน แต่รู้สึกได้ถึงความวิตกกังวลของคนทุกคนในห้องกับเื่นี้เหล่าผู้คนที่นั่งอยู่กลางห้องต่างขยับเข้ามาจ้องที่มอนิเตอร์ตัวเดียว
ตอนนี้ไม่มีใครสนใจมอนิเตอร์ตัวอื่นเลยแม้กระทั่งมอนิเตอร์ที่กำลังจับจ้องท้าวปันจาที่ตอนนี้ไม่มีใครจะสนใจเลยว่าหญิงแว่นกำลังถูกท้าวปันจาทำอะไรอยู่
หญิงแว่นที่ถูกแรงกดทับอันมหาศาลตรึงร่างไว้จนไม่สามารถขยับเขยื้อนได้ทันที่ผู้ที่อยู่ในร่างทรงของเทพเอ่ยนามหญิงแว่นก็นึกถึงคำพูดของมะลิที่เล่าเื่ราวของนครพันตาไว้ก่อนที่จะเข้ามา
“นครพันตาถูกปกครองโดยท้าวปันจา ท้าวปันจาถือว่าเป็เ้าครองนครที่เก่งกาจทั้งฝีมือการรบและสติปัญญา จนสามารถทำให้นครพันตาที่เป็เพียงอาณาจักรเล็กๆนั้นรุ่งเื่ยิ่งกว่าอาณาจักรใหญ่ๆ และมีชื่อเสียงไปทั่วแผ่นดิน อีกทั้งท้าวปันจายังเป็ผู้ที่หลงไหลในวิชาอาคมจึงได้สร้างหอธรรมเพื่อรวบรวมสรรพตำราคาถาอาคมรวมถึงหลักความรู้ต่างๆทั่วทุกอาณาจักรมาไว้ที่หอธรรม และด้วยเหตุนี้ทำให้ท้าวปันจาถูกเรียกขานว่าจ้าวแห่งอาคมสร้างความหวาดกลัวแก่ชาวบ้านชาวเมืองทั่วทุกสารทิศ แม้แต่คนในนครพันตาเอง ท้าวปันจาหลงใหลในอาคมจนเริ่มศึกษาอาคมมืดและอาคมต้องสาปที่ใช้ชีวิตผู้คนเป็เครื่องบัดพลีเพื่อสังเวยมาซึ่งอาคมที่ร้ายกาจจนยากจะมีผู้ใดต่อกรได้ความโเี้เริ่มทวีความรุนแรงขึ้น การบัดพลีเริ่มพิสดารและทรมานผู้คนในนครมากขึ้นชาวเมืองต้องอยู่กับแบบหวาดผวา ใครที่คิดหนีจากนครแห่งนี้จะถูกลงโทษจนต้องร้องขอความตายเลยละแต่ท้ายที่สุด เหนือฟ้ายังมีฟ้า ท้าวปันจาถูกฆ่าด้วยน้ำมือของลูกชายตนเองก่อนตายท้าวปันจาได้สาปแช่งแผ่นดินนี้ จนนครแห่งนี้เกิดเหตุเภทภัยทางธรรมชาติมากมายจนผู้คนล้มตายกันไปหมด ก็เลยกลายเป็อาณาจักรร้าง”
หญิงแว่นได้แต่ตลึงไม่คิดว่า เทพจะเป็ร่างทรงของท้าวปันจาผู้โเี้บัดนี้หญิงแว่นถูกแรงมหาศาลกดทับร่างไว้ยากที่จะขยับแม้แต่ปากที่จะพูดจาหรือท่องคาถาก็ไม่อาจขยับได้
หญิงแว่นรับรู้ได้ถึงแรงมหาศาลที่เพิ่มมากขึ้นมากขึ้น จนตอนนี้หญิงแว่นแทบจะหมอบคลานติดกับพื้น ปล่อยไว้แบบนี้อาจถูกบดขยี้จนตายก็ได้
[[[ ให้ข้าช่วยเอาไหม ]]] เสียงแว่วๆ เข้ามาในหัวของมะลิ เสียงของชายหนุ่มที่ดูสุขุมและอบอุ่นแม้แค่เสียงแว่วๆ หญิงแว่นก็รู้สึกได้ถึงความปลอดภัย
[[[ ถ้าอยากให้ข้าช่วย ก็ตั้งสมาธิทำจิตใจให้ว่างเปล่า ไม่คิด ไม่รู้สึก ไม่รับรู้ถึงสิ่งใด แม้แต่ความเ็ป ]]]เสียงแว่วๆ บอกแนะถึงวิธีการ หญิงแว่นที่ตอนนี้ไม่มีทางเลือกได้ได้แต่ลองทำตามเสียงแว่วนั้น
หญิงแว่นหลับตาลง ตั้งจิตทำสมาธิเพียงครู่เดียวหญิงแว่นก็ละความคิด ละความรับรู้ถึงแรงกระแทก ละความเ็ปบัดนี้หญิงแว่นได้เข้าสู่ภวังค์ ความว่างเปล่าโดยสมบูรณ์ พลันแรงกดทับก็ถูกตีกลับร่างของเทพถูกแรงกดทับสะท้อนกลับจนร่างปลิวไปติดผนังห้องอย่างแรงถึงกับสำลักเืออกมา
หญิงแว่นค่อยๆ ลุกขึ้นยืนช้าๆและหันไปมองเทพที่นั่งแน่นิ่งอยู่ที่ผนังห้อง เทพนี่แน่นิ่งไปก็ค่อยๆขยับแล้วก็ค่อยยันตัวลุกขึ้นยืนพร้อมกับจ้องหน้าหญิงแว่นด้วยสายตาที่อาฆาต
{{{ ท่านลืมไปแล้วหรือ ว่าบัดนี้ แผ่นดินนี้มิได้เป็ของท่านอีกต่อไปผู้คนจะทำเยี่ยงไรกับผืนแผ่นดินนี้ ก็เป็สิทธิ์ของเขา }}} เสียงที่เปล่งออกมาจากตัวของหญิงแว่นบัดนี้เป็เสียงของชายหนุ่ม ที่พูดจาสุขุมนุ่มลึกแต่น้ำเสียงนี้กลับเป็ที่รังเกียจของท้าวปันจาที่สิ่งสู่อยู่ในร่างของเทพ
{{{ นี่มึงอีกแล้วรึ }}} น้ำเสียงของท้าวปันจาดูโกรธเกลียดและโกรธแค้นผู้ที่ทรงร่างหญิงแว่นอยู่เป็อย่างมาก เทพได้แต่ยืนจ้องหญิงแว่นแทบจะไม่กระพริบตาหญิงแว่นรู้สึกผิดสังเกตที่เทพไม่ขยับเขยื้อนเลย แต่ก็ไม่ทันการร่างของเทพได้มายืนขนาดข้างตัวหญิงแว่นพร้อมกับบีบคอยกขึ้นจนเท้าของหญิงแว่นไม่ติดพื้น
{{{ ถ้าร่างทรงตายแกก็จะไม่มีร่างให้สิงสถิต ิญญาแกก็จะหลุดลอยออกจากร่าง ไร้พิษสง }}} เสียงของท้าวปัญจาเอ่ยออกมาด้วยความหยิ่งผยอง และลำพองตนก่อนที่เทพจะบีบคอหญิงแว่นสุดแรงและหักคอหญิงแว่นจนหักพับไป
{{{ มันก็ใช่สำหรับร่างทรงแต่เด็กคนนี้เป็คนทรง ร่ายกายและจิตสามารถที่จะสลับกับิญญาที่ทรงได้การกระทำใดๆ ต่อร่างกาย หาส่งผลเสียแก่คนทรงได้ไม่ }}} หญิงแว่นที่ตอนนี้กลับยืนกอดอกพิงเสาอยู่ด้านหลังของเทพเอ่ยทักท้วงออกมาโดยที่ไม่สนใจเลยว่าเกิดอะไรขึ้นเบื้องหน้าจะมีแต่เทพที่มีสีหน้าที่โกรธแค้นมากขึ้น
{{{ ร่างจำแลงงั้นรึนี่มึงสามารถตบตากูได้แล้วงั้นรึ }}} เสียงของเท้าปันจาที่เกรี้ยวกราดและประหลาดใจในเวลาเดียวกันทำเอาหญิงแว่นถึงกับยิ้มมุมปาก
{{{ สามพันกว่าปีแล้วนะพระองค์ ก็คงมีแต่พระองค์ที่ยังยึดติดกับอดีตและอำนาจเก่าๆพอเสียที่เถอะ ขอพระองค์วางทิฐิลง ปล่อยวางอดีตทิ้งไปซะ แล้วข้าพุทธเ้าจะน้อมส่งพระองค์สู่สัมปรายภพด้วยตัวข้าพุทธเ้าเอง }}} หญิงแว่นก้าวเดินเข้าหาเทพ รอบๆตัวหญิงแว่นพลันปรากฏแสงสว่างขึ้นรายล้อมรอบตัว
{{{ ไม่! กูไม่ยอมแพ้มึงกูจะรอวันที่กูกลับมาเป็ใหญ่อีกครั้ง แล้วแผ่นดินทุกแห่งจะต้องเป็ของกูทุกคนต้องศิโรราบให้แก่กู }}} สิ้นเสียงท้าวปันจาเทพก็ได้ผายมือออกไป ความมืดก็ได้แผ่ออกจากมือของเทพ เข้าครอบงำดับแสงที่อยู่รอบตัวหญิงแว่นไว้หญิงแว่นถูกความมืดเข้าโอบรัดตัวจบขยับเยื้อนไม่ได้
เทพทำการสะบัดมือไปมา หญิงแว่นก็ถูกเหวี่ยงลงกับพื้นไปมาตามการเหวี่ยงมือของเทพความมืดคลืบคลานเข้าไปในร่างกายของหญิงแว่น จนหญิงแว่นเริ่มกระอักเลือกออกมาร่ายกายก็เริ่มบอบช้ำจากกระถูกกระแทก
{{{ เมื่อจิตถูกทำร้ายร่างทรงของเ้าของร่างก็จะาเ็ได้เช่นกัน }}} น้ำเสียงและสีหน้าของท้าวปันจาดูกระหยิ่มยิ้มย่องขึ้นมาเหมือนว่าตอนนี้แต้มต่อตกมาอยู่ที่ตนแล้วแต่ก็ดีใจได้ไม่นาน สีหน้าของท้าวปันจาก็เปลี่ยนไปเมื่อเห็นว่าาแบนร่างกายหญิงแว่นเริ่มเลือนหายไปดวงตาที่ขาวโพนของหญิงแว่นตอนนนี้กลับมีนัยตาดำปรากฏชัดขึ้นมา
“เมื่อสลับจิตคืนเทพทรงกายเนื้อของคนทรงก็ไม่ได้ความเสียหายจากการทำร้ายจิต” น้ำเสียงของหญิงแว่นดังขึ้น พร้อมกันนี้หญิงแว่นได้วาดมือขึ้นมาประกบกันเมื่อฝ่ามือทั้งสองกระทบกันก็เกินคลื่นแสงสีขาวกระจายออกกระแทกเข้าใส่ตัวเทพกระเด็นไปอีกครั้งแต่ตัวหญิงแว่นนั้นกลับยืนพนมมืออยู่กลางอากาศ และมีแสงสีขาวล้อมรอบตัวไว้
“ขอโทษนะคะท่านที่หนูถือวิสาสะใช้พลังของท่านไป”หญิงแว่นพยายามขอโทษผู้ที่มาทรงร่างของตัวเองทันทีที่ใช้พลังไป
{{{ ไม่เป็ไรเ้าเป็คนทรงคนแรกนะที่ขอโทษผีที่มาเข้าทรง แปลกๆดีนะ แต่เอาเถอะ ข้าอนุญาติใช้พลังของข้าได้เต็มที่เลย}}} เมื่อเสียงของผู้ที่มาทรงร่างของหญิงแว่นอนุญาตแล้วหญิงแว่นก็ไม่เกรงใจ หญิงแว่นลอยพุ่งเข้าหาเทพทันทีก่อนที่เทพจะลุกตั้งตัวได้หญิงแว่นใช้มือทั้งสองกดทับที่หน้าอกของเทพที่นอนแน่นิ่งอยู่บนพื้นพลันก็มีแสงสีขาวสว่างวาบขึ้น ร่างของเทพถูกดีดทะลุพื้นลงไปที่ชั้นหนึ่งทันทีหญิงแว่นไม่รอช้าใช้สองมือประสานแล้วพุ่งตามลงไปหวังปิดเกมทันที
แต่เทพที่นอนแน่นิ่งอยู่บนพื้นชั้นหนึ่งกลับเบิดตาโพงขึ้นพร้อมกับแสงสีดำกระจายออกรอบตัวพุ่งใส่หญิงแว่นจนหญิงแว่นถูกดีดกระเด็นกลับขึ้นไปที่ชั้นสองหญิงแว่นม้วนตัวลงยืนได้โดนไม่เป็อะไร หญิงแว่นที่ยืนอยู่บนชั้นสองก้มลงมองเทพที่นอนอยู่บนพื้นชั้นหนึ่งผ่านรูโหว่ของชั้นทั้งสองต่างจ้องมองกันแทบไม่กระพริบตา
{{{ มีนักเรียนหลงเข้าไปที่ห้องนั้นอาจารย์หมอช่วยไปพาออกมาทีครับ }}} เสียงของิญญาที่ทรงร่างของหญิงแว่นดังแว่วเข้ามาในหัวของหญิงแว่นทำเอาหญิงแว่นละสายตาจากเทพทันทีด้วยความสงสัย
“เกิดอะไรขึ้นคะท่าน ใครหลงไปไหน”หญิงแว่นหันมาให้ความความสนใจในเสียงแว่วในหัวของตนทันทีจนสมาธิหลุดออกจากคู่ต่อสู้
{{{ ไม่มีอะไรหรอกอย่าพึ่งสนใจอะไรทั้งสิ้น สนใจศัตรูตรงหน้าก่อนอย่าพึ่งเสียสมาธิ }}} เสียงิญญาที่ทรงร่างเตือนสติหญิงแว่นให้สนใจในการต่อสู้ก่อนเพราะิญญาที่ทรงร่างก็คิดไม่ถึงว่าหญิงแว่นจะสามารถสื่อจิตกับิญญาที่ทรงได้ถึงกับรับรู้ถึงการการทำและความคิดต่างๆราวกับผสานกันเป็จิติญญาเดียวกันได้แบบนี้
หญิงแว่นที่ได้รับคำแนะนำรีบหันกลับมาทางเทพแต่ตอนนี้ร่างของเทพหายไปเหลือเพียงความว่างเปล่าที่อยู่บนพื้นเท่านั้นทำให้หญิงแว่นวิตกกังวลเพราะแค่เสี้ยววินาทีที่หญิงแว่นเผลอไป ก็สร้างโอกาสให้เทพได้ตั้งตัวได้
ถัดขึ้นไปอีกสี่ชั้น บริเวณชั้นหกเป็ชั้นที่มืดสนิด เป็ชั้นที่กว้างขวางแต่ทั้งชั้นกลับมีห้องเพียงห้องเดียวตั้งตระหง่านอยู่แม็กที่ขึ้นมาตามหาเพื่อนๆ ที่หายตัวไป ยืนตะลึงและเสียวสันหลังไม่รู้ว่าหลังประตูภายในห้องนี้มีอะไรแต่ด้วยความรู้สึกแล้วห้องนี้ ต้องไม่ใช่ห้องปกติธรรมดาแน่นอน
แม็กใช้ความพยายามกึ่งกล้ากึ่งกลัวค่อยๆเปิดประตู แต่ประตูกลับเปิดไม่ได้ ไม่ว่าจะดัน ดึง เลื่อน กระแทกยังไง ประตูก็ไม่ขยับเขยือนแม้แต่น้อย
“ลงอาคมป้องกันไว้อย่างดีห้องนี้มันมีอะไรกันแน่” แม็กที่ตอนนี้ได้แตะลูบไปตามประตูไปมาเหมือนจะจับสังเกตุอะไรได้บางอย่าง
“ถ้าเป็คนอื่นอาจจะทำอะไรอาคมนี้ไม่ได้แต่ไม่ใช่กับทายาทของหนึ่งในเจ็ดทหารเสืออย่างไอ้แม็คคนนี้”แม็กวางมือทั้งสองข้างบนประตู หลับตาแล้วบริกรรมคาถาพลันก็เกิดแสงสว่างรอบมือทั้งสองข้างของแม็ก อักขระโบราณต่างวิ่งออกจากมือทั้งสองข้างของแม็กวิ่งไปตามประตูวนไปมาสักพักแม็กก็ลืมตาขึ้นพร้อมกับสะบัดมือทั้งสองออกไปด้านข้างลำตัวอย่างแรงพลันประตูก็เปิดออกทันที
แม็กค่อยๆ ก้าวเดินเข้าไปในห้อง ห้องที่ค่อนข้างมืดแม็กต้องพยายามปรับสภาพสายตาเพื่อที่จะเห็นอะไรๆ ได้ชัดขึ้น
“นี่มันอะไรกันเนี้ย ห้องนี้มัน...”ไม่ทันที่แม็กจะกวาดตาดูให้ทั่วห้อง ก็มีพายุหมุนสองลูกปรากฏขึ้นด้านหน้าแม็ก
“อะไรกัน คุณหมอเหรอ ไม่ใช่ ไม่ใช่คน”พายุหมุนกลายร่างเป็เงาดำ คลายคนใส่ชุดกาวน์ ทำเอาแม็คเข้าใจผิดคิดว่าเป็คุณหมอเงาดำทั้งสองไม่รีรอพุ่งเข้าใส่แม็กแบบไม่ทันตั้งตัวแม็กที่ถูกเงาดำพุ่งใส่แต่กลับรู้สึกเหมือนลมพัดผ่าน พริบตาที่แม็กตั้งสติได้แม็กก็รู้สึกเหมือนกำลังร่วงจากที่สูงใช่ตอนนี้แม็กกำลังร่วงจากชั้นหกบริเวณห้องโถงกลางตึก ร่วงหล่นลงอย่างรวดเร็วแม็กที่ตอนนี้คิดว่าตัวเองต้องตายแน่ๆ เมื่อใดที่ร่างเขากระทบลงบนพื้นชั้นหนึ่งกระดูกคงต้องหักทั่วร่าง สมองที่แตกกระจายจากการกระแทกของแข็งเืที่อาบร่างของเขาไหลนองเต็มพื้น คงเป็การตายที่น่าสยดสยองของแม็ก
แต่พอแม็กกระแทกลงกับพื้นพื้นกลับยุบตัวลงและดีดตัวเขาขึ้นลงช้าๆ ราวกับตกลงบนที่นอนสปริงนุ่มๆเมื่อพื้นหยุดเด้ง แม็กก็พยามกดพื้นดู ทั้งจิ้มทั้งทุบตั้งตบ แถมยังนั่งขย่มพื้นที่อ่อนนุ่มนั้นเล่นอย่างสนุกและดีใจที่ตัวเองยังไม่ตาย
“พื้นนุ่มวะ เห้ย แปลกดีนึกว่าต้องตายสะแล้ว” แม็กที่หนึ่งขย่มพื้นเล่นอย่ามีความสุข หัวเราะอย่างบ้าคลั่งไม่คิดไม่ฝันว่าพื้นจะนิ่มทำให้เขารอดตายทันไดนั้นเองแม็กก็รู้สึกถึงสิ่งผิดปกติเมื่อบนพื้นที่เขาใช้ฝ่ามือกดพื้นเล่นอยู่นั้นปรากฏลูกตาคู่หนึ่งขึ้นมาทำเอาแม็กถึงกลับสดุ้งลุกขึ้นหนีลูกตาคู่นั้น แต่เมื่อแม็กลุกยืนบริเวณที่แม็กยืนก็มีดวงตาอีกคู่โผล่ขึ้นมาระหว่างเท้าสองข้างของแม็กและก็เริ่มมีตาปรากฏขึ้นบนพื้นเพิ่มขึ้นทีละคู่ ทีละคู่ จนตอนนี้มีดวงตามากมายเป็ร้อยๆคู่ ปรากฏบนพื้นรอยตัวแม็กเต็มไปหมด
{{{ สนุกพอหรือยังเ้าหนู }}} เสียงทุ้มต่ำดังกังวานขึ้นมาอย่างเนิบๆ ช้าๆแม็กที่ยืนเหงื่อตกอยู่กับดวงตานับร้อยค่อยหันไปมองทางต้นเสียงที่ดังมาจากข้างหลังของตน เมื่อแม็กหันไปก็สบตาเข้ากับตาดวงโตคู่ใหญ่ ที่แค่ลูกตาก็ใหญ่กว่าตัวของแม็ก แม็กค่อยๆเอี่ยวตัวเข้าเผชิญหน้ากับตัวตาขนาดั์นั้น
แม็กพยายามกวดตามองไปรอบๆให้ทั่วว่านี่มันคือดวงตาอะไรถึงได้ใหญ่โตขนาดนี้ แล้วแม็กก็ได้รู้ว่าเขาไม่ได้ตกลงมากระแทกพื้น แต่เขาตกตงมาบนหลังของตัวอะไรสักอย่างแม็กพยายามมองดูที่ดวงตาเล็กๆรอบตัวเขาก็ได้รู้ว่านั่นคือดวงตาของตุ๊กแกที่เบียดกันอยู่นับร้อยๆ ตัว แม็กกลืนน้ำลายอึกใหญ่เมื่อรับรู้แล้วว่าเขาตกลงบนตัวอะไร
แม็กที่ตอนนี้กำลังยืนอยู่บนตัวตุ๊กแกตุ๊กแกนับร้อยนับพันตัวที่เกาะกันแน่นเป็ตุ๊กแกตัวขนาดั์ตุ๊กแกั์หันมาจ้องแม็กเขม็ง แม็กที่ตอนนี้ได้แต่ยื่นเหงือตกกับสิ่งที่อยู่ตรงหน้า แทบจะก้าวขาหรือยกแขนไม่ออกทีเดียว
{{{ ตกลงมาเองจากชั้นบนเหรอก็ดีไม่ต้องตามจับตัวให้ลำบาก }}} ตุ๊กแกยักเอ่อออกมาลมหายใจแทบพัดแม็กปลิว ทันในนั้นเองตุ๊กแกั์ก็ตวัดหางฟาดแม็กจนไปติดกำแพงไถลลงพื้นตุ๊กแกฟาดหางลงมามาหวังซ้ำใส่แม็กอีกรอบ แม็กที่ตั้งสติได้รีบกลิ้งตัวหลบทันที หางของตุ๊กแกั์จึงพลาดหวดลงพื้นอย่างแรง
แม็กที่กลิ้งตัวหลับก็กลิ้งไปชนกับใครคนหนึ่ง แม็กพยามลุกขึ้นมองคนที่นอนนิ่มอยู่ตรงหน้า
“เจน”แม็กะโด้วยความประหลายใจที่เห็นสภาพของเจนตอนนี้เจนถูกตุ๊กแกเกาะทับร่างทั่วทั้งตัว จะเว้นไว้แต่ส่วนหัวเท่านั้นที่ไม่มีตุ๊กแกเกาะอยู่แม็กหันไปดูรอบๆ ก็เจอกนุ่นและโบว์ ที่มีสภาพไม่ต่างกับเจน และทั่วทั้งบริเวณนี้มีผู้คน อีกสี่ห้าคน ที่อยู่ใส่สภาพเดียวกันอยู่ ทุกคนต่างสลบไม่ได้สติกัน
ขณะที่แม็กกำลังตกตะลึงกับสิ่งที่เห็นอยู่ตรงหน้าก็มีตีกแกจำนวนมากร่างหล่งลงมาเหนือหัวแม็ก ตกลงมาเกาะแข้งเกาะแขนเกาะขาไปตั่วตัวแม็ก แม็กเริ่มขยับไม่ได้และล้มลงตอนนี้แม็กถูกตุ๊แกเการะทั่วร่างสภาพเดียวกับทุกคนที่สลบอยู่
{{{ เสร็จอีกหนึ่งเหลืออีกสองคนในตึกนี้สินะ จับมากินตับให้หมดเลย ฮ่าๆๆๆ }}} เสียงหัวเราะของตุ๊กแกั์ที่หัวเราะร่าอยู่เหนือตัวของแม็ก ทำเอาแม็กปวดหูปวดประสาททีเดียว ระหว่างนั้นเองก็มีบางอย่างพุ่งทะลุกำแพงมากระแทกใส่หัวของตุ๊กแกั์หัวของตุ๊กแกั์ะเิออก เหล่สตุ๊กแกตัวเล็กตัวน้อยกระเด็นไปคนละทิศละทาง
แม็กพยายามมองสิ่งที่ลอยอยู่ท่ามกลางการแตกกระจายของหัวตุ๊กแกั์สิ่งที่พุ่งเข้าชนจนหัวหัวตุ๊กแกั์แตกกระจายก็คือ หญิงแว่นนั่นเองหญิงแว่นถูกอะไรบางอย่างซัดจนกระเด็นทะลุผนังออกมา หญิงแว่นที่ลอยเคว้งอยู่กลางอากาศดูบอบช้ำเล็กน้อย และมีแผลเืออกบริเวณมุมปาก หัวคิ้ว และใบหู
“หญิงแว่น หญิงแว่น ข้างล่างนี่ ฉันเองแม็กไง แม็ก” แม็กรีบะโเพื่อจะขอความช่วยเหลือทันทีที่เห็นหญิงแว่นหญิงแว่นที่พยามมองหาต้นเสียงก็หันมาเจอกับแม็กที่ถูกตุ๊กแกเกาะทับไว้
“อ้าวแม็ก มาทำอะไรข้างล่างนี่ละเธอขึ้นไปตามพวกเจนชั้นบนนิ”
“พวกเจนเหรอ เจอแล้วอยู่ข้างล่างนี่ไงตรงนู้นไง หญิงแว่นเธอช่วยมาเอาไอ้พวกตุ๊กแกนี่ออกไปที จะได้ไปช่วยพวกเจนต่อ”แม็กะโขอความช่วยเหลือรัวๆ หญิงแว่นที่ได้ฟังแม็กะโมาก็รีบมองดูรอบๆก็เห็นพวกของเจน นุ่นและโบว์ พร้อมกันคนอื่นๆ อีกหลายคน
“ขอโทษนะแม็กตอนนี้หญิงยังไปช่วยไม่ได้นะรอก่อนนะ” คำตอบของหญิงแว่นทำเอาแม็กถึงกับอึ้งไปนิดหนึ่งพร้อมคำถามและความสงสัยมากมากเกิดขึ้นในหัวของแม็กตอนนี้
ระหว่างที่แม็กและหญิงแว่นะโคุยกันอยู่นั้นด้านหลังของหญิงแว่นตุ๊กแกั์ที่หัวแตกกระจายตอนนี้ก็มีตุ๊กแกตัวเล็กพากันไต่ขึ้นมารวมตัวกันกำลังจะกลายเป็หัวใบใหม่ขึ้นมาหัวตุ๊กแกั์ที่ก่อตัวขึ้นมาใหม่กำลังอ้าปากพร้อมจะงับหญิงแว่นได้ทุกเวลา
มีบางสิ่งกำลังใกล้เข้ามาบริเวณรอยโหว่บนกำแพงที่หญิงแว่นทะลุออกมามีควันสีดำพวยพุ่งออกมาตรงดิ่งสู่หญิงแว่นอย่างรวดเร็ว
ตุ๊กแกั์ที่หัวก่อตัวเสร็จสมบูรณ์เข้างับหญิงแว่นทันทีแต่วืด หญิงแว่นพุ่งตัวหลบควัญดำหนีไปก่อนที่จะถูกงับควันดำชนเข้ากับปากของตุ๊แกั์ควันดำเลือนหลายไปกลายเป็เทพที่กำลังจับปลายปากของตุ๊กแกั์ไว้พลันควันดำก็พวยพุ่งหมุนวนรอบตัวตุ๊กแกั์ร่างของตุ๊กแกั์แตกกระจายเป็เสี่ยงๆ ตุ๊กแกตัวเล็กตัวน้อบปลิวกระจายไปคนละทิศละทาง
แม็กที่เห็นว่านั่นคือเทพก็ใในสีหน้าท่าทางของเทพที่ดูไม่เหมือนเทพที่เขาเคยรู้จัก เทพที่กำลังลอยอยู่เหนือหัวแม็ก จ้องไปที่หญิงแว่นที่ยืนอยู่บนพื้นอีกฝั่งของห้องโถงนี้ทั้งสองจ้องมองราวกับเคียดแค้นกันมานานแสนนานยิ่งทำให้แม็กใและฉงนสงสัยมากขึ้นว่ามันเกิดอะไรขึ้น
“ท่านคะ หนูคงรับมือไม่ไหวแน่ๆหนูให้ท่านจัดการต่อได้ไหมคะ” หญิงแว่นเริ่มรับรู้ได้ว่าตอนนี้เขาไม่อาจต่อกรกับสิ่งที่เทพทรงอยู่ได้
{{{ ไม่เป็ไรแม่หนู ยื้อได้ขนาดนี้ก็เก่งแล้วเดี๋ยวข้าจัดการต่อเอง แม่หนูกลับไปสนับสนุกแบบเดิมละกัน }}}
“ค่ะท่าน”หญิงแว่นรับคำก่อนจะยืนหลับตานิ่ง เมื่อหญิงแว่นลืมตาขึ้นตาของหญิงแว่นก็ขาวโพลนท่าทีก็เปลี่ยนไปจากเดิม
{{{ ขออภัยอาจารย์หมอด้วยด้วยเหตุจำเป็ผมขออนุญาตปล่อยเด็กๆ พวกนี้ไปก่อน }}} คำพูดแปลกๆที่เอ่ยออกมาจากิญญาที่ทรงร่างหญิงแว่น ทำเอาแม้แต่จิตของหญิงแว่น็รู้สึกสงสัยปนฉงนทันใดนั้นเองร่างของหญิงแว่นก็เปร่งแสงสีขาวออกมาจนสว่างจ้าไปทั่วพื้นที่บริเวณนั้นเมื่อแสงสว่างวูบดับลง ทั้งห้องที่เต็มไปด้วยฝูงตุ๊กแกและเหล่านักเรียนที่นอนสลบอยู่ ก็พลันหายไปจนหมดสิ้น เหลือเพียงหญิงแว่นและเทพที่ยืนเผชิญหน้ากันอยู่กลางห้องโถงนี้เท่านั้น
ด้านหน้าโรงพยาบาลเหล่ารุ่นพี่ปีสองจำนวนหนึ่งยืนอยู่ด้านหน้าประตูโรงพยาบาลรุ่นพี่สามคนกำลังร่ายเวทเพื่อที่จะปลดล็อกประตูที่โดนอาคมล็อกไว้อยู่ทั้งสามร่ายเวทได้สักพักก็ถูกดีดกระเด็ดออกจากประตูจนล้มกลิ้งไปกับพื้น
“ม่านพลังงั้นเหรอ” รุ่นพี่สาวสวยคนหนึ่งดูแล้วน่าจะเป็หัวหน้าทีมชุดนี้ เดินเข้ามาััประตูแต่มือไม่สามารถแตะประตูได้ เหมือนมีบาเรียใสๆ คลุมโรงพยาบาลไว้
“เื่ใหญ่แน่ๆ ที่นี่อิงอรติดต่อไอ้มาร์คด่วน แจ้งมีม่านพลังระดับสิบอยู่ที่โรงพยาบาล”
“โอเค” รุ่นพี่ผู้หญิงอวบๆ อีกคนตอบรับคำสั่งของรุ่นพี่หัวหน้าทีมแต่ทันใดนั้นเองก็มีแสงสว่างวาบออกมาจากโรงพยาบาลทำเอาเหล่ารุ่นพี่แสบตา ตาพร่ามัวบางคนก็ปิดตาได้ทัน สิ้นแสงสว่างรุ่นพี่หัวหน้าทีมที่ปิดตาทันก็ลืมตาขึ้นมาเห็นเหล่ารุ่นน้องนอนสลบอยู่ด้านหน้าโรงพยาบาล
“หน่วยปฐมพยาบาล ตรวจเช็ครุ่นน้องด้วย”สิ้นเสียงคำสั่งหัวหน้าทีมเหล่ารุ่นพี่มพยาบาลก็รีบวิ่งเข้าตรวจเช็คเหล่ารุ่นน้องทันที
“นิสา มีรุ่นน้องคนหนึ่งมีสติอยู่าเ็เล็กน้อย”เสียงรุ่นพี่คนหนึ่งะโเรียกหัวหน้าทีมทันทีที่พบว่ารุ่นน้องคนหนึ่งไม่ได้สลบและมีสติอยู่ หัวหน้าทีมกับรุ่นพี่อีกสองคนรีบวิ่งเข้ามาดูรุ่นน้องคนนั้นทันที
“น้อง เจ็บอะไรตรงไหนหรือเปล่า”รุ่นพี่หัวหน้าทีมรีบถามด้วยความเป็ห่วงทันทีที่เข้ามาถึงตัวรุ่นน้อง
“ไม่ครับ”
“เราชื่ออะไร”
“แม็ก ครับ”
“จำเื่ราวที่เกิดขึ้นได้ไหม”
“อืม ดะดะ ได้ครับ”
“ข้างในเกิดอะไรขึ้น พอจะเล่าได้ไหม”แม็กมองหน้ารุ่นพี่ พยายามครุ่นคิดและเรียบเรียงเหตุการณ์เพราะตอนนี้แม็กเองก็สับสนกับเื่ที่เกิดขึ้นอยู่
“เอ่อ คือ ผมก็...ไม่รู้...นะครับ...ว่า..ว่าว่าเกิดอะไรขึ้น คือว่า...ข้างใน...มีตุ๊กแกผี...ตัวใหญ่ จับตัว....พวกเรา...ไว้แล้ว..แล้ว อยู่ๆ... หญิงแว่น....ไอ้เทพ...ก็โผล่มา....สู้ สู้กันแล้วพวกเราก็วาปมานี่แหละครับ” แม็กพยายามเล่าเื่ที่เกิดขึ้นแต่ไม่รู้จะเล่าอะไรยังไงก่อนดี ก็เลยเล่ามาอย่างตะกุกตะกัก
“ไม่เป็ไรนะน้อง เดี๋ยวยังไงพักก่อนไว้ตั้งสติได้ค่อยเล่ารายละเอียดอีกทีนะ รุ่ง แอ๊ด ฝากดูแลด้วย” สองรุ่นพี่ที่นั่งปฐมพยาบาลแม็กรับคำนิสาหัวหน้าชุดปฏิบัติการณ์ ก่อนที่นิสาจะยืนขึ้นแล้วจ้องมองโรงพยาบาล
“มีใครสู้กันอยู่งั้นเหรอ ตุ๊กแกั์หรือว่าจะเป็...” นิสาบ่นพึมพรำ วิตกกังวลกลัวว่าจะเกิดเหตุร้ายขึ้นข้างใน
“เด็กนักเรียนปีหนึ่ง สองคนสู้กันมีนักเรียนคนหนึ่งส่งเพื่อนๆ ออกมาในพื้นที่ปลอดภัยก่อน เพื่อจะได้สู้กันอย่างเต็มที่นะ”ชายวัยกลางคนใส่เสื้อกาวน์สีขาวยืนเล่าเื่ราวอยู่ข้างๆ นิสาทำเอานิสาใที่ไม่รู้ตัวว่ามีคนยืนอยู่ใกล้ๆ
“อาจารย์หมอวิวัฒน์”นิสาเอ่ยออกมาด้วยความใเมื่อเห็นใบหน้าชัดๆ ของชายที่ยืนอยู่ข้างๆพร้อมกับหยิบสร้อยประคำเส้นโตออกมา เตรียมพร้อมต่อสู้รุ่นพี่ด้านหลังอีกสี่คนต่างก็หยิบแท่งเหล็กปลายแหลมออกมา
“ลดอาวุธกับอาคมลงเถอะ ผมไม่เป็ไรมีสติดี ดูสภาพผมด้วยสิ เป็คนซะขนาดนี้” หมอวิวัฒน์ หันมาทางนิสาแล้วยิ้มให้ทำเอานิสาและเหล่ารุ่นพี่โล่งใจ และลดอาวุธลง
“อาจารย์หมอไม่ได้ถูกพระจันทร์แดงครอบงำเหรอคะ นี่อาจารย์หมอยืนอยู่ใต้แสงจันทร์เลยนะ”นิสาเดินเข้ามาใกล้พร้อมกับจิ้มไปตามแขนของหมอวิวัฒน์
“อืม เขาคลายอาถรรพ์ให้นะ เลยมีสติสงสัยเขาอยากให้ผมดูแลคุ้มครองพวกคุณนะ” เหล่ารุ่นพี่ต่างพากันฉงนกับคำพูดของหมอวิวัฒน์
“เขา ปกป้อง เขานี่ใครเหรอคะ แล้วปกป้องปกป้องอะไรคะ” นิสาถามในสิ่งที่เหล่ารุ่นพี่ทั้งหลายก็สงสัยเช่นเดียวกัน
“ปกป้องจากตัวเขาเองและท้าวปันจา”เหล่ารุ่นพี่ต่างตกตะลึงกับสิ่งที่หมอวิวัฒน์พูดสีหน้าหวาดกลัวและใเกิดขึ้นกับเหล่ารุ่นพี่ทั้งหลาย จนแม็กเองที่นั่งฟังอยู่ข้างๆก็เริ่มวิตกกังวลไปด้วย แม้ไม่รู้ว่าพวกเขาเ่าั้พูดคุยเื่อะไร และใอะไรกันมากมายขนาดนี้
“อิงอร แจ้งข่าวไอ้มาร์คด่วนพบท้าวปันจาที่โรงพยาบาล ชาย ชายอยู่ไหน”นิสารีบให้อิงอรแจ้งเื่ไปยังประธานรุ่น และเรียนหารุ่นพี่อีกคน รุ่นพี่ที่ชื่อชายวิ่งฝ่ารุ่นพี่คนอื่นเข้ามาหานิสา ทันทีที่ได้ยินเสียงะโเรียก
“ชาย ดูเหตุการณ์ภายในได้ไหม”นิสารีบแจ้งความประสงค์ทันทีที่ชายมาถึง ชายได้แต่พยักหน้า แล้วมองไปรอบๆ เห็นรถตู้ambulanceจอดอยู่ใกล้ๆ จึงรีบวิ่งไป ที่ด้านข้างรถมีกระจกหน้าต่างทึบยาวขนาบตัวรถตู้อยู่ ชายลงมือวาดอักขระลงบนกระจกจนเต็มระจก ชายกำมือแน่นบริกรรมคาถา แล้วกวาดมือไปทางกระจกที่วาดอักขระไว้อักขระเรืองค่อนเื่แสงไล่ไปจนสว่างไปทั้งกระจก พลันก็ปรากฏภาพด้านหน้าทางเข้าด้านในตึกโรงพยาบาล
“ตอนนี้พวกนั้นอยู่ที่ไหนของโรงพยาบาล”นิสาหันมาทางแม็กที่กำลังจ้องชายอยู่ ทำเอาแม็กสดุ้งใหันมามองนิสาด้วยความตื่นกลัวเล็กน้อย
“เร็วๆ” นิสาพยายามเร่งแม็กเมื่อเห็นแม็กตกตะลึงงุนงงอยู่
“เอ่อ คือ โถงกลาง ชะ ชะชั้นหนึ่งครับ”แม็กตอบไปอย่ะกุกตะกัก แต่เมื่อชายได้ยิน ก็ทำมือหมุนอากาศครึ่งรอบภาพในกระจกก็พุ่งเข้าไปที่โถงกลางชั้นหนึ่งทันทีภาพที่ทุกคนเห็นต่างทำเอาทุกคนตกตะลึงถึงกับเดินเข้าไปดูใกล้ๆ ตัวรถตู้ ambulance แม้แต่หมอวิวัฒน์ก็เดินเข้าไปดูด้วยเช่นกัน
ภาพที่ทุกคนเห็นเป็พายุสีขาวและสีดำหมุนพัดเข้าหากันสิ่งของที่อยู่บริเวณนั้นปลิวว่อนไปทั่วทั้งโถงตรงกลางพายุสีขาวหญิงแว่นยืนยื่นแขนไปข้างหน้าแบมือ ฝ่ามือตั้งฉากกับข้อแขนและบริเวณตรงกลางพายุสีดำก็มีเทพยืนอยู่ในลักษณะเดียวกันกับหญิงแว่น ยืนเผชิญหน้ากันอยู่
“ร่างทรงงั้นเหรอมีเด็กปีหนึ่งทรงท้าวปันจาได้ด้วยเหรอ เด็กปีนี้มีน้อยแต่เน้นแต่คุณภาพทั้งนั้นสินะ”นิสาเอ่ยออกมาด้วยน้ำเสียงที่ชื่นชมและวิตกกังวลปนกันอยู่
“ใช่ โดยเฉพราะเด็กผู้หญิงคนนั้นน่าจะเป็คนทรงเพราะ สามารถเรียกทรงเขาคนนั้นได้ ทั้งๆ ที่ เขาคนนั้นไม่ต้องใช้ร่างทรงก็ปรากฏตัวได้แท้ๆแถมยังช่วยสนับสนุนเขาคนนั้นอีกด้วยนะ”หมอวิวัฒน์เอ่ยเสริมให้กับนิสาและทุกคนที่อยู่บริเวณนั้นฟัง
“หมายความว่ายังไงคะอาจารย์หมอ”นิสาหันกลับมาถามหมอวิวัฒน์ เพราะยังไม่เข้าใจในสิ่งที่หมอวิวัฒน์พูดเท่าไร
“ดูเด็กผู้หญิงคนนั้นสิ ยืนนิ่งเฉยเลยจิตของเด็กผู้หญิงกำลังใช้สมาธิเข้าช่วยหุ้มร่างของตนเองไม่ให้โดนแรงลมพายุจากอาคมอยู่ส่วนเด็กผู้ชาย ยืนขาสั่น มือสั่น ถึงกับใช้มืออีกข้างมาจับข้อมือข้างที่ปล่อยอาคมไว้เสื้อผ้า หน้า ผม ก็ปลิวไปตามแรงลม เด็กผู้ชายคงเป็แค่ร่างทรงที่จิตจะถูกสะกดไว้เพื่อให้ิญญาที่รับพิธีทรงร่างจะสามารถใช้ร่างนั้นได้”ทุกคนต่างหันไปจ้องที่ภาพบนกระจกอีกครั้งและต่างเข้าใจทันทีเมื่อภาพเบื้อหน้าเป็ดังที่หมอวิวัฒน์กล่าวไว้ทุกประการ
ห่างจากโรงพยาบาลไปอีกแปดถึงเก้า่ตึกพลายที่ถือมีดสั้น ทิวากรก็ถือดาบสองมือและผีนายป่าช้าที่อยู่ในร่างอสูรที่น่าเกรงขามกำหมัดตั้งการ์ด พร้อมสู้ ยืนหันหลังเป็วงกลมล้อมตัวมะลิที่นั่งโอบกอดเด็กผู้หญิงคนหนึ่งไว้ด้วยตัวสั่นเทาและน้ำตาไหลอาบแกล้มอยู่ด้านหน้าของพวกเขา มีอสูรสูงกว่าสามเมตร ร่างกายผอมบาง เล็บที่นิ้วทั้งห้ายาวแหลมใบหูที่ใหญ่แหลมยาว ปากกว้างเกือบถึงใบหู ฟันที่แหลมคมราวกับฟันของสัตว์ป่าดวงตาที่กลมโตจ้องมองราวกับเห็นอาหารอันโอชะอยู่ตรงหน้า ยืนล้อมพวกของพลายอยู่ถึงห้าตัวด้วยกันข้างๆ นั้น มีเด็กหนุ่มอีกคนกำลังนั่งสมาธิและด้านหลังของเด็กหนุ่มก็ยังมีเด็กชายอีกสองคน หลบอยู่ด้านหลังของเขา
{{{ สามต่อห้า ไหวไหมไอ้พลาย }}}เสียงของนายป่าช้าดังขึ้นเหมือนเป็สัญญานพร้อมจะลุย
“บายมากพี่จ้อย พี่เอาไปสองผมเอาไปสองไอ้ห้องหนึ่งมึงเอาไปตัวหนึ่งละกัน คงพอไหวนะ”พลายหันเหล่ตามองทิวากรพักหนึ่งก่อนจะหันกลับไปมองพวกเหล่าอสูรอีกครั้ง
“ไอ้ห้องสอง มึงแหละเอาไปตัวเดียวพอกูนะสองตัวถือว่าช่วยเหลือเด็กด้อยโอกาสละกัน”
“แกว่าใครด้อย”พลายหันกลับมาทางทิวากรทันทีที่โดนดูถูก
{{{ หยุดเลยพวกมึงเวลาแบบนี้ยังทะเลาะกันอยู่ พวกมึงร่วมมือกันดีๆ สักพักได้ไหมวะเดี๋ยวพ่อก็อัดจมดินทั้งคู่ }}}
“ครับ ขอโทษครับ”พลายและทิวากรต่างขานรับด้วยความสุภาพเมื่อได้ยินน้ำเสียงและแววตาของผีนายป่าช้าที่ดูดุดันและน่ากลัวนั้นพร้อมกับหันมายิ้มให้กัน
“งั้นเราสองคนช่วยกันจัดการสามตัวละกันเนาะ”พลายพูดพร้อมกันหันไปทางทิวากรพร้อมกับกรอกตาไปมาทางผีนายป่าช้าเหมือนส่งสัญญานให้ทิวากรเออออตามด้วย
“ได้คร๊าบ”ทิวากรตอบกลับหลังจากหันไปมองหน้าผีนายป่าช้าทีหนึ่ง
ไม่พูดพร่ำทำเพลงทั้งสามต่างพุ่งเข้าใส่อสูรที่ยืนประจันหน้าพวกเขาทันที