TinTime Story แฟนใหม่ผมเป็มาเฟีย
Mammysmile
Ep.10 ว้าวุ่น
"แม่งเอ๊ย!!! ขโมยอาวุธกูอีกแล้ว ไอ้เวร ไอ้เชี่ยเป้ตามหลังกูมาสิวะ" ไอ้ติณห์ที่นอนขาพาดโต๊ะคอมเล่นเกมมือถืออย่างดุเดือด ซึ่งตัดมาที่ผมต้องมานั่งอ่านหนังสือก่อนสอบ ใช่ครับพอถึงเทศกาลการสอบก่อนจะปิดเทอมนักศึกษาอย่างผมต้องมานั่งวุ่นวายเตรียมอ่านหนังสือสอบ ยิ่งไปกว่านั้นผมที่ไม่ถนัดเื่ทฤษฎีเลย เพราะส่วนใหญ่ผมจะเน้นไปทางปฏิบัติมากกว่า ผมเลยต้องมานั่งโง่อ่านตัวหนังสือมากมายอ่านจนตาลาย ดูเหมือนความพยายามผมนั้นสูญเปล่าและเปล่าประโยชน์ เพราะไอ้ติณห์มันเล่นเกมเสียงดังอยู่ข้าง ๆ ผม จนผมอ่านอะไรไม่เข้าสมองเลยซะนิด และ ดูเหมือนความอดทนผมจะถึงจุดสูงสุดแล้ว พร้อมะเิทำลายล้างซึ่งคนที่โดนเต็มๆ ก็คือ ไอ้ติณห์ที่นั่งเล่นเกมไม่สนโลกห่าอะไรเลย
"ไอ้เหี้ยติณห์!!!!! ถ้ามึงจะเล่นเกมมึงเสียงดังขนาดนี้ก็ไปเล่นที่อื่น" ผมก่นด่ามันจนมันรีบเม้มปากก่อนจะรีบเบาเสียงเกมมันลง แล้วมันก็กลับจดจ่อที่หน้าจอเกมอย่างเดิม
"มึงมานั่งเล่นเกมสบายใจเฉิบแบบนี้ มึงสอบได้ว่างั้น"
"กล้วย ๆ สำหรับกู "
น่าหมั่นไส้ชิบหาย จะมาขิงผมว่างั้นว่ามันไม่ต้องอ่านมันก็สอบได้หนำซ้ำมันเรียนภาคอินเตอร์อีก ข้อสอบส่วนใหญ่ของมันก็จะเป็ภาษาอังกฤษ มันบอกว่ากล้วยๆ ต่างจากผม ขนาดเป็ภาษาไทยยังอ่านไม่เข้าใจ
"โถ่~ ไอ้เป้กากชิบหาย ฮ่าๆ "
พอผมจะเริ่มกลับมาตั้งใจอ่านอีกครั้ง แต่ไอ้ติณห์มันเล่นผมอีกแล้ว ผมเงยหน้ามองมันอีกครั้งอย่างเคือง ซึ่งมันเหมือนจะเห็นผมจ้องมันอยู่แต่มันก็หันไปเล่นเกมของมันต่อ
ได้! มึงไม่ไป กูไปเอง ผมลุกขึ้นรีบหอบหนังสือกองเท่าูเาเดินลงชั้นล่างไปนั่งพื้นที่ห้องรับแขกโดยไม่สนว่าคนข้างบนห้องมีท่าทางยังไง
ตอนนี้ผ่านมาเกือบเดือนแล้วทำไมผมยังอยู่บ้านไอ้ติณห์น่ะหรอ ผมก็ไม่รู้ว่าทำไมผมต้องอยู่ทั้ง ๆ ผมกับมันไม่ได้เป็อะไรกัน ผมก็ งง กับตัวเองว่าทำไมถึงยอมอยู่ทั้ง ๆ ที่ผมสามารถกลับคอนโดตัวเองได้เลยโดยไม่ต้องแคร์อะไร แต่ผมก็ไม่ทำ
ไม่นานไอ้ติณห์มันก็เดินตามผมลงมาชั้นล่างด้วย
"มึงโกรธกูหรอ" มันทำท่าจะเดินเข้ามากอดผมแต่ผมชี้หน้ามันดักไว้ก่อน
"โกรธ ถ้ามึงจะมานั่งเล่นเกมที่นี่ และเล่นตรงนี้ไปไกล ๆ ส้นตีนกู "
"นับวันยิ่งโหดจัด สมแล้วเป็เมียมาเฟีย "
"หยุดพูดเลยนะ! ถ้ายังไม่หยุดพูดกูจะต่อยมึงให้ฟันล่วงหมดปาก แล้วอีกอย่างกูไปเป็เมียมึงตอนไหน "
"ตอนไหนน๊า~" มันทำท่านับมือไปมา และ มันเหยียดยิ้มอย่างพอใจ
"ส้นตีนกูนิ "
"โหดจังแต่โคตรน่ารัก"
ไม่อ่านแม่งแล้ว ใครจะอ่านได้วะ ตอนนี้มันทั้งเอามือมาจิ้มแก้มผมบ้าง จิ้มเอวบ้าง กอดบ้าง ผมพยายามปัดมือมันออกเท่าไหร่ และยิ่งปัดออกมากเท่าไหร่มันก็ยิ่งลุกล้ำเข้ามามากขึ้นเรื่อย ๆ ตอนนี้มือมันมาหยุดอยู่ใต้เสื้อผมเรียบร้อย"
"ไอ้ติณห์ไม่เอา ...อ้ะ!...ก็บอกไม่เอาไง " มันไม่ฟังมันเอาหน้าโน้มมาใกล้ผมแล้วมันใช้ปลายลิ้นแตะไปที่ปลายหูของผม จนผมสะดุ้งเฮือกด้วยความเย็นวาบและหวาดเสียว
"ไอ้ติณห์...อ้ะ!...มีคนอยู่มึงไม่อายบ้างรึไง" มันจูบไล่ั้แ่ใบหูลงมาเรื่อย ๆจนมาหยุดที่ซอกคอผม ตอนนี้ขนแขนผมลุกซู่ไปทั่วตัวเพราะมันนัวเนียอยู่ข้างคอของผม
"อายทำไม พวกเขาไม่กล้าสนใจหรอก" มันพูดออกมาอย่างหน้าตาเฉย มันไม่อายแต่กูอายโว้ยยยย ผมผลักอกมันให้ออกห่าง มันเหยียดยิ้มและเอามือลูบที่ปากอย่างพอใจ
"พอได้แล้ว "
"หึหึ"
ติ๊ด!
THIER_AKIRA : ตอนนี้อยู่ไหน
ผมลืมบอกไปว่าไอ้พี่ชายผมมันยังไม่รู้ว่าผมมาอยู่กับไอ้ติณห์ เพราะมันบอกยุ่ง ๆ เกี่ยวกับช่วยอาจารย์ทำงานวิจัย ครั้งที่แล้วตอนที่ผมนอนโรงพยาบาลไอ้เธียร์มันบอกว่าจะไปแค่อาทิตย์เดียว แต่ที่ไหนได้มันต้องไปทำวิจัยนอกพื้นที่เป็เดือน จนผมถอดเฝือกแขนออกแล้วมันก็ยังไม่กลับมา ตอนนี้มันคงสิงอยู่ห้องแล็บ บางทีผมก็ งง ว่าพี่ชายของผมมันเรียนอะไรกันแน่ มันเรียนหมอหรือเรียนเกี่ยวกับห้องแล็บกันแน่
TIME.AKIRA : เออ...กูอยู่หอไอ้เปรม ทำไม (กูขอโทษไอ้เปรม กูขอเอาชื่อมึงมาอ้างก่อนละกันนะ)
THIER_AKIRA : แน่ใจ?
TIME.AKIRA : มึงถามแบบนี้รู้อะไรมา
THIER_AKIRA: มึงมีเื่อะไรจะเล่าให้กูฟังรึเปล่า
ผมคงจะปิดอะไรมันไม่ได้จริง ๆ สินะสำหรับพี่ชายผม ส่วนมากเวลาผมมีเื่อะไรจะเล่าให้มันฟังตลอด มีแค่ครั้งนี้ที่ผมกล้าไม่บอกมัน เพราะขนาดตัวผมเองก็ไม่รู้เลยว่าสถานะผมตอนนี้คืออะไร จะเรียกว่าคนคุย มันก็มากกว่าคนคุยไปแล้ว แต่จะบอกว่าเป็แฟนก็ไม่ได้ เพราะมันไม่เคยพูดเื่นี้หรือขอผมเลย หรือจะเป็แค่คู่นอนพอมันเบื่อมันก็เขี่ยผมทิ้ง ตอนนี้ผมสับสนกับความรู้สึกสิ้นดี ยิ่ง่นี้มันตัวติดกับผมอย่างอะไรดี ความรู้สึกผมยิ่งถลำลึกไปเรื่อย ๆ ยากจะถอดกลับได้แล้ว ถึงแผลในใจที่พึ่งจะสมานได้ไม่นาน จะเรียกผมว่าใจง่ายได้ไหมเพราะผมพึ่งเลิกกับไอ้พี่พร้อมไปได้แค่เดือนกว่าเกือบสองเดือน ผมจะยอมเสี่ยงอีกครั้งรึเปล่า เพราะผมก็กลัวใจตัวเองอยู่เหมือนกัน ประเด็นอยู่ที่ว่าใจมันกับใจผมตรงกันรึเปล่า
TIME.AKIRA : ไว้กูจะเล่าให้มึงฟัง
THIER_AKIRA:เออๆ...ที่กูทักมาเนี่ย ตอนนี้พี่หมอมันมาเข้าเวรที่คลินิกของคณะกู เลยฝากมาบอกว่าถ้ามึงถ้าไม่อยากไปที่โรงพยาบาลเพราะกลัวพยาบาลที่โรงพยาบาลแตกตื่น ก็มาที่คลินิกที่คณะกูกับคนของมึง "
ที่แท้มันรู้จักปากพี่หมอนี่เองไม่ใช่ว่าผมกลัวโรงพยาบาลหรืออะไร และก็ไม่เชิงผมไม่อยากไปโรงพยาบาล มันเป็เพราะพอผมไปทีไอ้ติณห์ก็ตามผมไปด้วย ไม่รู้มันจะตัวติดกับผมอะไรนักหนา ไม่พอแค่นี้ไอ้ติณห์มันไปไหนมันก็จะมีบอดี้การ์ดยกขบวนไปกับมันด้วย คราวนี้หมอคนไข้พยาบาลแตกตื่น และถูกจับจ้อง ผมไม่รู้จะมุดความอายนี้ได้ที่ไหนแล้วววว
TIME.AKIRA : เดี๋ยวกูจะไป มึงบอกพี่หมอให้แล้วกัน
จากนั้นผมก็ปิดมือถือยัดใส่กระเป๋ากางเกงทันที โดยมีสายตาคู่หนึ่งกำลังจับจ้องทุกการกระทำของผมอยู่อย่างสงสัย
"คุยกับใคร" มันว่าด้วยเสียงเรียบ
"เื่กู"
"จะเอาแบบนี้ใช่ไหม " มันพุ่งมาคล่อมตัวผมจนตัวผมไปนอนราบกับพื้นและมันทำท่าจะโน้มหน้ามาทางผม ผมก็รีบเบียงหน้าหนี แต่ก็ไม่วายโดนมันขโมยหอมไปหนึ่งที
ฟอด!
"ไอ้ติณห์! ทำห่าไรเนี่ย"
"ก็หอมแก้มไง ข้อหาปิดบังกู"
"ปัญญาอ่อน มาตั้งข้อหาอะไร มึงเป็ตำรวจรึไง " มันยิ้มเ้าเล่ห์มาแบบนี้ผมไม่รอดชัวร์ " เออๆ มึงชอบเอาเปรียบกู บอกให้ก็ได้ กูคุยกับพี่ชายกู พอใจยัง แล้วจะตั้งข้อหาอะไรกูอีกไหม - - "
"หว่า~ อดเลย"
"อดเหี้ยอะไร หยุดมองด้วยตาแบบนั้นนะ "
"ทำไม! กลัวว่าจะอดใจตกหลุมรักกูไม่ไหวหรอ"
"ถุย! อย่ามโนไปหน่อยเลย เดี๋ยวกูจะออกไปมอนะ "
"เดี๋ยวกูไปด้วย"
"ไม่ต้อง! กูไปคนเดียวได้ และ อย่ามาตั้งข้อหาอะไรให้กูอีก กูจะออกไปหาพี่ชายกูที่คณะมัน จบนะ"
"รู้ทันอีกแหละ ให้กูไปส่งก็ได้นิวันนี้กูว่าง "
มันทำท่างอแงเหมือนเด็กที่อยากจะไปด้วย หมดกันลุคมาเฟียที่มันต้องทำหน้าตึงอย่างหน้ามันฉีกโบท็อกมา ตลอดเวลาต่อหน้าเวลาอยู่ต่อหน้าลูกน้องของมัน
"คุณติณห์ครับ" กิตพูด
เมื่อลูกน้องมันมามันก็มาทำท่าเคร่งขรึมอีกครั้ง
"มีอะไร"
"คุณคิมมาครับ"
"เฮียนะหรอ มันย้ายออกไปเป็ชาติ มันมาทำไม"
"ตอนนี้ยืนรออยู่ห้องโถงใหญ่ครับ"
"อื้อ เดี๋ยวชั้นตามไป"
"ครับ"
จากนั้นกิตลูกน้องมันก็เดินออกจากห้องรับแขกไป
"แปลว่าตอนนี้มึงไม่ว่างแล้ว "
"งั้นกูจะให้กิตไปส่งมึง"
"ไม่ต้อง! กูไปมอเองได้ เอากุญแจรถมึงมาก็พอ"
"แต่มึงพึ่งหายเจ็บ...กูไม่ไว้ใจ"
"กูหายแล้ว กูแค่ขับรถ ไม่ได้ไปแบกปูนก่อสร้างสักหน่อย มึงจะห่วงอะไร"
"โอเคๆ กูี้เีเถียงกับมึงล่ะ" จากนั้นมันก็ควักกุญแจปอเช่ยื่นให้ผม ผมไม่รีรอรีบหยิบกุญแจที่มือมันก่อนมันจะเปลี่ยนใจ
"แล้วมึงจะกลับมาตอนไหน"
"ไม่รู้ จนกว่าจะเสร็จธุระล่ะมั้ง"
"กูให้เวลามึง สองชั่วโมง"
"สองชั่วโมง? มึงบ้ารึเปล่า แค่ไปกลับ บ้านมึงกับมอก็ปาไปแล้วชั่วโมงกว่า กูไม่ใช่นักโทษมึงนะ"
"งั้นมึงก็ให้กิตไปส่ง"
"เออๆ สองชั่วโมงก็สองชั่วโมง " ผมมองค้อนไอ้ติณห์แต่ดูเหมือนมันจะยิ้มเยาะพอใจกับคำตอบผม
จากนั้นผมรีบลุกออกจากห้องรับแขกทันที แต่ก็ต้องชะงักเพราะผมเดินชนกับใครบางคนที่เดินสวนมาพอดี
แต่ผมเงยหน้ามอง หน้ามันก็ไม่เป็มิตรเอาเสียเลย
"ไม่มีตาดูหรอวะว่ามีคนเดินมา"
"เออ...ขอโทษแล้วกันช่วยหลีกทางให้ด้วย"
"เดี๋ยวดิ หน้าตาดีนิคงไม่ใช่บอดี้การ์ดของติณห์แน่นอนใช่ไหม คงจะเป็คู่นอนของติณห์มันมากกว่า " มันทำท่าจะเอานิ้วมาเขี่ยคางผม แต่ก็มือไอ้ติณห์ดึงผมเข้าหาตัวมันเสียก่อน
"ไอ้ธามมึงรีบไม่ใช่หรอ รีบไปเถอะ"
ผมก็เออๆออๆ รีบเดินออกไปขึ้นรถปอเช่ที่จอดรอไว้อยู่แล้ว
"หน้าตาดีใช้ได้เลยนิติณห์ คู่นอนใหม่หรอ ถ้าเบื่อก็ส่งต่อให้เฮียก็ได้นะ เฮียไม่ถือ" คิมมันเหยียดยิ้มยั่วยวนเชิงกวนประสาท
"คนนี้คงไม่ได้หรอกเฮีย พอดีผมติดใจคนนี้มากด้วยสิ คงจะเบื่อยาก ว่าแต่เฮียเหอะมาถึงที่นี่มีธุระอะไรรึเปล่า" ติณห์ก็ตอบกลับไปอย่างเรียบๆ
"ไม่ได้มีธุระอะไร พอดีว่าเฮียมาเยี่ยมป๊า แต่ป๊ากินยาหลับไปแล้วเฮียไม่อยากกวน เลยแวะมาเยี่ยมติณห์สักหน่อย เพราะว่า่นี้เฮียได้ยินว่าเราเข้าร่วมประมูลสัมปทานกาสิโนที่ลาวใช่ไหม"
"ข่าวถึงเฮียไวจัง"
"แน่นอนสิเฮียก็อยู่แวดวงนี้มานาน เฮียจะรู้เื่นี้มันก็ไม่ใช่เื่แปลก"
"นั่นสินะ ติณห์ลืมไปเลยว่าเฮียอยู่วงการนี้มานาน"
"ว่าแต่่นี้มีอะไรให้เฮียช่วยรึเปล่ายังไงเราก็ครอบครัวเดียวกัน เริ่ม่แรกมันจะหนักหน่อยถ้าได้คนมาช่วยคงจะดีไม่น้อย"
"ขอบคุณเฮียคิมที่เป็ห่วง แต่ติณห์กับพุตจัดการเรียบร้อยดีแล้วไม่ต้องเป็ห่วง"
หลังพูดเสร็จ ในภายใต้หน้ากากที่ยิ้มรับมันแฝง ใบหน้าปีศาจมักมากจะจ้องตลบหลังอยู่ตลอดเวลาดูจากสายตาที่มองไอ้ธามเมื่อกี้ มันจ้องจะแย่งไปเหมือนทุกๆครั้งที่เฮียมันมักจะเอาคู่นอนที่ผมเคยนอนหรือถูกใจแย่งไปอยู่เสมอ เฮียมันคงไม่รู้ว่าผมรู้ว่ามันชอบเอาคู่นอนผมไปกกต่อ แต่ครั้งนี้ไม่ใช่มันจะไม่เกิดขึ้นกับไอ้ธามแน่นอน
เพราะคนนี้มันเป็ของผมคนเดียว
......
ทันทีรถปอเช่คันงามก็มาจอดหน้าตึกคณะแพทย์ ทุกครั้งที่มาไม่เห็นจะต้องเกรงอะไรขนาดนี้ ทันทีที่ผมก้าวลงจากรถสายตาคู่หนึ่งกำลังจับจ้องมาทางผม ซึ่งนั้นไม่ใช่ใคร ไอ้เธียร์ พี่ชายผมที่กำลังยืนกอดอกอยู่ทางเข้าคณะแพทย์ มันมองอย่างสงสัย
ตอนนี้ผมกับไอ้เธียร์นั่งจ้องหน้ากันอยู่ที่โต๊ะไม้หน้าตึกคณะแพทย์ ไอ้เธียร์มันจ้องหน้าผมเหมือนจะเอาคำตอบเสียให้ได้
"มึงจะบอกกูได้รึยังธามว่าเ้าของปอเช่คันสวยคนนี้ของใครแล้วก็มึงหายไปอยู่กับใครมา บอกกูมาเดี๋ยวนี้"
"ถามกูเป็แม่เลย"
"ถ้าแม่รู้ก็จะถามเหมือนกูนี่แหละ ที่ถามคือกูเป็ห่วงมึงหรอกนะ กูไม่อยากเห็นมึงมานั่งเสียใจเหมือนที่ผ่านมา"
"กูรู้ แต่กูไม่รู้จะเริ่มบอกมึงยังไง"
"งั้นก็บอกมา"
"มันชื่อว่าติณห์ ติณห์ภัทร กิตติวริศสกุล มันเรียนอยู่คณะบริหารธุรกิจภาคอินเตอร์ ชั้นปี 3 บ้านมันทำธุรกิจ ..."
"พอๆ ไม่ต้องพูดถึงขนาดนั้นแล้วมึงกับมันเจอกันได้ยังไง แล้วตอนนี้พวกมึงเป็อะไรกัน "
"กูเจอมันที่ผับแห่งหนึ่ง แต่ถ้าจะถามว่าตอนนี้กูกับมันสถานะอะไร ตอนนี้กูยังบอกไม่ได้ว่ากูมีสถานะอะไรกับมัน กูบอกได้แค่นี้"
"เอาเถอะก็ยังดีที่รู้ชื่อ ส่วนเื่พวกมึงกูจะไม่ยุ่ง แต่กูจะบอกมึงว่ามึงจะเสียใจมากมายแค่ไหน กูจะเคียงข้างมึง มึงก็ยังมี มีเธอ มีพ่อแม่ ค่อยห่วงใยมึงอยู่"
"ไอ้เธียร์ มึงพูดดีจังวะ ไอ้พี่ชายของจุ๊บแก้มทีดิ" ผมจะแกล้งเดินไปโน้มหน้าไปหอมแก้มแต่ก็ถูกไอ้เธียร์เอามือยันหน้าผมไว้ก่อน
"ขนลุกไปไกลๆเลย"
ระหว่างที่ผมหยอกล้อกับไอ้เธียร์อยู่ก็มีบุคคลที่สามเดินเข้ามาทักกลางวงสนทนาทำให้ผมกับชะงัดและหันไปมองต้นเสียง
"พี่พร้อม"ผมทักไปอย่างเรียบๆ
"ธาม....ไงเธียร์"
"อื้อ"ไอ้เธียร์ตอบกลับไปสั้นๆ
"ได้ยินว่าาเ็ที่ไหล่ เป็ยังไงบ้าง"
"ตอนนี้ไม่ได้เป็อะไรแล้ว "
"อ่อ...ขอโทษด้วยนะที่ไม่ได้ไปเยี่ยมเลย"
"ไม่เป็ไรหรอก ขอบคุณที่เป็ห่วง"
ไม่นานมีชายร่างเล็กวิ่งมาเกาะแขนมัน ผมคาดว่าคงจะเป็ไอ้น้องมิวนิค แฟนใหม่ของไอ้พี่พร้อมมัน ผมยอมรับเลยว่าน้องมันน่ารักจริงๆ คงตรงสเปคพี่พร้อมเลยแหละ
"พี่พร้อมเดินมาหยุดอยู่ตรงนี้นี่เอง อ้าว! พี่คุยธุระอยู่หรอมิวนิคขอโทษ " ชายหนุ่มที่สะดีดสะดิ้งทำท่าอ้อนสำนึกผิด ไม่แปลกใจเลยว่าทำไมไอ้พี่พร้อมถึงเลิกกับผม
"อ้าว! พี่เธียร์ก็อยู่ด้วย สวัสดีครับพี่เธียร์ " ซึ่งไอ้เธียร์มันก็หันไปรับไหว้ของเด็กหนุ่มอย่างนิ่งๆ
"แล้ว...พี่คนนี้คือ...." น้องมันหันมามองทางผม
"คนนี้คือ......" ไม่ทันที่ไอ้พี่พร้อมจะทันได้พูด ไอ้เธียร์ก็ชิงพูดขึ้นมาก่อน "มันชื่อธาม น้องชายพี่เอง"
"อ่อ...พี่ธามยินดีที่ได้รู้จักครับ"
ผมส่งยิ้มแบบฝืนๆให้น้องมันไป ถึงตอนนี้ผมจะไม่ได้คิดเื่ไอ้พี่พร้อมมันแล้ว แต่จะให้กลับไปคุยเล่นเหมือนเดิมก็คงไม่ได้
"งั้นธามของตัวก่อน ไปกันเถอะเธียร์ "หลังพูดเสร็จได้เธียร์ก็รีบจูงมือผมออกจากตรงนั้นเร็วที่สุด
"มึงก็คุยกับมันอยู่ได้ แค่กูเห็นหน้ามันกูอยากจะลุกไปต่อยมาสักที คนอะไรยังกล้ามาคุยกับแฟนเก่าต่อหน้าแฟนใหม่ หรือมึงยังมีเยื่อใยให้มันอยู่" ไอ้เธียร์บ่นโวยวายเหมือนกับมันโดนซะเอง
"กูไม่ได้คิดอะไรกับมันแล้ว มีแต่มึงนั้นแหละโวยวายเดือดเนื้อร้อนใจแทนกูอยู่เนี่ย เหมือนกับมันไปทำอะไรกับมึงนั้นแหละ"
"ไม่รู้แหละ ตอนแรกกูก็ไม่ชอบหน้ามันอยู่แล้ว แล้วยิ่งมันทำกับคนรอบข้างกู แค่หน้ากูไม่อยากมองแล้ว "
"ครับๆ ไอ้พี่ชาย เลิกสนใจเถอะ เอาเป็ว่ากูไม่ได้มีเยื่อใยอะไรกับมันแล้ว "
"เออๆ กูก็ี้เีนึกถึงมันแล้ว มึงรีบไปหาพี่หมอเถอะ รอมึงอยู่ที่คลินิกนานแล้ว"
ผมไม่รู้ว่าหลังจากนี้ผมจะต้องเจอเื่อะไรมากมายขนาดไหน แค่ผมมีไอ้พี่ชายที่คลานตามกันมาอย่างไอ้เธียร์มันค่อยห่วงใย ไม่เคยทอดทิ้งผมไปไหมแค่นี้ผมก็มีความสุขมากแล้ว ................... ขอบคุณนะไอ้พี่ชายของผม<3<3<3<3<3