ตอนที่ 13 เกลียวคลื่นมัจฉาพายุทะเล
หลงเหยียนรู้สึกถึงความลึกลับที่แผ่ซ่านเข้ามาในจิตใจ เขามองเห็นภาพของตำราโบราณที่มีลวดลายวิจิตรบรรจงและเต็มไปด้วยพลังิญญา ขณะที่เขาสำรวจตำราในจิตใจ เขาเริ่มเข้าใจถึงการผสานวิชาทั้งสามที่เขาได้ฝึกฝนมา ได้แก่ วิชาย่างก้าวมัจฉา วิชาหมัดพายุทะเล และวิชาน้ำพริ้วไหวหมื่นกระแส
ป่าฝนยังคงมืดครึ้มและชื้นแฉะ ต้นไม้สูงใหญ่และใบไม้หนาทึบปกคลุมไปทั่ว ลำธารเล็กๆ ไหลผ่านข้างๆ เสียงน้ำไหลเบาๆ และเสียงฝนตกกระทบใบไม้สร้างบรรยากาศที่เงียบสงบและผ่อนคลาย แสงแดดส่องผ่านใบไม้ลงมาเป็จุดๆ ทำให้พื้นที่ฝึกฝนดูร่มรื่นและสดชื่น
ในจิตใจของหลงเหยียน ตำราโบราณเริ่มแสดงวิธีการผสานวิชาทั้งสามเข้าด้วยกัน เขาเห็นภาพการเคลื่อนไหวที่ลื่นไหลและรวดเร็วเหมือนปลาว่ายน้ำ การโจมตีที่รุนแรงเหมือนพายุทะเล และกระแสน้ำที่เปลี่ยนทิศทางได้อย่างรวดเร็ว ทั้งหมดนี้รวมกันกลายเป็วิชาผสานใหม่ที่ทรงพลังและมีความยืดหยุ่น
ตำราโบราณ: "วิชานี้จะช่วยเ้าในการต่อสู้และป้องกัน จงฝึกฝนให้เชี่ยวชาญและใช้มันด้วยความรอบคอบและความรู้"
วิชาเกลียวคลื่นมัจฉาพายุทะเล:
มัจฉาว่ายลื่นล่องในน้ำใส พายุทะเลหมัดแรงขับไล่
เกลียวคลื่นพัดพากระแสน้ำหมื่นสายศัตรูยากหาทางหนีพ้นภัย
คลื่นแรงกระแทกด้วยหมัดเหี้ยมน้ำไหลวนเวียนอย่างรวดเร็ว
ปกป้องและโจมตีเป็เกลียวเดียวพลังมั่นคงและดุดันไม่เคยคลาย
มัจฉาว่ายลื่นล่องในน้ำใสพายุหมัดแรงสะท้านคลื่นไหล
กระแสน้ำหมื่นสายล้อมรอบกายศัตรูพ่ายแพ้สลายหายทันใด
คลื่นกระแทกด้วยพลังมหาศาลน้ำพัดพาลื่นไหลไม่หยุดนิ่ง
พลังมัจฉาแกร่งกล้าทุกสรรพสิ่งพิชิตศัตรูไม่ทิ้งร่องรอยใด
หลงเหยียน (ในใจ): "ข้าจะฝึกฝนวิชานี้อย่างเต็มที่ และใช้มันเพื่อปกป้องเพื่อนร่วมรุ่นและนิกายของข้า"
หลงเหยียนลุกขึ้นยืนริมลำธาร เขาเริ่มต้นด้วยการใช้วิชาย่างก้าวมัจฉา เคลื่อนไหวอย่างลื่นไหลและรวดเร็ว ขณะที่เขาเคลื่อนไหว เขาใช้วิชาหมัดพายุทะเลในการโจมตี สร้างคลื่นแรงที่พัดพาเอากระแสน้ำจากวิชาน้ำพริ้วไหวหมื่นกระแสเข้ามาผสมผสาน การเคลื่อนไหวและการโจมตีของเขาดูเหมือนเป็เกลียวคลื่นที่ทรงพลังและยืดหยุ่น
การเผชิญหน้ากับกลุ่มโจรป่า
หลงเหยียนเดินลึกเข้าไปในป่าฝนขณะฝึกฝนวิชาใหม่ของเขา เขาไม่คาดคิดว่าจะได้พบกับกลุ่มโจรป่าที่กำลังวางแผนโจมตีและปล้นสะดมหมู่บ้านใกล้เคียง พวกโจรมีลักษณะดุดันและอันตราย พวกเขามีอาวุธที่รุนแรงและพร้อมจะโจมตีเมื่อเห็นหลงเหยียน
หลงเหยียนยืนอยู่บนเส้นทางที่ปกคลุมไปด้วยใบไม้และกิ่งไม้ ทันใดนั้น เขาได้ยินเสียงกระซิบและเสียงฝีเท้าของคนจำนวนมาก เขาหยุดและหันมองไปรอบๆ แล้วพบว่ามีกลุ่มโจรป่ากำลังล้อมรอบเขา พวกโจรมีดวงตาที่เต็มไปด้วยความโหดร้ายและพร้อมจะสู้
บริเวณรอบๆ เต็มไปด้วยต้นไม้สูงใหญ่และพืชพรรณที่หนาทึบ ใบไม้หนาทึบทำให้แสงแดดไม่สามารถส่องผ่านลงมาได้มากนัก อากาศชื้นแฉะและเย็นสบาย เสียงฝนตกกระทบใบไม้ดังเป็จังหวะ สร้างบรรยากาศที่เงียบสงบแต่เต็มไปด้วยความตึงเครียด
หัวหน้าโจรป่า: "เ้าคิดว่าเ้าจะสามารถเอาชนะพวกเราได้หรือ?"
หลงเหยียน: "ข้าจะไม่ยอมให้พวกเ้ารุกรานในป่าฝนนี้ ข้าจะสู้จนกว่าจะชนะ!"
หลงเหยียนเตรียมพร้อมสำหรับการต่อสู้ เขารู้ว่าต้องใช้ทุกความสามารถที่มีเพื่อเอาชนะกลุ่มโจรเหล่านี้ เขาเริ่มใช้วิชาผสาน "เกลียวคลื่นมัจฉาพายุทะเล" เพื่อป้องกันและโจมตีกลุ่มโจรอย่างรวดเร็วและทรงพลัง
หลังจากประกาศเจตนารมณ์ของเขา หลงเหยียนเริ่มต้นการต่อสู้กับกลุ่มโจรป่าที่ล้อมรอบเขา เขาตัดสินใจใช้วิชาผสาน "เกลียวคลื่นมัจฉาพายุทะเล" เพื่อโจมตีและป้องกันตัวเองจากการรุกรานของกลุ่มโจร
หลงเหยียนก้าวถอยหลังเล็กน้อย พร้อมตั้งท่ารับมือกับการโจมตีของกลุ่มโจร เขาเริ่มต้นด้วยการเคลื่อนไหวอย่างลื่นไหลเหมือนปลาว่ายน้ำ ขณะที่โจรเริ่มโจมตีเขา หลงเหยียนใช้วิชาหมัดพายุทะเลในการตอบโต้ สร้างคลื่นพลังที่พัดพาโจรให้กระเด็นไป
ป่าฝนยังคงมืดครึ้มและชื้นแฉะ ต้นไม้สูงใหญ่และใบไม้หนาทึบปกคลุมไปทั่ว เสียงฝนตกกระทบใบไม้ดังเป็จังหวะ อากาศเย็นสบายแต่เต็มไปด้วยความตึงเครียด บรรยากาศเงียบสงบถูกทำลายด้วยเสียงการต่อสู้และเสียงคำรามของโจร
หัวหน้าโจรป่า: "เ้าไม่รู้หรอกว่ากำลังเผชิญหน้ากับอะไร!"
หลงเหยียน: "ข้าจะไม่ยอมแพ้ ต่อให้ต้องสู้จนถึงลมหายใจสุดท้าย!"
หลงเหยียนรวมพลังจากวิชาทั้งสามเข้าด้วยกัน เขาเริ่มต้นด้วยการเคลื่อนไหวของวิชาย่างก้าวมัจฉา เลื่อนตัวผ่านกลุ่มโจรอย่างรวดเร็วและลื่นไหล จากนั้นเขาใช้วิชาหมัดพายุทะเลในการโจมตี สร้างคลื่นพลังที่รุนแรงพัดพาโจรให้ล้มลง
กระแสน้ำจากวิชาน้ำพริ้วไหวหมื่นกระแสสร้างเป็คลื่นน้ำที่ไหลวนรอบตัวหลงเหยียน เขาใช้กระแสน้ำในการป้องกันและโจมตีอย่างต่อเนื่อง การเคลื่อนไหวของเขาเป็ไปอย่างลื่นไหลและรวดเร็วเหมือนเกลียวคลื่นที่ไม่มีที่สิ้นสุด
หลงเหยียน: "นี่คือพลังของวิชาผสาน 'เกลียวคลื่นมัจฉาพายุทะเล'!"
หัวหน้าโจรและลูกน้องเริ่มรู้สึกถึงความเ็ปที่รุนแรงหลังจากถูกโจมตีโดยวิชาของหลงเหยียน เืเริ่มพุ่งออกจากาแเหมือนกับพายุฝนที่โหมกระหน่ำ เสียงคำรามด้วยความเ็ปดังกึกก้องไปทั่วบริเวณ
หัวหน้าโจรป่า: "อ๊ากก! ข้าไม่เคยเห็นพลังเช่นนี้มาก่อน!"
โจรลูกน้อง: "ช่วยข้าด้วย! เื...เืพุ่งไม่หยุด!"
เืของโจรพุ่งออกมาราวกับพายุฝนกระหน่ำ เปลี่ยนสภาพแวดล้อมรอบๆ ให้เต็มไปด้วยความสยดสยอง หลงเหยียนยังคงใช้วิชาของเขาอย่างไม่หยุดยั้ง เพื่อให้แน่ใจว่ากลุ่มโจรป่าจะไม่สามารถรุกรานป่าฝนนี้ได้อีกต่อไป
เมื่อการต่อสู้สิ้นสุดลง หัวหน้าโจรและลูกน้องของเขาถูกสังหาร พื้นที่รอบๆ เต็มไปด้วยเืที่ไหลรวมกับน้ำฝน กลายเป็คลื่นโลหิตที่น่ากลัว บรรยากาศเต็มไปด้วยความสยดสยอง เสียงฝนที่ตกกระทบใบไม้ยังคงดังอยู่ แต่คราวนี้ผสมกับเสียงน้ำที่ไหลรวมกับเื
หลังจากการต่อสู้อันดุเดือดกับกลุ่มโจรป่า หลงเหยียนรู้สึกถึงความเหนื่อยล้าและตึงเครียด เขาจึงตัดสินใจหาที่สงบเพื่อฝึกสมาธิและฟื้นฟูพลังิญญา เขาเดินเข้าสู่ป่าลึก จนพบกับต้นไม้ใหญ่ที่ดูแข็งแรงและสูงตระหง่าน
หลงเหยียนนั่งลงใต้ต้นไม้ใหญ่ เขาหลับตาและเริ่มต้นฝึกสมาธิ ััถึงพลังธรรมชาติที่ไหลเวียนอยู่รอบตัวเขา ลมหายใจของเขาค่อยๆ สงบลง จิตใจเริ่มปล่อยวางจากความเครียดและความกังวลที่เกิดขึ้นจากการต่อสู้ที่ผ่านมา
ต้นไม้ใหญ่มีลักษณะสูงตระหง่านและแข็งแรง กิ่งก้านสาขาแผ่กว้างสร้างร่มเงาอันเย็นสบาย ใบไม้หนาทึบปกคลุมทำให้แสงแดดส่องผ่านเพียงเล็กน้อย เสียงฝนตกกระทบใบไม้ดังเป็จังหวะ สร้างบรรยากาศที่เงียบสงบและผ่อนคลาย พื้นดินชื้นและเต็มไปด้วยมอสและพืชพรรณเล็กๆ ที่งอกงาม
ลมเย็นพัดผ่านเบาๆ ทำให้ใบไม้สั่นไหวเป็ระลอก สายน้ำจากลำธารเล็กๆ ไหลผ่านใกล้ๆ เสียงน้ำไหลเบาๆ สร้างความรู้สึกสดชื่นและสบายใจ หลงเหยียนสามารถััถึงพลังธรรมชาติที่ไหลเวียนอยู่รอบตัวเขา ทุกสิ่งทุกอย่างรอบๆ ตัวเขาสงบและเป็ธรรมชาติ
หลงเหยียน (ในใจ): "การนั่งสมาธิใต้ต้นไม้ใหญ่นี้ช่วยให้ข้าสามารถเชื่อมต่อกับพลังธรรมชาติได้ ข้ารู้สึกถึงความสงบและพลังที่เพิ่มขึ้นในทุกลมหายใจ"
การกลับมาพร้อมกับความสามารถใหม่
หลังจากใช้เวลาฝึกฝนในป่าฝนมานานหลายวัน หลงเหยียนได้กลับมายังนิกายผาสุขพร้อมกับความสามารถใหม่ที่เขาได้เรียนรู้และพัฒนา วิชาผสาน "เกลียวคลื่นมัจฉาพายุทะเล" ได้ถูกฝึกฝนจนถึงจุดที่เขารู้สึกมั่นใจในพลังของตนเอง
หลงเหยียนเดินกลับมายังนิกายผาสุข ท่ามกลางความเงียบสงบของป่า ภาพลักษณ์ของเขาดูเปลี่ยนไป เขาดูมีพลังและความมั่นใจมากขึ้น ท่ามกลางแสงแดดที่ส่องผ่านกิ่งไม้ใหญ่ เขามองเห็นอาคารของนิกายผาสุขที่ตั้งอยู่บนเนินเขาเบื้องหน้า เสียงน้ำไหลจากลำธารใกล้เคียงยังคงเป็เพื่อนคอยให้ความสงบและเย็นใจ
นิกายผาสุขตั้งอยู่บนเนินเขาที่สูงและร่มรื่น ต้นไม้ใหญ่รอบๆ ให้ร่มเงาและความเย็นสบาย อาคารของนิกายถูกสร้างขึ้นด้วยไม้และหิน ดูแข็งแกร่งและกลมกลืนกับธรรมชาติ ท้องฟ้าใสสะอาดและแสงแดดอ่อนๆ ส่องลงมาเป็ลำแสงที่ผ่านกิ่งไม้และใบไม้ สร้างบรรยากาศที่เงียบสงบและสวยงาม