เวทยุทธ์สะท้านปฐพี

    บทที่ 25 ภูผาสมุนไพร (100%)

    หุบเขาซุนฮวงที่คนทั่วไปเรียกว่าภูผาสมุนไพร ดินแดนต้องห้ามของแคว้นซิง อาณาเขตรอบขุนเขามีปราการหมอกขาวล้อมรอบหลายชั้นเพื่อป้องกันผู้บุกรุก ประตูทางเข้าหุบเขามีแค่ประตูเดียวและมันถูกคุ้มกันอย่างแน่นหนาสมุนไพรในหุบเขามีสรรพคุณมากกว่าสมุนไพรจากภายนอกหลายเท่า เพราะมันเป็นสมุนไพรที่มีชีวิต พวกมันถูกบ่มเพาะด้วยวิธีพิเศษ ทุกเมล็ดพันธุ์จะหยั่งรากอยู่บนดวงจิตของสัตว์อสูร เมื่อเริ่มก่อกำเนิดวิญญาณจึงถูกนำมาปลูกในหุบเขาสมุนไพรในหุบเขามีทั้งหมดสามระดับ ระดับต่ำมีความสามารถแค่การซ่อนตัว ระดับกลางสามารถโจมตีตอบโต้ได้ ระดับสูงคือระดับที่อันตรายที่สุดเพราะมันสามารถควบคุมสัตว์อสูรให้กลายเป็นทาสได้วันนี้เป็นวันกำหนดเปิดภูผา บนแท่นศิลาสูงแปดจั้ง ฮ่องเต้และฮองเฮานั่งอยู่บนบัลลังก์ทองในตำแหน่งประธาน เหล่าเจ้าสำนักนั่งอยู่ด้านข้างตามอันดับสำนักตัวแทนสุดยอดศิษย์หลายร้อยคน ยืนเข้าแถวอย่างเป็นระเบียบหน้าแท่นศิลาสูง สำนักนภากาฬและสำนักตะวันเดือดเป็นสำนักอันดับหนึ่งทั้งคู่ จึงได้ตำแหน่งยืนใกล้กันในแถวหน้าสุดซู่หลันกับซู่มินไม่ได้พบหน้ากันนานกว่าสองเดือน ด้วยความคิดถึงพี่ชายเด็กน้อยจึงยืนไม่นิ่ง มือเล็กยื่นไปดึงแขนเสื้อพี่ชายเล่น อี้หานกับถานฟงกลัวศิษย์น้องเล็กจะโดนดุ จึงจับนางมายืนอยู่ตรงกลางแล้วจับมือเล็กไว้คนละข้าง“ดูท่าศิษย์เอกคนใหม่ของอาจารย์เหว่ยจงคงจะซนน่าดู ถึงโดนศิษย์พี่จับตรึงไว้แบบนั้น”ฮ่องเต้จินเลี่ยงหรงเอ่ยกับโม่ฟ่านด้วยน้ำเสียงกลั้นขำเจือเอ็นดู“ปกตินางเป็นเด็กดีรู้ความมากกว่าเด็กทั่วไป วันนี้ได้เจอหน้าพี่ชายศิษย์เอกเพียงคนเดียวของอาจารย์วั่งซาน คงจะดีใจมากจนลืมสำรวมกิริยา กระหม่อมขอประทานอภัยแทนศิษย์น้อยพ่ะย่ะค่ะ” โม่ฟ่านเอ่ยขออภัยฮ่องเต้แทนซู่มิน“อ้อ..หนุ่มน้อยที่นางชอบไปดึงชุดเขาเล่นเป็นพี่ชายหรอกรึ พี่น้องคู่นี้อายุยังเยาว์ แต่ได้เป็นศิษย์เอกของสุดยอดอาจารย์ทั้งคู่..น่าสนใจมากจริง ๆ”ถ้อยคำชื่นชมสองพี่น้องของฮ่องเต้ ยิ่งเพิ่มความไม่พอใจให้ฮองเฮามากขึ้น สายตาพญาหงส์จ้องมองซู่มินอย่างขุ่นเคือง นางเคยเอ่ยปากให้เหว่ยจงรับธิดาคนโปรดเป็นศิษย์เอก แต่กลับโดนปฏิเสธด้วยเหตุผลที่ว่าไม่สะดวกจะรับศิษย์หญิง แต่ตอนนี้กลับรับนางเด็กปีศาจมาเป็นศิษย์เอก เหว่ยจงหักหน้านาง               เมื่อดวงตะวันเคลื่อนตัวสูงขึ้นจนถึงขอบประตูศิลายักษ์ ฮ่องเต้จินเลี่ยงหรงส่งหยกรูปร่างประหลาดสามชิ้นให้แม่ทัพคนสนิท แม่ทัพใหญ่เหินตัวขึ้นไปที่ขอบประตูศิลา แล้วนำหยกใส่เข้าไปในช่องสัญลักษณ์ทั้งสาม ประตูศิลาบานใหญ่ยักษ์ค่อย ๆ เปิดออก ไอหมอกสีขาวกลิ่นหอมจางชวนพิศวงลอยเอื่อยออกมาจากประตู“ในภูผาสมุนไพรมีทั้งสิ่งล้ำค่าและสิ่งที่เป็นอันตราย เมื่อทุกคนเข้าไปแล้วจงระวังตัวเองให้ดี ใช้ความสามารถให้เกิดประโยชน์สูงสุด ยามครบกำหนดเจ็ดวัน เวทส่งตัวจะนำพวกเจ้าออกมาจากหุบเขาทันที ประตูเปิดกว้างแล้ว ทุกคนเข้าไปได้”เมื่อฮ่องเต้เอ่ยอนุญาต สุดยอดศิษย์ตัวแทนสำนักก็รีบพากันเคลื่อนตัวเข้าไปในประตูศิลา เฟิ่งหรูกับซ่านมัวแยกตัวจากพวกซู่มินไปเข้าร่วมกลุ่มลูกขุนนางใหญ่ศิษย์สำนักอื่น“พี่หลัน เราไปด้วยกันนะ” ซู่มินน้อยตะโกนเรียกพี่ชายซู่หลันตั้งใจจะไปกับน้องสาวอยู่แล้ว จึงเดินแยกตัวจากกลุ่มศิษย์สำนักตะวันเดือดไปหาน้องสาว“พี่หลัน นี่ศิษย์พี่ใหญ่อี้หานกับศิษย์พี่รองถานฟง พวกเขาใจดีกับข้ามาก”ซู่มินเอ่ยแนะนำศิษย์พี่ของตนเองให้พี่ชายรู้จัก“ข้ามีนามว่าซู่หลันเป็นพี่ชายของมินมิน ขอบคุณศิษย์พี่ทั้งสองที่ช่วยดูแลน้องสาว ข้าขอเข้าร่วมล่าด้วยคน”ซู่หลันเอ่ยแนะนำตัวและกล่าวขอบคุณศิษย์พี่ของน้องสาว แล้วขออนุญาตเข้าร่วมกลุ่มด้วย“น้องหลันไม่ต้องเกรงใจ ไปด้วยกันหลาย ๆ คนจะได้ช่วยกันระวังภัย พวกเรารีบเข้าไปกันเถอะ เดี๋ยวจะล่าสมุนไพรไม่ทันผู้อื่น” ถานฟงเอ่ยชวนอย่างเป็นมิตร“พวกเราต้องล่าสมุนไพรได้มากกว่าทุกคนแน่นอน..ใช่ไหม..มินมิน”“แน่นอนอยู่แล้ว อิอิ”ฮ่องเต้จินเลี่ยงหรงแอบมองกลุ่มซู่มินที่ยืนหัวเราะกันคิกคัก ก่อนจะพากันเดินเข้าไปในประตูศิลา ซู่มินน้อยในอ้อมแขนของศิษย์พี่ใหญ่แอบโผล่หัวเล็กขึ้นมาบนไหล่ของอี้หาน แล้วยิ้มหวานให้ผู้ที่แอบมองอย่างซุกซน“ฮ่า ๆ ๆ ยายตุ๊กตาน้อยจอมซน”ฮ่องเต้จินเลี่ยงหรงหัวเราะเสียงดังอย่างอารมณ์ดี ต่างจากฮองเฮาที่นั่งหน้างออยู่ด้านข้าง ในภูผาสมุนไพรมีหมอกขาวกลิ่นหอมลอยวนอยู่ในอากาศ ต้นไม้ในหุบเขาล้วนมีลำต้นสูงใหญ่ กิ่งก้านใบแผ่ปกคลุมท้องฟ้า ดูร่มรื่น บนพื้นหญ้าสีเขียวอ่อนมีดอกไม้หลากสี ส่งกลิ่นหอมอ่อน ๆ ชวนให้เคลิบเคลิ้ม“กลิ่นหอมในหุบเขา กลบกลิ่นของสมุนไพรไปหมด” ซู่มินบ่นพึมพำ พลางนิ่วหน้าอย่างไม่สบอารมณ์“พื้นที่ป่าในภูผาแบ่งออกเป็นสามชั้น ที่พวกเรายืนอยู่คือป่าชั้นแรก สมุนไพรในป่าชั้นนี้เป็นสมุนไพรระดับต่ำ พวกมันซ่อนตัวได้เก่งมาก” ถานฟงเอ่ยอธิบายซู่มินให้อี้หานวางตนเองลงบนพื้น ดวงตากลมโตมองสำรวจไปรอบตัว กลิ่นหอมของดอกไม้หลากสีเป็นอุปสรรคต่อพรสวรรค์ของนาง“มินเอ๋อร์ ปิดประสาทสัมผัสการรับกลิ่นซะ แล้วพุ่งกระแสจิตไปที่สัมผัสการมองเห็นและการได้ยินเสียง สมุนไพรในหุบเขามันมีชีวิต มันต้องขยับตัวหนีเวลาคนเดินเข้าใกล้แน่” เสียงเสวี่ยหยางเอ่ยแนะนำดังอยู่ในจุดเสินถิงซู่มินนั่งสมาธิลงบนพื้นหญ้า ทำตามคำแนะนำของอาจารย์มังกรทันที เพียงครู่เดียวก็ลืมตาขึ้น สองขาเล็กสั้นลองเดินเข้าไปใกล้ดงดอกไม้“พรึบ” หญ้าต้นเล็กที่แอบอยู่ในดงดอกไม้ขยับลำต้นเบา ๆซู่มินยิ้มเจ้าเล่ห์ พลางกระโจนเข้าไปในดงดอกไม้คว้าต้นหญ้าที่ขยับตัวเตรียมหลบหนีไว้ได้ทัน“บี๊บ!” หญ้าต้นเล็กในมือเด็กน้อยส่งเสียงร้องเล็กแหลม มันดิ้นรนอยู่ครู่หนึ่งก็สงบลง“หญ้าเสี้ยวน้ำค้าง ส่วนผสมหลักยาลูกกลอนฟื้นพลังขั้นกลาง ศิษย์น้องเล็กเจ้าเก่งจริง ๆ”อี้หานเอ่ยชมศิษย์น้องอย่างจริงใจ เขากับถานฟงเคยเข้ามาล่าสมุนไพรสองครั้งแล้ว และในแต่ละครั้งต้องใช้เวลานานกว่าจะหาสมุนไพรเจอสักต้น“ศิษย์พี่ใหญ่ ท่านอุ้มข้าแล้วเดินนำหน้า พี่หลันกับศิษย์พี่รองเตรียมตัวจับเจ้าหญ้าขี้อายตามข้าชี้บอกตำแหน่งนะเจ้าคะ”“ตกลง” สามหนุ่มเอ่ยตอบพร้อมกัน               เพียงครึ่งวัน ถุงวิเวทของซู่หลันกับถานฟงก็มีหญ้าเสี้ยวน้ำค้างกับหญ้าซ่อนจันทร์มากกว่าสี่สิบต้น ซู่มินขอให้ทุกคนหยุดพักการเล่นไล่จับสมุนไพร แล้วพากันนั่งกินอาหารกลางวันอยู่ใต้ต้นไม้ใหญ่“ศิษย์น้องเล็ก เจ้ารู้ได้ยังไงว่าตรงไหนมีสมุนไพรซ่อนอยู่”ถานฟงเอ่ยถามอย่างสงสัย หญ้าทั้งสองชนิดมีลำต้นที่เล็กมาก แถมพวกมันยังพรางตัวเก่งและหลบหนีไว เขากับพี่ชายนางแทบจะจับพวกมันไม่ทันเลยด้วยซ้ำ“มินมินมีความสามารถพิเศษในการหาสมุนไพรมาตั้งแต่เด็ก”ซู่หลันเอ่ยตอบแทนน้องสาว แม้เพิ่งรู้จักกัน แต่เขาก็มองออกว่าศิษย์พี่สองคนนี้เป็นคนดี และห่วงใยน้องน้อยของเขาจากใจจริง“พี่หลัน ศิษย์พี่รอง เอาหญ้าในถุงวิเวทครึ่งหนึ่งมาใส่ไว้ในถุงวิเวทของข้าเจ้าค่ะ”สองหนุ่มทำตามคำเด็กน้อยโดยไม่ถามเหตุผล เพราะเชื่อว่านางต้องมีแผนการบางอย่างอยู่ในใจเสียงฝีเท้าคนเป็นกลุ่มที่กำลังเดินเข้ามาใกล้ ทำให้บทสนทนาของกลุ่มซู่มินเงียบลง“โอ ดูสิว่าพวกเราเดินมาเจอใครนั่งอยู่ตรงนี้”