เช้าตรู่นี้ทั้งสามได้มุ่งไปที่ป่าทางทิศเหนือของจุดรวมพล เอเลน่าที่เคยมาหาสมุนไพรแถวนี้แล้วได้ชี้จุดในแผนที่เพื่อให้แกรนด์เพิ่มอย่างอื่นลงไปในแผนที่ด้วย หลายๆ อย่างถูกเติมลงไปเพื่อให้ในแผนที่มีความสมบูรณ์มากขึ้น พอแนะการเพิ่มจุดต่างๆ ในแผนที่แล้วเอเลน่าก็เดินเข้ามาชิดบ็อบ
“นี่ เ้ารู้รึเปล่าว่าเขาจะจัดการเ้าพวกตัวนิ่มเกราะเหล็กยังไง ดูท่าทางเขาจะมั่นใจมากนะ” เอเลน่าเอ่ยถามบ็อบขณะที่เธอนั้นคิดจนปวดหัว
“ข้าก็ไม่รู้ แต่ลูกพี่มีวิธีเจ๋งๆ เสมอนั่นแหละ” บ็อบเล่าไปพลางมองแกรนด์ด้วยสายตาที่นับถือ ตลอดผู้คนที่เคยพบบ็อบคิดว่าแกรนด์เป็คนที่เจ๋งที่สุดและเป็คนที่เขาเคารพมากที่สุดอีกด้วย ตลอดการใช้ชีวิตร่วมกันมากว่า 10 ปีทำให้ความสัมพันธ์ของพวกเขาแน่นแฟ้นยิ่งกว่าพี่น้องร่วมสายเื
“ในฐานะที่เ้าอยู่กับเขามานานเ้าคิดว่าเขาจะทำยังไงล่ะ?”
“อืมมมมมมมมมม” บ็อบเอามือมาจับที่คางแล้วทำท่าคิดอะไรสักอย่าง
“ข้าคิดว่าลูกพี่อาจวางยาเบื่อมัน เห็นเขาบอกเมื่อคืนว่าเป็วิธีง่ายๆ ไม่ต้องเปลืองแรงต่อสู้ ข้าก็ไม่ได้ถาม” บ็อบตอบออกมาอย่างค่อนข้างมั่นใจ
“เอิ่ม...วางยาตัวนิ่มเกราะเหล็กเนี่ยนะ” เอเลน่าพูดด้วยน้ำเสียงสิ้นหวัง
“ตัวนิ่มเกราะเหล็กมันไม่เหมือนตัวนิ่มพันธุ์อื่นๆ พันธุ์อื่นมันจะกินมดกินแมลง มีแค่ไอ้พวกที่เราจะไปล่านี่แหละที่มันกินหญ้าอยู่พันธุ์เดียว จะวางยามันก็ต้องเอาพิษไปทาหญ้าไว้ มันคงโง่มากินอยู่หรอก”
“แล้วเ้าคิดว่าลูกพี่จะทำยังไงล่ะ?” บ็อบถามด้วยความสงสัย เขาก็คิดว่าวิธีวางยาเบื่อของเขามันเวิร์คแล้วนะ
“ข้าคิดว่าหมอนั่นมันจะรมควันพิษพวกมัน พอมันตายแล้วก็ไปขนเอาตามสบาย เ้าอย่าลืมสิ เมื่อวานเราได้พิษงูเห่าไฟดำมา พิษของมันสามารถติดไฟได้ เหมือนไฟที่มันพ่นออกมาเมื่อวานก็มาจากพิษที่มันจุดไฟใส่นั่นแหละ หมอนั่นคงจะจุดไฟแล้วพัดควันไปรมเ้าพวกนั้นแน่ๆ”
เอเลน่าสันนิฐานและอธิบายให้บ็อบฟังอย่างเป็เหตุเป็ผล บ็อบไม่ค่อยจะเข้าใจเท่าไหร่ก็ก็ผงกหัวตามเหมือนเข้าใจ ถ้าไม่ทำเช่นนี้อาจโดนหาว่าโง่ก็เป็ได้
“วิธีที่เ้าว่ามาก็เข้าท่านะ แต่จะไม่ยุ่งยากเกินไปหรอ ไหนจะเลือกทางลมไหนจะพัดให้ควันกระจายไปถูกมันทุกตัวอีก”
“โถ่ว วิธีวางยาของเ้ามันไม่ยุ่งยากเลยเนาะ แอบเอายาไปทาหญ้าก่อนที่พวกมันจะมาหนิ”
แกรนด์ฟังทั้งสองคุยกันแล้วอดที่จะขำไม่ได้ เขาคงไม่มีเวลาว่างมาทำวิธีอะไรไร้สาระอย่างงั้นหรอก ทั้งสามเข้าใกล้ที่ตัวนิ่มเกราะเหล็กมาหากินเป็ประจำแล้ว ข้างหน้ามองเห็นตัวนิ่มเกราะเหล็ก 23 ตัว กินหญ้าอยู่บริเวณนั้น ตัวนิ่มเกราะเห็นเป็สัตว์อสูรระดับกลาง เกราะของมันเป็เหล็กแข็งแรงมาก นิยมนำเกราะของมันไปทำชุดเกราะมาตรฐานสำหรับทหารประจำการและเป็ชุดเกราะที่เป็ที่้าสำหรับนักผจญภัย นักล่าส่วนมากถึงจะเจอมันเป็ฝูงแต่ก็ล่าได้ครั้งละตัวเท่านั้น เพราะโจมตีตัวนึง ตัวที่เหลือจะม้วนตัวและกลิ้งหนีความเร็วสูง จริงอยู่ที่การโจมตีของทั้ง 3 สามารถทะลวงให้มันตายได้อย่างง่ายดาย แต่ถ้าเกราะเหล็กของมันเสียหายแม้แต่ส่วนเดียวมูลค่าของมันจะลดลงอย่างมาก
“โชคเข้าข้างเราแล้ว มาจุดแรกก็เจอฝูงใหญ่เลย ดีจริงๆ” แกรนด์ยิ้มออกมาอย่างพึงพอใจ
“เ้าใช้เวทย์น้ำแข็งเป็กำแพงขังไว้ไม้ให้มันกลิ้งหนีหน่อยสิ” แกรนด์หันไปบอกเอเลน่าอย่างสุขุม แววตาของเขาเปลี่ยนไปจากเดิม เป็แววตาคมกริบของนักล่า เอเลน่าถึงจะสงสัยวิธีการอยู่แต่ก็ทำตามที่แกรนด์บอกอย่างเลี่ยงไม่ได้
“โอลิเวีย”
แสงสีฟ้าเปล่งประกายขึ้นตรงหน้าและปรากฏเป็หนังสือเล่มหนึ่งลอยอยู่ในอากาศ เป็หนังสือเล่มเดียวกับที่เธอถือเมื่อวาน
“นี่คืออาวุธเวทย์ของเ้าหรอ?”
“อืม หนังสือเล่มนี้ชื่อว่าโอลิเวีย เป็อาวุธเวทย์ของข้าเอง” เอเลน่าตอบพร้อมสะบัดมือ หนังสือก็เปิดขึ้นเองจนหยุดที่หน้าหนึ่งในใจกลางหนังสือ เธอยื่นมือออกไปข้างหน้าพร้อมกับหลับตาทำสมาธิ อาวุธเวทย์เป็อุปกรณ์เสริมพลังเวทย์ให้กับผู้ใช้ มีหลากหลายอย่างตามแต่ผู้ใช้จะถนัด อาวุธเวทย์ที่เป็ที่นิยมที่สุดคือไม้เท้า เพราะเป็อาวุธที่รวมและควบคุมพลังเวทย์ได้ง่าย ผู้ใช้เวทย์ที่มีพลังสูงส่งบางคนสามารถใช้อาวุธเวทย์ได้หลายประเภทหรือไม่ใช้เลยก็มี ขึ้นอยู่กับสไตล์การต่อสูงของแต่ละคน นอกจากอาวุธเวทย์ที่ใช้เพิ่มและรวบรวมพลังแล้ว การร่ายเวทย์ก็เป็ส่วนหนึ่งที่ทำให้เวทย์ที่ใช้เพิ่มความรุนแรงขึ้นอย่างน้อย 2 เท่า ในเวทย์ชั้นสูงบางวิชาสามารถเพิ่มขึ้นเป็ 10 เท่าเลยก็มี การร่ายเวทย์เป็การรวมสมาธิ ทำให้เวทย์มีความแข็งแกร่งขึ้น ในการต่อสู้ส่วนใหญ่จะไม่ใช้การร่ายเวทย์เท่าไหร่ เพราะศัตรูอาจจะโจมตีในขณะที่ร่ายได้ ผู้ฝึกเวทย์ที่พลังสูงบางคนร่ายกับไม่ร่ายอาจไม่มีผลต่างกันเท่าใดนัก อยู่ที่ความชำนาญและสถานการณ์มากกว่า
“ความเยือกเย็นแห่งแดนศักดิ์สิทธิ์ น้ำแข็งเเห่งจิติญญาอันสูงส่ง จงกลืนกินทุกสิ่งให้อยู่ในห้วงเหมันต์นิรันดร์ – คัมภีร์ิญญาน้ำแข็งนิรันดร์ : ปราการคุมขังเยือกแข็ง!”
ทันทีที่เอเลน่าร่ายเวทย์จบ น้ำในบรรยากาศรวมตัวกันเป็น้ำแข็งอย่างรวดเร็ว เกิดเป็กำแพงทรง 4 เหลี่ยมกว้างใหญ่ขังฝูงตัวนิ่มเกราะเหล็กไว้ข้างใน สัตว์อสูรทั้งฝูงใและม้วนตัวแทบจะพร้อมๆ กัน พวกมันหมุนตัวพุ่งไปข้างหน้าอย่ารวดเร็ว
ตูม! ตูม! ตูม! ตูม! ตูม! ตูม!
เสียงตัวนิ่มเกราะเหล็กที่พุ่งตัวชนกำแพง ด้วยความรุนแรงการพุ่งตัวของสัตว์อสูรระดับกลางก็พอที่จะทำให้ต้นไม้โตราวคนโอบหักลงอย่างง่ายดายด้วยแรงปะทะนั้น แต่กับกำแพงน้ำแข็งนี้ความเสียหายแค่รอยขีดข่วนเท่านั้น ด้วยพลังคลาส 5 ของผู้ใช้เวทย์ไม่ใช่สิ่งที่สัตว์อสูรชั้นกลางจะทำลายได้
“บ็อบ ถือมีดแล้วเดินตามมาเชือดมันได้แล้ว” แกรนด์ส่งมีดให้บ็อบแล้วเดินนำหน้าเข้าไปในกำแพงน้ำแข็ง เมื่อชนแล้วออกไปจากกำแพงน้ำแข็งไม่ได้มันก็ขดตัวเป็เหมือนลูกบอลเรียงรายกันอยู่ด้านหน้า แกรนด์เกร็งพลังสายฟ้ามาไว้ที่มือจากนั้นก็แตะไปที่ตัวนิ่มในขณะมันม้วนตัว
ซี๊ดดดด!
ตัวนิ่มเกราะเหล็กชักกระตุกอย่างรุนแรง ร่างกายของมันคลายตัวออกและตัวชาจากผลของสายไฟฟ้า บ็อบเอามีดแทงเข้าที่คอของมันได้อย่างง่ายดาย
“เสร็จไปแล้วหนึ่ง ง่ายใช่มั้ยล่ะ หึหึ” แกรนด์ยิ้มอย่างพอใจก่อนที่จะเดินไปช็อตตัวต่อไป
“ยอดไปเลยลูกพี่ จัดการง่ายชะมัด วันนี้ต้องได้เยอะแน่ๆ” บ็อบกล่าวขึ้นอย่างดีใจ เขาภาคภูมิใจในตัวแกรนด์ทุกครั้งที่ชายหนุ่มทำเื่ที่เขาคาดไม่ถึง เอเลน่ายืนกอดอกดูอยู่ที่มุมหนึ่งของกำแพง เธอไม่คิดว่าจะมีวิธีจัดการที่เรียบง่ายแต่ได้ผลแบบนี้อยู่ ใช้เกราะเหล็กที่เป็ตัวนำไฟฟ้าอย่างดีของมันให้เป็ประโยชน์ แน่ล่ะคงไม่มีใครคาดคิดอยู่แล้ว เพราะคนที่มีพลังธาตุสายฟ้ามีน้อยซะยิ่งกว่าน้อยอีก
หลังจากจัดการตัวนิ่มเกราะเหล็กไปได้ทั้งฝูงแกรนด์ก็เก็บพวกมันเข้าไว้ในมิติเก็บของ
“ไปหาฝูงอื่นกันเถอะ เช้านี้เราจะโกยไปให้มากที่สุด ตอนบ่ายเราจะไปสำรวจหนองน้ำที่อยู่ถัดจากถ้ำงูเห่าไฟดำตัวเมื่อวาน เผื่อมีอะไรที่น่าสนใจอยู่ที่นั่น”
“ดีเหมือนกัน ข้ายังไม่ได้สำรวจตรงนั้น เผื่อมีสมุนไพรที่น่าสนใจ” เอเลน่าพยักหน้าเห็นด้วยกับแกรนด์
“เมื่อคืนข้าเปลี่ยนสูตรนิดหน่อยมันแรงขึ้น เ้าลองดูหน่อยสิ” เอเลน่าส่งขวดยาสีชมพูให้บ็อบ บ็อบรับมาแล้วดื่มมันเข้าไปทั้งขวด สักพักบ็อบก็แสดงความประหลาดใจออกมา
“ยอดเลย ยาขวดเมื่อวานรู้สึกจะเพิ่มพลังให้ข้านิดหน่อย แต่ขวดนี้เพิ่มพลังให้ข้ามากกว่าเมื่อวานซะอีก ดีจริงๆ”
บ็อบกำและแบมือทดสอบการเคลื่อนไหวและลองปล่อยหมัดออกไป เขารู้สึกกระฉับกระเฉงขึ้นมาอย่างบอกไม่ถูก
“ยาที่ทดสอบและยืนยันไปแล้วการพัฒนาต่อยอดจะมีอัตราสำเร็จมากกว่ายาที่ยังทำไม่เสร็จน่ะ ยาที่เ้ากินเป็ยาเสริมพลังกายที่ข้าปรับปรุงมา มันจะเพิ่มพลังให้เ้า 10% เป็เวลา 30 นาที เมื่อวานที่เ้ากินน่ะเพิ่มแค่ 5% ยาขวดปรับปรุงนี้น่าจะขายได้สัก10เหรียญเงินต่อขวดนะ
“10 เหรียญเงิน!!!”
แกรนด์อุทานขึ้นมาด้วยแววตาตื่นตะลึง แต่ก่อนเขาล่าสัตว์อสูรไปขายกว่าจะได้เงินมาแค่ 1 เหรียญเงินเืตาแทบกระเด็น ยาขวดนี้ขายได้10เหรียญเงินซึ่งตีง่ายๆ คือมันราคา 1 หมื่นเหรียญ! แต่เขาก็เข้าใจความสำคัญของยานี้อยู่ เพราะถึงแม้จะเพิ่มมา10% และอยู่ได้แค่30นาที แต่พลังต่อสู้ที่เพิ่มขึ้นคือโอกาสชนะมากขึ้นเหมือนกัน และคนที่ปรุงยาที่เพิ่มพลังแบบนี้ได้ก็มีน้อยคน จึงทำให้มีราคาแพง
“แล้วเ้าปรุงยาแบบนี้ขึ้นมาเพื่ออะไรล่ะ? เพื่อขายงั้นหรอ?”
“ใช่แล้วล่ะ ข้าปรุงยาขึ้นมาเพื่อขาย แต่นั่นต้องเรียกว่าผลพลอยได้จากการทดลองมากกว่า สิ่งที่ข้าอยากจะทำจริงๆ คือ ยาที่ใช้เพิ่มพลังจนเลื่อนคลาสได้” เอเลน่าตอบด้วยสีหน้ามุ่งมั่น ความฝันสูงสุดของเธอคือสามารถสร้างยาที่ใช้เลื่อนคลาสได้ ยาที่สามารถทะลวงคอขวดคลาสต่างๆ นี่เป็ความฝันสูงสุดของแทบทุกคนที่เดินสายปรุงยา ชั่วชีวิตของคนผู้หนึ่งอาจไม่เพียงพอที่จะสร้างขึ้นมาได้แม้สักขวด มีคำร่ำลือกันว่าที่เมืองหลวง ปรมาจารย์นักเล่นแร่แปรธาตุนิโคลัส ผู้ที่คิดค้นยาต่างๆ อย่างมากมาย หนึ่งในนั้นคือยาที่ใช้ทะลวงคอขวดไปสู่คลาสต่อไป ยังไม่มีผู้รู้แน่ชัดว่าข่าวลือนี้มีความจริงกี่% เพราะนี่ถือเป็เื่ความลับสูงสุดของจักรวรรดิ ขุมกำลังที่แข็งแกร่งที่สุดของจักรวรรดิส่วนหนึ่งอาจเป็เพราะความสามารถของเขางั้นหรือ? แต่สิ่งที่ทำให้นิโคลัสมีชื่อเสียงมากที่สุดคือการคิดค้นและสร้างศิลานักปราชญ์ ว่ากันว่ามันสามารถเปลี่ยนตะกั่วให้กลายเป็ทองคำได้ แน่นอนว่าเขาเป็หนึ่งใน 4 ผู้ที่ทรงอำนาจที่สุดในจักรวรรดิที่ถูกเรียกว่า สี่จอมปราชญ์ศักดิ์สิทธิ์ แม้แต่จักรพรรดิก็ต้องนอบน้อมเมื่อ้าพบพวกเขาเพียงสักคน
“ข้าว่าพวกเ้าน่าจะหาอาวุธที่ดีกว่านี้มาใช้นะ ดูอย่างของบ็อบสิ มันไม่ต่างจากแผ่นเหล็กติดด้ามเลย ถ้ามีอาวุธดีๆ หัวของเ้างูเมื่อวานคงแยกเป็สองส่วนแล้ว”
“อีกครึ่งเดือนข้าจะพาบ็อบไปเลือกอาวุธใหม่น่ะ” แกรนด์ตอบพลางมองไปที่หนังสือในมือของเอเลน่า
“หนังสือของเ้านี่เจ๋งดีนะ”
“ของมันแน่อยู่แล้ว นี่เป็สมบัติของตระกูลข้า เป็หนังสือเวทย์โบราณ ข้าก็ไม่ค่อยรู้เกี่ยวกับมันเท่าไหร่ มันลอยอยู่กลางอากาศได้และมีสำนึกคิดเป็ของตัวเอง ถ้าข้าจะใช้เวทย์บทไหนมันจะเปิดไปที่หน้าของบทนั้นทันที พลังเวทย์ตอนที่ข้าใช้กับไม่ใช้มันต่างกันลิบลับเลยล่ะ มีแต่เ้าของที่มันยอมรับเท่านั้นที่จะอ่านตัวอักษรโบราณในนี้ได้ ถึงจะบอกว่าเป็ของประจำตระกูลแต่ท่านพ่อของข้าอ่านตัวอักษรในนี้ไม่ออกแม้แต่ตัวเดียว” เอเลน่าอธิบายพลางลูบไปที่หนังสืออย่างภูมิใจ
ทั้งสามล่าตัวนิ่มเกราะเหล็กไป 5 ฝูง ทุกฝูงไม่มีตัวใดหนีรอดไปได้แม้แต่ตัวเดียว ในมิติเก็บของตอนนี้มีตัวนิ่มเกราะเล็กอยู่ 88 ตัว เป็จำนวนการล่าที่น่าเหลือเชื่อมากในเวลาแค่ครึ่งวัน
“วันนี้เราจะไปหาอะไรที่หนองน้ำกัน ข้าจะแสดงอะไรดีๆ ให้ดู” แกรนด์ยิ้มอย่างมีเลศนัย
“ไอ้นั่นงั้นหรอ? ข้ากำลังหิวอยู่พอดี ฮ่ะๆ ๆ” บ็อบยิ้มและหัวเราะเล็กน้อย เขารู้ว่าแกรนด์กำลังจะทำอะไร มีแต่เอเลน่าที่ยืนงงอยู่คนเดียว
“พวกเ้าจะทำอะไรที่นั่น?”
“เอาน่า เดี๋ยวก็รู้ หึหึ”
ทั้งสามเดินมาไม่นานก็ถึงหนองน้ำที่เป็จุดหมาย หนองน้ำแห่งนี้ขนาด 4-5 เอเคอร์ รอบๆ หนองมีหญ้าขึ้นสูงแซมเป็ระยะสลับกับต้นไม้ที่อยู่ริมหนอง อีกฟากที่ทั้งสามยืนอยู่เป็ขอบหนองที่มีหินเล็กใหญ่กระจัดกระจายอยู่ น้ำในหนองน้ำแห่งนี้ดูใสราวกับกระจกที่สะท้อนแสงอาทิตย์วิบวับดูสวยงาม
“ไหนล่ะ พวกเ้าจะทำอะไร?” หญิงสาวได้แต่เก็บความสงสัยเอาไว้จนมาถึงที่แห่งนี้ แกรนด์เดินลงไปในหนองน้ำอย่างเชื่องช้าจนน้ำสูงเลยหัวเข่าขึ้นมาหน่อย บ็อบที่อยู่ริมฝั่งหาฟืนมาก่อไฟรอ พลางเลียปาก
“ความพิโรธแห่งสรวง์ สายฟ้าแห่งการลงทัณฑ์ก่อกำเนิด พลังแห่งเทพัผู้ปกครองผืนฟ้าจงสถิต – คัมภีร์ัเทวะอสนีบาต : อสนีบาตะเิดารา!”
แกรนด์ยืนรวบรวมพลังพร้อมกับร่ายเวทย์ สองมือของเขายกขึ้นมาสองราวหน้าอก ประกายสายฟ้าพลุ่งพล่านขึ้นมาและหลอมรวมกันเป็ทรงกลมใจกลางมือทั้งสองข้างเหมือนเขากำลังหล่อก้อนพลังบางอย่างไว้ เมื่อร่ายเวทย์จบสายฟ้าทรงกลมนั้นมีขนาดใหญ่เท่าลูกฟุตบอล แกรนด์ขว้างบอลสายฟ้าขึ้นไปบนอากาศเหนือบริเวณกลางหนองน้ำราว 30 เมตร บอลสายฟ้าลูกนั้นได้แตกออกเป็สายฟ้า 10 เส้นกระหน่ำลงมายังหนองน้ำ
เปรี้ยงงงงงงงงงง!!!!!
เสียงดังสนั่นสะท้านป่า น้ำในหนองกระเพื่อมอย่างรุนแรง เอเลน่าถึงกับเอามืออุดหูไว้ทันที ไม่ต้องเดาเลยว่าอานุภาพของมันนั้นรุนแรงขนาดไหน
“หึหึ รอเก็บผลงานไปย่างได้เลย” แกรนด์พูดในขณะที่เดินขึ้นมาจากหนองน้ำ ไม่ทันที่รอยยิ้มของชายหนุ่มจะจางจากใบหน้า
ตูม!!!!!
เสียงดังก้องขึ้นที่ใจกลางบึง ทั้งสามหันไปดูต้นตอของเสียงแทบจะทันที นั่นทำให้ตาของพวกเขาแทบถลนออกมานอกเบ้า สิ่งมีชีวิตที่โผล่ขึ้นมาใจกลางบึงคือ งูน้ำเกล็ดเงิน สัตว์อสูรระดับสูง แถมยังมี 2 ตัว!! งูน้ำเกล็ดเงินเป็สัตว์อสูรที่มีสายพันธุ์ใกล้เคียงกับัน้ำ และชีวิตส่วนใหญ่ของมันจะหมดไปกับการจำศีลซึ่งกินเวลาประมาณ 8 เดือนต่อปี โดย่นี้ก็เป็่ที่มันจำศีลอยู่เหมือนกัน มันโผล่ขึ้นมาด้วยทางที่โกรธสุดขีด สำหรับผู้ที่รบกวนการจำศีลของมันนั้นมีแต่เพียงความตายที่จะมอบให้มันผู้นั้น แถมพลังนั้นยังช็อตลูกๆ ของมันไม่รู้ว่าเป็รึตาย รอยยิ้มของแกรนด์กลับกลายเป็แข็งค้างเมื่อเห็นสิ่งที่ปรากฏอยู่ตรงหน้า
“ที่..ที่..ที่ว่ามีอะไรให้ดูนี่คือเ้าจะโชว์ยั่วโมโหสัตว์อสูรชั้นสูงมาไล่ฆ่าพวกเราหรอ? เอเลน่าชี้ไปที่งูน้ำเกล็ดเงินอยู่อย่างตื่นตะลึง นิ้วที่ชี้ไปนั้นสั่นระริก ไม่คิดว่าไอ้พวกนี้มันจะบ้าบอได้ถึงขนาดนี้