ยามเช้าในโลกภายนอกไม่ได้นำพาความสงบมาให้ หมอกบางลอยต่ำเหนือพื้นดิน กลิ่นชื้นของดินและหญ้าป่าผสมกับกลิ่นคาวจาง ๆ ที่ยังหลงเหลือจากการต่อสู้เมื่อคืนก่อน
หลัวอวิ๋นยืนอยู่บนโขดหินสูง มองลงไปยังป่าด้านล่างด้วยสายตานิ่งสงบ ร่างกายของเขายังคงปวดร้าวอยู่ทุกส่วน แต่ความเ็ปนั้นไม่ได้ทำให้เขาชะลอการเคลื่อนไหว ตรงกันข้าม มันทำให้เขารับรู้ว่าตัวเองยังมีชีวิต และยังแข็งแรงพอจะก้าวต่อไป
“ระดับรวมปราณ ขั้น1”
หลังจากเลื่อนระดับเมื่อคืนก่อน หลัวอวิ๋นไม่ได้รีบออกเดินทาง เขาเลือกอยู่ในพื้นที่ใกล้เคียงเพื่อทดสอบสิ่งที่เปลี่ยนไปอย่างรอบคอบ โลกภายนอกไม่เปิดโอกาสให้ใครลองผิดลองถูกมากนัก แต่เขาก็ไม่อาจปล่อยให้พลังใหม่ที่เพิ่งรับรู้ผ่านไปโดยไม่ทำความเข้าใจ
หลัวอวิ๋นนั่งลงช้า ๆ ความร้อนในร่างยังไม่จางหาย เืในกายไหลเวียนแรงกว่าปกติ แต่ไม่ปั่นป่วนเหมือนก่อน เขาหลับตาลง ปล่อยสติจมดิ่งเข้าไปสำรวจสภาพภายในอย่างละเอียด
สิ่งที่เขารับรู้ได้ ทำให้เขานิ่งไปชั่วขณะ พลังที่กำลังเปลี่ยนแปลงร่างกายของเขา ไม่ใช่พลังแปลกปลอม ไม่ใช่สิ่งที่เพิ่งถือกำเนิด และไม่ใช่ผลจากอาคมที่ฝืนใช้ก่อนหน้านี้เพียงอย่างเดียว มัน…เหมือนสิ่งที่อยู่กับร่างนี้มาั้แ่ต้น
เืในร่างตอบสนองต่อพลังอย่างเป็ธรรมชาติ ราวกับเคยทำสิ่งนี้มาก่อน กระดูก กล้ามเนื้อ และอวัยวะภายใน ไม่ได้ต่อต้านการหล่อหลอม แต่กลับ “ยอมรับ” มันอย่างเงียบงัน
หลัวอวิ๋นขมวดคิ้วเล็กน้อย นี่ไม่ใช่ความรู้จากตำรา ไม่ใช่คำสอนจากอาจารย์ แต่เป็ความเข้าใจที่เกิดจากร่างกายของเขาเอง พลังนี้ไม่ได้ถูกปลุกขึ้นมา มันไม่เคยหลับ เพียงแต่ก่อนหน้านี้ ร่างกายอ่อนแอเกินไป อ่อนแอเกินกว่าจะรับมันได้
เขานึกย้อนกลับไปถึงทุกครั้งที่ฝืนใช้อาคม จนร่างกายเกือบพัง ทุกความเ็ป ทุกอาการสะท้อนที่เกือบทำให้เขาล้มลง ตอนนั้นเขาเคยคิดว่าเป็เพราะตัวเองยังไม่พร้อม แต่ตอนนี้ เขาเริ่มเข้าใจแล้ว
ร่างกายของเขา…กำลังปกป้องตัวเอง กำลังปรับตัว กำลังสร้างพื้นฐานใหม่ พลังสายเืที่ตื่นขึ้น ไม่ได้้าทำให้เขาแข็งแกร่งในทันที แต่มัน้าให้ร่างกาย “อยู่รอด” จากการฝืนขอบเขตซ้ำแล้วซ้ำเล่า
เขาจำได้ว่าตอนที่อยู่ในสำนัก อาจารย์เคยพูดเื่พลังทางสายเื เป็พลังที่จำกัด น้อยคนนักที่จะได้ เขาเข้าใจโดยสัญชาตญาณว่าพลังที่แสดงออกนี้ คงจะเป็พลังของสายเื
หลัวอวิ๋นลืมตาขึ้น สูดลมหายใจลึก ความคิดเริ่มชัดเจนขึ้น มีสิ่งที่เขาต้องทำเพิ่มขึ้นอีกอย่างแล้ว เขาสลัดความคิดนั้นออกไปก่อน ตอนนี้มีสิ่งที่ควรทำรออยู่
ทรัพยากรที่เขาใช้ไปก่อนหน้านี้ ไม่ได้สูญเปล่า มันถูกใช้ไปกับการปรับปรุงร่างกายกับการขยายขีดจำกัด กับการทำให้เืและกายของเขา รองรับพลังที่ควรฆ่าเขาได้
เขากำหมัดแน่น ความรู้สึกที่ส่งกลับมามั่นคง หนักแน่น และมีเสถียรภาพมากกว่าที่เคยเป็มา
“ไม่ใช่ว่าข้าเลื่อนระดับช้า” ความคิดหนึ่งผุดขึ้นมาอย่างชัดเจน
“แต่ร่างกายข้า…กำลังสร้างตัวเองใหม่”
เขาะโลงจากโขดหิน ความสูงหลายวาจากควรทำให้ร่างกายะเืหนัก แต่เมื่อเท้าแตะพื้น แรงกระแทกกลับถูกดูดซับไปส่วนใหญ่ กล้ามเนื้อขาเกร็งรับน้ำหนักอย่างเป็ธรรมชาติ
เขาเดินไปยังลานหินโล่งใกล้ ๆ วางสัมภาระลงอย่างเป็ระเบียบ ก่อนจะเริ่มทดสอบอย่างจริงจัง เริ่มจากสิ่งพื้นฐานที่สุด พละกำลัง หลัวอวิ๋นกำหมัด ชกใส่ก้อนหินขนาดเท่าลำตัว เสียงแตกดังขึ้น เศษหินกระจาย รอยแตกแผ่ขยายออกไปมากกว่าที่เคยเป็
มือของเขาสั่นเล็กน้อย ิัถลอก แต่กระดูกไม่แตก ไม่มีความเจ็บลึกที่บ่งบอกถึงอาการาเ็รุนแรง เขาขยับหัวไหล่ หมุนข้อมือ แล้วชกซ้ำอีกครั้ง แรงส่งมั่นคงกว่าเดิม ความรู้สึกตอบสนองจากร่างกายชัดเจน ราวกับทุกส่วนถูกเสริมให้ทำงานประสานกันได้ดีขึ้นไม่ใช่แค่แรง แต่เป็ “ความทน”
หลัวอวิ๋นหยุดการทดสอบพละกำลัง แล้วเปลี่ยนเป็การเคลื่อนไหว เขาวิ่ง พุ่ง หลบ และเปลี่ยนทิศทางอย่างต่อเนื่อง กล้ามเนื้อทำงานหนัก ลมหายใจเริ่มถี่ แต่ไม่มีอาการล้าสะสมเร็วเหมือนก่อนหน้า เหงื่อซึมออกมา แต่จังหวะการหายใจยังอยู่ในกรอบที่ควบคุมได้
เขารับรู้ได้ชัดเจนว่า ร่างกายของเขา “รองรับ” การใช้งานหนักได้ดีขึ้น ไม่ใช่เพราะลมปราณเพิ่มขึ้นอย่างเดียว แต่เพราะโครงสร้างภายในแข็งแรงกว่าเดิม
หลังจากพักเล็กน้อย หลัวอวิ๋นจึงเริ่มทดสอบสิ่งที่เขาให้ความสำคัญที่สุด “อาคม”
เขาหลับตาลง ดึงพลังเข้าสู่ร่างกายอย่างระมัดระวัง อาคมเสริมกายระดับต่ำถูกกระตุ้นขึ้น เืในร่างอุ่นขึ้นทันที กล้ามเนื้อแน่นขึ้น เส้นเอ็นตึงขึ้นอย่างชัดเจน ความรู้สึกต้านทานที่เคยเกิดขึ้นในอดีตยังคงมีอยู่ แต่เบาลงมาก
ไม่มีอาการปวดฉับพลัน ไม่มีแรงสะท้อนที่ฉีกกระชาก เขาเพิ่มระดับการใช้อาคมขึ้นเล็กน้อย ผลลัพธ์ตามมาอย่างรวดเร็ว พละกำลังเพิ่มขึ้น การรับรู้คมขึ้น แต่ความร้อนในเืเริ่มชัดเจนขึ้นเช่นกัน ความเ็ปลึก ๆ แทรกซึมเข้ามาในกระดูก ราวกับมีแรงกดจากภายใน
หลัวอวิ๋นลืมตาขึ้น หยุดการใช้อาคมทันที ความเจ็บยังคงอยู่ แต่ไม่ลุกลาม เขาหายใจลึก ปรับลมหายใจให้สม่ำเสมอ แล้วปล่อยให้ร่างกายปรับสมดุล
“ยังไม่ถึงขั้น” เขาคิดในใจ
กายโลหิตทำให้เขาใช้อาคมได้ดีขึ้นจริง แต่ไม่ได้หมายความว่าเขาจะใช้อย่างไร้ขีดจำกัด ผลสะท้อนยังคงมี เพียงแต่ลดลง และเปลี่ยนรูปแบบ จากการทำลาย กลายเป็การ “กดดัน”
เขานั่งลง ตรวจสอบสภาพร่างกายอย่างละเอียด ความเจ็บที่สะสมอยู่ลึกในกระดูกไม่ใช่อาการาเ็ แต่เป็ความรู้สึกคล้ายการถูกหล่อหลอม หลัวอวิ๋นเข้าใจทันทีว่านี่คือราคาที่ต้องจ่าย การพัฒนา ไม่ได้มาฟรี
กายโลหิตไม่ได้ทำให้เขาแข็งแกร่งขึ้นโดยไม่แลกอะไร มันเพียงเปลี่ยนรูปแบบของการแลก จากการาเ็ฉับพลัน เป็ความเจ็บที่สะสมและต้องรับมือด้วยสติ
เขาลืมตาขึ้น มองไปยังท้องฟ้าที่เริ่มสว่างขึ้นเล็กน้อย ความคิดเริ่มชัดเจนขึ้นเรื่อย ๆ กายโลหิต คือพื้นฐาน อาคม คือเครื่องมือ ถ้าจะใช้ทั้งสองอย่างร่วมกัน ต้องค่อย ๆ หล่อหลอม ไม่ใช่ฝืนและไม่ใช่เร่ง
่บ่าย หลัวอวิ๋นออกเดินสำรวจพื้นที่โดยรอบอย่างระมัดระวัง เขาไม่มองหาการปะทะ แต่เลือกศึกษาสภาพแวดล้อม แหล่งพลัง และร่องรอยอสูรที่อาจเป็เป้าหมายในอนาคต
การเคลื่อนไหวของเขาเงียบและแม่นยำ ประสบการณ์จากโลกก่อนหน้าผสมกับความระมัดระวังในโลกนี้ ทำให้เขาหลีกเลี่ยงอันตรายที่ไม่จำเป็ได้ดี
เขาพบซากอสูรที่ถูกฆ่าไม่นานนัก ร่องรอยพลังยังไม่จางหาย แสดงให้เห็นว่าบริเวณนี้มีจอมยุทธ์หรือกลุ่มนักล่าที่แข็งแกร่งผ่านมาไม่นาน หลัวอวิ๋นเลือกถอย ไม่ใช่เพราะกลัว แต่เพราะรู้ว่า นี่ไม่ใช่เป้าหมายที่เหมาะสมในตอนนี้
เขายัง้าเวลา ้าทรัพยากร และ้าความเข้าใจในร่างกายตัวเองมากกว่านี้
เมื่อพระอาทิตย์เริ่มคล้อยต่ำ หลัวอวิ๋นกลับไปยังที่พักชั่วคราว เขานั่งลง ทบทวนสิ่งที่ได้เรียนรู้ตลอดวันอย่างเป็ระบบ ทุกการทดสอบ ทุกความรู้สึก และทุกขีดจำกัดที่ััได้ ถูกจัดเรียงในความคิดอย่างชัดเจน
เขารู้แล้วว่า เส้นทางต่อไปไม่ใช่การฝึกในที่ปลอดภัยอีกต่อไ หาก้าทรัพยากรในปริมาณที่ร่างกาย้า เขาต้องออกไป “ล่า” ไม่ใช่ล่าอย่างไร้สติแต่ล่าอย่างมีเป้าหมาย
หลัวอวิ๋นลืมตาขึ้น สายตาแน่วแน่กว่าเดิม ไม่มีความลังเล ไม่มีความเร่งรีบ มีเพียงความเข้าใจที่ลึกขึ้นเกี่ยวกับเส้นทางของตัวเอง
จากนี้ไปการเติบโตของเขา จะต้องแลกด้วยความเสี่ยงที่เลือกเอง และเขาก็พร้อมจะจ่ายมัน
ยามค่ำมาเยือนอย่างเงียบงัน ดวงอาทิตย์ลับขอบฟ้าไปแล้ว ทิ้งไว้เพียงแสงจันทร์ซีดจางที่ส่องผ่านเรือนยอดไม้ เสียงสัตว์ป่าดังแว่วมาจากที่ไกล สลับกับความเงียบที่กดทับพื้นที่รอบตัว
หลัวอวิ๋นนั่งอยู่ข้างกองไฟเล็ก ๆ เปลวไฟส่องสะท้อนใบหน้าที่นิ่งสงบ แต่ดวงตากลับเต็มไปด้วยการคำนวณ เขาไม่ได้พักผ่อนอย่างแท้จริง เพียงแค่ใช้เวลานี้จัดระเบียบความคิด และวางเส้นทางต่อไป
การทดสอบตลอดทั้งวันทำให้เขาเข้าใจร่างกายตัวเองมากขึ้น กายโลหิตไม่ใช่พลังที่ต้อง “เปิดใช้” แต่เป็พื้นฐานที่กำลังค่อย ๆ แสดงผล ยิ่งเขาใช้งานร่างกายหนักเท่าไร เืและกายก็ยิ่งตอบสนองได้ดีขึ้นเท่านั้น
แต่สิ่งหนึ่งที่ชัดเจนยิ่งกว่าเดิม คือ ทรัพยากรที่เขามีอยู่…ไม่พอ
หลัวอวิ๋นหยิบขวดยาบำรุงขึ้นมาดู ภายในเหลือเพียงเม็ดยาสองเม็ด หินพลังที่ได้มาก็ถูกใช้ไปเกือบหมดในการเลื่อนระดับครั้งล่าสุด เขารู้ดีว่าหาก้าขยับไปอีกขั้น ปริมาณทรัพยากรที่ต้องใช้จะมากกว่านี้หลายเท่า และในโลกภายนอก ไม่มีใครแจกมันให้ฟรี
เขาลุกขึ้นยืน เดินออกจากแสงไฟไปยังขอบลานหิน มองไปยังผืนป่าที่ทอดยาวสุดสายตา ความอันตรายแฝงตัวอยู่ทุกที่ แต่พร้อมกันนั้น ทรัพยากรก็เช่นเดียวกัน
“อสูร”
สัตว์อสูรในพื้นที่นี้ไม่ใช่ระดับสูงสุด แต่ก็ไม่อ่อนแอ พวกมันเป็เป้าหมายที่เหมาะสม หากเลือกให้ถูก
หลัวอวิ๋นไม่คิดจะล่าอย่างสุ่มสี่สุ่มห้า เขาไม่ใช่คนที่มีทรัพยากรให้เสียเปล่า การล่าของเขาต้องมีเป้าหมาย มีการประเมิน และมีเส้นทางถอยเสมอ
เช้าวันถัดมา เขาออกเดินทางั้แ่ฟ้ายังไม่สว่างเต็มที่ เคลื่อนไหวอย่างเงียบงัน ปิดกลิ่น และใช้เส้นทางที่สัตว์อสูรชอบผ่าน เขาไม่ได้รีบเร่ง แต่ทุกย่างก้าวเต็มไปด้วยสมาธิ
ไม่นานนัก ร่องรอยแรกก็ปรากฏขึ้น รอยเล็บบนต้นไม้ ลึกและคม แสดงถึงอสูรประเภทพละกำลัง กลิ่นคาวจาง ๆ ในอากาศยังไม่จางหาย หลัวอวิ๋นหยุดยืน ประเมินทิศทางลม ก่อนจะค่อย ๆ เคลื่อนตัวไปตามรอยนั้น
เสียงคำรามต่ำดังขึ้นไม่ไกลนัก เงาร่างขนาดใหญ่ปรากฏขึ้นระหว่างพุ่มไม้ อสูรรูปร่างคล้ายหมาป่า แต่ใหญ่กว่าอย่างเห็นได้ชัด ขนหยาบ หนา และดวงตาแดงฉาน มันยังไม่ทันรับรู้ถึงการมีอยู่ของเขา
หลัวอวิ๋นไม่รีบร้อน เขาหลับตาลงครู่หนึ่ง ดึงอาคมเสริมกายขึ้นในระดับต่ำ เืในร่างอุ่นขึ้น กล้ามเนื้อเกร็งแน่น แต่ยังอยู่ในขอบเขตที่ควบคุมได้ เขาพุ่งออกไปในจังหวะที่เหมาะสม
อสูรหันมาไม่ทัน กระบี่ฟาดผ่านลำตัว เกิดาแลึก เืสาดกระเซ็น อสูรคำรามลั่น พุ่งเข้ามาอย่างดุร้าย กรงเล็บฟาดลงมา หลัวอวิ๋นยกกระบี่รับ แรงปะทะส่งผ่านแขนจนชา แต่ไม่ถึงขั้นทำให้เสียสมดุล
เขาถอยหนึ่งก้าว เปลี่ยนจังหวะ แล้วสวนกลับอย่างรวดเร็ว การต่อสู้ไม่ได้จบในพริบตา อสูรแข็งแกร่งและดุร้าย แต่หลัวอวิ๋นไม่เปิดช่องให้มันโจมตีซ้ำ ๆ เขาใช้พื้นที่ ใช้จังหวะ และใช้ประสบการณ์จากสนามจริง
ในที่สุด คมกระบี่ก็แทงทะลุกะโหลก อสูรล้มลงกับพื้น เสียงคำรามเงียบหายไป
หลัวอวิ๋นหายใจลึก ปล่อยให้อาคมจางลง ความเ็ปลึก ๆ ปรากฏขึ้นอีกครั้งในกระดูกและกล้ามเนื้อ แต่เขาไม่แปลกใจ นี่คือราคาของการใช้งานกายโลหิต เขานั่งลงชั่วครู่ ก่อนจะเริ่มแยกชิ้นส่วนอสูรอย่างรวดเร็วและแม่นยำ
เขาเก็บเขี้ยว เือสูร และแกนอสูรอย่างระมัดระวัง สิ่งเหล่านี้ล้วนเป็ทรัพยากรที่ร่างกายเขา้า การล่าครั้งแรกไม่สมบูรณ์แบบ
แต่เพียงพอ
ตลอดหลายวันถัดมา หลัวอวิ๋นทำซ้ำกระบวนการเดิม ล่า พัก ฟื้นตัว และประเมิน ทุกการต่อสู้ทำให้เขาเข้าใจขอบเขตของตัวเองมากขึ้น ร่างกายแข็งแกร่งขึ้นอย่างชัดเจน แม้ระดับพลังจะยังไม่ขยับ แต่เสถียรภาพกลับเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง
ผลสะท้อนจากอาคมลดลงทีละน้อย ความเจ็บยังอยู่ แต่เขาควบคุมมันได้ดีขึ้น
หลัวอวิ๋นเริ่มเห็นเส้นทางของตัวเองชัดเจนยิ่งขึ้น นี่ไม่ใช่เส้นทางของผู้ฝึกธรรมดา ไม่ใช่เส้นทางที่มีอาจารย์คอยชี้นำ แต่เป็เส้นทางที่ต้องสร้างด้วยเื เหงื่อ และการตัดสินใจของตัวเอง
คืนหนึ่ง ขณะนั่งพักอยู่ใต้ต้นไม้ใหญ่ เขามองขึ้นไปยังท้องฟ้า ดาวยังคงส่องแสงเหมือนเดิม แต่โลกที่เขาเผชิญ ไม่เหมือนเดิมอีกต่อไป เขาไม่ได้เป็ศิษย์ของสำนัก ไม่ได้มีกรอบคอยปกป้อง แต่เขามีร่างกายที่กำลังเปลี่ยนไป มีพลังที่ยังไม่เข้าใจทั้งหมด และมีเส้นทางที่ต้องเดินต่อ
หลัวอวิ๋นหลับตาลง ปรับลมหายใจให้สงบ ความเ็ปในร่างกายกลายเป็สิ่งคุ้นเคย เขารู้ดีว่านี่เป็เพียงจุดเริ่มต้นเท่านั้น เส้นทางของเขา จะยาวไกลอันตรายและไม่มีที่ให้ถอย แต่เขาก็ไม่คิดจะถอยอยู่แล้ว