หมู่บ้านต้าหนิวเป็หมู่บ้านเล็กๆที่อยู่ในชนบท ชาวบ้านในหมู่บ้านล้วนมีความเป็อยู่อย่างเรียบง่ายหลายครัวเรือนมีความเกี่ยวพันเป็เครือญาติแต่ก็มีบางบ้านที่ย้ายมาจากที่อื่นแล้วใช้ชีวิตร่วมกับชาวบ้านอย่างกลมกลืนครอบครัวสกุลจ้าวก็เป็เช่นนั้น พวกเขาหนีภัยมาจากเมืองหลวงใช้ชีวิตอย่างเรียบง่ายมีบุตรชายติดตามมาด้วยอีกหนึ่งคนพอเติบใหญ่ขึ้นมาก็แต่งเด็กสาวในหมู่บ้านเป็ภรรยา
พอบุตรชายแต่งภรรยาและมีทายาทสืบสกุลแล้วสองสามีภรรยาสกุลจ้าวก็ทยอยจากโลกใบนี้ไปทีละคนเหลือเพียงบุตรชาย สะใภ้และหลานทั้งสามของพวกเขาพวกเขาไม่ได้ล่วงรู้เลยสักนิดว่าพอพวกเขาจากโลกใบนี้ไปแล้วบุตรชายที่กำลังจะเริ่มต้นสร้างครอบครัวของตนเองต้องถูกเกณฑ์ไปเป็ทหารทิ้งภรรยาและเด็กทั้งสามเอาไว้ในหมู่บ้านต้าหนิวโดยมิได้ดูแลความเป็อยู่
เจียงฉิงฟางคือสะใภ้สกุลจ้าวที่ถูกสามีทอดทิ้งไปเป็ทหารนางต้องเลี้ยงดูลูกๆ ทั้งสามอย่างยากลำบากพอทรัพย์สินเงินทองที่สามีทิ้งเอาไว้ให้เริ่มจะร่อยหรอลงไปเรื่อยนางก็ตัดสินใจที่จะทิ้งลูกๆของนางไปพร้อมกับทรัพย์สินที่เหลือ น่าเสียดายที่เกิดอุบัติเหตุขึ้นกับนางเสียก่อนทำให้นางต้องจบชีวิตลงก่อนวัยอันควร
“ต้าฉางแม่ของเ้าสิ้นใจไปแล้วพวกเ้าก็มาอาศัยอยู่กับพวกข้าเถิดแล้วพวกข้าจะช่วยทำพิธีฝังศพให้ท่านแม่ของพวกเ้า”คำพูดของเจียงฉิงหร่วนทำให้จ้าวฉางเยี่ยนขมวดคิ้วพลางจ้องมองศพของมารดาของเขาด้วยสายตาที่เต็มไปด้วยความเ็าเขาหันไปมองน้องชายและน้องสาวฝาแฝดของตนเองแล้วจึงได้เอ่ยกับท่านน้าของตนเองด้วยน้ำเสียงเ็า
“แต่ว่าพวกข้าสิ้นเนื้อประดาตัวแล้วนะขอรับท่านน้าทรัพย์สินในบ้านถูกท่านแม่เอาติดตัวไปด้วยจนหมดบ้านแล้วข้าคิดว่ายามนี้น่าจะไหลตามสายน้ำไปจนหมดแล้ว”เมื่อจ้าวฉางเยี่ยนเอ่ยเช่นนี้สายตาของเจียงฉิงหร่วนก็พลันมีความสั่นไหวนางพอจะรู้อยู่บ้างว่าบ้านของสามีของพี่สาวของนางมีทรัพย์สินไม่น้อยจึงได้เสนอตัวที่จะเลี้ยงดูลูกๆ ของพี่สาวและคิดจะจัดงานศพให้พี่สาวแต่เมื่อรู้ว่ายามนี้พวกเขาไม่มีทรัพย์สินแล้วนางก็ไม่กล้าหาเื่ใส่ตัว
“เช่นนั้นจะทำอย่างไรกันดีเล่าหากพวกเ้าสิ้นไร้ทรัพย์สินครอบครัวของสามีของน้าก็คงจะไม่พอใจแน่หากรู้ว่าพวกเ้าไม่มีทรัพย์สินติดตัวเช่นนี้”คำพูดของเจียงฉิงหร่วนทำให้สามพี่น้องสกุลจ้าวเม้มปากแน่นสุดท้ายก็เป็จ้าวฉางหนิงที่เอ่ยออกมาด้วยน้ำเสียงที่เต็มไปด้วยความเข้มแข็ง
“เช่นนั้นท่านน้าก็ไม่ต้องพาพวกข้าไปเป็ภาระหรอกเ้าค่ะส่วนศพของท่านแม่เดี๋ยวพวกข้าช่วยกันขุดหลุมฝังกันเอาเองท่านน้าไม่ต้องกังวลพวกข้าไม่มีผู้ใดกล้าตำหนิท่านน้าหรอก”คำพูดของจ้าวฉางหนิงทำให้เจียงฉิงหร่วนรีบยกผ้าเช็ดหน้าขึ้นมาแล้วทำท่าทางราวกับว่าเศร้าเสียใจเป็อย่างมากทั้งที่ในใจของนางเบิกบานเป็อย่างยิ่งที่ไม่ต้องรับตัวภาระทั้งสามกลับบ้าน
“ข้าช่างเป็ท่านน้าที่ไม่ได้เื่สงสารก็แต่พวกเ้าอายุน้อยถึงเพียงนี้แต่กลับต้องใช้ชีวิตกันตามลำพังต้องโทษท่านแม่ของพวกเ้า ตอนอยู่ก็ไม่รู้จักเลี้ยงพวกเ้าให้ดีตอนตายก็ยังทำเื่ไร้ยางอายจนทำให้พวกเ้าต้องประสบกับเคราะห์กรรมเช่นนี้”คำพูดของเจียงฉิงหร่วนทำให้สามพี่น้องสกุลจ้าวหันไปสบตากันแล้วก็เป็จ้าวฉางยวนที่เอ่ยออกมาด้วยน้ำเสียงอันสุขุม
“ถึงอย่างไรท่านแม่ก็จากพวกเราไปแล้วรบกวนท่านน้าพูดจาให้เกียรติท่านแม่ของข้าด้วย”เมื่อจ้าวฉางยวนเอ่ยเช่นนี้เจียงฉิงหร่วนก็พลันมีสีหน้าไม่พอใจแต่เมื่อคิดได้ว่านางไม่อยากจะรั้งอยู่ที่ต่อแล้วนางจึงได้เอ่ยกับเด็กทั้งสามด้วยน้ำเสียงเ็า
“ช่างเถิดหากไม่ใช่เพราะมีคนจำได้ว่าข้าคือน้องสาวของท่านแม่ของพวกเ้าข้าก็คงไม่ต้องลำบากจ้างรถม้าเอาศพของท่านแม่ของพวกเ้ามาส่งในเมื่อศพก็ส่งถึงบ้านแล้วก็หมายความว่าข้าทำหน้าที่ของตนเองเสร็จเรียบร้อยแล้วดังนั้นต่อจากนี้พวกเ้าก็จัดการกันเอาเองก็แล้วกัน ข้าไม่ยุ่งแล้ว”เมื่อเอ่ยจบแล้วเจียงฉิงหร่วนก็กวาดตามองรอบๆบ้านสกุลจ้าวอีกครั้งแล้วก็สะบัดผ้าเช็ดหน้าแล้วเดินจากไปด้วยรอยยิ้มที่สามารถตัดความรับผิดชอบต่อเด็กน้อยสกุลจ้าวทั้งสามไปได้
เมื่อก่อนตอนที่สกุลจ้าวมาสู่ขอพี่สาวของนางนางเคยริษยาพี่สาวเป็อย่างมากจ้าวถิงฟงเป็ชายหนุ่มที่มีรูปร่างหน้าตาดีที่สุดในหมู่บ้านอีกทั้งฐานะของบ้านเขาก็ดีกว่าชายหนุ่มบ้านอื่นเขามีที่นาหลายสิบหมู่ มีบ้านไม้หลังโตให้พักอาศัย ที่สำคัญบ้านของเขามีเนื้อให้กินทุกมื้อแต่ใช้เวลาแค่เพียงไม่กี่ปีพี่สาวของนางก็ใช้ความเป็สะใภ้สกุลจ้าวขายที่นาทิ้งไปจนหมดแล้วทรัพย์สินในบ้านก็แทบจะไม่มีเหลือแล้ว
ดังนั้นยามนี้สกุลจ้าวก็เหลือแค่เพียงบ้านไม้หลังนี้เพียงเท่านั้นนางเองก็ไม่คิดจะเข้ามายุ่งกับเด็กๆอีกด้วยกังวลว่าหากจ้าวถิงฟงกลับมาเขาจะโทษว่าเป็นางที่ทำให้สกุลจ้าวของเขาล่มจมเด็กทั้งสามของสกุลจ้าวหาใช่เด็กน้อยธรรมดา นางเชื่อว่าหลังจากนี้พวกเขาทั้งสามจะต้องสามารถเอาตัวรอดได้ทั้งที่ไม่มีผู้ใหญ่คอยดูแลดังนั้นนางจึงไม่ได้รู้สึกผิดแต่อย่างไรที่ทิ้งให้หลานชายและหลานสาวต้องอยู่ในบ้านหลังโตตามลำพัง
“พี่หญิง!ท่านก็อย่าได้โทษข้าเป็ท่านเองที่คิดจะทิ้งพวกเขาไปยามนี้ข้าเองก็จำต้องทอดทิ้งพวกเขาเพื่อเอาตัวรอดเช่นเดียวกัน”เจียงฉิงหร่วนเอ่ยออกมาพลางหันไปจ้องมองบ้านไม้ของสกุลจ้าวอีกครั้งแล้วก็เดินจากไป
“พี่ใหญ่พวกเราควรทำเช่นไรกันดี” คำถามของจ้าวฉางยวนทำให้จ้าวฉางเยี่ยนขมวดคิ้วแล้วก็เป็จ้าวฉางหนิงที่เอ่ยออกมาด้วยน้ำเสียงเ็า
“พวกเราช่วยกันค้นร่างกายของท่านแม่ก่อนเถิดข้าไม่เชื่อหรอกว่าทรัพย์สินที่นางเอาติดตัวไปจะไหลไปกับน้ำ”เมื่อนางเอ่ยจบก็ยื่นมือน้อยๆ มาปลดสายคาดเอวของมารดาสีหน้าอันซีดเซียวและร่างกายที่แข็งทื่อหาได้ทำให้นางรู้สึกหวั่นเกรงและรู้สึกเศร้าเสียใจมารดาของนางทำให้จิตใจของนางด้านชาไปนานแล้วยามนี้สิ่งที่นาง้าก็มีแค่เพียงทรัพย์สินที่จะช่วยให้นางและพี่ชายทั้งสองอยู่รอดจนกว่าบิดาของนางจะกลับมาเพียงเท่านั้น
“อืมพวกเธอจะทำอะไร”เสียงพึมพำของสตรีที่นอนอยู่บนพื้นทำให้เด็กทั้งสามที่กำลังช่วยกันค้นหาทรัพย์สินต่างก็นิ่งงันด้วยความคาดไม่ถึงในทันทีเจียงฉิงฟางลืมตาไปมองรอบกายแล้วก็นิ่วหน้าเมื่อความทรงจำต่างๆของร่างนี้ไหลทะลักเข้ามา แล้วสุดท้ายนางก็กวาดตามองเด็กชายสองคนและเด็กผู้หญิงอีกหนึ่งคนที่กำลังค้นตามร่างกายของนางเพื่อตรวจหาทรัพย์สินแล้วนางก็อุทานออกมาในทันที
“จ้าวฉางเยี่ยนจ้าวฉางยวน จ้าวฉางหนิง สามตัวร้ายแห่งสกุลจ้าว”คำพูดของนางทำให้เด็กทั้งสามหันไปมองหน้ากันแล้วสุดท้ายก็ผละถอยหลังแล้วเอ่ยออกมาอย่างพร้อมเพรียงกันด้วยความหวาดกลัว
“ท่านแม่!”น้ำเสียงและท่าทีของพวกเขาทำให้เจียงฉิงฟางก้มลงไปสำรวจร่างกายของตนเองอีกครั้งแล้วก็อุทานออกมาเสียงเบา
“ไม่น่าจะเป็ไปได้!นี่ฉันกำลังฝันอยู่หรือ”