เมื่อซูหยางเดินออกมาจากโถงบริการของสมาคมวรยุทธ์ตงไห่ เขาแปลกใจไม่น้อยที่เห็นหลี่อีินั่งรออยู่ตรงศาลาพักร้อน
เ้าเด็กนี่ไม่ได้แอบหนีไปไหนแฮะ!
"ไม่ได้แอบไปซนที่ไหนใช่ไหม?"
"โธ่ครู ผมจะไปไหนได้ล่ะครับ แค่แวะไปซื้อชานมแถวนี้ดื่ม แล้วก็ซื้อชามะนาวเสาวรสมาฝากครูด้วยแก้วหนึ่งครับ!" หลี่อีิยื่นแก้วน้ำผลไม้ให้ซูหยางด้วยท่าทางกระตือรือร้น "รีบดื่มเลยครับครู กำลังเย็นฉ่ำ!"
"เธอยิ้มแบบนี้ ดูมีพิรุธนะ..."
"ครูครับ ครูจะสงสัยในความหวังดีที่ศิษย์มีต่อครูได้ยังไงกัน!"
"ก็ได้ ครูรับไว้!"
ซูหยางไม่กลัวว่าหลี่อีิจะวางยาพิษอยู่แล้ว เขาจึงยกขึ้นดื่มอึกใหญ่
พอเข้าปาก... หืม? รสชาติจืดชืด ไม่เห็นมีรสอะไรเลยนี่นา? ก็แค่น้ำแข็งเปล่าไม่ใช่เหรอ?
ซูหยางเม้มปากเล็กน้อย ที่จริงเขาก็รู้สึกกระหายน้ำอยู่พอดี เลยจัดการดื่มไปครึ่งแก้วรวดเดียวแล้ววางไว้ข้าง ๆ
หลี่อีิมองซูหยางที่ดื่มไปครึ่งแก้วด้วยสีหน้าเรียบเฉยถึงกับอึ้งกิมกี่
ไม่ใช่ดิ?
ข้ากลัวว่ามะนาวธรรมดาจะไม่เปรี้ยวพอ เลยแอบใส่ผงมะนาวสกัดเข้มข้นลงไปให้ตั้งหนึ่งช้อนเต็ม ๆ เลยนะเว้ย!
แค่จิบเดียวก็น่าจะเปรี้ยวจนหน้าบิดหน้าเบี้ยวแล้วไม่ใช่เหรอ!
"คะ... ครูครับ ครูไม่รู้สึกอะไร... พิเศษเลยเหรอครับ?"
ซูหยางปรายตามองหลี่อีิด้วยรอยยิ้มกึ่งรับกึ่งสู้ "เช่นอะไรล่ะ?"
"ปะ... เปล่าครับ ไม่มีอะไร"
"เอาละ ธุระของครูเสร็จแล้ว" ซูหยางลุกขึ้นยืน ไหน ๆ ก็นาน ๆ ได้ออกมาข้างนอกที "เวลายังเหลืออีกเยอะ เธออยากไปไหนไหม?"
พอได้ยินประโยคนี้ หลี่อีิก็สลัดความข้องใจเื่น้ำมะนาวครึ่งแก้วนั้นทิ้งไปทันที
"ไปดูหนังกันครับ!"
ซูหยางกระตุกมุมปาก ถ้าจะไปดูหนังเขาน่าจะพาสาวสวยหุ่นดีอย่างแม่นางวัลคีรี่ไปมากกว่า
ไปกับเ้าเด็กนี่มันจะไปสนุกตรงไหน!?
แต่พอเห็นสายตาที่เป็ประกายด้วยความหวังของหลี่อีิ... ช่างเถอะ ตามใจมันสักครั้งแล้วกัน
"ได้ แต่เธอต้องดื่มน้ำมะนาวที่เหลืออีกครึ่งแก้วนี้ให้หมดก่อน แล้วเราค่อยไปกัน"
ถึงซูหยางจะไม่รู้ว่าหลี่อีิแอบใส่อะไรลงไป แต่น้ำแก้วนี้ต้องมีเงื่อนงำแน่นอน
ไม่รู้ว่าเ้าเด็กนี่ใส่เครื่องปรุงลงไปเยอะแค่ไหน ถึงขนาดทำให้ทักษะคุรุไร้พ่ายตัดสินว่าเป็ดาเมจ แล้วลบความรู้สึกทางรสชาติทิ้งไปจนหมด
เมื่อเห็นหลี่อีิทำหน้าเหมือนถูกฟ้าผ่า ซูหยางก็ยอมปล่อยผ่านไปครั้งหนึ่ง
"คราวหน้าอย่ามาเล่นตลกแบบนี้กับครูอีก!"
หลี่อีิหัวเราะแห้ง ๆ ในใจยิ่งทึ่งเข้าไปใหญ่
ทักษะนิ่งดั่งภูผา นี่มันเจ๋งขนาดนี้เลยเหรอ!?
ถึงขนาดสลายรสเปรี้ยวทิ้งได้เลยเหรอเนี่ย!?
โคตรล้ำจนบรรยายไม่ถูก!
แถวนั้นมีโรงหนังอยู่พอดี หลี่อีิรีบเดินตามหลังซูหยางต้อย ๆ พลางสาธยายว่าหนังที่จะพาไปดูนั้นมันสุดยอดขนาดไหน
ซูหยางนึกขำในใจ
นี่มันไม่เหมือนลูกเศรษฐีที่เคยจินตนาการไว้เลยแฮะ!
ลูกคนรวยมันต้องใช้ชีวิตหรูหราอู้ฟู่กว่านี้ไม่ใช่เหรอ?
อย่างเช่นไปหานางแบบสวย ๆ มาจัดปาร์ตี้สระว่ายน้ำอะไรแบบนั้น
อ้อ... ลืมไป เ้าเด็กนี่มันยังไม่บรรลุนิติภาวะนี่นา
ซูหยางแอบเสียดายเงียบ ๆ ถ้ารู้แบบนี้เขาน่าจะไปสอบเป็อาจารย์มหาวิทยาลัยแทน
พลาดโอกาสไป ‘อบรมสั่งสอน’ พวกหนุ่มเ้าสำราญในปาร์ตี้ริมสระกับเหล่านางแบบไปซะได้!
แต่เขาก็ไม่คิดว่าหลี่อีิจะมีความชอบแบบเด็ก ๆ เรียบง่ายอย่างการดูหนัง
อย่างที่โบราณว่าไว้ ไม่ยอมเสียลูกก็จับหมาป่าไม่ได้
การจะดึงใจลูกศิษย์ก็ต้องมีการลงทุนกันบ้าง
ราคาตั๋วหนังชุดคอมโบทำเอาซูหยางรู้สึกเจ็บจี๊ดที่กระเป๋าตังค์ เขาแทบอยากจะหักขาหลี่อีิให้เหลือไม่ถึงร้อยยี่สิบเซ็นต์ จะได้จ่ายราคาตั๋วเด็กคนเดียวให้รู้แล้วรู้รอด
ทว่าก่อนจะถึงโรงหนัง ความสนใจของหลี่อีิก็ถูกดึงดูดโดยร้านค้าดีไซน์ล้ำสมัยที่อยู่ไม่ไกลนัก
ซูหยางเพ่งมองตามไป พบว่าในตู้โชว์กระจกเต็มไปด้วยชุดเกราะเสริมแกร่ง และมีโลโก้ขนาดใหญ่ของหยุนฉิง
หยุนฉิงเทคโนโลยี คือมหาอำนาจใหม่ในวงการอาวุธไฮเทค่ไม่กี่ปีมานี้ ผลิตภัณฑ์ที่เป็หน้าเป็ตาที่สุดคือ ‘ชุดเกราะเสริมแกร่งภายนอกระบบปรับตัว’ ซึ่งราคาชุดหนึ่งเริ่มต้นที่หลักล้านหยวนขึ้นไปทั้งนั้น!