บทที่ 35 สยบ!
“แล้วเราจะทำยังไงดี? ถ้ายังติดอยู่ที่นี่ตลอดไป พวกเราคงได้แห้งเหี่ยวตายกันพอดี”
แอนดี้เริ่มกระวนกระวายใจอย่างหนัก
หลินเซียวตอบด้วยน้ำเสียงเรียบเฉย “ไม่เป็นไรหรอก วิธีแก้ ‘ผีบังตา’ น่ะ มีตั้งเยอะแยะ”
“วิธีไหนคะ?” ซูหว่านรีบถามต่อ
“ปัสสาวะพรหมจรรย์” หลินเซียวตอบตรงไปตรงมา
ทันทีที่คำนี้หลุดออกมา ใบหน้าของซูหว่านก็พลันขึ้นสีระเรื่อด้วยความขัดเขิน
“ปัสสาวะพรหมจรรย์เหรอ?” ซีซีและแอนดี้มองหน้ากันเลิ่กลั่ก
พวกเธอต่างก็ผ่านโลกมาแล้วทั้งนั้น...
ซูหว่านเม้มปากแน่น “ฉัน... ฉันยัง... แต่ว่า... คือ...”
สุดท้ายเธอก็พูดไม่ออก เรื่องแบบนี้มันน่าอายเกินไปสำหรับผู้หญิง
“ของผู้หญิงใช้ไม่ได้ผลหรอก” หลินเซียวสาดน้ำเย็นเข้าใส่ทันที
ซูหว่านลอบถอนหายใจยาวด้วยความโล่งอก อย่างน้อยก็ไม่ใช่ของผู้หญิง ไม่อย่างนั้นการต้องมาทำธุระส่วนตัวต่อหน้าหลินเซียว ภาพมันคงดูพิลึกพิลั่นเกินจะรับไหว!
“แล้วจะทำยังไงล่ะหลินเซียว?” แอนดี้ถามพลางขมวดคิ้วอย่างกังวล
เมื่อได้ยินดังนั้น หลินเซียวจึงทำหน้าขรึม “จะทำยังไงได้ล่ะ? ก็มีแค่ผมคนเดียวที่ทำได้นี่ไง”
“พรืด!” ซูหว่านหลุดขำออกมาอย่างห้ามไม่อยู่ แม้ในสถานการณ์แบบนี้จะไม่ควรขำ แต่เธอก็กลั้นไว้ไม่อยู่จริง ๆ
‘หลินเซียว... พ่อหมอจอมแกร่งคนนี้ ที่แท้ยังเป็น ‘พ่อไก่หนุ่มบริสุทธิ์’ อยู่เหรอเนี่ย!’
พอคิดแบบนี้แล้วมันก็น่าขันปนเอ็นดูพิกล
“นายนี่... ยังซิงอยู่เหรอ?” ซีซีถามด้วยความอยากรู้อยากเห็น
หลินเซียวหน้าดำคร่ำเครียดขึ้นมาทันที จำเป็นต้องย้ำคำนั้นด้วยหรือไง? บริสุทธิ์แล้วมันผิดตรงไหน? น่าอายเหรอ? ไม่เลย! หลินเซียวถึงกับภูมิใจด้วยซ้ำ เพราะมันแสดงว่าเขา... รักนวลสงวนตัว!
“หันไปให้หมดเลยนะ ห้ามแอบดูเด็ดขาด!” หลินเซียวสั่งเสียงแข็งด้วยความขึงขัง
ซูหว่านและเพื่อนอีกสองคนรีบหันหลังกลับทันที หลินเซียวไม่รอช้า จัดการ ‘แก้ปัญหา’ ทันควัน
ไม่นานนัก หมอกหนาในป่าก็เริ่มจางหายไป ภาพเบื้องหน้าที่ปรากฏต่อสายตาของทุกคนทำเอาใจหายวาบ พวกเขามายืนอยู่ตรงริมชายหาดแล้ว! และที่น่ากลัวคือ ถ้าพวกเขายังขืนเดินต่อไปอีกเพียงก้าวเดียว ก็จะจมลงไปในทะเลสาบทันที!
ในตอนนี้ เท้าข้างหนึ่งของหลินเซียวเกือบจะสัมผัสผิวน้ำอยู่แล้ว!
“เรียบร้อยแล้ว” หลินเซียวจัดแจงเสื้อผ้าให้เข้าที่แล้วเอ่ยขึ้น
สามสาวค่อย ๆ ลืมตาขึ้นมา
“พระเจ้าช่วย! เรามาโผล่ที่นี่ได้ยังไง!”
“ใช่แล้ว ตรงนี้แหละ! หลินเซียว นี่คือชายหาดที่พวกเรามาตั้งแคมป์ครั้งก่อน!” ซีซีและแอนดี้ตะโกนออกมาแทบจะพร้อมกัน
ห่างออกไปไม่ไกล ยังเห็นกองฟืนที่มอดไหม้ไปแล้วหลงเหลืออยู่ เมื่อได้ยินคำยืนยัน หลินเซียวจึงกวาดสายตามองไปรอบ ๆ
แปลกมาก... รอบบริเวณนี้กลับไม่มีไอหยินหรือกลิ่นอายวิญญาณเลยแม้แต่น้อย มันดูเป็นชายหาดธรรมดา ๆ เหมือนที่อื่น ๆ
ซูหว่านเดินเข้ามาหาหลินเซียว “นายเห็นอะไรผิดปกติบ้างไหม?”
“ปกติมาก” หลินเซียวตอบตรง ๆ
“เอ๋?” ซูหว่านขมวดคิ้ว “งั้นจะเอาไงต่อดีล่ะ?”
“รอ” หลินเซียวตอบเรียบ ๆ
“รอ?” ซูหว่านไม่เข้าใจ
หลินเซียวอธิบาย “กรณีของแอนดี้คือ ‘วิวาห์วิญญาณ’ เรื่องพวกนี้มักจะปรากฏร่องรอยในตอนกลางคืน การที่เราจะออกไปไล่ตามหาพวกมันในตอนนี้ก็เหมือนงมเข็มในมหาสมุทร แต่ถ้าพวกมันเป็นฝ่ายมาหาเราเอง ทุกอย่างจะง่ายเหมือนปอกกล้วยเข้าปาก แทนที่จะเสียแรงเปล่า สู้รอจัดการรวบยอดทีเดียวดีกว่า”
พูดจบ หลินเซียวก็ทิ้งตัวลงนั่งบนผืนทรายอย่างไม่ทุกข์ร้อน
“แล้วส่วนของฉันล่ะ?” ซูหว่านถามซ้ำ
หลินเซียวตอบว่า “ขอแค่แก้ปัญหาของแอนดี้ได้ ปัญหาขอคุณก็จะคลี่คลายไปเอง พูดง่าย ๆ คือคุณถูกวิญญาณตามรังควานเพราะอยู่ใกล้ชิดกัน ขอแค่จัดการต้นตอให้สิ้นซาก ทุกอย่างก็จบ”
“ได้ค่ะ” ซูหว่านพยักหน้า
เวลาค่อย ๆ ล่วงเลยผ่านไป จนกระทั่งเวลาประมาณบ่ายสามโมง โทรศัพท์ของหลินเซียวก็ดังขึ้น เป็นสายจากหลิวชิงเฟิง
“สหายคนรู้ใจ นายอยู่ที่ไหนน่ะ?” หลิวชิงเฟิงเปิดฉากถามทันที
หลินเซียวตอบเซ็ง ๆ “จำได้ว่าเคยบอกไปแล้วนะว่าอยู่เกาะอู๋หุย”
“ฮั่นแน่! ฉันเพิ่งขึ้นเกาะมาเนี่ย นายอยู่ตรงไหน? เดี๋ยวฉันไปหา!” หลิวชิงเฟิงตอบกลับมาด้วยน้ำเสียงกะล่อน
หลินเซียวถึงกับอึ้งไปเลย เจ้าหมอนี่... ตามมาจริง ๆ ด้วย! หาเรื่องใส่ตัวแท้ ๆ
“ฉันอยู่ที่ชายหาดทางทิศใต้ มาสิ” หลินเซียวพูดจบก็ตัดสายทิ้งทันที
ซูหว่านกะพริบตาปริบ ๆ “ใครเหรอคะ?”
หลินเซียวครุ่นคิดครู่หนึ่งก่อนจะตอบอย่างเอือมระอา “ผู้ชายหน้าไม่อายคนหนึ่งน่ะ”
ยี่สิบนาทีต่อมา หลิวชิงเฟิงก็ปรากฏตัวขึ้น เขามาในชุดไปรเวท วิ่งเหยาะ ๆ ตรงมาหาหลินเซียวด้วยท่าทางกระดี๊กระด๊า ดูเหมือนวันนี้เขาจะตั้งใจแต่งหล่อมาเป็นพิเศษ ตั้งแต่หลินเซียวเคยชมว่าเขาหล่อเหลาราวกับ ‘พานอัน’ เขาก็เริ่มดูแลภาพลักษณ์ตัวเองขึ้นมาอย่างเห็นได้ชัด
“สหาย นายนี่ร้ายไม่เบานะเนี่ย พาผู้หญิงมาเที่ยวเกาะตั้งสามคน รสนิยมใช้ได้เลยนะ” หลิวชิงเฟิงนั่งลงข้างหลินเซียวพลางชูนิ้วโป้งให้
หลังจากหลินเซียวแนะนำหลิวชิงเฟิงให้ซูหว่านและเพื่อน ๆ รู้จักกันเรียบร้อยแล้ว เขาก็หันไปถามจอมวุ่นวาย “แล้วนายตามมาทำไม?”
“มาขอบคุณนายน่ะสิ!” หลิวชิงเฟิงตอบตรงไปตรงมา
“หืม?” หลินเซียวสงสัย “ขอบคุณเรื่องอะไร?”
“โธ่!” หลิวชิงเฟิงโบกมือ “นายรู้ไหมว่าเพราะเรื่องที่นายเล่าเมื่อคืน ทำให้พวกเราปิดคดีเก่าที่ค้างคามาตั้งห้าปีได้สำเร็จ! ท่านผู้กำกับดีใจจนเนื้อเต้น เลยให้ฉันพักงานครึ่งวันเป็นรางวัลเนี่ย!”
หลินเซียวขมวดคิ้วด้วยความงุนงง “เพราะฉัน? ปิดคดีได้? หลิวชิงเฟิง นายพูดให้มันรู้เรื่องหน่อยสิ ยิ่งฟังยิ่งงง”
หลิวชิงเฟิงถูมือไปมาอย่างตื่นเต้น “จำเรื่อง ‘เทพปากกา’ ที่นายเล่าเมื่อคืนได้ไหม?”
“อืม” หลินเซียวพยักหน้า
หลิวชิงเฟิงเล่าต่ออย่างออกรส “ตอนที่ฉันฟัง ฉันก็รู้สึกคุ้นหูขึ้นมาเรื่อย ๆ เหมือนกับคดีนักศึกษาสาวหายตัวไปอย่างลึกลับที่มหาวิทยาลัยเจียงโจวเป๊ะเลย! ในคดีนั้นมีคนชื่อ ‘หลี่เทียน’ และเขาก็เป็นหัวหน้าฝ่ายปกครองจริง ๆ ด้วย!”
เมื่อได้ยินถึงตรงนี้ หลินเซียวก็ขมวดคิ้วแน่นขึ้นทันที
‘ในโลกนี้... จะมีเรื่องบังเอิญที่น่ากลัวขนาดนี้เชียวเหรอ?’
“แล้วไงต่อ?” หลินเซียวอดใจไม่ไหวต้องถามต่อ
“ฉันกับท่านผู้กำกับจางเลยใจตรงกัน บุกไปรวบตัวหลี่เทียนกลางดึก แล้วทายสิว่าเกิดอะไรขึ้น?” หลิวชิงเฟิงเว้นวรรคให้ลุ้น
หลินเซียวตอบ “เขาเป็นฆาตกรจริง ๆ สินะ?”
“ถูกต้อง!” หลิวชิงเฟิงตบหน้าขาตัวเองฉาด “คุยกับคนฉลาดนี่มันประหยัดเวลาจริง ๆ!”
หลินเซียวถึงกับอึ้งไปครู่ใหญ่ นี่มัน... เรื่องบังเอิญหรือสวรรค์ลิขิตกันแน่
หลิวชิงเฟิงจ้องมองหลินเซียวด้วยสายตาใคร่รู้ “สหาย นายไปรู้เรื่องคดีนี้มาจากไหนกันแน่? บอกเคล็ดลับฉันหน่อยสิ เรื่องความหล่อฉันยอมรับว่านายสู้ฉันไม่ได้ แต่เรื่องความสามารถเนี่ย ฉันยอมให้นายเลยจริง ๆ”
หลินเซียว “?????”
“ถ้าฉันบอกว่าฉันมั่วขึ้นมาเอง นายจะเชื่อไหม?”
หลิวชิงเฟิงทำหน้ายี้ “นายเห็นฉันสมองฝ่อหรือไง? มั่วขึ้นมาเองเหรอ งั้นไหนนายนิยายเรื่องใหม่มาให้ฉันฟังสักเรื่องตอนนี้เลยสิ”
“ความจริง... เทพปากกาเป็นคนบอกฉันเองกับปาก” หลินเซียวทำหน้าขรึมลงทันที น้ำเสียงของเขาเปลี่ยนเป็นเย็นเยือกชวนขนลุก
หลิวชิงเฟิงที่ไม่ทันตั้งตัวถึงกับสะดุ้งโหยง “เฮ้ย สหาย อย่ามาหลอกกันน่า นายคุยกับเทพปากกาได้จริง ๆ เหรอ?”
หลินเซียวพยักหน้า “ใช่”
“เชอะ เลิกเพ้อเจ้อเถอะน่า โลกนี้ไม่มีผีสางเทวดาที่ไหนหรอก” หลิวชิงเฟิงเบ้ปากอย่างไม่เชื่อถือ
จู่ ๆ ซีซีก็โพล่งขึ้นมา “มีจริง ๆ ค่ะ!”
“ใช่ค่ะ!” แอนดี้ช่วยสำทับ
หลิวชิงเฟิงมองหน้าพวกเธอด้วยความประหลาดใจ “ไหนล่ะ? เรียกออกมาให้ฉันดูหน่อยสิ ฉันไม่เชื่อเรื่องลี้ลับพวกนี้หรอก”
เมื่อได้ยินคำท้าทาย มุมปากของหลินเซียวก็โค้งขึ้นเป็นรอยยิ้มจาง ๆ
‘ไม่เชื่อเรื่องลี้ลับงั้นเหรอ? เดี๋ยวจะให้เห็นดีกัน!’