ย้อนอดีตกลับมารักเธอ

    ตอนที่70 ดุจดาว

    “ที่นี่ที่ไหนเนี่ย...? กูมาอยู่ที่นี่ได้ไงวะ” ฟางมองไปที่เพดานด้วยอาการสะลึมสะลือ คล้ายกับว่ายังเมาค้างอยู่ แต่ยังสามารถแยกแยะออกว่านี่ไม่ใช่ห้องของเธอ เพดานที่ไม่คุ้นเคย เตียงนอนที่หยาบกระด้าง หมอนใบใหญ่นอนแล้วปวดคอ รู้สึกไม่สบายตัว นี่ไม่ใช่ห้องของเธอแน่ๆ
    “เมื่อคืนนี้...” ฟางนวดขมับแล้วพึมพำคนเดียว เธอจำได้ว่าหลังจากดูหนังเสร็จก็ไปดื่มเหล้าจนดึกดื่นเที่ยงคืน ยายผึ้งกลับไปต่อที่ห้องกับเด็กของหล่อน ส่วนเธอและพริ้งยังดื่มต่อกับบาส นั่นคือสิ่งที่ฟางจำได้ก่อนจะสลบไป
    “บาส...” ฟางกระพริบตาปริบๆ รีบตรวจดูว่าเสื้อผ้ายังอยู่ครบดีหรือไม่ หวังว่าสิ่งที่คิดคงไม่เป็นจริงหรอก แล้วเธอก็ถอนหายใจโล่งอก เมื่อเห็นว่าชุดที่ใส่เมื่อวานยังอยู่ดี ไม่ได้ถูกฉีกกระชากออกอย่างที่คิดแต่อย่างใด
    “โล่งอกไปที นึกว่าจะโดนทำอะไรแล้วซะอีก” ฟางเอามือทาบอก แม้จะเห็นว่าเธอดื่มเหล้าคบกับยายผึ้งยายพริ้ง แต่ฟางไม่ได้บ้าผู้ชายหรือไปนอนกับใครมั่วๆ ที่คบกันก็แค่สีสันของชีวิตเท่านั้น บวกกับพวกนั้นมีฐานะที่ใกล้เคียง ฟางเลยคบเล่นๆ
    แต่กลับบาสไม่เหมือนกัน เขาไม่ได้รวยอะไร ก็แค่คนที่ประสบความสำเร็จเล็กๆน้อยๆที่ไม่มีค่าพอให้พูดถึง แม้จะเป็นอย่างนั้นแต่ฟางรู้สึกอิจฉา อยากทำได้อย่างเขา เพราะงั้นเธอจึงเข้าตีสนิท อยากรู้จังว่าบาสทำยังไงถึงเดินมาได้ถึงตรงนี้ ด้วยเงินของตัวเอง ซึ่งต่างจากเธอที่มักล้มเหลวบ่อยๆ
    “ตื่นแล้วเหรอ...ฟาง” ไม่มีเวลาให้คิดถึงเขาไปมากกว่านี้ เสียงที่ปลุกให้ฟางตื่นขึ้นภวังค์จนเหลียวคอหันไปมอง เป็นใครอื่นไปไม่ได้นอกจากบาส ตอนนี้ชายหนุ่มกำลังนั่งอยู่บนโซฟา พร้อมกับยายพริ้งที่เหมือนเพิ่งตื่นนอน
    ฟางขมวดคิ้วมุ่น ในหัวกำลังประมวลภาพที่เกิดขึ้น
    “หรือว่าพวกมันจะทำกันไปแล้ว? ไม่น่าใช่ เพราะดูยังไงก็เพิ่งตื่นกันชัดๆ คงไม่หรอกมั้ง...”
    บาสไม่รู้ว่าฟางคิดอะไรอยู่ และแน่นอนว่ามันไม่ได้เป็นแบบนั้นเลย เมื่อครู่นี้ถูกพริ้งจับน้องชายก็จริง แต่แค่ครู่เดียวเท่านั้นก่อนจะอ่อนลงเพราะเสียงของฟาง
    บาสรู้สึกว่าฟางเป็นเหมือนนางฟ้าช่วยชีวิตในช่วงวิกฤต ถ้าหากไม่ได้เธอล่ะก็ เขาเองก็ไม่รู้เหมือนกันว่าเรื่องระหว่างพริ้งจะเป็นยังไงต่อไป บางทีเธออาจหมดความสนใจ แล้วเดินจากไปก็เป็นได้ หรือไม่อาจจะเกาะติดหนึบ ทำตัวเหมือนกับตังเม ซึ่งนั่นคงไม่ดีเท่าไหร่นัก
    “บาสเป็นคนพาพวกเรามาที่นี่ล่ะ เขาไม่ได้นอนบนเพียงเลยนะ นอนอยู่บนโซฟาตลอดเลย” พริ้งเป็นคนพูด เพราะกลัวว่าฟางจะเข้าใจผิด
    “อื้ม รู้แล้วน่า แล้วทำไมพวกแกไม่ไปอาบน้ำกันล่ะ มัวมานั่งอมขี้ฟันอยู่ทำไม?” ฟางซุกหน้าลงบนที่นอน ก่อนจะเอาผ้าห่มปิดหน้าไว้
    สำหรับผู้หญิงแล้วใบหน้าตอนตื่นนอนเป็นอะไรที่แย่มาก และยังไม่ได้แต่งเครื่องสำอางอีก อาจจะพูดได้ว่าตอนนี้ฟางรู้สึกแย่สุดๆ โดยเฉพาะตอนนี้มีบาสอยู่ด้วย แค่คิดว่าเขาตื่นก่อนนานแล้ว บางทีอาจเห็นหน้าเธอสดๆจนถ่ายเก็บไว้หลายรูป ฟางก็แทบอยากเอาหน้าซุกแผ่นดินหนี โกรธเขาจนแทบบ้า
    ไม่นานก็อาบน้ำอาบท่าจนเสร็จ สาวๆไม่กล้าออกไปข้างนอกโดยไร้เครื่องสำอาง พวกเธอลืมไว้ที่รถ เป็นบาสที่ต้องทำหน้าที่เป็นคนรับใช้ ไปซื้อเครื่องสำอางจากร้านสะดวกซื้อใกล้ๆมาให้สองสาว
    แม้จะไม่ใช่เครื่องสำอางราคาแพง แต่พอแก้ขัดได้บ้าง และถึงแม้จะเป็นเครื่องสำอางราคาถูก เเต่เมื่ออยู่บนหน้าของพวกเธอ กลับสวยปลั่ง เข้ากันอย่างกับเครื่องสำอางราคาแพง
    “เช้านี้กินอะไรดี เดี๋ยวเราเลี้ยงเอง” บาสถามฟาง ถึงแม้จะรู้สึกมึนหัวเล็กน้อยแต่ก็ดีขึ้นมากแล้ว หากได้ข้าวสวยอุ่นๆมากระแทกปากตอนนี้คงดีไม่น้อย
    “แกจะเลี้ยงเหรอ? ไม่ใช่ว่าทำความผิดอะไรไว้นะ แล้วจะกลบเกลื่อนด้วยอาหาร....” ฟางหรี่ตาเล็กลง สิ่งที่เธอคิดคือบาสต้องถ่ายรูปตอนหลับเก็บไว้แน่ๆ และสิ่งที่เขากำลังทำคือ พยายามลบล้างความผิดนั้น
    ซึ่งมันผิดกับความเป็นจริงเลย ที่บาสอยากเลี้ยงข้าวเป็นเพราะว่ากำลังอารมณ์ดีเท่านั้น อยากตอบแทนฟางที่ช่วยเขาไว้จากเงื้อมือของนางมารร้าย และตอนนี้พวกเขานั่งอยู่ในรถกันสองคน ส่วนยายพริ้งกลับบ้านไปนานแล้ว เธอบอกว่าอยากนอนต่ออีกหน่อย ส่วนอีกเหตุผลคือรีบไปลบเครื่องสำอางราคาถูก เพราะหากปล่อยไว้นานกว่านี้เดี๋ยวจะทำหน้าพังได้ จึงทำให้บาสอยู่กับฟางสองต่อสอง...
    “เปล่านี่ เราไม่ได้ทำอะไรไม่ดีสักหน่อย แค่อยากเลี้ยงฟางเท่านั้นแหละ” บาสพูดจากใจจริง แต่มีเหรอที่คนฟังจะเชื่อ
    ยายฟางเข้ามาคะยั้นคะยอขอดูโทรศัพท์ เธอทำตัวน่ารำคาญเหมือนเห็บหมัดจนบาสทนไม่ได้ จึงให้โทรศัพท์ไปดูให้หายอยาก ฟางรีบกดเข้าไปดู หมายจะลบรูปน่าอายของตัวเองทิ้ง แต่จนแล้วจนรอด ไม่ว่าจะหายังไงฟางก็ไม่เห็นเลยรูปที่ว่า นี่ยิ่งทำให้ใบหน้าของเธอมีเม็ดเหงื่อขึ้นผุดพราย มองหน้าบาสแล้วยิ้มแหะๆ
    “อะไร? ยิ้มแบบนี้ คิดว่าในโทรศัพท์เรามีอะไรน่าอายอยู่เหรอไง” รอยยิ้มของฟางดูน่าตลก แต่บาสไม่ได้หัวเราะออกมา ทำเพียงส่งสายตาเอาเรื่องมาเท่านั้น
    ฟางส่งโทรศัพท์ให้บาสคืน ก่อนจะยิ้มมุมปาก “บ้าหรอ ใครจะไปดูอะไรน่าอายแบบนั้น เราก็แค่คิดว่าแก...จะถ่ายรูปโป๊ๆของยายพริ้งไว้ซะอีก”
    บาสเกือบจะสำลักน้ำในมือ ก่อนจะหันมามองฟาง“บ้านเธอสิ ใครจะทะลึ่งทำอะไรแบบนั้น เราเป็นสุภาพบุรุษพอเว้ย”“อ้อเหรอ ไม่บอกไม่รู้นะเนี่ย สุภาพบุรุษที่ไหนน้ามานอนกับสาวสองคน นี่ๆ แอบคิดอะไรกับเราด้วยปะ บอกได้นะเว้ย รับรองจะไม่บอกยายพริ้งเด็ดขาด!” “หึหึ ใครจะไปคิดอะไรแบบนั้น ที่เรานอนในห้องด้วยเพราะว่าห้องอื่นมันเต็มเว้ย อีกอย่างถ้าหากเราทำจริงนะฟางคงไม่นั่งทำหน้าแบบนี้หรอก”“โอ๊ะจริงดิ แล้วถ้าทำจริงเราต้องทำหน้ายังไงล่ะ”“ก็ทำหน้า...เคลิ้มๆ ร้อนแรง หื่นๆไง”“ไอ้บ้า! ขับไปเรื่อยๆเลยนะ ไม่ต้องพูดเเล้ว” ฟางเบือนหน้าหนีไปทางอื่น แต่ยังมีรอยยิ้มอยู่ตรงมุมปาก......หลายวันผ่านมา บาสเช่าห้องๆหนึ่งไว้เป็นห้องแล็บ นี่เป็นห้องสำหรับครีมกวน ไว้สร้างสรรค์ผลงานชิ้นโบว์แดงที่จะทำกำไรให้เขาหลายล้าน แม้อาจจะมีแค่ถ้วยตวงและชามขาวโง่ๆ ไว้ตักครีมต่างๆ กวนให้เข้ากันแล้วใส่กระปุก แต่ก็เป็นเครื่องมือทำมาหากินที่จะทำให้บาสรวยเร็วขึ้น
    รวยยิ่งกว่าธุรกิจไหนๆ และยังเป็นธุรกิจที่สุ่มเสี่ยงต่อการถูกจับ แต่ทำไปแค่สองสามปีคงไม่เป็นไรหรอก หลังจากเก็บเงินได้หลายสิบล้านบาสกะว่าจะเลิก แล้วหันไปทำธุรกิจขาวสะอาดต่อผู้บริโภคและต่อตนเอง ส่วนปรางจะเอาต่อหรือไม่ก็แล้วแต่เธอเลย
    โดยครีมของบาสอ้างว่าทำมาจากธรรมชาติ ส่วนผสมที่ลงตัวนับสิบชนิด ทำให้ผิวกระจ่างใส อ่อนเยาว์ขึ้นภายในสิบวัน ยังมีส่วนประกอบอื่นที่มาจากท้องทะเลลึก เช่นสกัดจากไข่ปลาคาเวียร์แม้อาจฟังดูเวอร์วัง แต่คนส่วนใหญ่ชอบอะไรที่เวอร์แบบนี้อยู่แล้ว พวกเขาชอบของดีและราคาย่อมเยาว์ เปี่ยมล้นด้วยคุณภาพราคาถูก
    ครีมของบาสสกัดมาจากไข่ปลาคาเวียร์จากห้วงทะเลลึก บีบอัดไข่แต่ละฟองละเอียดจนกลายเป็นเนื้อครีมเดียวกัน ผสมด้วยสาหร่ายจากทะเลแปซิฟิกที่ช่วยให้ความชุ่มชื้นแก่ผิว เหมือนกับว่าคุณกำลังแช่อยู่ในน้ำทะเล โดยชื่อเเบร์นที่บาสใช้คือ ดุจดาว
    ชื่ออาจฟังดูเห่ยและไม่เหมาะกับครีม แต่บาสรู้สึกว่าชื่อนี้มันเหมาะดีแล้ว เพราะคำว่าดุจดาวฟังดูแล้วไพเราะยิ่ง โดยเฉพาะเมื่อเราทาครีมในวันนี้ วันรุ่งขึ้นอาจตื่นขึ้นมาฉายแสง หน้าเปล่งปลั่งดั่งดวงดาว และนั่นจึงเป็นที่มาของครีมดุจดาว ทำให้เราฉายแสงในชั่วข้ามวันด้วยสารปรอทรุนแรง
    แม้จะบอกว่ารุนแรงแต่บาสไม่กล้าใช้เยอะนัก เพราะเขายังต้องใช้ครีมกอบโกยเงินอีกเยอะ ถ้าหากมีคนแพ้เร็วเกินไปคงไม่ใช่เรื่องดี บาสจึงต้องลดจำนวนสารปรอทตามคำแนะนำของหมอเอ้
    “วันนี้แต่งตัวสวยจังเลยนะปราง” บาสนั่งอยู่ที่ร้านกาแฟร้านเดิมกับคราวก่อนที่นัดกับหมอเอ้ ต่างกันที่คราวนี้มีแต่เขาและปรางเท่านั้น
    ปรางวันนี้แต่งตัวสวยจัด ใส่เสื้อสายเดี่ยวเอวลอย กางเกงยีนส์ขาสั้นจนเกือบเห็นแก้มก้น หน้าท้องแบนราบจนอยากทาบหน้าลงไป แม้ปรางจะเคยมีลูกมาก่อนแต่ดูเหมือนท้องของเธอจะไม่ลายเลย ยังสวยเหมือนกับคนไม่มีลูกมาก่อน
    “แหม...บาสก็ชมพี่เกินไป” ปรางเอามือปิดปาก ก่อนจะจงใจก้มลงตักเค้กชิ้นเล็ก เธอพยายามเปิดร่องอกให้กว้างที่สุดเท่าที่จะทำได้ โดยเฉพาะวันนี้ที่หมอเอ้ไม่อยู่ด้วยแล้ว ปรางจึงพยายามสุดฤทธิ์เพื่ออ่อยบาส
    บาสหัวเราะอยู่ในลำคอ แม้ปรางจะมีลูกแล้วแต่ยังสวยอยู่ โดยเฉพาะหน้าอกที่โดดเด่น กำลังยั่วยวนต่อหน้าต่อตา ต่อให้บาสมีแฟนแล้วแต่เห็นแบบนี้ก็ไม่ไหวเหมือนกันนะ
    บาสไม่ได้หลบสายตา กลับกันเลยเขามองเต็มสองตา เก็บรายละเอียดภาพที่เห็นให้ได้มากที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้ เพราะถึงอย่างไรซะปรางก็จงใจให้ดูอยู่แล้ว บาสจะเสียมารยาทหากไม่รับคำชวนนี้ และปรางก็ตอบสนองถึงที่สุด จงใจใช้มือซ้ายแหวกเสื้อก่อนจะพูดว่า
    “บาสร้อนหรือเปล่า พี่รู้สึกร้อนมากเลยเนี่ย ดูสิเหงื่อพี่เต็มเลย”
    บาสเผลอกลืนน้ำลายอย่างไม่รู้ตัว แต่เขารู้ดีว่าอะไรควรไปต่อหรือควรหยุดอยู่ตรงนั้น เพราะงั้นจึงเปลี่ยนการสนทนาที่ล่อแหลม พูดเข้าเรื่องธุรกิจ
    “นี่เป็นครีมที่บาสจะให้ปราง ลองดูสิ” บาสเปิดกระเป๋าที่วางอยู่บนเก้าอี้ ก่อนจะเอาครีมออกมาหนึ่งกระปุกกระปุกครีมใสๆจนเห็นเนื้อครีมข้างใน มีเพียงฝาที่ปิดเท่านั้นที่เขียนคำว่า ดุจดาว

    คล้ายกับเรื่องย้อนอดีตกลับมารักเธอ ที่คุณอ่าน