บทที่ 1 เซียนผู้ถูกทิ้ง
ท่ามกลางราตรีที่จันทร์กระจ่างฟ้า สาดแสงอาบไล้ผืนป่าอันเร้นลับของเทือกเขาไท่ซวนจนสว่างไสว เสียงแว่วก้องกังวานของเหล่าสัตว์ิญญาที่สอดประสานกันราวกับบทเพลงกล่อมบรรเลง
ทว่าบนยอดเขาที่สูงเทียมเมฆ กลับปรากฏร่างของชายผู้หนึ่งนอนทอดกายอยู่อย่างโดดเดี่ยว ใบหน้าของเขาหม่นหมองและเต็มไปด้วยร่องรอยแห่งความทุกข์ระทม ขัดกับความสุนทรีย์ของธรรมชาติรอบกายอย่างสิ้นเชิง
นามของเขาคือ หลิวชิง หนึ่งในเจ็ดเซียนผู้เกรียงไกรแห่งทวีปเทียนตี้ ทว่าภายใต้ชื่อเสียงอันเลื่องลือนั้น เขากลับถูกตราหน้าว่าเป็ผู้ที่อ่อนแอที่สุดในกลุ่มอย่างน่าสลดใจ ในขณะที่สหายร่วมสมญานามอีกหกคนต่างทะยานขึ้นสู่จุดสูงสุดในระดับ จักรพรรดิเซียนขั้นที่เก้า หลิวชิงกลับทำได้เพียงหยุดนิ่งอยู่ที่ระดับ เซียนขั้นที่เก้า ซึ่งห่างชั้นกันถึงสองระดับ ถึงอย่างนั้นมันก็ราวฟ้ากับเหว
ภายในจิตใจของเขาวนเวียนอยู่ด้วยคำถามที่ไร้คำตอบ เหตุใดโชคชะตาถึงโหดร้ายและลำเอียงต่อเขานัก ทั้งที่พวกเขาทั้งเจ็ดต่างร่วมแรงร่วมใจฝ่าฟันขวากหนามและอุปสรรคมาด้วยกันจนก้าวขึ้นสู่จุดสูงสุดที่ใต้หล้าต่างก้มหัว ในฐานะเซียนผู้ยิ่งใหญ่แห่งยุคสมัยที่หมื่นปีจะมีเพียงคราหนึ่ง แต่ทว่าในขณะที่คนอื่นโบยบินสู่หนทางแห่งการหลุดพ้น มีเพียงเขาที่ยังคงถูกทิ้งไว้เื้ัเพียงลำพัง
เหตุใดจนถึงตอนนี้ กำแพงแห่งระดับเซียนขั้นเก้าจึงยังคงเป็ปราการเหล็กที่เขาไม่อาจก้าวข้าม ลึกๆ ในใจเขาโหยหาเพียงการได้กลับไปยืนเคียงบ่าเคียงไหล่กับสหายร่วมรบเหมือนวันวาน วันเวลาที่เต็มไปด้วยเสียงหัวเราะและความสุขในการฝ่าฟันอุปสรรคไปด้วยกัน
ทว่าในยามนี้เขากลับต้องมาอยู่ ณ เทือกเขาไท่ซวนเพียงลำพัง เทือกเขาที่ครั้งหนึ่งพวกเขาทั้งเจ็ดเคยร่วมแรงร่วมใจกำราบสัตว์ิญญาที่ดุร้ายมาด้วยกันอย่างห้าวหาญ แต่ความทรงจำอันล้ำค่าเ่าั้กลับยิ่งตอกย้ำความโดดเดี่ยวในปัจจุบันให้กัดกินหัวใจมากขึ้นไปอีก
เหตุใดเขาจึงถูกทิ้งให้เผชิญกับความอ้างว้างเพียงลำพัง เพียงเพราะไม่อาจก้าวข้ามกำแพงระดับพลังที่ขวางกั้นได้งั้นหรือ? ในขณะที่สหายทั้งหกต่างมุ่งหน้าสู่ เกาะ์ชำระล้าง ดินแดนศักดิ์สิทธิ์อันห่างไกลออกไปครึ่งโลก
สถานที่ซึ่งเป็บททดสอบสุดท้ายของเหล่าเซียนเพื่อชำระจิติญญาและแสวงหาหนทางหลุดพ้นสู่แดน์ ทิ้งให้เขากลายเป็เพียงเงาของอดีตที่ถูกลืมเลือนไว้เื้ัเพียงผู้เดียว
“หลิวชิง... บัดนี้เ้าคือผู้ปกครองเพียงหนึ่งเดียวแห่งทวีปเทียนตี้ หากพวกข้าไปแล้วไม่หวนคืน โลกใบนี้ย่อมฝากฝังไว้ในมือเ้า เพราะนอกจากพวกเราแล้ว ก็ไม่มีผู้ใดในใต้หล้าที่ทัดเทียมเ้าได้อีก เ้าจงอยู่เพื่อเป็เสาหลักปกป้องแผ่นดินนี้เถิด”
นั่นคือถ้อยคำของ เฟยหลง พี่ใหญ่ผู้เป็ผู้นำกลุ่มที่กล่าวทิ้งท้ายไว้ก่อนออกเดินทาง
โครม...!!!
ทันใดนั้น เสียงคำรามกึกก้องของสัตว์ิญญาระดับจักรพรรดิขั้นหนึ่งพลันะเิขึ้น แผ่ซ่านด้วยกลิ่นอายสังหารอันทรงพลังจนเทือกเขาไท่ซวนสั่นะเืเลื่อนลั่น มวลอากาศบิดเบี้ยวกลายเป็พายุคลั่งโหมกระหน่ำอย่างไร้ทิศทาง เพียงชั่วอึดใจ ท้องฟ้าเหนือยอดเขาที่เคยกระจ่างใสกลับถูกม่านเมฆาดำทะมึนเข้าปกคลุมจนมืดมิด ก่อนที่สายฝนจะเทกระหน่ำลงมาอย่างบ้าคลั่งพร้อมเสียงอัสนีบาตที่ฟาดลงมาไม่ขาดสาย
ท่ามกลางพายุคลั่งที่โหมกระหน่ำ หลิวชิงกลับลุกขึ้นนั่งอย่างแช่มช้าไร้ซึ่งความตื่นตระหนก เขาขยับกายเหยียดตรงก่อนที่ร่างนั้นจะทะยานขึ้นสู่ห้วงเวหาอย่างสงบนิ่ง ฝ่าม่านฝนและสายฟ้าที่ฟาดฟันลงมาอย่างบ้าคลั่ง
เบื้องหน้าของเขาในยามนี้ปรากฏเป็มหาัขนาดั์ ร่างของมันมหึมาเสียจนดูราวกับจะสามารถกลืนกินขุนเขาทั้งลูกลงสู่ลำคอได้เพียงชั่วพริบตา
“โฮก...!!!”
มหาัะเิเสียงคำรามกึกก้องอีกครั้ง กลิ่นอายสังหารอันหนักอึ้งพุ่งจู่โจมหลิวชิงอย่างท้าทาย แต่ทว่า... ทันทีที่เขาวาดหมัดชกออกไปข้างหน้าเพียงหนึ่งครั้ง มวลอากาศโดยรอบพลันบิดเบี้ยวผิดรูปอย่างรุนแรง พลังงานมหาศาลแผ่ซ่านจนมองเห็นเป็คลื่นกระแทก
และในพริบตาต่อมา ร่างอันมหึมาของัระดับจักรพรรดิขั้นหนึ่งก็ะเิออกเป็เสี่ยงๆ! โลหิตและเศษเนื้อกระจัดกระจายเกลื่อนกราดชโลมผืนป่าจนกลายเป็สีแดงฉาน
หลิวชิงทิ้งตัวลงสู่จุดเดิมที่เขาเคยนอนทอดกายอยู่อย่างแช่มช้า พลางพ่นลมหายใจออกมาเบาๆ อย่างแสนระอา "ข้ายังไม่ทันได้รู้สึกเหนื่อยด้วยซ้ำไป..." เขานิ่งเงียบไปครู่หนึ่งก่อนจะเอนกายลงนอนพิงผืนหญ้า สายตาเหม่อมองไปยังความมืดมิดพลางพึมพำกับตัวเอง "ข้าต้องทำอย่างไร... ถึงจะแข็งแกร่งทัดเทียมกับพวกเ้าทั้งหกคนได้ พี่ใหญ่เฟยหลง พี่รองเซี่ยซ่าน เ้าถังอู่เล่อ จงหลิง เย่กู่อี้ และเมิงฉิน..." เขาถอนหายใจยาวอีกคราด้วยความอ้างว้าง "เหตุใดพวกเ้าทั้งหกคนถึงทิ้งข้าไว้เพียงลำพังเช่นนี้ได้ลงคอ"
พี่ใหญ่ เฟยหลง คนรักคือ จงหลิง
พี่รอง เสี่ยซ่าน คนรักคือ เย่กู่อี้
ถังอู่เล่อ คนรักคือ เมิงฉิน
หลิวชิง คนรัก ไม่มี
เฟยหลง อายุ 35
เสี่ยซ่าน อายุ 32
ถังอยู่เล่อ, หลิวชิง, จงหลิง, เย่กู่อี้, เมิงฉิน อายุ 30