บทที่ 9 2/2
เริ่มเปิดใจ
ความเดิมตอนที่แล้ว
ไม่รู้ว่าเวลาผ่านไปนานแค่ไหนที่เมนิลาเผลอมองหน้าชายหนุ่มคนนั้นที่กำลังบรรยายเื่ราวสนุกๆ ให้กับลูกทัวร์ฟัง โดยที่ไม่ทันได้รู้สึกตัวเลยว่ามีบางอย่างก่อเกิดขึ้นในหัวใจของเธอ
เมนิลาเริ่มสนใจในตัวเขาขึ้นมาเสียแล้ว…
-----------------------------------------------------------------
“น้องชินๆ มาถ่ายรูปรวมกับพวกพี่กัน”
กลุ่มคนที่ครั้งหนึ่งเคยควันออกหูเพราะถูกเตชินทร์เรียกว่า ‘พี่’ บัดนี้กลับกวักมือเรียกชายหนุ่มให้เข้าไปร่วมเฟรมกับพวกเขาราวกับสนิทสนมกันมาเนิ่นนานหลังจากที่ได้รู้ว่าเป็ศิษย์เก่าจากสถาบันเดียวกัน
เมื่อรุ่นพี่เอ่ยชวนอย่างนี้แล้ว รุ่นน้องอย่างเขาจึงเลี่ยงไม่ได้ที่จะต้องเข้าไปเป็ส่วนหนึ่งของภาพที่ระลึกนั้นด้วย
แต่กว่าจะถ่ายเสร็จก็ล่อไปเกือบชั่วโมงเพราะเขาถูกพี่ๆวัยเก๋าลากตัวไปถ่ายทั่วทุกมุมของร้านคาเฟ่อย่างกับคนดังก็มิปาน ไหนยังจะต้องคอยแอดไลน์เพื่อเพิ่มเพื่อนกับเหล่าบรรดาสาวใหญ่พวกนี้อีกด้วย
พอตั้งมั่นที่จะทำงานนี้อย่างตั้งใจ เตชินทร์จึงได้รู้ซึ้งถึงความเหนื่อยยากของอาชีพที่เกี่ยวข้องกับงานบริการอย่างแท้จริง เพราะการที่จะทำให้ทุกคนประทับใจเป็เื่ที่ไม่ง่ายเลยแม้แต่นิดเดียว ไหนจะต้องมาเผชิญกับเหล่าลูกค้าเทวดาที่คอยแสดงฤทธิ์เดชใส่เขาไม่ยั้งจนเกือบฟิวส์ขาดอยู่บ่อยครั้ง หากแต่ภรรยาของเขากลับสามารถจัดการมันได้อย่างอยู่หมัดและอยู่กับอาชีพนี้มาได้กว่าหกปีโดยไม่บ่นให้ได้ยินเลยแม้แต่ครั้งเดียว
เตชินทร์แทบอยากจะตบปากตัวเองที่เคยพลั้งปากปรามาสเมนิลาในตอนนั้นเสียจริงๆ
“อะ…น้ำ”
เสียงหวานดังขึ้น ก่อนเมนิลาจะยื่นชาผลไม้เย็นๆให้เตชินทร์ที่กำลังนั่งหมดแรงอยู่ตรงม้านั่งริมระเบียงร้าน เพราะด้วยความที่กระหายน้ำเป็ทุนเดิมอยู่แล้วเขาจึงรีบคว้ามาดื่มรวดเดียวจนหมดโดยไม่ทันได้สังเกตว่าหญิงสาวลงมานั่งข้างเขาเป็ที่เรียบร้อยแล้ว
และตอนนี้ก็กำลังมองหน้าเขาอยู่…
“เหนื่อยไหม”
คนเพิ่งรู้สึกตัวถึงกับสำลักน้ำหวานเพราะไม่คิดว่าเธอจะนั่งใกล้เขาขนาดนี้ ทำเอาเมนิลาถึงกับใก่อนจะเข้าไปช่วยลูบหลังให้จนอาการของเตชินทร์ค่อยๆบรรเทาลงจนหายสนิท
“ค่อยๆดื่มสิ”
ไม่วายถูกเธอเอ็ดเบาๆ เตชินทร์จึงได้แต่ยิ้มแห้งกลับไปแล้วทำทีหันไปมองวิวรอบๆร้านเพื่อ้าเก็บซ่อนความรู้สึกของตัวเองไม่ให้เธอจับได้
สักพัก บรรยากาศก็กลับมาเงียบดังเดิมเพราะต่างคนต่างเอาแต่ปิดปากเงียบไม่พูดไม่จากัน จนเตชินทร์เริ่มรู้สึกเกร็งและอึดอัดแปลกๆ ก่อนจะตัดสินใจชวนเธอคุยเพื่อหวังจะทำลายความกระอักกระอ่วนนี้เสีย
แต่ไม่ทันจะได้อ้าปาก เมนิลาก็ชิงพูดขึ้นมาเสียก่อน
“ขอบคุณนะ”
เตชินทร์ที่ได้ยินดังนั้นถึงกับเบิกตากว้าง รีบหันขวับไปมองคนข้างกายอย่างประหลาดใจ คนอย่างเมนิลาน่ะหรือจะยอมเอ่ยปากขอบคุณเขาง่ายๆ แล้วยิ่งตอนนี้เขาและเธอคือศัตรูที่ไม่ลงรอยกันเสียด้วย
หากว่านี่ไม่ใช่ฝัน เขาก็คงจะหูฝาดได้ยินผิดเพี้ยนไปจากความจริงเป็แน่แท้
“เมื่อกี้เธอว่าไงนะ” เขาถามย้ำอย่างไม่เชื่อหูตัวเอง
เมนิลาอึกอักนิดๆหลังถูกเขาถาม หากสังเกตดีๆจะพบว่าที่พวงแก้มทั้งสองข้างเริ่มแดงระเรื่อ สายตาเธอเริ่มลอกแลก มองสอดส่ายไปมาอย่างเขินอาย
อย่าว่าแต่เตชินทร์เลยที่จะแปลกใจกับคำพูดของเธอ แม้แต่เมนิลาเองก็ยังใตัวเองเลย และไม่เคยคิดมาก่อนว่าจะกล้าพูดมันกับคู่แข่งที่เธอปฏิญาณว่าจะไม่มีวันญาติดีด้วยเสียอย่างนั้น
“ข..ขอบคุณ”
เธอเอ่ยมันออกมาอีกครั้งอย่างแ่เบาทำเอาคนที่ได้ยินถึงกับดีใจเป็ลิงโลดและฉีกยิ้มหน้าบานเป็กระด้งอยู่คนเดียว
“อะไรนะ ไม่เห็นได้ยินเลย”
เพราะอยากจะได้ยินอีกครั้ง เขาจึงทำทีแกล้งไม่ได้ยินพร้อมทั้งยกมือขึ้นมาป้องหูตัวเอง แต่ดูเหมือนการกระทำนั้นจะทำให้อาการเขินอายก่อนหน้าของหญิงสาวเปลี่ยนเป็เส้นเืกระตุกที่ขมับทั้งสองข้างแทน แล้วไหนจะท่าทางน่าหมั่นไส้ที่เธอตีความไปเองว่าเขากำลังยั่วเย้าเพื่อ้ากวนประสาทเธอนี่อีก
“ขอบ-คุณ” เธอพูดเน้นทีละคำอย่างชัดเจน
แต่ยิ่งได้ยินมันก็ยิ่งชื่นใจ ทว่าคนไม่รู้จักพอก็ยังคงอยากได้ยินมันอีกครา
“ฮะ? … ไม่ได้ยินเลย”
คราวนี้เมนิลาไม่ยอมให้เขาได้ใจไปมากกว่านี้แล้ว เธอหรี่ตามองเตชินทร์ด้วยสายตาอาฆาต สลับกับหันไปมองกลุ่มลูกทัวร์ที่ยืนอออยู่หน้าร้านขายของฝาก ซึ่งแต่ละคนต่างหอบหิ้วถุงของฝากพะรุงพะรังเต็มไม้เต็มมือไปหมด
ทันใดนั้น เธอก็หันมายิ้มให้เตชินทร์ด้วยรอยยิ้มเยือกเย็น
“ขอบคุณนะ…”
เตชินทร์ฉีกยิ้มกว้างอย่างดีใจอีกครั้งก่อนจะเปลี่ยนเป็ยิ้มเจื่อนเมื่อได้ยินประโยคถัดไปจากหญิงสาวตรงหน้า
“ที่จะช่วยขนของให้ลูกทัวร์แทนฉันกับกันต์น่ะ”
พูดจบเมนิลาก็ยกมือะโกวักเรียกลูกทัวร์ไหวๆ
“มีอะไรให้ช่วยไหมคะ?!”
เมื่อมีคนเสนออย่างนี้ มีหรือที่คนสูงวัยจะพลาดข้อเสนอสุดเลิศนี้ไปได้ เพราะถึงแม้ระยะทางจากตัวคาเฟ่กับที่จอดรถจะไม่ไกลกันมากนัก แต่ด้วยจำนวนของฝากที่ซื้อกันไม่ต่ำกว่าสิบอย่างก็อาจจะทำให้เข่าลั่นได้
และยิ่งเห็นว่าเป็เตชินทร์ด้วยแล้วก็อยากจะให้เข้ามาบริการเพราะรู้สึกถูกชะตาด้วยเป็พิเศษ!
“ว๊ายพอดีเลย มาช่วยพี่ๆ ถือของหน่อยน้องชิน”
เตชินทร์ค่อยๆหันกลับมา ก่อนจะเห็นเมนิลากอดอกแล้วยิ้มเย้ยหยันมาทางเขา มิหนำซ้ำยัยตัวดียังยักคิ้วหลิ่วตาอย่างกวนๆราวกับเด็กที่เพิ่งเอาชนะผู้ใหญ่ได้มาหมาดๆ จากนั้นก็ลุกขึ้นสะบัดผมลอนที่ถูกมัดเป็หางม้าเดินจากไป ปล่อยให้เขานั่งอ้าปากค้างเตรียมรับชะตากรรมอันแสนหนักอึ้งอยู่คนเดียวโดยไม่ทันได้สังเกตว่าเธอกำลังกลั้นขำอยู่
เขาได้แต่คิดกับตัวเองว่า แม้่นี้เมนิลาจะเริ่มกลับมาใจดีกับเขาบ้างแล้วก็ตาม ทว่าเธอก็ไม่อาจสลัดคราบนางมารในสายตาของเขาออกไปได้อยู่วันยังค่ำ แต่ถึงอย่างนั้น…
ก็น่ารักเป็บ้าเลยเว้ย!
หลังกลับจากทัวร์ในครั้งนั้น เมนิลาก็รับรู้ได้ถึงความพยายามในการเปลี่ยนแปลงตัวเองใหม่ของเตชินทร์และไม่เพียงแค่เธอเท่านั้นที่รู้สึก แม้แต่กันต์หรือคุณละเอียดเองก็ยังสังเกตได้ เพราะมีอยู่วันหนึ่งที่เธอเรียกเขาเข้าไปบ่นเื่การแต่งกายที่ไม่เรียบร้อย หากเป็เมื่อก่อนเขาคงจะต้องยืนกระดิกเท้า อ้าปากหาวกวนประสาทเธอไปแล้ว แต่พอมาวันนี้ชายหนุ่มกลับก้มหน้าก้มตาฟังเธอเทศนายาวอย่างตั้งอกตั้งใจโดยไม่เถียงกลับคืนสักคำเดียว
“ได้เลยครับผู้จัดการ เดี๋ยวผมรีบแก้ไขเลยครับ”
เตชินทร์พูดพร้อมโค้งหัวอย่างเคารพ ทำเอาผู้จัดการสุดเฮี้ยบถึงกับยกมือขึ้นทาบอกอย่างไม่เชื่อในสายตาตัวเอง
เ้าเด็กที่ชอบกวนบาทาเธอเมื่อไม่กี่วันก่อนกลับกลายเป็เด็กเรียบร้อย เชื่อฟังคำสั่งผู้ใหญ่ไปเสียแล้ว!
อีกทั้งเขายังตั้งหน้าตั้งตาทำงานตามที่ได้รับมอบหมายอย่างไม่อิดออด แม้มันอาจจะกระท่อนกระแท่นไปบ้าง แต่เมนิลาที่เป็ถึงหัวหน้าทีมก็ยอมปล่อยวางอคติไว้ชั่วคราวแล้วตัดสินใจสอนงานเตชินทร์ใหม่ั้แ่พื้นฐานจนเขาเริ่มทำมันได้ดีขึ้นเรื่อยๆ ส่งผลให้ทีมของพวกเธอสามารถไต่ลำดับจากจุดท้ายสุดขึ้นมาอยู่อันดับกลางๆจากทีมนำเที่ยวทั้งหมดได้ในท้ายที่สุด
เมนิลาที่กำลังยืนมองกระดานจัดลำดับถึงกับยิ้มออกมา ก่อนจะหันไปทางเตชินทร์และกันต์ที่ยืนอยู่ข้างๆ
ไม่ต้องพูดอะไรมากนัก ทั้งสองก็ไม่รีรอที่จะแท็กมือกับเธอด้วยความดีใจ ในขณะเดียวกัน เตชินทร์ก็เอาแต่มองรอยยิ้มที่ปรากฏอยู่บนใบหน้าหวานนั้นโดยไม่ยอมละสายตาไปไหน มันช่างเป็รอยยิ้มที่อ่อนหวานและสดใสเหลือเกิน
มิหนำซ้ำยังทำให้หัวใจของชายคนนี้กลับมาเต้นโครมครามอย่างไม่เป็จังหวะได้อยู่เสมอ
ถึงแม้เตชินทร์จะรู้สึกดีใจที่ความฝันของภรรยาเขาใกล้จะเป็จริงในอีกไม่ช้า หากแต่อีกใจหนึ่งเขากลับรู้สึกเศร้าแปลกๆ เมื่อนึกถึงวันที่จะต้องพรากจากเธออย่างไม่มีวันหวนคืนเสียอย่างนั้น
แม้มันอาจจะดูเป็คำขอที่ลมๆแล้งๆก็ตามที แต่หาก์ยังคงเมตตาเขาอยู่บ้าง ก็ขอให้เขาได้มีโอกาสได้กลับมารักกับเธอดังเดิมด้วยเถิด
เขาขอสาบานว่าจะไม่มีวันทำให้เธอต้องเสียน้ำตาเพราะเขาอีกเด็ดขาด…
โปรดติดตามตอนต่อไป
-----------------------------------------------------------
เ้าต้นนุ่น:
แหม ไหนตอนแรกบอกแค่จะช่วยเมียทำฝันให้สำเร็จแค่นั้นไงเฮียชิน
ชักจะหวังเยอะไปแล้วนะ หมั่นไส้!!!
ความในใจเ้าต้นนุ่น :
คอมเมนต์สักนิดเพื่อเป็กำลังใจให้เ้าต้นนุ่นได้มีแรงปั่นเฮียชินหน่อยนะคะพี่ๆ