เมื่อไปถึงบ้านเว่ยแม่เฒ่าเว่ยก็ออกมารอต้อนรับที่หน้าบ้านอยู่แล้ววันนี้เธอจะต้องได้ทานข้าวร่วมกับว่าที่ลูกสะใภ้ให้ได้
เธอให้ลูกสะใภ้ทั้งสองเตรียมอาหารเนื้อชุดใหญ่เพราะลูกชายเธอเป็คนซื้อเนื้อมาเองถึงแม้ว่าเว่ยอี้หยางจะยังไม่แยกบ้านแต่เขาก็พอมีเงินเก็บส่วนตัวบ้างไม่ได้ส่งให้แม่ไปจนหมดเผื่อกรณีฉุกเฉินจะได้ไม่ลำบาก
เมื่อทั้งสามคนไปถึงอาหารก็ขึ้นโต๊ะพร้อมทานได้แล้วสมาชิกบ้านเว่ยมีทั้งหมด10 คน ผู้ใหญ่ 7 คน เมื่อเล่อเยียนและฟ่านเหมยเหมยมาร่วมทานด้วยเด็กๆจึงแยกโต๊ะรวมถึงลูกสาวคนเล็กคนเดียวของบ้านเว่ยด้วยแม้ว่าเธอจะมีอายุเท่ากับเล่อเยียนก็ตาม
" กับข้าววันนี้พี่เขาซื้อมาจากในเมืองหนูเล่อเยียนทานให้อร่อยนะจ๊ะ"
"จริงสิแล้วนี่ใครกันหรือป้าเหมือนจะเคยเห็นหน้าแต่ไม่รู้จักชื่อเพื่อนของหนูเองหรอกหรือ"แม่เฒ่าเว่ยว่าจะถามั้แ่เข้ามาในบ้านแต่ก็มัวลืมรีบพาเล่อเยียนไปนั่งที่โต๊ะทานอาหารกลัวว่าหล่อนจะลุกวิ่งหนีไปอีก
" หนูชื่อฟ่านเหมยเหมยเป็เพื่อนของเล่อเยียนค่ะคุณป้าเอ่อ..พอดีหนูมาเป็เพื่อนเธอนะคะให้เธอมาคนเดียวน่าจะดูไม่เหมาะเท่าไหร่"ถึงแม้ว่าเธอจะเก่งเื่การกินเป็หลักแต่อย่างไรเหมยเหมยก็เป็ปัญญาชนคนหนึ่งมีหรือจะพูดอะไรที่ฟังดูโง่ๆออกมา เื่ความเหมาะสมยังไงซะเธอทำแบบนี้ก็สมควรแล้ว
" อ้อ จ้ะๆ เชิญตามสบายเลยนะหนูเหมยเหมยจริงสิเล่อเยียนป้ายังไม่แนะนำให้รู้จักคนในครอบครัวเลย "แม่เฒ่าเว่ยชวนว่าที่ลูกสะใภ้คุย
" คุณแม่ครับทานข้าวก่อนเถอะครับอาหารเย็นแล้วจะทานไม่อร่อยนะครับ "อี้หยางเตือนแม่ตัวเองเพราะรู้สึกว่าเธอจะกระตือรือร้นมาเป็พิเศษ
" ได้ไงกันยังไงซะก็ควรจะรู้จักกันไว้ อาหารยังยกมาไม่หมดเลยเสียมารยาทจริงๆ เลยลูกนี่"
คนนี้คือพี่ใหญ่เว่ยหานหลงส่วนคนนี้เป็พี่สะใภ้ใหญ่ซูฉิงเปา
ถัดมาคือพี่รองเว่ยเฉิงฉือแล้วนั่นก็สะใภ้รองติงฮวาเจีย
สุดท้ายคนนั้นคือน้องเล็กน่าจะอายุเท่ากับหนูเว่ยฟางเฟินจ๊ะ
"เอาล่ะพวกลูกฟังเอาไว้นี่คือหนูหลี่เล่อเยียนเป็คนช่วยชีวิตแม่ตอนที่แม่เป็ลมแดดครั้งนั้น"แม่เฒ่าเว่ยร่ายยาวเพื่อเป็การแนะนำหรือเรียกอีกอย่างหนึ่งคือการเปิดตัวว่าที่ลูกสะใภ้
" ยินดีที่ได้รู้จักนะคุณหลี่ ขอบคุณมากที่ช่วยแม่ของพวกเราไว้ "เว่ยหานหลงกล่าวทักทายคนแรก
ส่วนสะใภ้ใหญ่นั้นแทบจะตาเหลือกด้วยความอิจฉา
'เพียงแค่มากินข้าวไม่เห็นจะต้องทำอาหารเนื้อมากมายถึงเพียงนี้นี่มันยังกับงานฉลองปีใหม่ซะอีกน้องสามก็เหลือเกินใช้เงินส่วนกลางไปมากมายเท่าไหร่กันกับอาหารมื้อนี้ ' เธอทึกทักเอาไปเองว่าเงินทุกหยวนที่หามาได้คือเงินของครอบครัวทำไมจะต้องมาเสียให้กับเื่ไม่เป็เื่ด้วยนะ
ส่วนสมาชิกในบ้านคนอื่นๆต่างส่งยิ้มให้เพื่อทักทายแล้วทั้งหมดก็ลงมือทานข้าวกับข้าวที่มีเนื้อมาผสมใช่ว่าจะได้กินกันบ่อยๆสะใภ้ใหญ่กับฟ่านเหมยเหมยจ้องชิ้นเนื้อตาเป็มัน ต่างคนต่างไม่ยอมกันคล้ายๆาแย่งเนื้อกันย่อมๆ
หลี่เล่อเยียนที่พอจะรู้นิสัยการกินของเหมยเหมยอยู่แล้วจึงไม่แปลกใจเท่าไหร่แต่เธอจะเลี่ยงจานอาหารที่เหมยเหมยกินเธอจะไม่ทานร่วมเด็ดขาดแล้วจานที่เหมยเหมยไม่กินนั่นคือจานที่มีแต่ผักไม่มีเนื้อ
อี้หยางที่นั่งนิ่งๆตักข้าวกินไปด้วยพร้อมกับสังเกตุเล่อเยียนไปด้วยเขารู้สึกสงสารเธอจับใจนี่มันแร้งลงโต๊ะอาหารรึอย่างไรทำไมถึงเป็กันได้ขนาดนี้ไม่เว้นแม้แต่คนในครอบครัวของเขา นี่พวกเขาอดอยากกันมากถึงขนาดนี้เชียวรึ
แม่เฒ่าเว่ยเก็บอาการโมโหไว้ในใจลำพังพวกบรรดาลูกสะใภ้หล่อนจัดการสั่งสอนทีหลังได้แต่แม่หนูฟ่านเหมยเหมยที่อะไรหล่อนเป็หมูมาเกิดรึไงกันทำไมถึงได้ดินมูมมามเสียงดังขนาดนี้ทั้งยังกินแต่เนื้อไม่สนใจใครเลยด้วยซ้ำ หนูเล่อเยียนรึหล่อนหยิบแต่จานผักอาหารที่หล่อนนำมาเขายังไม่เห็นเธอแตะมันเลยแม้แต่น้อย
" นี่พวกเธอไปอดอยากจากที่ไหนมากัน ไม่อายแขกของฉันกับอี้หยางบ้างเลยรึไง" สุดท้ายเธอก็ทนไม่ไหวจำต้องแสดงด้านโหดออกมาให้เล่อเยียนเห็น
" เหลือไว้ให้คนอื่นเขากินบ้างอาการในปากก็เคี้ยวให้หมดซะก่อนที่มันจะติดคอเพราะยัดไม่เลือก"แม่เฒ่าเว่ยโมโหจนตัวสั่นอีกทั้งเธอยังว่ากระทบฟ่านเหมยเหมยด้วยถึงแม้ว่าจะไม่กล้าว่าต่อหน้าก็ตาม
" ไม่เป็ไรค่ะ ทุกคนทานกันเถอะค่ะหนูไม่ค่อยชอบเนื้อเท่าไหร่ "เล่อเยียนตอบออกมายิ้มแบบฝืนๆใจจริงเธออยากจะบอกว่าไม่ชอบกินร่วมกับคนแบบนี้สักเท่าไหร่แต่หากพูดออกไปมีหวังโดนไล่ออกจากบ้านแน่
" อิ่มแล้วหรือจ๊ะทานอีกหน่อยสิป้าหนูผอมเกินไปแล้วนะ " จริงๆแล้วเล่อเยียนเป็คนไม่ค่อยชอบคุยเวลากินอาหารเท่าไหร่ เธอเป็คนกินเร็วเพราะต้องทำงานแข่งกับเวลาแต่วันนี้เห็นทีจะอิ่มเร็วไปหน่อยเพราะแค่ดูพวกเขากินเธอก็อิ่มแล้วล่ะ
" ผมอิ่มแล้วขอตัวสักครู่นะครับ ไปเถอะ"อี้หยางที่ทนไม่ไหวจึงลุกขึ้นจากโต๊ะแล้วจูงมือเล่อเยียนออกมาทางหน้าบ้านไม่สนใจเสียงใครทั้งนั้น
ทางด้านฟ่านเหมยเหมยที่ตอนแรกตั้งใจจะมาเป็ก้างชิ้นโตของเล่อเยียนก็ไม่สนใจอะไรอีกต่อไปเธอกำลังทำาแย่งหมูสามชั้นกับสะใภ้ใหญ่นั่นเองเธอลืมความตั้งใจของตัวเองจนหมดสิ้น
ทางฝั่งของหนุ่มสาวสองคนเมื่อออกมานั่งตรงแคร่หน้าบ้านก็ต่างคนต่างเงียบไม่รู้จะเริ่มต้นพูดหรือชวนคุยเื่อะไรดี
" วันนี้ขอบคุณพี่มากนะกับข้าวอร่อยมาก"เล่อเยียนพูดทำลายบรรยากาศที่เงียบกริบ
" โกหก เธอโกหกจะอร่อยได้ยังไงเธอกินแต่จานผัก"อี้หยางจับผิดเล่อเยียนเขาไม่เชื่อหรอกว่ามันอร่อยออกจะน่ารำคาญซะด้วยซ้ำสำหรับมื้อนี้
" พี่รู้ได้ยังไง ฉันอาจจะกินตอนที่พี่ไม่เห็นก็ได้ " เล่อเยียนพูดขำๆจะช่างสังเกตอะไรขนาดนั้นพ่อคุณเอ๊ย
" เพราะพี่ไม่ได้คิดจะมองใคร "อี้หยางตั้งใจจะสารภาพความในใจตัวเขานั้นรู้ดีว่ามันอาจจะเร็วเกินไปแต่เขาอยากหมั้นหมายเธอเอาไว้ก่อนรอให้เธอครบ 18 ค่อยแต่งงาน
เขาสบตาเพื่อพยายามสื่อความหมายผ่านดวงตาด้วยสายตาลึกซึ้งเขาหวังเพียงว่าเธอจะมีใจตรงกันกับเขาก็เท่านั้น
' อย่ามามองกันแบบนี้นะพ่อหนุ่มหยางหยาง ฉันก็หวั่นไหวเป็เหมือนกันนะงืออออ 'เล่อเยียนกำมือแน่นด้วยความเขินอาย
ตลอดอายุของเธอไม่เคยมีผู้ชายมาข้องเกี่ยวเพราะเธอไม่สนใจสิ่งใดนอกจากเรียนและทำงานเพื่อหาเลี้ยงตัวเอง
แต่มาวันนี้มีหนุ่มหล่อมานั่งกุมมือแบบนี้ก็รู้สึกแปลกๆเหมือนกันนะ นี่เขาจะเนียนจับมือเธอไปอีกนานแค่ไหนกันอย่าบอกนะว่าหนุ่มหยางหยางคนนี้หลงเสน่ห์ใบหน้าจิ้งจอกเข้าซะแล้ว ตายแล้วๆเธอจะทำยังไงดี
' ตอบแบบดาราดีหรือเปล่านะ เป็เพื่อนกันไปก่อน โอ๊ย.....ทำยังไงดีๆ 'ในระหว่างที่สมองของเล่อเยียนกำลังคิดไปต่างๆ นานา นั้น
"เล่อเยียน ........พี่มีอะไรจะบอก"