ซ่าาาา
แสงแดดจ้ากระทบคลื่นน้ำที่กว้างสุดลูกหูลูกตา กระท่อมไม้ยกพื้นสูงหลังน้อยตั้งเด่นตะหง่านหลังเดียวอยู่ชายทะเล ข้างๆ เป็ห้องมุงสังกะสี เล็กๆ แบบแทบจะขยับตัวไม่ได้ คาดว่าน่าจะเป็ห้องน้ำ ด้านหลังเป็เนินหินที่สูงดั่งูเาขนาดย่อม ดงต้นไม้สูงทึบที่มีแมลงส่งเสียงร้องดังจนแสบหู และความหยาบของเม็ดทรายชุ่มน้ำ ที่ฉันใช้เท้าเปล่าอันบอบบางของตัวเองเหยียบอยู่
ฉันหมุนตัวดูสภาพแวดล้อมรอบๆ ด้วยใจที่เต้นระรัว ยกมือขึ้นปิดหู ปิดปากตัวเอง ไม่ใช่เพราะกำลังดีใจ แต่มันคือ …นรก สำหรับฉัน
“ไม่!!! ไม่ๆ ๆ ไม่จริง กรี้ดดดดดดดดด”
ฉันยืนกรี๊ดแปดหลอดลั่นเกาะ กระทืบเท้าย่ำกับที่ด้วยความโมโห เขาตามออกมาจากบ้านยืนกอดอก เอนตัวพิงกับเสามองฉัน หัวเราะออกมาเบาๆ เหมือนสนุกกับภาพตรงหน้า
“หึๆ ตามสบายเลยนะ กรี้ดจนหลอดเสียงพังได้เลย ไม่มีใครขัด … เพราะที่นี่ ไม่มีคน”
“ไอ้บ้า! ฉันจะลากแกเข้าคุก! ฉันจะสั่งซ้อมแกด้วย!”
ฉันเริ่มสติแตก อารมณ์ที่หลากหลายเข้าปะทะ จนแทบไม่มีสติ ทั้งโกธร ทั้งสงสัย และอยากร้องไห้ในเวลาเดียวกัน
“คร้าบบบ ครับๆๆ คุณหนู ..อ่อ อดีตคุณหนู อย่าลืมล่ะ”
“พ่อฉันเป็นายพลนะ!” ฉันใช้ไม้เด็ดขู่ตามนิสัยที่ผ่านมา
“อ่าฮะ รู้อยู่ ก็ฉันเข้าไปรับเธอกับมือของนายพลเลยนี่”
“ฮึก ไม่ ...พ่อไม่ทางทำแบบนี้กับฉันแน่!”
“หรอ เพราะอะไรเขาถึงจะไม่ทำล่ะ”
“.....”
“เพราะเธอเป็ลูกที่ดีงั้นหรอ”
“.....”
“หรือเพราะเธอหาเงินเข้าบ้านได้”
“....ฮึก” ฉันนิ่งเงียบเพราะตอบคำถามพวกนั้นไม่ได้
“อ่อ ไม่สินะ เพราะเธอผลาญเงินไปวันๆ แถมสร้างแต่ปัญหานี่นาาา”
“แก…”
“เลิกพร่ำเพ้อซะ ชีวิตลูกคุณหนูของเธอจบแล้ว .. งานแรก น้ำในตุ่มหมด ไปตักจากน้ำตกในป่ามาเติมไว้ด้วย”
“ฉันไม่ใช่ขี้ข้าแก! เอากุญแจเรือมา ฉันจะขึ้นฝั่ง!”
“สั่งใครไม่ทราบครับ”
“หมามั้ง ยืนหัวโด่อยู่ตัวเดียว!”
“หมามันขับเรือไม่เป็หรอก ..โน่น ห่วงยาง ว่ายน้ำไปเองสิ”
“แกมัน..!!!!”
“แต่ระวังฉลามนะ ่นี้ฤดูผสมพันธุ์ มันจะดุเป็พิเศษ”
“กรี้ดดดดดด ฉันจะฆ่าแก!! ไอ้บ้า ไอ้ชั่ว กรี้ดด ๆๆ ๆ”
เขายกมือปิดหู ส่ายหน้าใส่ฉัน แต่ยังยิ้มสยองเช่นเดิม ฉันรีบวิ่งออกตามชายหาดเพื่อหาคนช่วย ยังไงฉันก็ไม่ยอมแพ้หรอก มันต้องมีชาวประมงโผล่มาแถวนี้บ้างแหละ
“ช่วยด้วยยยย ช่วยด้วยค่าา มีใครอยู่ไหม!!!”
ฉันะโสุดเสียง เรียบชายฝั่ง วิ่งหอบมาเกือบชั่วโมงแล้ว ก็ยังไม่เจอคนสักคน ท้องฟ้าก็เริ่มมืด พระอาทิตย์ลับขอบทะเลไปทีละน้อย จนเหลือแต่แสงสีส้มๆ ลำไล
“ไม่จริง.. ฮืออออ ไม่มีทาง ฮึก พ่อไม่ …”
พลั้ก !
ตุ๊บ !
“ชิบ.. ฮืออออออ”
ฉันสะดุดก้อนหินที่โผล่พ้นทรายขึ้นมา ล้มพับลงกับพื้น แขนขาเริ่มไร้เรี่ยวแรงจากการเดินระยะไกล ใจสั่นวูบเหมือนคนใกล้ตาย ลมร้อนจากชายทะเลพัดกระทบใบหน้าสวย ย้ำเตือนอยู่เสมอว่าที่นี่คือของจริง
ฉันก้มนวดเท้าเปล่าที่แดงเถือกและบวมช้ำจากการเดินบนเม็ดทราย นั่งเหม่อมองคลื่นน้ำที่พัดขึ้นฝั่งอยู่เนิ่นนาน จนพระอาทิตย์ลับของฟ้าไป เหลือเพียงความมืดและเสียงแมลงดังเซ็งแซ่มาจากป่าบนูเา
“ฮึก… ฉันจะไม่ยอมตาย ฮึก แบบนี้หรอก”
ฉันเช็ดน้ำตา พยุงตัวลุกขึ้นยืน ถึงแม้จะเซถอยหลังไปหลายก้าว เพราะทั้งปวดขา ปวดเท้า และเริ่มเกิดอาการหิวแล้วก็ตาม
และอีกกว่าเกือบครึ่งชั่วโมง ที่ฉันเดินเรียบตามชายฝั่งในความมืดด้วยใจที่สั่นกลัว แสงดวงไฟลิบหลี่ที่ปลายทาง ทำให้ขาฉันเริ่มมีแรง วิ่งเข้าหาหวังให้เขาคนนั้นช่วยเหลือ
“ฮึก ช่วยด้วย! ช่วยด้วยค่ะ! ฉันถูกลักพาตัวมะ…”
“ใช้เวลานานกว่าที่คิดนะเนี้ย”
เขาชูตะเกียงไฟขึ้นส่องใบหน้าให้ฉันเห็นชัดๆ พลางลากสายตามองฉันั้แ่หัวจรดเท้าแล้วหัวเราะเยาะออกมา
“ฮึก…ทำไมถึงเป็แกอีก”
ฉันพึมพำยกมือขึ้นปิดใบหน้าสะอื้นไห้อย่างหนัก ความเหนื่อย ความเครียด และความหิวที่สะสมทำให้ฉันเริ่มคุมสติตัวเองไม่อยู่
“สุดทางแล้ว ข้างหน้าเป็แอ่งน้ำขึ้น ถ้าไป เธอจะจมน้ำตายก่อนได้สนุก…”
“ไอ้ชั่ว… ฉันจะฆ่าแก” ฉันจ้องเจม็งไปที่ใบหน้าหล่อคมของเขา
“เอาสิ ถ้าเธอคิดว่าทำได้นะ”
เขาเอียงคอยิ้มมุมปาก ความแข็งกร้าวของดวงตาบ่งบอกถึงความเหนือกว่า ทำให้ใจฉันสั่นกลัวอย่างที่ไม่เคยกลัวใครแบบนี้มาก่อน ฉันหันตัววิ่งอย่างไม่คิดชีวิต ดิ่งลงทะเล ต้านกระแสพัด จนหมดแรงจมลงใต้คลื่นน้ำ
ฟึ้บ!
“เฮือกกกก แค้ก ๆ ๆ ฮึก ฮือออออ”
“อย่าพึ่งอยากตายสิ … ฉันยังไม่ได้เริ่มเล่นสนุกกับเธอเลย”
เสียงพึมพำของเขาดังขึ้นข้างหู พร้อมยกตัวฉันแบกบนไหล่ เดินกลับกระท่อมไม้ทรงโบราณนั่น