เรือนเจียงเหลียง
“เป็นเช่นร้างเรื่องนั้นสำเร็จหรือไม่”หงเวยที่ตอนนี้อยู่กับซานซาคนสนิทของตนตามลำพังเอ่ยถามเสียงเรียบ
“สำเร็จขอรับตอนนี้คนของเรากำลังตามเก็บกวาดคนของทางนั้นอยู่ขอรับ”ซานซาเอ่ยตอบเสียงเบาแล้วรีบเข้าไปหลบตัวที่จุดอับสายตาทันทีที่ได้ยินเสียงฝีเท้าของผู้มาใหม่ที่กำลังจะเดินเข้ามาหาผู้เป็นนายของตน
“พี่เวยยังไม่ไปทำงานอีกหรือเจ้าคะ”หลิงม่านที่คิดจะเข้ามาตรวจดูความเรียบร้อยของเรือนพักของผู้เป็นสามีของตนเอ่ยถามสามีของตนเสียงหวาน
“พอดีพี่มีของที่ต้องมาดูก่อนไปทำงานนะ”หงเวยแสร้งตอบพร้อมกับก้มลงไปเปิดฝาของหีบไม้ตรงหน้าของตนอย่างเบามือหลิงท่านที่เห็นเช่นนั้นจึงได้เดินเข้ามายืนอยู่ข้างตัวของหงเวยเพื่อที่จะดูของในหีบไปพร้อมๆกับผู้เป็นสามีของตน
“นี้คืออะไรหรือเจ้าคะพี่เวยมันสวยงามมากเลยเจ้าค่ะ”หลิงม่านที่เห็นสร้อยคอที่ทำมาจากไข่มุกสีขาวบริสุทธิ์ตรงหน้าของตนแสร้งเอ่ยถามด้วยความน้ำเสียงสงสัยแต่สายตาของนางนั้นกลับจ้องมองไปที่สร้อยตรงหน้าของตนด้วยสายตาเป็นประกายแห่งความโลภหงเวยที่เห็นเช่นนั้นก็ลอบยิ้มร้ายพร้อมกับเลื่อนส่งหีบเล็กในมือของตนให้กับหลิงม่านที่ยืนอยู่ข้างกายของตนด้วยรอยยิ้มหวาน
“มันเป็นสร้อยไข่มุกที่พี่ต้องใจจะมอบให้เจ้านะสร้อยนี้มีราคาสูงมากกว่าหนึ่งหมื่นเหรียญทองเลยนะ เจ้าเก็บรักษามันให้ดีๆเล่า”หงเวยเอ่ยพร้อมกับมองไปที่หลิงม่านที่ตอนนี้นางกำลังลูบไล่ไปที่ชุดเครื่องประดับตรงหน้าของตนด้วยสายตาเป็นประกายแห่งความสุข
“ขอบคุณพี่เวยมากเจ้าค่ะที่รักและเอ็นดูข้า”หลิงม่านที่เชยชมชุดเครื่องประดับตรงหน้าของนางพอใจแล้วจึงได้เงยหน้าขึ้นมาเอ่ยขอบคุณพร้อมกับโอบกอดสามีของตนเพื่อเป็นการขอบคุณเขาเสียยกใหญ่ โดยที่นางไม่รู้เลยว่าภายใต้ความสวยงามของเหล่าเครื่องประดับที่หงเวยมอบให้นางนั้นจะมียาห้ามครรภ์ชนิดไร้กลิ่นแฝงอยู่เครื่องประดับเหล่านั้นนั้นเอง
“มีสิ่งใดที่เจ้าต้องการอีกหรือไม่”หงเวยเอ่ยถามอย่างต้องการเอาใจแต่หลิงม่านนั้นกลับเอ่ยปากขอในสิ่งที่นางต้องการในทันที
“ข้าต้องการกุญแจคลังเก็บของของมี่เจินเจ้าค่ะ”หลิงม่านเอ่ยขอพร้อมกับมองสบตากับหงเวยด้วยสายตาออดอ้อน
“สิ่งที่เจ้าต้องการมีเพียงเรื่องนี้หรือ”หงเวยที่รู้ว่ามี่เจินนั้นเตรียมพร้อมสำหรับตอนนี้แล้วแสร้งเอ่ยถามคนรักตรงหน้าของตนอย่างอึกอัก
“ข้าอยากย้ายมาอยู่กับพี่เวยที่เรือนเจียงเหลียงแห่งนี้เจ้าค่ะ”หลิงม่านเอ่ยพร้อมกับมองสบตากับหงเวยอีกครั้ง
“หากเจ้ามาอยู่ที่นี้แล้วจะให้มี่เจินไปพักอยู่ที่ใดเล่า”หงเวยเอ่ยถามโดยที่มือของเขายังคงประคองกอดหลิงม่านด้วยความรักใคร่
“ให้นางไปอยู่ที่เรือนจิ่งลี่กับอนุอี้ดีหรือไม่เจ้าคะตอนนี้นางกำลังตั้งครรภ์อีกทั้งนางก็ไม่ยอมรับสาวใช้นางสนิทสนมกับอนุอี้ข้าว่ามันจะเป็นการดีกว่าหากนางไปอาศัยอยู่ที่เรือนนั้นกับอนุอี้”หลิงม่านเอ่ยพร้อมกับจ้องมองมาที่หงเวยด้วยสายตาคาดหวัง
“ย่อมได้เช่นนั้นวันนี้พี่จะให้พวกสาวใช้เก็บของของนางไปที่เรือนของอนุอี้ตามที่เจ้าเห็นควรก็แล้วกัน”หงเวยเอ่ยตอบตกลงพร้อมกับกดจูบที่แก้มนวลของหลิงม่านอย่างรักใคร่หลิงม่านที่ได้รับความรักที่ล้นเหลือจากหงเวยก็หัวเราะออกมาอย่างมีความสุขทำให้ซานซาที่ทนดูไม่ได้ถึงรีบปลีกตัวเดินกลับไปจัดการทุกอย่างให้เรียบร้อยตามที่ฮูหยินน้อยของเขาต้องการทันที
“ข้ารักพี่เวยมากที่สุดเลยเจ้าค่ะ”หลิงม่านเอ่ยพร้อมกับกอดตอบสามีของตนด้วยรอยยิ้มพึงพอใจ
“เช่นนั้นวันนี้เจ้าย้ายมาอยู่กับพี่ที่นี้เลยดีหรือไม่”หงเวยเอ่ยถามพร้อมกับจ้องมองลงมาที่ดวงหน้าหวานด้วยสายตาเจ้าเล่ห์
“พี่เวยอย่าเจ้าค่ะ วันนี้พี่เวยต้องออกไปทำงานนะเจ้าคะไม่เช่นนั้นเราคงมีปัญหาเป็นแน่หากท่านแม่กับท่านพ่อรู้ว่าท่านจะไม่ไปทำงานเช่นนี้”หลิงม่านที่ไม่ต้องการมีปัญหากับพ่อและแม่สามีของตนเอ่ยห้ามหงเวยเอาด้วยรอยยิ้มขัดเขินที่หงเวยนั้นคิดแต่จะหลอกกินนางอยู่เรื่อย
“เช่นนั้นหากพี่กลับมาคืนนี้เจ้าต้องมีรางวัลให้ข้าด้วยนะ”หงเวยเอ่ยพร้อมกับกดจูบลงไปที่แก้มนวลของหลิงม่านอีกครั้งพร้อมกับสูดหายใจเข้าเสียงดัง นั้นจึงทำให้ใบหน้าที่แดงก่ำจากความเขินอายของหลิงม่านแดงก่ำมากขึ้นมากกว่าเดิม
“คิกๆก็ได้เจ้าค่ะเช่นนั้นท่านพี่ต้องรีบกลับมาเร็วๆนะเจ้าคะ”หลิงม่านเอ่ยพร้อมกับลูบนิ้ววนอยู่ที่อกของหงเวยอย่างเย้ายวนหงเวยที่เห็นเช่นนั้นก็ยกยิ้มมุมปากของเขาด้วยรอยยิ้มเจ้าเล่ห์และเดินผละออกจากหลิงม่านด้วยรอยยิ้มอ่อนโยนหลิงม่านที่เห็นว่าหงเวยได้เดินจากไปแล้วนางจึงได้เดินตรงไปที่ห้องพักของมี่เจินอย่างถือวิสาสะ
ห้องพักของมี่เจิน
“หึนี้นะหรือห้องของนายหญิงกลุ่มการค้าอี้อินที่ยิ่งใหญ่ช่างเป็นห้องที่บ่งบอกถึงชาติกำเนิดของนางจริงๆ ไม่มีอะไรที่ดูมีราคาเลยจริงๆ”หลิงม่านเอ่ยพร้อมกับกวาดตามองไปที่ของใช้ในห้องของมี่เจินด้วยรอยยิ้มเหยียดหยันเพราะต่อให้มี่เจินจะมีอำนาจมากเพียงไรสุดท้ายแล้วรสนิยมของมี่เจินก็ยังเป็นชาวบ้านชั้นต่ำเช่นเดิม
“ทำไมจึงไม่มีของอะไรที่ดูว่าจะเป็นของมีค่าเลยละเจ้าคะฮูหยิน”เป่ยเป่ยสาวใช้คนสนิทของหลิงม่านเอ่ยถามนายสาวของตนด้วยสีหน้าสงสัยเพราะต่อให้มี่เจินจะเป็นเพียงหญิงชาวบ้านแต่ตอนนี้นางที่เป็นถึงนายหญิงของกลุ่มการค้าที่ยิ่งใหญ่กลับไม่มีของอะไรที่ดูมีค่าสักชิ้นเลยหรือเรื่องเช่นนี้มันจะเป็นไปได้เช่นไร เป่ยเป่ยได้แต่คิดในใจด้วยความสงสัยและในตอนนี้นางนั้นเริ่มรู้สึกถึงความไม่ชอบมาพากลแล้วนั้นเอง
“ก็จริงของเจ้าหรือว่าพวกอวี้ม่านจะมาหลอกเอาของมีค่าไปจนหมดนะ”หลิงม่านเอ่ยด้วยสีหน้าสงสัยแล้วมองไปที่เหล่าสาวใช้ที่กำลังยกหีบออกจากห้องของมี่เจินด้วยความทุลักทุเล
“เดี๋ยวก่อน”เป่ยเป่ยที่เห็นสายตาของผู้เป็นนายของตนนั้นไปหยุดมองที่หีบไม้ที่เหล่าสาวใช้กำลังช่วยกันยกอยู่นางจึงได้เอ่ยรั้งเหล่าสาวใช้ตรงหน้าของตนเสียงเรียบเหล่าสาวใช้ที่ได้ยินเช่นนั้นก็รีบวางหีบไม้แล้วหันมาค้อมกายให้หลิงม่านด้วยความนอบน้อมทันที
“พวกเจ้าออกไปก่อน”เป่ยเป่ยที่รู้ใจผู้เป็นนายของตนเอ่ยสั่งเหล่าสาวใช้ด้วยน้ำเสียงเคร่งเหล่าสาวใช้ที่ได้ยินคำสั่งของสาวใช้คนสนิทของฮูหยินตรงหน้าของตนเช่นนั้นก็ให้เหลือบสายตาสบกันอย่างต้องการปรึกษากันว่าพวกตนนั้นสมควรจะทำเช่นไรกับเรื่องนี้ดีเพราะถึงแม้ว่ามี่เจินจะเป็นเพียงฮูหยินรองแต่ตอนนี้นางก็กำลังจะมีทายาทให้กับนายน้อยของพวกนางเช่นกันแต่การที่จะขัดใจฮูหยินเอกที่เป็นที่โปรดปรานของนายน้อยพวกนางก็อาจจะถูกทำโทษเมื่อคิดไม่ตกพวกนางก็ได้แล้วมองส่งสายตาให้กันและอีกครั้งหลิงม่านที่เห็นเช่นนั้นก็ยกยิ้มอ่อนโยนแล้วหันไปสั่งให้เป่ยเป่ยส่งถุงเงินให้กับสาวใช้ทั้งสี่คนอย่างใจดีเมื่อสาวใช้ที่ได้สินน้ำใจเช่นนั้นพวกนางก็รีบขอตัวออกจากห้องโดยที่พวกนางนั้นไม่ลืมที่จะปิดประตูให้คนทั้งสองอีกด้วย
“ฮูหยินท่านต้องการอะไรหรือเจ้าคะ”เป่ยเป่ยที่เห็นสายตาของหลิงม่านมองไปยังบรรดากล่องไม้นางจึงได้เอ่ยถามผู้เป็นนายของตนด้วยสีหน้าสงสัย
“เปิดกล่องไม้พวกนี้ให้หมด”หลิงม่านออกคำสั่งเป่ยเป่ยที่ได้ยินก็ไม่รอช้า นางรีบเดินไปเปิดที่กล่องไม้แต่ละใบในทันทีแต่เมื่อเปิดครบทุกกล่องแล้วพวกนางกลับไม่พบอะไรเลยนอกจากของใช้และเสื้อผ้าของมี่เจินเท่านั้น
“ไม่มีอะไรเลยเจ้าค่ะฮูหยิน”เป่ยเป่ยที่รื้อดูของในกล่องเงยหน้าขึ้นไปเอ่ยรายงานผู้เป็นนายของตนด้วยใบหน้าชื่นเหงื่อ
“หรือของทั้งหมดจะถูกนำไปเก็บที่คลังสมบัติของนางนะ”หลิงม่านเอ่ยกับตนเองเบาๆนั้นจึงทำให้เป่ยเป่ยปิดปิดกล่องไม้ที่นางรื้อดูเมื่อครู่นี้ แล้วกวาดสายตาของนางเพื่อช่วยมองหาของมีค่าในห้องมามอบให้กับผู้เป็นนายของตนต่อทันที
“เป่ยเป่ยเจ้าเอานี้ไปเทใส่ชุดทั้งหมดของมันซะ”หลิงม่านเอ่ยพร้อมกับยื่นขวดหยกให้กับสาวใช้ของตนแล้วตนจึงรีบถอดตัวออกจากบริเวณนั้นในทันทีเป่ยเป่ยที่เห็นเช่นนั้นก็ได้เงยหน้ามองผู้เป็นนายของตนด้วยสายตาตื่นตระหนกแต่เมื่อนางได้สบสายตากับผู้เป็นนายของตนนางก็ได้แต่กลั้นใจเทผงขาวลงไปในกล่องไม้ที่มีเสื้อผ้าของมี่เจินอย่างช่วยไม่ได้
“ฮูหยินมาทำอะไรที่ห้องของข้าหรือเจ้าคะ”มี่เจินที่รู้เรื่องย้ายที่อยู่จากสารลับของหงเวยเอ่ยถามหญิงตรงหน้าของตนด้วยน้ำเสียงเรียบ
“ข้ามาดูความเรียบร้อยห้องเก็บของห้องใหม่ของข้านะ”หลิงม่านเอ่ยพร้อมกับชายตามองมาที่มี่เจินที่ยืนอยู่ตรงหน้าของตนอย่างเหนือกว่าเพราะไม่ว่ามี่เจินจะเป็นสตรีที่มีชื่อเสียงเรื่องความสามารถมากเท่าใดแต่สุดท้ายแล้วมี่เจินก็เป็นเพียงเมียน้อยของสามีของนางเท่านั้น
“ห้องเก็บของหรือ”มี่เจินแสร้งเอ่ยถามด้วยสีหน้าสงสัย
“นายน้อยได้ยกห้องนี้ให้กับฮูหยินน้อยแล้วเจ้าค่ะ”เป่ยเป่ยที่เห็นสีหน้างงงวยของมี่เจินที่มองมาที่ตนและนายของตนด้วยสีหน้างงงวยไม่เข้าใจนางจึงได้เอ่ยบอกในสิ่งที่หญิงตรงหน้าสงสัยด้วยรอยยิ้มเยาะ
“เป็นเช่นนั้นจริงหรือ”มี่เจินหันไปเอ่ยถามเหล่าสาวใช้ที่ยืนอยู่ด้านข้างของตนด้วยสีหน้าสงสัย
“เป็นความจริงเจ้าค่ะ”สาวใช้เอ่ยตอบแล้วรีบเข้ามายกกล่องไม้ในพักของมี่เจินด้วยท่าทางเร่งรีบ
“ได้ยินเช่นนี้แล้วข้าหวังว่าเจ้าจะรู้จุดยืนของเจ้านะ ว่าตอนนี้เจ้ากับลูกของเจ้าควรจะอยู่จุดใด”หลิงม่านเอ่ยพร้อมกับมองลงไปที่หน้าท้องที่ตอนนี้เริ่มนูนออกเล็กน้อยแล้วด้วยสายตาเกลียดชังแต่เมื่อนางนึกถึงยาพิษที่นางได้สั่งให้เป่ยเป่ยได้ใส่ลงไปที่เสื้อผ้าของมี่เจินนางก็ยกยิ้มร้ายขึ้นในทันที
“เป็นนี้ทำไมพี่เวยไม่ส่งคนไปบอกข้านะ”มี่เจินเอ่ยด้วยสีหน้าไม่พอใจ
“เจินเออร์”นางอี้ที่เห็นพวกคนรับใช้ยกของใช้ของมี่เจินมากองที่หน้าเรือนพักของตนนางจึงได้รีบมาดูมี่เจินที่เรือนพักของนางด้วยความเป็นห่วงทันทีและมันก็เป็นจริงเช่นที่นางคิดเพราะตอนนี้นางพบว่ามี่เจินนั้นกำลังถูกหลิงม่านและสาวใช้คนสนิทของนางไล่ออกจากเรือนเจียงเหลียงอี้เหยาที่ได้เห็นเช่นนั้นนางจึงรีบเข้าไปหามี่เจินพร้อมกับประคองนางจากด้านหลังด้วยสายตาเป็นห่วงทันที
“ท่านป้าอี้”มี่เจินที่เห็นว่าเป็นใครที่เข้ามาโอบประคองนางจากด้านหลังนางจึงได้เอ่ยเรียกคนผู้นั้นด้วยน้ำเสียงเข้ม
“เจินเออร์”นางอี้เอ่ยเรียกเสียงแผ่วแล้วหันหน้าไปมองที่หลิงม่านด้วยสายตาไม่พอใจที่หญิงผู้นี้ได้ลงมือกับหญิงตั้งครรภ์อย่างไร้ปราณี
“ท่านเข้ามาในที่แห่งนี้ด้วยเรื่องอันใด”หลิงม่านที่เห็นว่าอี้เหยาอนุของพ่อสามีของตนเดินเข้ามาในเขตเรือนของนางโดยไม่ได้รับอนุญาต นางจึงได้เอ่ยถามพร้อมกับมองไปที่อนุอี้อย่างไม่พอใจ
“ข้ามารับตัวของเจินเออร์นะ”นางอี้ที่รู้ว่าที่หลิงมากล้ามาระรานมี่เจินอย่างเปิดเผยเช่นนี้ย่อมทีกวางเหม่ยหลันสนับสนุนนางอยู่เบื้องหลังของนางอย่างแน่นอนนี้จึงทำให้นางอี้นั้นรู้สึกเป็นห่วงมี่เจินจนนางต้องมาตามหามี่เจินที่เรือนแห่งนี้นั้นเอง
“หึช่างเป็นห่วงกันเสียจริง นี้ข้าชักจะสงสัยเสียแล้วสิว่าลูกในท้องของนางใช่ลูกของพี่เวยจริงๆหรือไม่”หลิงม่านเอ่ยพร้อมกับมองไปที่คนทั้งสองด้วยสายตาดูถูก
“เจ้าพูดอะไรเหลวไหลเช่นนี้ช่างทำตัวไม่เหมาะสมกับชาติกำเนิดของตนเองเลยจริงๆ มีความคิดต่ำจนข้าที่มีชาติกำเนิดเป็นเพียงแค่สาวใช้ก็ไม่มีความคิดและการกระทำที่ตกต่ำได้เท่าเจ้ามาก่อนเลยจริงๆ”นางอี้ที่ได้กลิ่นหอมหวานของขี้ผึ้งเสน่หาลอยออกมาจากตัวของหลิงม่านนั้นจึงทำให้นางนั้นรู้ได้ทันทีว่ากวางเหม่ยหลันนั้นยอมแม้กระทั่งให้ลูกชายเพียงคนเดียวของนั้นถูกยาเสน่ห์ควบคุมเพื่อชัยชนะที่นางต้องการ
“เจินเออร์เราไปกันเถอะอย่าไปยุ่งกับคนทีมีจิตใจสกปรกเช่นนี้เลยลูกในท้องของเจ้าจะซึมซับสิ่งไม่ดีไปเสียเปล่าๆ”อี้เหยาเอ่ยพร้อมกับจูงมือของมี่เจินออกจากเรือนเจียงเหลียงไปในทันทีโดยที่ก่อนไปนางก็ไม่ลืมมองไปที่หลิงม่านอย่างรู้ทัน
“นางมองมาที่ข้าเช่นนี้หมายความว่าเช่นไรกันแน่นะ”หลิงม่านที่ทันเห็นสายตาของอี้เหยานางก็รู้สึกอึดอัดนั้นจึงทำให้นางรู้สึกไม่ปลอดภัยกับสายตานั้นของอี้เหยาที่มองมาที่ตน
“คงเป็นเป็นแค่ยายแก่ธรรมดาๆนะเจ้าค่ะฮูหยินอย่าได้ไปสนใจนางเลยเจ้าค่ะ”เป่ยเป่ยเอ่ยปลอบผู้เป็นนายของตนด้วยรอยยิ้มเอาแต่ใจ
“ก็จริงของเจ้านะสาวใช้เช่นนั้นหากเก่งจริงคงไม่อยู่ใต้อำนาจของยายแก่กวางนานถึงเพียงนี้หรอกพวกเราไปเรือนหลักกันเถอะ เดี๋ยวยายแก่นั้นรอนานเดี๋ยวเราจะเรื่องเอาได้”หลิงม่านเอ่ยพร้อมกับเดินออกจากเรือนเจียงเหลียงอย่างไม่สบอารมณ์เท่าใดนักที่นางต้องมามีแม่สามีช่างบงการเช่นนางกวาง
เรือนจิ่งลี่เรือนพักของอนุอี้
“เจ้าเป็นเช่นไรบ้าง”อนุอี้เอ่ยถามมี่เจินทันทีที่นางเข้ามานั่งภายในเรือนด้วยความเป็นห่วงด้วยนางรู้ดีว่าอารมณ์และความคิดของคนท้องนั้นอ่อนไหวมากกว่าคนปกติมากพอสมควร
“ข้าไมเป็นอะไรเจ้าค่ะ”มี่เจินเอ่ยตอบพร้อมกับส่งยิ้มอ่อนให้กับนางอี้ที่นั่งอยู่ตรงหน้าของตน
“เฮ้อหงเวยนะเป็นคนมีความสามารถก็จริง แต่เขามีแม่ที่ชอบควบคุมแล้วยิ่งเขามีเมียเช่นคุณหนูหลินมาอีกคนเจ้าคิดว่าชีวิตต่อไปนี้ของเจ้ากับลูกจะปลอดภัยอีกหรือ”นางอี้เอ่ยพร้อมกับดึงมือของมี่เจินเข้ากุมด้วยความเป็นห่วงเพราะนางรู้ดีว่าคนที่ถูกขี้ผึ้งเสน่หาควบคุมนั้นน่ากลัวเพียงใดแล้วยิ่งหากหลิงม่านตั้งท้องเมื่อใดมี่เจินและลูกของนางก็จะอยู่ในอันตรายเร็วขึ้นเท่านั้น
“ข้าเข้าใจที่ท่านป้าเป็นห่วงเจ้าค่ะแต่เรื่องนี้ข้าเลือกแล้วเช่นนั้นแล้วท่านป้าไม่ต้องเป็นห่วงข้ากับลูกนะเจ้าคะ”มี่เจินที่รับรู้ได้ถึงความห่วงใยที่นางอี้มีต่อตนนางจึงได้เอ่ยขอบคุณนางอี้พร้อมกับกุมมือตอบอย่างให้กำลังใจกันและกันเพราะสถานะนางอี้ในตอนนี้ก็ไม่ถือว่าจะดีกว่านางเท่าใดนัก
“เฮ้อน่าเสียดายจริงๆที่เจ้าไม่ได้มาเป็นลูกสะใภ้ของข้าเอาเช่นนี้หากเจ้าสู้กับเรื่องของอาเวยจนเหนื่อยแล้ว ก็หันมามองที่อาจินลูกชายของป้าได้หรือไม่”นางอี้ที่รู้ดีว่าเย่จินนั้นยังมีใจรักมั่นอยู่กับมี่เจินนางจึงได้ช่วยพูดขอโอกาสให้กับลูกชายของนางอีกครั้ง
“ท่านป้า”มี่เจินที่ไม่คิดว่ายุคสมัยนี้จะมีแม่สามีที่ยอมรับในตัวของผู้หญิงที่มีตำหนิเช่นนางเข้าสู่ครอบครัวอย่างใจดีเช่นนางอี้อีกแล้วนางก็ได้แต่มองไปที่นางอี้ด้วยน้ำตาคลอเบ้าด้วยความซาบซึ้งใจที่นางอี้นั้นรักและหวังดีกับนางมากถึงขั้นที่ยอมมองข้ามเรื่องการที่นางนั้นเป็นผู้หญิงที่ผ่านการแต่งงานมาแล้วเช่นนี้
“รับปากป้าสิ”นางอี้เอ่ยพร้อมกับจ้องมองไปที่มี่เจินด้วยสายตาคาดหวังโดยที่พวกนางไม่รู้เลยว่าตอนนี้มีอีกหนึ่งคนที่รอฟังคำตอบด้วยสีหน้าคาดหวัง
“เจ้าค่ะ”มี่เจินที่ตอนนี้ก็รู้สึกเหนื่อยที่นางนั้นต้องมาต่อสู้กับแม่สามีและพ่อสามีของนางเช่นนี้นางจึงได้เอ่ยปากตอบรับด้วยน้ำเสียงเหนื่อยอ่อน
“ป้าจะรอวันนั้นนะวันที่เจ้าจะมาเป็นครอบครัวเดียวกันกับป้าอย่างเต็มตัว”นางอี้ที่ได้ยินเช่นนั้นก็ดึงตัวของมี่เจินเข้ามากอดด้วยรอยยิ้มยินดีที่ในที่สุดนางก็สามารถแย่งความสุขเพียงหนึ่งเดียวของบุตรชายของนางกลับมาคืนให้เขาได้ในที่สุดและเมื่อชายผู้นั้นได้ยินคำตอบของมี่เจินเขาก็เดินกลับออกไปด้วยรอยยิ้มยินดีพร้อมกับการที่เขานั้นคิดที่จะเตรียมความพร้อมทุกอย่างเพื่อคนที่เขารักทั้งหมดที่แคว้นจิน
เรือนหลัก
“ท่านแม่ช่วยเรื่องกิจการของข้ากับพี่ชายไม่ได้จริงๆหรือเจ้าคะ”หลิงม่านเอ่ยถามแม่สามีของตนด้วยสีหน้าเคร่งเครียดเพราะนางไม่เคยคิดมาก่อนเลยว่าแม่สามีที่สีรอยยิ้มที่เต็มเปี่ยมไปด้วยเมตตาของนางนั้นจะผิดคำสัญญาที่เคยให้ไว้กับบ้านของนางได้อย่างหน้าตาเฉยเช่นนี้
“แล้วทำไมข้าต้องช่วยตระกูลที่กำลังจะหมดอำนาจไปด้วยเล่า”นางกวางเอ่ยตอบพร้อมกับยกชาขึ้นมาจิบอย่างสบายอารมณ์โดยไม่สนใจสายตาเจ็บแค้นของลูกสะใภ้คนโปรดที่มองมายังตนเลยแม้แต่น้อย
“แต่ท่านแม่สัญญาแล้วนะเจ้าคะว่าจะช่วยพวกข้าจัดการเรื่องที่เจ้าเย่จินมันกลั่นแกล้งกิจการของพวกข้า”หลิงม่านเอ่ยทวงถามถึงสัญญาที่นางกวางเคยให้ไว้กับตนและครอบครัว
“เจ้าเป็นคนของตระกูลใดกันแน่เหตุใดเจ้าจึงดูเป็นห่วงเรื่องของตระกูลอื่นมากกว่าตระกูลอินแห่งนี้นัก”นางกวางที่ใช้ข้ออ้างที่ว่าแต่งเข้าตระกูลอินก็ต้องเป็นคนของตระกูลอินเข้ามากดข่มไม่ให้หลิงม่านนำเรื่องน่ารำคาญเช่นนี้มากวนใจนางอีกหลิงม่านที่ไม่รู้จะทำเช่นไรกับสถานการณ์นี้นางจึงได้แต่ยอมเก็บงำความแค้นนี้เอาไว้ในใจของนางแล้วยอมปล่อยให้ตัวเองไหลไปตามในสิ่งที่นางกวางผู้เป็นแม่สามีของนางต้องการไปก่อน
“ข้าเป็นคนของตระกูลอินเจ้าค่ะ”หลิงม่านกล่ำกลืนฝืนทนกลืนความแค้นลงคอแล้วแย้มยิ้มตอบนางกวางแม่สามีของตนด้วยรอยยิ้มกว้าง นางกวางที่เห็นเช่นนั้นก็ยกยิ้มขึ้นมาอย่างพึงพอใจที่เห็นว่านางนั้นสามารถควบคุมหลิงม่านได้ง่ายกว่าที่คิด
“ฮึๆเจ้าก็รู้ตัวนิว่าเจ้าเป็นคนของตระกูลไหน แล้วทำไมเจ้าจึงยังคิดที่จะให้ตระกูลอินของข้านั้นต้องกลับไปรับผิดชอบกิจการของตระกูลเก่าของเจ้าด้วยเล่า”นางกวางเอ่ยพร้อมกับจ้องมองไปที่หลิงม่านลูกสะใภ้ของตนด้วยรอยยิ้มมุมปากเมื่ออยู่ๆนางก็คิดแผนการอะไรบ้างขึ้นมาได้
“แล้วเช่นนั้นท่านแม่จะยอมปล่อยให้เย่จินสร้างผลงานเหนือกว่าพี่เวยหรือเจ้าคะ”หลิงม่านที่รู้จุดอ่อนของนางกวางค่อนข้างดีนางจึงได้เอ่ยยุยงให้นางกวางนั้นคิดควบรวมกลุ่มการค้าเข้ามาในการดูแลของตระกูลอินเมื่อถึงตอนนั้นนางค่อยกำจัดนางกวางทิ้งภายหลังแล้วนางจึงค่อยหาวิธีคืนกิจการให้กับตระกูลหลินของนางก็ยังไม่สาย
“เจ้าอย่าคิดว่าจะสามารถใช้ความฉลาดอันน้อยนิดของเจ้ามาหลอกใช้ข้าได้เชียว”นางกวางที่รู้ทันความคิดของหลิงม่านนางจึงได้เอ่ยดักทางจนหลิงม่านหน้าเสียไปชั่วครู่แต่เมื่อตอนนี้นางไม่มีอะไรจะเสียแล้วนางจึงได้แสร้งไม่เข้าใจที่นางกวางเอ่ยแต่แล้วมองไปที่แม่สามีของตนด้วยสายตาใสซื่อ
“ข้าไม่เคยคิดเช่นนั้นเลยนะเจ้าคะ”หลิงม่านเอ่ยแก้ตัวด้วยน้ำเสียงร้อนรน
“ก็ดี แล้วอย่าคิดเอาเรื่องนี้ไปบอกอาเวยเชียวไม่เช่นนั้นเจ้าก็อย่าหาว่าข้าไม่เตือนก็แล้วกัน”นางกวางเอ่ยพร้อมกับยืนมือออกไปรับห่อผ้าจากแม่นมคนสนิทของตน
“รับนี้ไปต่อไปเจ้าจะได้มีหลานให้ข้าเร็วๆเสียที”นางกวางเอ่ยพร้อมกับส่งห่อยาบำรุงให้หลิงม่านด้วยรอยยิ้มเป็นมิตรหลิงม่านที่เห็นเช่นนั้นจึงได้ยื่นมือไปรับห่อผ้ามาถือเอาไว้แล้วเอ่ยขอบคุณแม่สามีของตนพอเป็นพิธีและเมื่อทุกอย่างเสร็จสิ้นแล้วนางจึงได้ขอตัวออกมาได้ในที่สุด
“คุณหนูหากเป็นเช่นนี้แล้วต่อไปเราจะทำเช่นไรต่อไปดีหรือเจ้าคะ”เป่ยเป่ยที่เดินตามหลังผู้เป็นนายเอ่ยด้วยน้ำเสียงเป็นกังวล
“ข้าจะไม่ยอมให้ยายแก่กวางควบคุมข้าไปตลอดชีวิตของข้าอย่างแน่นอน”หลิงม่านเอ่ยตอบเสียงเหี้ยมแล้วเดินกลับไปที่เรือนของตนในทันที
หอการค้าตระกูลอิน
ปัง! เสียงฝ่ามือหนาของหงเวยตบลงที่โต๊ะอย่างมีโทสะที่มีคนคิดเข้ามาแทรกแซงระหว่างเขากับมี่เจินทำให้ซานซาที่อยู่นั้นถึงกับสะดุ้งสุดตัวกันเลยทีเดียว
“เหตุใดอนุอี้จึงได้พูดเช่นนี้นี่นางคิดที่จะแย่งมี่เจินกลับไปให้อาจินตลอดมาเลยหรือ”หงเวยเอ่ยพร้อมกับคิดว่าตนนั้นได้พลาดแล้วที่ส่งให้มี่เจินไปอยู่กับสามแม่ลูกจอมเจ้าเล่ห์นั้น
“นายน้อยอย่างได้ห่วงไปเลยขอรับข้าคิดว่าคุณชายในท้องของฮูหยินรองจะเป็นสิ่งที่ช่วยให้ฮูหยินรองไม่ลืมว่าตอนนี้นางมีนายน้อยเป็นสามีของนางอยู่อย่างแน่นอนขอรับ”ซานซาเอ่ยปลอบผู้เป็นนายที่ตอนนี้เขานั้นกำลังอยู่ในอารมณ์เดือดดาลอย่างใจเย็น
“ฮึยเจ้าก็พูดได้นะสิ ก็เมียของเจ้าไม่ได้กำลังถูกล่อลวงเช่นนี้นะสิ”หงเวยที่ได้ยินคำปลอบของซานซาแทนที่จะใจเย็นแต่เขากลับตวัดสายตามามองค้อนซานซาที่ยืนอยู่ข้างเขาทันที
“ฮิๆข้าน้อยผิดเองขอรับที่ไม่เคยมีคนรักแล้วยังอาจหาญไม่แนะนำนายน้อย”ซานซาที่รู้ว่าคำแนะนำของตนนั้นอาจจะทำให้ผู้เป็นนายของตนไม่พอใจเขาจึงรีบเอ่ยขอโทษผู้เป็นนายของตนในทันทีและนั้นจึงได้ทำให้อารมณ์ที่กำลังปะทุของหงเวยค่อยๆเย็นลงในที่สุด
“ก็จริงเจ้ายังไม่มีเมียจึงยังไม่รู้วิธีจัดการเกี่ยวกับผู้หญิงเช่นนั้นเจ้าไม่ต้องเป็นห่วงไปสหาย เดี๋ยวข้าผู้นี้จะเป็นคนหาเมียให้กับเจ้าเอง”หงเวยเอ่ยพร้อมกับมองไปที่ซานซาด้วยรอยยิ้มนึกสนุกแต่แล้วรอยยิ้มของเขาก็อยู่ได้ไม่นานเมื่อเขานั้นได้นึกถึงเรื่องสำคัญขึ้นมาได้อย่างกะทันหัน
“ข้าน้อยคงไม่กล้ารับความหวังดีนี้ของนายน้อยได้หรอกขอรับ”ซานซาที่ได้ยินเช่นนั้นเขาจึงรีบเอ่ยปฏิเสธความหวังดีของผู้เป็นนายของตนในทันที
“เอาเถอะข้าไม่ยุ่งเรื่องของเจ้าแล้วก็ได้ว่าแต่ช่วงนี้คนตระกูลกวางกับท่านแม่ของข้ามีความเคลื่อนไหวอะไรบ้าง”หงเวยเอ่ยถามถึงตระกูลฝั่งมารดาของตนเสียงเคร่ง
“ตอนนี้ทางตระกูลกวางกำลังรวบรวมเหล่าพ่อค้าเพื่อต่อสู้ด้านราคาสินค้ากับกลุ่มการค้าอี้อินอยู่อย่างเงียบๆขอรับ”ซานซาเอ่ยพร้อมกับส่งรายงานข่าวที่คนของตนตามสืบมาได้กับผู้เป็นนายของตนในทันที
“แล้วทางเจ้าเย่จินมันรู้เรื่องนี้แล้วหรือยัง”หงเวยถามเสียงเคร่งเพราะหากเย่จินรู้เรื่องนี้เข้าตระกูลกวางคงจะต้องเตรียมตัวซ้ำร้อยตระกูลหลินอย่างแน่นอน
“คุณชายรองรู้เรื่องนี้แล้วขอรับและดูเหมือนว่าคนที่รับหน้าที่จัดการเรื่องตระกูลกวางก็คือฮูหยินรองขอรับ”ซานซาเอ่ยตอบเสียงเคร่ง“แต่ก็ยังโชคดีนะขอรับ ที่คนได้รับหน้าที่ให้จัดการกับตระกูลกวางนั้นเป็นฮูหยินรองไม่ใช่คุณชายรอง เพราะหากเป็นคุณชายรองเขาคงลงมือจัดการโดยไม่สนใจว่าใครจะมาห้ามหรือใครจะเดือดร้อนตามนิสัยเอาแต่ใจของเขา ซานซาที่คิดได้เช่นนั้นก็ได้แต่ถอนหายใจออกมาอย่างโล่งอกที่ผู้เป็นนายของเขานั้นไม่ตั้งตนเป็นศัตรูกับกลุ่มการค้าอี้อินอย่างโจ่งแจ้งนักนั้นจึงทำให้กิจการของผู้เป็นนายของเขานั้นไม่ค่อยได้รับผลกระทบกับการแข่งขันของกลุ่มการค้าตระกูลอินกับกลุ่มการค้าอี้อินมากนัก
“ก็จริงของเจ้าเพราะหากเป็นเย่จินเราคงพูดตกลงกันยากมากขึ้น”เย่จินเอ่ยตอบมองออกไปที่น้องหน้าต่างด้วยสายตาเหม่อลอย
“แล้วถ้าหากฮูหยินรองไม่ยอมละขอรับ”ซานซาที่รู้ดีว่ามี่เจินย่อมไม่นำเรื่องส่วนตัวไปใช้ในการตัดสินเรื่องต่างๆในการดูแลกิจการของนาง
“เจ้าไม่ต้องห่วงเรื่องนั้นไปหรอกเพราะถึงอย่างไรข้ากับนางก็เป็นสามีภรรยากันคงจะพูดคุยกันได้ง่ายขึ้นกว่าผู้อื่นอยู่บ้างละ”หงเวยเอ่ยด้วยรอยยิ้มกว้างด้วยเขาคิดว่าเขานั้นจะสามารถใช้ความสัมพันธ์ของเขากับนางในการต่อรองเรื่องของตระกูลกวางได้
“จะเป็นเช่นนั้นจริงๆหรือขอรับนายน้อย”ซานซาเอ่ยถามผู้เป็นนายของตนด้วยสีหน้ายากจะเชื่อด้วยเพราะเขาคิดว่ามี่เจินที่มีครอบครัวของนางเป็นที่ตั้งจะยอมรามือจากตระกูลกวางของนายหญิงจริงๆอย่างที่นายน้อยของพูดมาจริงๆหรือ
“แล้วเมื่อใดนายน้อยจะทำตามแผนการของเราหรือขอรับนายน้อย”ซานซาที่ต้องการให้นายน้อยของเขานั้นจัดการหลิงม่านและนายหญิงกวางให้อยู่ที่ของพวกนางเอ่ยถามผู้เป็นนายของตนด้วยสีหน้าเคร่งเครียด
“รอให้เราสามารถจัดการรวบรวมอำนาจเบื้องหลังของพวกนางให้แล้วเสร็จก่อนเถอะถึงตอนนั้นอย่างน้อยๆเราก็คงจะสามารถควบคุมหลิงม่านกับท่านแม่ได้อยู่บ้าง”หงเวยเอ่ยตอบคนสนิทของตนด้วยน้ำเสียงเรียบ
จวนหยวนเลี่ยง
“นายท่านจะทำเช่นนี้จริงหรือขอรับ”ซูเฉิงเอ่ยถามผู้เป็นนายของตนด้วยท่าทางตื่นตระหนกทันทีที่ได้ยินคำสั่งของผู้เป็นนายของตน
“แล้วเจ้าคิดว่าข้าจะพูดเรื่องเช่นนี้เล่นๆหรือ”เย่จินที่สืบจนรู้แล้วว่าตอนนี้แม่ที่ทิ้งมี่เจินและครอบครัวของนางไปนั้นคืออนุคนโปรดของน้องชายอีกคนของแม่ใหญ่ของตนแต่ที่ไม่มีใครรู้เรื่องนี้เป็นเพราะส่วนใหญ่แล้วกิจการของน้องชายคนรองของแม่ใหญ่ของเขานั้นจะมีกิจการอยู่ที่แคว้นจินซะเป็นส่วนใหญ่ซึ่งนั้นเป็นเหตุผลว่าทำไมเย่จินจึงเจาะจงให้มี่เจินนั้นเป็นผู้สะสางเกี่ยวกับตระกูลกวางแต่เพียงผู้เดียวทั้งหมด