“ ป๊ะป๋า ฮ่า ฮ่า ”
“ นี่หนูกำลังล้อพ่อเล่นอยู่เหรอเนี่ย ”
“ ฮ่า ฮ่า ”
เด็กสาวตัวน้อยกอดอกเลียนแบบท่าทางของพ่อที่กำลังยืนยิ้มอยู่หน้าทางเข้าประตู
เฉินห่าวจึงหัวเราะให้เหมือนกับท่าทางที่ลูกสาวแสดงให้ดูก่อนจะพากันหัวเราะด้วยท่าทางพอใจ
การที่เขาหัวเราะก็เพราะว่าเด็กนักเรียนกลุ่มใหญ่เข้ามาออกกำลังกายที่ร้านของเขาเป็เวลา 3 วันติดแล้ว
ถึงแม้เขาจะไม่ได้เงินจากนักเรียนกลุ่มนี้เลยเพราะคนที่ไม่เคยมาใช้ใบปลิวเพื่อทดลองเล่นในครั้งแรก ส่วนคนที่เคยมาใช้สิทธิชวนเพื่อนใหม่มาเล่นจึงทำให้เขายังไม่มีรายได้เข้ามาในร้าน
แต่ถึงอย่างนั้นคะแนนที่เขาได้รับต่อวันนับว่าเยอะไม่น้อย วันแรกเขาได้คะแนน 280 จากเด็ก 7 คน
วันที่ 2 เขาได้คะแนน 600 จากเด็ก 15 คน แต่วันนี้เขากำลังจะได้แต้มมากถึง 1,240 จากเด็กนักเรียน 31 คนที่กำลังต่อแถวใช้งาน
รวมแล้ว 3 วันที่ผ่านมาเขาได้แต้มมากถึง 2,120
“ ป๊ะป๋า นั่นไยอะ ”
เป่าเป้ยชี้มือไปยังกล่องอาหาร แผ่นสีเหลืองดูนุ่มฟูส่งกลิ่นหอมเรียกความสนใจ
เฉินห่าวจึงตอบลูกสาวว่าสิ่งที่เห็นคือไข่เจียว เพียงแต่ว่าวันนี้มันดูแตกต่างจากเมื่อวาน
ไข่ที่ทอดสวยราวกับอยู่ในภัตราคาร เขาจึงรู้ว่าคุณหนูหลี่อิงคงจะพยายามฝึกทอดไข่อย่างหนักจนสามารถทำพวกมันให้ออกมาน่ากิน
“ ช่วยวิจารณ์หน่อยนะครับว่าเป็ยังไง ”
“ ขอความเห็นสักเล็กน้อยนะคะว่าข้าวไข่เจียวเป็ยังไงบ้าง ”
อาหารที่แจกมีไข่เจียวและไข่ดาว คนที่ผ่านมาเห็นเลือกสิ่งที่อยากได้แล้วลองชิมมันดูก่อนจะยกนิ้วให้เด็กสาวที่ยืนอยู่ในซุ้ม
เมื่อมีคนยกนิ้วโป้งให้ หลายคนที่กินก็เริ่มชม ข้าวกล่องเมนูไข่ที่พวกเขากินอร่อยมากจนบางคนแนะนำให้ทำขาย
เฉินห่าวเห็นภาพนี้เขาอดไม่ได้ที่จะดีใจ ดูท่าสมาชิกที่ลงคอร์สเป็คนที่ 2 ของร้านจะผ่านไปได้อีกก้าวแล้ว ต่อไปคงเป็การทำอาหารอย่างอื่นให้ผ่านเท่านั้น
“ คุณหนู คุณหนูทำได้แล้วนะคะ ”
“คุณหนูเก่งมากๆเลยครับ ”
“ คุณหนูเก่งมากๆเลยค่ะ ”
เหล่าคนใช้ชื่นชมคุณหนูหลังจากแจกข้าวกล่องครบ 100 กล่อง แม้สิ่งที่เธอ้าคือคำชมจากคนเพียง 10 คน เธอกลัวว่าจะมีคนที่ไม่ชอบข้าวกล่องจึงทำมาให้เยอะ เผื่อจะมีสักคนชอบรสชาตินี้ แต่ไม่คิดว่าข้าวไข่ทอดธรรมดาๆจะทำให้เธอได้รับคำชมจากผู้คนมากมาย
“ พรุ่งนี้จะทำเมนูอะไรล่ะ ”
ความดีใจของทุกคนหยุดลง หลังจากได้ยินเสียงเ้าของฟิตเนส หลี่อิงขมวดคิ้วเล็กน้อย เธอไม่สามารทำข้าวไข่เจียวอีกต่อไปได้เพราะได้รับคำชมเกิน 10 คนแล้วจำเป็ต้องหาเมนูใหม่
“ กลับไปคิดมาให้ดีล่ะ แล้วก็ เธอไม่จำเป็ต้องทำวันละอย่าง ทำพร้อมกันหลายๆเมนูก็ได้ เดี๋ยวมันจะไม่ทัน ”
หลี่อิงพยักหน้าแล้วเริ่มช่วยแม่บ้านเก็บซุ้ม ถึงแม้ว่าแม่บ้านจะปฎิเสธไม่ยอมให้คุณหนูหยิบจับอะไรเลย หลี่อิงกลับขอช่วยจนเหล่าแม่บ้านต้องยอม
“ บ๊ายบานพี่ฉาว ”
“ โอ้ว รู้จักลาพี่สาวหลี่อิงด้วย เป่าเป้ยของพ่อเก่งจังเลย ”
เฉินห่าวโยกตัวเล็กน้อยให้ตรงกับจังหวะการโบกมือของเป่าเป้ยที่อุ้มเอาไว้ คุณหนูตระกูลซูเห็นว่าเด็กน้อยโบกมือให้จึงยกมือโบกให้เช่นเดียวกัน
พ่อบ้านที่เห็นสิ่งที่คุณหนูแสดงออกมาถึงขั้นใมาก เขาไม่อยากเชื่อว่าคุณหนูจะโบกมือให้ใครสักคนแล้วยังยิ้มออกมา ตลอดชีวิตเขารับใช้ตระกูลซูเคยเห็นคุณหนูยิ้มน้อยมาก ส่วนใหญ่แล้วใบหน้าจะเรียบนิ่งแสดงความเ็าอยู่ตลอด เขาจึงหันมองเ้าของฟิตเนสก่อนจะก้มหัวขอบคุณ ดูท่าการมาที่นี่จะทำให้คุณหนูได้หลายอย่างกว่าที่คิด
“ แดดแรง แดดแรง เข้าบ้านกันเถอะ ”
“ แสบยา ”
“ ฮ่าๆๆ ใช่ๆ แดดแรงทำให้แสบตา เป่าเป้ยแสบตาใช่ไหม เข้าบ้านกันเร็ว”
เฉินห่าวเดินเข้ามาในบ้านแล้วปล่อยให้เป่าเป้ยเล่นกับตุ๊กตาในโซนที่เขาจัดเอาไว้ให้ ทุกคนที่เข้ามาล้วนแล้วแวะไปทักทายเด็กน้อยที่นั่งเล่นกับตุ๊กตาด้วยความรักและเอ็นดู ก่อนจะรีบมาออกกำลังกายหลังจากถึงคิวของพวกเขา
“ พรุ่งนี้จะมาอีกกี่คนนะ ”
เฉินห่าวยิ้มหวาน สมาชิกร้านใกล้จะครบ 50 แล้ว เขามีเวลาอีก 4 วันในการหาสมาชิก ทว่าเขาไม่รู้สึกกลัวเลยเพราะนักเรียนที่นี่ดูเหมือน้าจะรับสิทธิพิเศษเช่นการเล่นฟรีโดยชวนเพื่อนมาเรื่อยๆ เขาเชื่อว่าสมาชิกคงจะถึง 50 ได้ในอีก 1 - 2 วัน
ขณะที่กำลังยิ้มหวานหลังจากเห็นถึงความเติบโตของฟิตเนส เขาก็พบว่ามีผู้ปกครองเดินตรงเข้ามาในร้านของเขาพร้อมกับเด็กที่น่าจะเป็ลูก ชุดที่สวมใส่ต่างจากนักเรียนทั้ง 31 คน ดูท่าจะมาจากต่างโรงเรียน
ทันใดนั้นก็มีรถเก๋งวิ่งมาจอดหน้าร้านพร้อมกับมีหญิงวัยกลางคนพาลูกสาวเดินลงมาจากรถมุ่งหน้าเข้ามาในร้านเช่นเดียวกัน
เฉินห่าวจึงยิ้มรับ ดูท่าลูกค้าที่ไม่ได้รับคำเชิญจากนักเรียนจะแห่มาเพราะชื่อเสียงร้านของเขา
ปึกปัก ปึกปัก
ผู้คนเริ่มแห่กันมาเรื่อยๆจนเขาเริ่มเกิดความสงสัย ในเวลาไล่เลี่ยกันมีรถยนต์ 5 คันจอดอยู่หน้าร้านและเหมือนจะมีคันที่ 6 และ 7 วิ่งเข้ามาจอดต่อท้ายกัน เขาจึงยิ้มรับเอาไว้ก่อน ดูเหมือนว่ามันจะเป็ความน่าจะเป็ ที่จู่ๆก็มีคนมาร้านในเวลาไล่เลี่ยกัน
“ สวัสดีครับหลงเฉียงฟิตเนสยินดีต้อนรับครับ ไม่ทราบว่า้าโปรแกรมการออกกำลังกายแบบไหนครับ ”
เฉินห่าวพยายามลากเสียง รอให้ผู้ปกครอง 7 ครอบครัวเดินมาใกล้ๆกันเพื่อที่เขาจะได้อธิบายพร้อมๆกัน
“ ฉันได้ข่าวว่าที่นี่เพิ่มค่าสถานะได้ 0.1 หน่วยในเวลา 1 ชั่วโมง ”
หญิงสวมกระโปรงลายลูกไม้พูดด้วยท่าทางปกติ ก่อนที่เธอจะถอดหมวกสานเผยให้เห็นผมสีน้ำตาลเข้ม
“ ใช่แล้วครั้บ ทางฟิตเนสของเราสามารถเพิ่มค่าสถานะความแข็งแกร่ง 0.1 หน่วยให้ได้ในเวลาเพียงแค่ 1 ชั่วโมงเท่านั้น หากคุณผู้หญิงสนใจสามารถสมัครสมาชิกได้เลยนะครับ ไม่ต้องเสียเงินในการสมัครแต่อย่างใด แต่ถ้าหากนำใบปลิวมาด้วย ชั่วโมงแรกสามารถใช้ใบปลิวจ่ายแทนเงินสดได้เลยนะครับ ”
เฉินห่าวยกมือสวัสดีผู้ปกครองของเด็กทั้ง 7 ที่เข้ามาใหม่ แต่ละคนที่เข้ามากวาดตามองดูรอบๆราวกับกำลังพิจารณาว่าจะให้ลูกๆของพวกเขาออกกำลังกายที่นี่หรือไม่
เฉินห่าวมั่นใจพอสมควรว่าฟิตเนสของเขาสะอาดเอี่ยมอ่อง เนื่องจากัน้อยเป็คนลงมือทำความสะอาดเอง
พื้นที่ทรุดหรือกำแพงที่มีรอยแตกล้วนแล้วได้รับการซ่อมแซมจากทางระบบของเขาจึงทำให้ชั้น 1 ดูไม่ต่างจากพึ่งสร้างใหม่
“ งั้นฉันขอสมัครสมาชิกให้ลูกสาวหน่อยก็แล้วกัน ”
“ คุณแม่สามารถสมัครสมาชิกไว้ด้วยก็ได้นะครับ หากว่างสามารถมาที่นี่ได้เสมอ ”
ผู้เป็แม่ส่ายหน้าแล้วปล่อยให้ลูกสาวของเขาสมัครสมาชิก เด็กอีก 6 คนที่เดินทางมากับผู้ปกครองสมัครสมาชิกเช่นกัน
อย่างไรก็ตามเฉินห่าวััได้ถึงความผิดปกติบางอย่าง ครอบครัวทั้ง 7 ที่เดินทางมาดูปกติเกินไป
ตอนนี้ใจกลางห้องมีนักเรียน 6 คนกำลังยกดัมเบลพร้อมกับแสดงสีหน้าเ็ปออกมาอย่างเห็นได้ชัด บางคนล้มลงไปนอนเกลือกกลิ้งบนพื้นโดยที่มือยังคงยกดัมเบลอย่างดุร้ายและป่าเถื่อน ถึงแม้จะไม่มีเสียงเล็ดลอดออกมา ท่าทางที่นักเรียนทั้ง 6 แสดงออกน่าจะทำให้ผู้ปกครองของเด็กทั้ง 7 ตื่นกลัวพาลูกหนี พวกเขากลับทำหน้าตาเฉยเมย ราวกับว่าภายในใจมีบางอย่างเก็บเอาไว้
เฉินห่าวพยายามคิดในทางที่ดี ผู้ปกครองไม่พาลูกๆของพวกเขาหนีคงเป็เพราะว่ามีเด็กนักเรียนอีกหลายคนที่กำลังยืนรอต่อแถว บางคนนอนอ่านหนังสือรอ บางคนเล่นเกมรอ การรอของพวกเขาอาจจะทำให้ผู้ปกครองมองว่าการทรมานในระหว่างยกดัมเบลคือสิ่งปกติ ไม่ได้น่ากลัวแต่อย่างใด
“ แล้วลูกฉันจะได้เล่นตอนไหน ”
“ อ๋อ.. ” เฉินห่าวยิ้มรับอีกครั้ง จากนั้นจึงเสนอการแทรกคิวให้กับเด็กที่มาใหม่ ทว่าเขาจะต้องให้ประโยชน์กับคนที่ถูกแซงด้วยเช่นกัน
“ อีก 20 นาทีเด็กทั้ง 6 ก็จะเล่นจบแล้ว ผมจะให้พวกเขาเข้าไปแทนที่เลยแล้วกันนะครับ ส่วนคนที่รออยู่ก่อนแล้ว พี่จะให้เล่นฟรี 1 ชั่วโมงเป็ไง ”
เด็กทุกคนที่รอคิวเฮลั่นเมื่อได้ยินว่าเฉินห่าวจะให้เล่นฟรี พวกเขาจึงทำงานของตนเองต่อ จนกระทั่งเวลาผ่านมา 20 นาที เด็กทั้ง 6 ที่เล่นดัมเบลก็หลุดออกมาจากโปรแกรมพร้อมรอยยิ้มที่เข้ามาแทนที่ใบหน้าเ็ป
เฉินห่าวใช้คะแนนสร้างดัมเบลออกมาอีก 1 คู่ให้ครบตามจำนวนเด็กใหม่ ก่อนที่เขาจะให้เด็กทั้ง 7 ลองพร้อมๆกัน
“ ไม่ต้องเกร็ง แค่ก้มจับดัมเบลเท่านั้นพอ ”
เฉินห่าวอธิบายแนวทางการเล่นเหมือนกับนักเรียนคนอื่นๆ ทันใดนั้นนักเรียนทั้ง 7 ก็เริ่มยกดัมเบลด้วยใบหน้าปกติ แต่แล้วพวกเขากลับแสดงสีหน้าเ็ปออกมาในทันที จากผลของดัมเบล
อย่างไรก็ตาม ใบหน้าของนักเรียนทั้ง 7 ที่แสดงออกมานั้นกลับกระตุ้นให้ผู้ปกครองร้องะโด้วยท่าทางใราวกับคนสติหลุด
“ ใจเย็นๆก่อนนะครับ ใจเย็นๆ พวกเขากำลังถูกโปรแกรมของดัมเบลหลอก มันไม่ได้เจ็บเลย ”
เฉินห่าวพยายามเข้าห้าม ในระหว่างนี้เขาไม่ลืมบอกัน้อยให้พาเป่าเป้ยขึ้นไปชั้น 2 เพราะไม่อยากให้เห็นความวุ่นวาย ผู้ปกครองทั้ง 7 พยายามไม่ยอมลดท่าทีที่แสดงออกมาเลย ต่างคนต่างร้องทำราวกับว่าที่นี่เกิดไฟไหม้
“ ปล่อยลูกฉันออกมานะ ปล่อยลูกฉันออกมา! ”
“นั่นลูกฉันกำลังเ็ปใช่ไหม ปล่อยเขาออกมา! ”
“ ฉันว่าแล้ว อุปกรณ์ของแกมันไม่ได้มาตรฐาน ฉันจะแจ้งตำรวจ! ”
“ กรี๊ด! ”
ชายแก่คนหนึ่งวิ่งไปหน้าร้านแล้วกรี๊ดออกมาเหมือนผู้หญิง เสียงกรี๊ดของเขาเรียกความสนใจของผู้ที่ขับรถผ่านไปมา ยิ่งเขาร้องะโผู้คนก็เริ่มหันมองมากยิ่งขึ้น
เฉินห่าวที่เห็นเหตุการณ์ทั้งหมดทำได้เพียงยกมือกุมหน้าผาก เขาดีใจกับลูกค้ามากไปหน่อย จึงลืมป้องกัน
เมื่อครู่ถ้าเขารู้ว่าผู้ปกครองเหล่านี้กำลังจะสร้างปัญหา คงใช้หน้าต่างระบบปิดกั้นตึก เพื่อไม่ให้ใครออกไปร้องะโเรียกคนให้แห่มาที่ร้านของเขาแบบนี้
“ ไหนๆก็มาถึงขั้นนี้แล้ว ขอดูหน่อยก็แล้วกันว่าจะมาไม้ไหนอีก ”
เฉินห่าวไม่ยอมปิดตึก เขาสามารถปิดหน้าต่างและประตูไม่ให้ใครมองเห็นข้างในได้ แต่ดูเหมือนจะมีคนหลายกลุ่มถูกจ้างมาสร้างสถานะการณ์ ยิ่งเขาปิดตึกยิ่งจะทำให้เกิดเสียงวิพากวิจารณ์ด้านลบ เฉินห่าวจึงเปิดตึกเพื่อเผชิญหน้ากับคนที่วางแผนเล่นงานเขาตรงๆ เขาเชื่อว่าในปัญหาจะต้องมีทางออกที่ทำให้เขาได้ประโยชน์
“ ทุกคน ทุกคนดูฟิตเนสนี่มันกำลังทรมานลูกฉัน ฉันพยายามช่วยเขาออกมาจากพื้นที่บ้าๆนี่แต่ก็ทำไม่ได้ มันกำลังทรมานลูกฉัน มันกำลังทรมานลูกฉัน! ”
“ ช่วยด้วย ใครก็ได้ช่วยเรียกตำรวจที! ”
คนดูเริ่มเข้ามามุงหน้าร้านมากยิ่งขึ้นเรื่อยๆ เมื่อพวกเขาเห็นเด็กทั้ง 7 แสดงท่าทางทรมานล้วนแล้วทำสีหน้ากังวลเนื่องจากเด็กๆกำลังถูกอุปกรณ์ดัมเบลทรมาน
ในขณะที่ทุกคนกำลังกระซิบกระซาบ เฉินห่าวก็พบว่ามีรถเก๋ง 2 คันวิ่งมาจอดหน้าร้าน ก่อนจะมีคนคุ้นหน้าเดินลงมาพร้อมกับเด็กชายหนึ่งคน
“ เกิดอะไรขึ้นกัน ทำไมคนเยอะแบบนี้ ”
พ่อบ้านสี่พูดด้วยใบหน้าสงสัยพลางมองผ่านผู้คนเข้าไปในตึก ทันทีที่เขาได้ยินเสียงร้องของผู้คนจึงรีบรุดเข้าไปช่วยเหลือ
“ เกิดอะไรขึ้น ฉันคือพ่อบ้านสี่ตระกูลเกา ช่วยเล่าให้ฟังหน่อยว่าเกิดอะไรขึ้น ”
“ พ่อบ้านตระกูลเกาเหรอ พ่อบ้าน ช่วยด้วย อุปกรณ์ของที่นี่ไม่ได้มาตรฐาน มันกำลังทรมานลูกของฉันอยู่ ”
พ่อบ้านสี่ที่ทำตัวราวกับว่ากำลังพาหลานของตนเองมาใช้งานอุปกรณ์ขมวดคิ้วเมื่อได้ยินคำอธิบายของผู้ปกครองที่กำลังโวยวาย เขาจึงมองจ้องเข้าไปในตึกก่อนจะทำสีหน้าใแล้วเรียกเ้าของร้านมาคุย
“ เ้าของร้าน นี่มันหมายความว่ายังไง ทำไมพวกเขาเป็แบบนั้น ”
เฉินห่าวเห็นหน้าพ่อบ้านสี่ที่เคยด่าทอในวันสอบของเหมยลี่เขาจึงยิ้มรับ อีกฝ่ายกลับไม่เปิดโอกาสให้เขาอธิบายรีบใช้คำพูดโจมตี
“ ฉันว่าจะพาหลานมาสมัครสมาชิกเพราะเห็นเขาว่าดี ทำไมมันทรมานคนแบบนั้น ฉันจะแจ้งตำรวจให้มาตรวจสอบที่นี่! ”
“ แจ้งเลยพ่อบ้านสี่ แจ้งเลย! ”
ผู้คนที่อยู่รอบๆยืนเงียบ ปล่อยให้ครอบครัวที่ลูกๆกำลังถูกทรมานร้องไห้ต่อไป รอดูว่าจะเกิดอะไรขึ้นกับร้านฟิตเนสที่กำลังเป็ที่พูดถึงใน่สามสี่วันมานี้