ตอนที่ 5
“ชิงเทียนลองออกมาแก้โจทย์นี้ให้ครูดูหน่อย" หลานลู่จื่อเรียกชิงเทียนออกมาแก้โจทย์เลขในวิชาแคลคูลัส เพื่อนทุกคนหัวเราะคิกคัก ชิงเทียนนั้นที่ผ่านมามีคะแนนสอบต่ำที่สุดในห้อง เพื่อนในห้องจึงรอดูว่าเขาจะแก้โจทย์อย่างไร
เขาหาวพร้อมกับเกาหัวแกร๊กๆเดินออกมา หลานลู่จื่อรู้ดีว่าชิงเทียนนั้นเป็คนสมองทึบ แต่ว่าเมื่อเธอเห็นเขานั่งเหม่อออกไปนอกหน้าต่างขณะเธอกำลังสอนก็รู้สึกอยากเขกกระบานนักเรียนคนนี้ขึ้นมาทันที
ชิงเทียนกวาดตามองกระดานจากนั้นก็หยิบปากกาเคมีขึ้นมาละเลงเขียนลงไปอย่างมันส์มือทำเอาหลานลู่จื่อมองเซ่อไปทันที ผ่านไปไม่กี่อึดใจเขาก็หยุดเขียนจากนั้นก็เดินกลับไปนั่งที่ หลานลู่จื่อเมื่อได้สติจึงหันไปมองที่กระดาน ‘พระเ้า! เขาตอบถูก แถมยังอธิบายวิธีทำอย่างละเอียดมากกว่า 10 บรรทัด' เธอหันไปมองเขาที่นั่งเหม่อออกไปยังนอกหน้าต่างเช่นเดิม “ถ...ถูกต้อง อธิบายได้ดีมาก"
นักเรียนทั้งห้องหันไปมองหน้าเขาทุกคน โดยมีซีเหมินจวินที่ทำสายตาระยิบระยับท่ามกลางหมู่นักเรียน
หลังจบคาบเรียนซีเหมินจวินก็รีบเดินปรี่มาหาชิงเทียน “ลูกพี่ ฉันผ่านไปเห็นเหตุการณ์เมื่อตอนเช้าเข้าพอดี ลูกพี่ทำได้ยังไง แค่นึกถึงตอนนั้นผมก็ขนลุกซู่แล้ว" ซีเหมินจวิ๋นกล่าวด้วยดวงตาที่เป็ประกาย “ก็ฝึกร่างกายมานิดหน่อย" ชิงเทียนกล่าวตอบ
“ไม่นิดหน่อยเลยสักนิดลูกพี่ยังกับหลุดออกมาจากหนังกำลังภายใน" ซีเหมินจวินแย้ง “ก็บอกให้ไปลดน้ำหนักมาสัก 10 กิโลเดียวฉันสอนให้" ซีเหมินจินได้ยินเช่นนั้นก็ดวงตาลุกวาวยิ่งกว่าเดิม “จริงๆนะ! ลูกพี่พูดแล้วห้ามคืนคำนะ" เขาตื่นเต้นมาก หากสามารถแข็งแกร่งได้แบบชิงเทียน ต่อให้ต้องฝึกหนักแค่ไหนเขาก็ยอม
*******************************
หลังจากกลับจากโรงเรียน เมื่อเดินมาถึงหน้าบ้านเขาก็ได้ยินเสียงเอะอะโวยวายอีกครั้งบริเวณเคาน์เตอร์ของร้านอาหาร “ฉันบอกแล้วใช่มั้ยว่าให้เวลา 3 วันไหนหล่ะเงิน 8 หมื่น พวกแก็งค์ทวงหนี้ตะคอกใส่ชิงอันซึ่งตอนนี้นั่งสั่นอยู่กับพื้นด้วยความหวาดกลัว พวกมันมีกันทั้งหมด 5 คนและถืออาวุธเตรียมจะพังข้าวของ
“เฮ้ย! นี่เงินของพวกแก" เสียงปริศนาดังขึ้นที่ด้านหลังของพวกเขา เป็ชิงเทียนเขายื่นเงินให้พวกมันครบจำนวน "ใช้ได้นี่หว่าไอ้หนู คราวหน้าอย่าให้ฉันต้องมาหลายรอบนะไม่งั้นจบไม่สวย พวกเรากลับ!"
ขณะที่พวกมันจะเดินออกจากร้าน ชิงเทียนได้เหลือบไปเห็นรอยช้ำบริเวณโหนกแก้มของชิงอัน เวลานั้นเองความโกรธก็ปะทุออกมา แม้ว่าสำหรับเขาชิงอันนั้นไม่ใช่มารดาที่แท้จริง แต่ว่าเขาเคยสาบานไว้แล้วว่าจะปกป้องครอบครัวของชิงเทียน เพื่อเป็การแลกเปลี่ยนที่เขามาเกิดใหม่ในร่างชิงเทียน นี่เป็เหมือนการตบหน้าเขาฉาดใหญ่เลยก็ว่าได้ อีกทั้งชิงอันได้ดูแลชิงเทียนตลอดเวลาที่เขายังอยู่ในโรงพยาบาล เขารู้สึกและััถึงความรักของแม่ที่ชิงอันมีให้เขาได้ไม่น้อย
เมื่อขาของพวกแก็งค์ทวงหนี้กำลังจะก้าวออกจากร้านก็มีเงาสีดำเคลื่อนเข้ามาด้วยความเร็วสูง ชกอัดไปที่กลางหลังของหนึ่งในพวกเขา ตู๊มมมมม!!! ชายคนนั้นลอยไปติดกำแพง กระดูก่บนเสียหายหลายจุด เขาาเ็สาหัสจนและหายใจรวยริน
“ใครเป็คนทำ!!" เขาตะคอกใส่พวกแก็งค์ทวงนี้ที่เหลืออยู่ทั้ง 4 คน พร้อมทั้งชี้ไปที่ใบหน้าของชิงอัน
พวกมันมองหน้ากันไปมา แต่แล้วชายที่ดูบึกบึนที่สุดก็พูดออกมา “แกทำแบบนี้ไม่กลัวผลที่ตามมารึไง รู้มั้ยว่าพวกเราเป็คนของแก็งค์อินทรีทมิ...." ‘กร๊อบบบ!!!' เขายังพูดไม่จบชิงเทียนก็เข้าประชิดตัวด้วยความเร็วและเตะไปที่ขาซ้ายของเขาอย่างแรง “อ้ากกกกก...." กระดูกขาของเขาหักเป็ 2 ท่อนทันที เป็ภาพที่น่าเวทนาอย่างมาก ชายที่แสนบึกบึนล้มลงกรีดร้องอย่างอนาจ
แก็งค์ทวงหนี้ที่เหลืออีก 3 คนเมื่อเห็นเหตุการณ์ก็ตัดสินใจควักปืนออกมา ชิงอันใสุดขีด ขณะที่เธอพยายามตั้งหลักเพื่อที่จะลุกขึ้นไปช่วยลูกชายก็มีเื่แปลกประหลาดเกิดขึ้น ชายทั้ง 3 ชะงักค้างอยู่ในท่าชักปืนร่างกายพวกเขาสั่นเล็กน้อย คล้ายจะเป็การฝืนขยับร่างกาย พวกเขาจ้องตากับชิงเทียน มันเป็ตาสีฟ้าบริสุทธิ์สว่างเรืองรองมีประกายสายฟ้าอยู่บริเวณนัยตา พวกเขาไม่เคยเห็นดวงตาที่งดงามแบบนี้มาก่อน
ชิงเทียนคาดเดาเอาไว้แล้วว่าทั้ง 3 คนต้องชักปืนออกมา เขาจึงใช้เนตรสะกดเทพได้ทันเวลา ร่างกายของเขาในตอนนี้ยังไม่สามารถรับมือกับะุปืนได้ ต้องรอให้เขาถึงขั้นก่อตั้งร่างกายจึงจะทนทานกับอาวุธทุกชนิด และเมื่อถึงขั้นเปลี่ยนแปลงร่างกาย ะเิมือหรือแม้แต่ะเิพลังทำลางล้างสูงก็ไม่ระคายผิวของเขา
ชิงเทียนปลดอาวุธทั้ง 3 คนพร้อมทั้งหักแขนทั้ง 2 ข้างของพวกเขา เสียงร้องโหยหวนดังระงมไปทั่วบริเวณ “ขอถามอีกครั้งใครเป็คนทำ?" ชายที่ถูกหักขาสะกดข่มความเ็ป จากนั้นเขาก็ชี้ไปที่ชายคนที่ถูกซัดปลิวเป็คนแรก ชิงเทียนหันมาหาอีก 3 ที่ถูกหักแขนเพื่อยืนยันและพวกเขาก็พยักหน้ารับ “ไปเอามันมาขอขมาแม่ฉันเดียวนี้!" ชิงเทียนตะคอกสั่ง พวกแก็งค์ทวงหนีัทั้ง 4 คน ไปลากตัวคนที่นอนหายใจรวยรินมาอย่างทุลักทุเล
แม้ว่าชายที่ถูกซัดปลิวเป็คนแรกเขาจะนอนหมดสภาพ แต่ก็รับรู้ทุกอย่างจากการฟังบทสนธนา “ข...ขอโทษ ย...ยกโทษให้ด้วย" เขารวบรวมแรงที่จะพูดประโยคนี้ออกมาได้สำเร็จ "
“เทียนเอ๋อ...ปล่อยพวกเขาไปเถอะ แม่ไม่เป็อะไรแล้ว" ชิงอันพูดด้วยน้ำเสียงสั่นเครือเธอรู้ดีว่าที่ลูกชายะเิโทสะออกมานั้นเป็เพราะรอยช้ำบนใบหน้าของเธอ แต่ทว่าาแที่พวกแก็งค์ทวงนี้ได้รับนั้น เข้าขั้นสาหัสทุกคน
“หึ!! แก็งค์อินทรีย์ทมิฬ ฉันจะเผามันเอง มันจะได้ทมิฬสมชื่อ!" ความเดือดดาลยังไม่หายเขา้าที่จะกวาดล้างแก๊งค์อินทรีทมิฬ พวกแก็งค์ทวงหนี้ทั้ง 5 คนกลืนน้ำลายอย่างฝืดเคือง พวกเขาต้องรีบออกจากแก็งค์อินทรีทมิฬให้เร็วที่สุด จากนั้นก็หนีไปให้ไกลที่สุด ไปให้ไกลจากปีศาจตนนี้....
*****************************
“บอสค่ะ หลี่โม่เหยา โอนเงินจากกิจการในเขตเทียนเฉินมาแล้วค่ะ" เลขารายงาน ชายวัยกลางคนที่กำลังนั่งสูบซิก้าลุกขึ้นจากเก้าอี้ “เป็เขตที่เก็บเงินได้ช้าที่สุด ถ้ามีครั้งหน้าอีกฉันจะเอาพวกมันให้หนัก เลี้ยงเสียข้าวสุกจริงๆ" เขาหยิบเอกสารมาตรวจสอบ “แล้วก็มีอีกเื่ค่ะบอส กลุ่มของหลี่โม่เหยาบอกว่า ต้องกลับไปดูแลแม่ที่บ้านนอกจึงจะขอออกจากแก็งค์ค่ะ" ชายวัยกลางคนเงยหน้าขึ้นมาช้าๆพร้อมกับเขี่ยขี้บุหรี่ "เหอะ!..ดูแลแม่ที่บ้านนอกงั้นเหรอเป็คำโกหกที่ห่วยแตกที่สุดที่ฉันเคยได้ยินมา" เขาพ่นควันออกจากปาก "ไปสืบมาว่าเกิดอะไรขึ้นกับพวกมัน" เลขาก้มหัวให้เขาเล็กน้อย "รับทราบค่ะบอส"
*******************************
ชิงเทียนส่งแม่ไปรักษาที่โรงพยาบาล ชิงอันพยายามบอกปัดชิงเทียนว่าตนไม่เป็อะไรมาก เธอนั้นไม่มีเงินติดตัวมากนักจึงไม่อยากที่จะเสียเงินไปกับการรักษาเพียงเพราะาแเล็กน้อย “แม่ครับ...นี้เงินที่ผมหามาได้แม่เก็บเอาไว้เป็ทุนสำรองให้ร้านอาหารของแม่นะครับ" เขายื่นเงินปึกหนึ่งให้กับชิงอัน “ทั้งหมดนี้ 1 ล้านหยวนแม่เอาไปใช้ได้ตามสบายเลยครับ" ชิงอันได้ยินเช่นนั้นก็แข็งค้างไปทันที " ห...หนึ่งล้านหยวน" ชิงอันแทบจะเป็ลมเธอไม่เคยจับเงินก้อนโตเท่านี้มาก่อน
“น...นี่ลูกไม่ได้ไปทำผิดกฎหมายมาใช่ไหม" ชิงเทียนไม่อยากจะบอกความจริงนักว่าเขาหาเงินมาได้จากการพนัน ในจังหวะนั้นพยาบาลเปิดประตูเข้ามาพอดี “ไว้ผมเส็จธุระแล้วจะมาอยู่เป็เพื่อนแม่นะครับ" เขาพยายามเลี่ยงที่จะตอบคำถามเธอ "เ้าเด็กคนนี้นี่..." ชิงอันมองแผ่นหลังของลูกชายที่เดินจากไป เธอกลัวว่าเขาจะไปทำเื่ไม่ดีจึงอดไม่ได้ที่จะเป็ห่วง
ชิงเทียนเมื่อออกมาจากโรงพยาบาลเขาก็มุ่งหน้าไปที่ตลาดสมุนไพรทันที เงินหลายล้านถูกใช้ไปอย่างไม่เสียดาย “โสมร้อยปี ต้นลิ้นัเพลิง ว่านงูแดง หญ้าหนวดพยัคฆ์ ดูเหมือนว่าที่นี่ยังพอจะมีสมุนไพรชั้นต่ำสุดบนแดนเซียนอยู่บ้าง" เขาได้สมุนไพรปรุงยามาหลายชนิด บนแดนเซียนชิงเทียนนั้นบรรลุวิชาทุกแขนง ไม่ว่าจะเป็การกลั่นโอสถ กลั่นสุรา หลอมศาสตราวุธ รวมถึงการวางรูปแบบและค่ายกล เขาก็ถือว่าอยู่ในจุดสูงสุด
หากไม่ใช่เพราะความไว้ใจ อีกทั้งเหล่าสหายทั้ง 3 คนที่ร่วมมือสังหารเขานั้นอยู่ในขอบเขต มหาเซียน์ขั้น 9 เช่นกันจึงไม่แปลกที่เขาจะเสียท่า ถึงแม้ว่าทั้ง 3 จะพึ่งบรรลุขั้นมาได้ไม่นานจะ ไม่สามารถเทียบได้กับมหาเซียน์ขั้น 9 ระดับสูงสุดเช่นชิงเทียน แต่ด้วยรูปแบบที่ช่วยกันวางเพื่อสะกดเขานั้นก็ลบความต่างชั้นได้มากพอสมควร
ชิงเทียนเดินมาหยุดที่หน้าตึกขนาดใหญ่ มีป้ายหน้าตึกเขียนว่า ‘บริษัทยา โอวหยาง กรุ๊ป' “เข้าไปดูสักหน่อยดีกว่า" ชิงเทียนเดินเข้าไปทางประตูหน้า เขาแต่ตัวดูมีภูมิฐานจากเงินที่เล่นพนันมาได้ ทำให้ตอนนี้เขาดูคล้ายนายน้อยจากตระกูลใหญ่ที่จะมาติดต่อธุรกิจ
พนักงานต้อนรับรีบเดินมาแนะนำสินค้ากับเขาทันที “เชิญค่ะ ไม่ทราบว่าคุณลูกค้ากำลังมองหาสมุนไพรชนิดไหนค่ะ" เขามองดูรอบๆ “ขอเดินดูก่อน" ชิงเทียนตอบ
เขาแทบจะเมินพนักงานสาวสวยจนเธอคิดว่าเขานนาจะเป็พวกรักร่วมเพศ ทำให้เธอผิดหวังเล็กน้อยเพราะเขาหน้าตาหล่อเหลาพอสมควร อันที่จริงเขาชอบหญิงงามแต่ทว่า เย่เสวี่ยหลันและหลานลู่จื่อ ครูประจำชั้นของเขาเรียกว่าเป็สาวงามล่มเมืองอย่างแท้จริง ชิงเทียนเห็นพวกเธอแทบทุกวันจึงไม่ได้สนใจสาวสวยคนอื่นมากนัก
ในตอนนั้นเองสายตาของเขาตกกระทบกับวัตถุบางอย่าง ‘ผลัคราม' สิ่งนี้แม้แต่ในแดนเซียนก็ยังถือว่าล้ำค่าอย่างที่สุด มันสามารถช่วยเพิ่มความเร็วในการก้าวหน้าได้ดังติดจรวด แค่นำไปกลั่นเป็โอสถัคราม หลังจากซึมซับตัวยา เพียงแค่หายใจก็ถือเป็การรวมรวมพลังปราณ สิ่งนี้เหล่าผู้มีอำนาจมักซื้อหาให้บุตรชายและบุตรสาวที่มุ่งมั่นในการฝึกยุทธ์
“ชิ้นนี้ราคาเท่าไหร่" ชิงเทียนกล่าวถาม “ขออภัยด้วยค่ะของชิ้นนี้นายใหญ่ของเราบอกว่าเขาจะเก็บไว้เอง ที่ยังตั้งโชว์อยู่เพราะว่ายังไม่มีพนักงานว่างมาเคลื่อนย้าย"
'นายใหญ่ของที่นี่รู้จักผลัคราม?' เขาค่อนค้างจะมั่นใจว่านายใหญ่ของที่นี่ไม่น่าจะใช่คนธรรมดา
“มีอะไรเกิดขึ้นหรือเปล่าครับคุณลูกค้า ผมเห็นคุณจ้องผลไม้ชิ้นนี้มาสักพักแล้ว" ชายวัยประมาณ 60 ปี ใส่ชุดคล้ายปรมาจารย์กังฟูสีขาวเดินเข้ามาถามชิงเทียน
“คุณคือ...?" ชิงเทียนถามกลับ
“ผมเป็เ้าของที่นี่มีชื่อว่า โอหยางเจิ้งหยู ยินดีที่ได้พบ" เขายกมือขึ้นคำนับ "ผมชิงเทียน" ชิงเทียนคำนับตอบ
“ไม่ทราบว่าผู้าุโมีแผนจะทำสิ่งใดกับผลไม้ผลนี้" ชายชราส่ายหน้า "ยังไม่มีแผนจะทำอะไรเพียงแต่รู้สึกถูกชะตากับมันเท่านั้น"
ชิงเทียนมองพิจารณาโอหยางเจิ้งหยูขึ้นๆลงๆ “ปรมาจารย์ยุทธ์ ครึ่งก้าวรวบรวมลมปราณ"
โอวหยางเจิ้งหยูได้ยินเช่นนั้นก็ม่านตาหดเล็กลงทันที เขาไม่คิดว่าชายหนุ่มตรงหน้าจะเป็ผู้ฝึกยุทธ์เช่นเดียวกัน “ถ้ายกผลไม้นี้ให้ผม ผมจะทำให้คุณทะลวงขั้นหลังจากติดอยู่ที่คอขวดมานาน" ชิงเทียนยื่นข้อเสนอ โอวหยางเจิ้งหยูตื่นเต้นทันทีที่ได้ยินหลังจากเขาสงบใจแล้วเขาก็ถามเพื่อความแน่ใจ “ผมจะเชื่อคุณได้ยังไง?"
ชิงเทียนกำลังหาทางพิสูจน์คำพูดของตัวเองและในที่สุดเขาก็คิดออก “ลองชกผมให้เต็มแรงดูสิ" โอหยางเจิ้งหยูแทบจะไม่เชื่อหู เขาเชื่อมาตลอดว่าตัวเองแข็งแกร่ง เขาสามารถจัดการกับนักมวย 10 คนพร้อมกันก็ยังได้แต่เด็กหนุ่มคนนี้บอกให้ชกเขาเต็มแรง “เอาจริงหรือสหายน้อย?" เขาถามเพื่อยืนยันทว่าชิงเทียนก็ยังยืนนิ่งพร้อมแววตาที่เต็มไปด้วยความมั่นใจ
เมื่อได้เห็นเช่นนั้นโอวหยางเจิ้งหยูก็รวบรวมพลังและปล่อยหมัดออกไป หมัดของเขานั้นสามารถทำให้ต้นไม้ะเืได้เลย ชิงเทียนยังไม่มีทีท่าจะป้องกัน จนในทีาสุดหมัดเขาก็ปะทะกับอกของชิงเทียน โอวหยางเจิ้งคำนวนเอาไว้แล้วว่า ชิงเทียนเป็ผู้ฝึกยุทธ์ที่สามารถมองเขาออกอย่างทะลุปรุโปร่ง เขาไม่มีทางตายเพราะหมัดนี้แน่
‘ปั้ง!!' เสียงปะทะจากหมัดของโอวหยางเจิ้งหยูกับหน้าอกของชิงเทียนเรียกความสนใจจากพนักงานและลูกค้าหลายคนในบริเวณใกล้เคียง
“น...นี่มัน" เขารู้สึกถึงแรงกระแทกเขาไม่ได้โจมตีพลาดแน่นอน แต่ทว่าร่างของชิงเทียนยืนนิ่งอยู่กับที่ ไม่มีการสั่นไหวเลยแม้แต่น้อย ร่างกายของผู้ที่อยู่ในขั้นรวมรวมลมปราณนั้นแข็งแกร่งกว่าคนธรรมดามากมายนักไม่เว้นแม้แต่ระดับปรมาจารย์
โอวหยางเจิ้งหยูไม่คิดว่าชายหนุ่มจะแข็งแกร่งเกินเขาไปไกลเช่นนี้ มันเป็เื่ที่เขายากจะยอมรับ
“เอาหล่ะหาที่สงบๆคุยกันหน่อยเป็ไง อ้อแล้วก็ให้คนแบกผลไม้นั่นตามมาด้วยหล่ะ" ชิงเทียนหันหลังเดินจากไปเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น
----------------------------------
(จากนักเขียน) >> จะพยายามลงให้ได้อย่างต่ำวันละ 2 ตอนนะครับขอบคุณที่ติดตามผลงานครับ
// Master_Ye