รองประธานของฉันเป็นสายลับ

    บทที่ 7

    “แน่นอนค่ะผู้ช่วยปาร์ค...” แอมที่ได้ยินอย่างนั้นก็ได้แต่ยิ้ม และก้มหัวให้กับผู้ช่วยในทันที ก่อนจะหันไปหาดาวที่กำลังทำหน้าเสียอยู่ เธอเดาอนาคตของตัวเองได้แล้วว่ามันกำลังจะเกิดอะไรขึ้น แต่เหมือนกับว่าเธอจะผิดคาดกับคำพูดของแอม“ดาว กลับไปทำงานได้แล้ว ฉันต้องการเหมือนกับที่เธอเคยทำมาตลอด หวังว่าเธอจะสามารถทำมันได้นะ” แอมกล่าวออกมาพร้อมกับมองไปที่ดาว และยิ้มน้อย ดาวที่มองไปยังตาของแอมก็เริ่มรู้สึกแล้วว่าเวลานี้มันเป็นเวลาแห่งการเอาคืนของแอม สู้ให้ไล่เธอออกยังจะดีเสียกว่าอีกในตอนนี้“ได้!! ฉันจะทำ….” ด้วยการที่ไม่มีทางเลือกให้เธอมากนัก และงานสมัยนี้มันนับว่าหาได้ยากมากในปัจจุบัน อะไรที่ทำได้ก็ทำๆมันไปก่อน แม้จะยื้อเวลาอีกสักหน่อยมันก็ยังดี และแน่นอนว่าเธอจะต้องหาโอกาสแก้แค้นแอมที่ทำอย่างนี้กับเธอในอนาคต ดาวเดินกลับไปยังโต๊ะทำงานของเธอก่อนจะเริ่มต้นทำงานเหมือนอย่างกับที่เธอเคยทำ น้ำทิพย์ที่รู้สึกเป็นห่วงเพื่อนของเธอจึงเดินเข้ามาพูดกับแอมใกล้ๆ“แอม แกคิดดีแล้วเหรอที่ให้ดาวทำงานที่นี่ต่อน่ะ” น้ำทิพย์เอ่ยถามออกมาเบาๆ เธอยังคงไม่ไว้ใจในการทำงานของดาว และกลัวว่าดาวจะสร้างปัญหาให้กับแอมในอนาคต“ทิพย์แกก็รู้ว่าตอนนี้งานในแผนกของเรามันเยอะมากขนาดไหน การที่เราสูญเสียบุคลากรไปนั้นนับว่าไม่ฉลาดเลยนะ.. อีกอย่างดาวเองก็ทำงานได้ดีถ้าเธอตั้งใจทำงาน” แอมกล่าวออกมาพร้อมกับตัวของเธอ และน้ำทิพย์เดินเข้าไปยังห้องของผู้จัดการแผนกที่ตอนนี้มันเป็นของเธอแล้ว น้ำทิพย์ที่ได้ยินอย่างนั้นประกอบกับในตอนนี้พวกเธอทั้งสองคนอยู่ภายในห้องแล้ว จึงเอ่ยขึ้นมาเตือนเพื่อนของเธอสักหน่อย“แล้วมันจะไม่มีปัญหาในอนาคตอย่างนั้นเหรอแอม ถ้าปล่อยไว้นานๆ ดาวอาจจะสร้างปัญหาใหญ่ๆให้กับเธอในอนาคตก็ได้นะ” น้ำทิพย์กล่าวออกมา ในขณะที่แอมก็หันมามองที่น้ำทิพย์เพื่อนของเธอก่อนจะตอบกล่าวไป“ทิพย์แกคิดจริงๆเหรอว่าฉันจะปล่อยดาวรอดไปได้ ..ไม่เลย.. แน่นอนว่าเธอจะต้องชดใช้ และดาวจะเดินออกจากบริษัทนี้ไปอย่างไม่เหลืออะไรเลย..และนี่มันเป็นเพียงแค่จุดเริ่มต้นเพียงเท่านั้น” แอมกล่าวพร้อมกับกัดฟัน แรงของเสียงมันเต็มไปด้วยความเครียดแค้นใจที่มีต่อดาว ทิพย์ที่เห็นอย่างนั้นก็สบายใจ อย่างน้อยๆเพื่อนของเธอไม่ได้หลงลืมในสิ่งที่ดาวเคยทำอะไรไว้กับพวกเธอสองคน“ช่างมันก่อนเถอะ.. ตอนนี้แกมาช่วยฉันจัดห้องใหม่หน่อยจะดีกว่า.. ฉันไม่อยากเห็นหรือได้กลิ่นที่เป็นอัปมงคลในห้องทำงานของฉัน” ในขณะเดียวกันกับที่ทั้งสองกำลังจัดห้องทำงานใหม่อยู่นั้นเอง เจษผู้ต้องสงสัยที่กำลังเข้าห้องน้ำอยู่นั้น เขารู้สึกกังวลกับเหตุการณ์ที่กำลังเกิดขึ้น ภายในใจของเจษในตอนนี้ เขาสองจิตสองใจอยู่ระหว่างเลือกที่จะทำลายหลักฐานเหล่านี้ทิ้งไป หรือจะเก็บมันไว้เพื่อที่จะต่อรองกับคนที่มีอำนาจพอที่จะช่วยเขาได้ แต่เขาหารู้ไม่ว่าตอนนี้อุปกรณ์เก็บข้อมูลของเขานั้นกลับไม่มีข้อมูลอะไรเหลืออยู่เลยสักไฟล์เดียว มันเป็นเพราะอุปกรณ์ใหม่ที่ผู้ช่วยปาร์คได้ใช้ไป นอกจากมันจะสามารถที่จะขโมยข้อมูลได้ แต่ในยังสามารถลบข้อมูลอะไรก็ได้อีกด้วย นับว่ามันเป็นเทคโนโลยีชนิดใหม่ที่น่ากลัวมาเลยทีเดียว ที่จะสามารถเจาะข้อมูลของอุปกรณ์อะไรก็ได้ และไม่ต้องผ่านระบบอินเทอร์เน็ต แต่มันก็มีข้อเสียอยู่หลายอย่าง อาทิเช่นมันจะสามารถทำงานได้เพียงแค่ในระยะ 10 เมตรเพียงเท่านั้น แถมมันยังใช้พลังงานสูงอีกด้วย อย่างมากก็สามารถใช้ได้เพียงแค่ 20 นาทีเพียงเท่านั้น “เราควรเก็บมันไว้ก่อน.. แต่จะทำยังไงล่ะ ..ใช่แล้วเพดาน..” เจษที่คิดอยู่นานก็ตัดสินใจได้ และเขาเลือกมันที่จะเก็บไว้ก่อนเพื่อเป็นหลักประกันอะไรหลายๆอย่าง และสิ่งที่เขาจะต้องทำในตอนนี้นั้นก็คือหาที่ซ่อนมันจนเขาเงยหน้าขึ้นมามองที่เพดาน และเปิดมันออกหวังที่จะซ่อนอุปกรณ์เก็บข้อมูลไว้ที่นี่ก่อน แล้วค่อยกลับมาเอาทีหลัง“เฮ้ยย!! คุณเจษ รีบออกมาได้แล้วครับ... คุณใช้เวลาไปนานมากแล้ว” ตำรวจที่เห็นว่าผู้ต้องสงสัยใช้เวลากับการเข้าห้องน้ำนานเกินควรเขาจึงเปิดประตูเข้ามาสอบถาม เพื่อตรวจสอบให้แน่ใจว่าผู้ต้องสงสัยไม่ได้หนีไปไหน“ครับคุณตำรวจ... ผมเสร็จพอดีเลยครับ” เจษที่เป่าปากอย่างโล่งอกที่ตำรวจเปิดประตูเข้ามาในตอนที่เขาจัดการซ่อนมันเสร็จแล้ว ก่อนจะออกจากห้องน้ำล้างมือออกไปกับคุณตำรวจด้วยความสบายใจ เขาเดินออกมาเห็นแอมที่กำลังวุ่นวายในห้องของเขา แต่ในตอนนี้เขาไม่มีสิทธิ์อะไรเลยที่จะพูดออกมา  ‘รอก่อนเถอะ... เธอไม่มีทางได้สมหวังทุกอย่างหรอก’ เขามองไปอย่างโกรธแค้น ก่อนจะขึ้นรถไปกับตำรวจที่มาเชิญตัวของเขาไปพร้อมกับเอกสารเกือบทั้งหมดที่ยึดมาได้จากแผนกการเงิน            อีกด้านหนึ่งเมื่อเห็นว่าเรื่องทั้งหมดมันเรื่องคลี่คลายลงไปบ้างแล้ว อาร์ทก็ได้บ่นขึ้นมาอีกครั้ง“ตอนนี้ปลาตัวน้อยๆถูกจับตัวไปพร้อมหลักฐานที่ค่อยข้างแน่นหนาแล้ว ต่อไปก็น่าจะได้เวลาจัดการกับปลาตัวใหญ่เสียทีล่ะมั่ง...อื้ม มาพอดีเลย ข้อมูลพวกนั้นมันมีอะไรบ้างเหรอผู้ช่วยปาร์ค” อาร์ทกล่าวถามกับผู้ช่วยปาร์คที่เพิ่งจะเดินเข้ามาภายในห้องพอดี“เชิญท่านรองประธานตรวจสอบมันด้วยตัวเองเลยครับ” ปาร์คกล่าวกลับ พร้อมกับนำข้อมูลเหล่านั้นขึ้นจอใหญ่ที่อยู่ภายในห้อง พวกเขาทั้งหมดต่างก็อยู่ที่นี่ครบทีม และพวกเขาทุกๆคน ไม่ได้ต่างอะไรกับหุ่นยนต์ที่สามารถอ่านข้อมูลเหล่านั้นจบภายในไม่กี่นาที ยังไม่พอพวกเขายังสามารถประมวลผลมันออกมาได้อย่างแม่นยำแบบ 100 เปอร์เซ็นต์อีกด้วย“เข้าใจละ ยักยอกเงินบริษัทไปหลายสิบล้านบาท ไม่ธรรมดาเลย.. เอาอย่างไรต่อดีล่ะเนี้ย ... ส่งเรื่องไปให้ท่านประธานจัดการตามแผนเดิมเลยก็แล้วกัน” ถึงจะประมวลผลได้ แต่ถึงอย่างนั้น อาร์ทก็ไม่สามารถตัดสินใจอะไรได้โดยพลการ และเขาก็ไม่จำเป็นต้องทำอะไร เขามีหน้าที่แค่แจ้งข่าวเพียงเท่านั้น ส่วนเรื่องของบทลงโทษหรืออื่นๆก็ให้พ่อของเขาเป็นคนจัดการองเลยก็แล้วกัน“เข้าใจแล้วครับท่านรองประธาน” ในเมื่อเรื่องทุกอย่างภายในบริษัทได้ผ่านไปแล้ว อาร์ท และคนในทีมก็ล็อกห้องเพื่อที่จะได้วางแผนสำหรับงานที่พวกเขาจะต้องทำในคืนนี้ มันเหมือนจะเป็นงานที่ยากสำหรับทหารหลายคน แต่สำหรับพวกเขามันก็แค่เหมือนเดินเล่นในสวนดอกไม้ แค่งานทลายกลุ่มผู้มีอำนาจกลุ่มหนึ่งเพียงเท่านั้นเอง ในขณะเดียวกันนั้นเอง ท่านประธานบริษัทไลฟ์ อรุณที่ได้รับข้อมูลจากลูกชายตัวแสบ เขาก็ยิ้มออกมากับการกระทำนี้ และภายในใจก็เริ่มที่จะหมดห่วงกับเรื่องของการสืบทอดธุรกิจที่เป็นของครอบครัวแล้ว ครั้งนี้เจ้าลูกชายรักษาผลประโยชน์ของบริษัทได้ดีเยี่ยมมากเลยทีเดียว ก่อนที่เขาจะหันกลับไปเครียดกับเรื่องที่ต้องจัดการ ในวันนี้พนักงานบริษัทหลายคนที่ไม่ได้รับรู้อะไรเลย ก็ต่างตกอกตกใจที่มีตำรวจเข้าออกเป็นว่าเล่น และพวกเขาต้องยอมรับเลยว่า ตั้งแต่ที่ท่านรองประธานคนใหม่เข้ารับตำแหน่งมีการเปลี่ยนแปลงโครงสร้างของระบบภายในค่อนข้างมาก ตั้งแต่การที่ทำให้บุคคลที่มีตำแหน่งสูงๆหลายคนถูกเชิญไปให้ปากคำ หนึ่งในผู้มีตำแหน่งสูงนั้นยังเป็นถึงท่านผู้อำนวยการอีกด้วย “ตั้งแต่มีท่านรองประธานคนใหม่ การเปลี่ยนแปลงตำแหน่งการงานก็เปลี่ยนไปค่อยข้างมาก ..น่ากลัวนะแกว่าอย่างนั้นไหม” พนักงานคนหนึ่งเอ่ยออกมากับเพื่อนในแผนกเดียวกัน“ใช่ๆ ฉันก็คิดอย่างนั้น แต่ถ้าเราไม่ได้ทำอะไรผิดก็ไม่ได้มีอะไรจะต้องกลัวเลยนี่นา... เรากลับไปตั้งใจทำงานกันดีกว่า นี่ที่ตำแหน่งหัวหน้าแผนกยังว่างอยู่ ท่านประธานบอกว่าใครที่มีผลงานที่ดีในสามวันนี้อาจจะได้รับการพิจารณาเลื่อนตำแหน่งด้วย..” เพื่อนของพนักงานตัวประกอบได้ตอบกลับมา และตอนนี้เกือบจะทั้งบริษัทเลยที่มีการแข่งขันอย่างนี้ทุกแผนก ทำให้พนักงานขยันกันมากขึ้นไปอีก