เวลาผันเปลี่ยนแปรไปตามวัฏจักรไม่สิ้นสุดเหมือนวันอื่นๆ จนถึงยามเช้าของอีกวันจากเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นกับเด็กหนุ่มไป๋ลู่ แสงอาทิตย์ยามเช้าที่ลอดสาดส่องเข้ามาในตัวถ้ำผ่านช่องรูหินที่ถูกรอยน้ำกัดกร่อนเป็จุดๆ เพ่งลงมาเบื้องลึกจนถึงสถานที่ เด็กหนุ่มที่นอนนิ่งไม่ไหวติงอยู่ แสงสอดส่องเข้ามาต้องผิวกายที่ซีดเหลืองที่นอนอยู่เกิดประกายระยิบระยับ
เด็กหนุ่มเริ่มขยับตัวอย่างช้าๆ ม่านตาค่อยๆ ลืมขึ้นอย่างเกียจคร้านก่อนจะรู้สึกตัวและตื่นตัวเต็มที่อีกครั้งในเวลาเดียวกันจึงสะดุ้งโหยงขึ้นมาอย่างกระทันหัน ความทรงจำที่เลวร้ายทั้งหมดของเมื่อวานพุ่งเข้าใส่แกนสมองและประมวลผลออกมาอย่างไม่สิ้นสุด ดวงตาแดงฉานดั่งโลหิตเปิดโพร่งขึ้นมาเต็มดวงตา ก่อนจะเริ่มหันซ้ายขวาอย่างช้าๆ มือบีบนวดต้นคอให้โลหิตภายในเริ่มหมุนเวียนคล่องจากสลบสไหลเป็เวลานาน เหม่อมองทัศนียภาพเบื้องหน้าที่มีแต่ผนังถ้ำที่มีแต่ทรายทั้งหมดอย่างงุนงง
"นี้ข้ารอดตายอย่างนั้นหรือ? ข้าจำได้ว่าข้าหลับไปภายใต้กลุ่มควันโขมงนั้น" เด็กหนุ่มพึมพำก่อนจะเริ่มจับเนื้อตัว และเริ่มสำรวจข้าวของก่อนหยิบเสบียงสำรองมาประทังชีวิต "ดูเหมือนจะเช้าแล้ว.....เห้ย! ตายหละเฒ่าแก่ต้องฆ่าข้าแน่เลย ไม่ได้การข้าต้องหาทางออกไปจากที่นี้" เด็กหนุ่มเริ่มวิ่งไปอย่างทุลักทุเล พร้อมซาลาเปาแข็งตัวที่ยังกัดคาไว้ในปาก ทว่าเมื่อตนเริ่มออกวิ่งได้ไม่นานกลับพึ่งสังเกตว่า ร่างกายกระปรี่กระเปร่าอย่างน่าประหลาด ความรู้สึกเจ็บไข้อ่อนที่เคยมีนั้นกลับไม่แสดงออกมาเหมือนทุกครั้ง แม้รูปร่างภายนอกที่ตนรู้สึกได้ก็เหมือนเด็กน้อยเนื้อติดกระดูกหากแต่ มีชีวิตชีวามากกว่าทุกครั้ง
"ข้าไม่เข้าใจ? เกิดสิ่งใดกับข้ากัน เป็ตายไม่แน่ชัดร่างกายเบาหวิวราวกับถูกขัดเกลา" เด็กหนุ่มบ่นเสียงอู้อี้ทั้งที่ปากยังคาบซาลาเปาอยู่ ก่อนจะไม่สนใจสิ่งใดแล้ว รีบวิ่งกลับไปยังจุดที่ตนไถลยาวลงมาจากจุดเริ่มต้นทันที
เมื่อเด็กหนุ่มมาถึงจุดที่ตนลงมาครั้งล่าสุด แต่ครานี้กลับเห็นว่าทางที่มีแค่ทางลงอย่างเดียวกับเปลี่ยนไป เส้นทางเหมือนดั่งบรรไดหินที่ถูกเนรมิตขึ้นมาอย่างไม่มีปี่มีขลุ่ยเด็กหนุ่มชโงกหน้าออกไปดูซ้ายขวา ก่อนจะรีบจัดแจงร่างกายให้พร้อมรับประทานอาหารที่เตรียมไว้ก่อนจะตัดสินใจก้าวเท้าวิ่งขึ้นกลับไป ก่อนจะค่อยๆมองเห็นแสงสว่างเบื้องหน้าราวกับเส้นชัยที่รอคอยการกลับมาของเด็กหนุ่ม ด้วยความดีใจก็รีบวิ่งขึ้นไปอย่างไม่คิดชีวิต เส้นทางของถ้ำนี้ถูกเด็กหนุ่มจดจำด้วยตัวของเด็กน้อยเองอย่างลืมตัว ราวกับการกลับไปก็เหมือนเพียงแค่เส้นทางผ่านเหมือนทุกครั้ง
"ไป๋ลู่เอ้ย!! ไป๋ลู่!! เ้าอยู่ที่ไหน!! หากได้ยินก็ขานกลับมาหน่อย เด็กน้อย เ้าไปแอบอยู่ตรงไหนกัน ข้าเองเฒ่าแก่โรงเตี้ยม"
เสียงที่เปร่งออกมาเป็ระยะๆ พร้อมกับชาวบ้านที่อาศัยใกล้กับโรงเตี้ยม 5 - 6 คนที่เดินออกตามหาเด็กหนุ่มโดยมีเฒ่าแก่โรงเตี้ยมนำทางพร้ะโกนออกไปพร้อมกับ สีหน้าวิตกกังวลเป็อย่างมากเมื่อไม่เห็นร่างน้อยที่คอยช่วยงานด้วยใบหน้าที่ยิ้มแย้มตลอดเวลาแม้ตนจะถูก นินทาลับหลังหรือกลั่นแกล้งมากแค่ไหนก็ตาม เมื่ออยู่ต่อหน้าตนแล้วเด็กน้อยก็จะยิ้มให้ด้วยความสดใสดั่งไฟเทียนที่ถูกจุดฉะโลมความเหงาและเป็ดั่งแก้วตาแม้มิอาจเรียกได้ว่าเป็สายเืหากแต่ความผูกพันที่อยู่ร่วมกันก็ใช่ว่าจะไม่อยู่ของเฒ่าแก่ผู้นี้ เห็นอย่างนี้ทว่าเป็คนหนุ่มผู้นึงที่ชอบทำตัวราวกับคนผ่านโลกมาเยอะและมีไม้เท้าประจำตัวเหมือนคนแก่ หน้าตาเฒ่าแก่ผู้นี้เกลี้ยงเกลาหมดจด ไร้ซึ้งหนวดเคราสวมแว่นตาเลนเดียวมือข้างซ้ายและถือลูกคิดติดตัวตลอดเวลา
ชาวบ้านที่ตามเฒ่าแก่มาก็ล้วนแล้วแต่เป็เสี่ยวเอ๋อที่ช่วยงานเช่นกันบางดูสุขุม บางดูทมัดทะแมง บางกำยำล้ำสัน เมื่อได้รู้ว่าไป๋ลู่หายตัวไปก็เริ่มออกตามหาทันทีกลุ่มนี้เป็คนที่คุ้นชินกับไป๋ลู่เพราะทำงานกับเฒ่าแก่มานาน แรกเริ่มก็ดูิ่เด็กหนุ่มไป๋ลู่ไม่น้อยจากข่าวลือถึงเด็กหนึ่งเดียวที่รอดชีวิตจากเหตุการณ์ที่พูดถึงกันหนาหู ทว่า เมื่ออยู่ร่วมกันไป ทำให้ทัศนคติของพวกเค้าแปรเปลี่ยนไปดั่งเช่นว่า 10ปากว่ามิอาจเท่าตาเห็น เื่เล่าดวงตาหายนะที่จะทำให้ผู้อื่นเกิดเภทภัยนั้นหาได้เป็จริงดั่งที่ชาวบ้านเล่ากันปาวๆ ไปทั่วไม่ แม้ว่าการตามหาเด็กหนุ่มจะได้รับเสียงค้านจากหลายคนด้วยกันก็ตาม
"เฒ่าแก่ ท่านจะไม่พักหน่อยรึ เราเดินออกตามหาั้แ่เช้ามืดจนถึงรุ่งสางแล้ว กระจายกำลังออกหาก็แล้ว ป่าวประกาศและส่งเื่ให้หน่วยสำรวจพื้นที่ก็ทำแล้ว ท่านก็อย่าวิตกเลย พื้นที่แห่งนี้ได้รับการยืนยันมาแล้วว่าไม่มีสัตว์อสูร ไป๋ลู่ก็เป็เด็กที่รักธรรมชาติและเป็เช่นนี้อยู่ทุกครั้งจะมีสิ่งใดหรือผู้ใดอยากเข้าไปยุ่งหรือหาญกล้าทำร้ายมันกันนอกจากกลุ่มเด็กๆที่เกลียดมัน ยิ่งเป็เื่ฉายาที่เ้าหนูนั้นมีอี....อุ๊บ!!!
หนึ่งในเสี่ยวเอ๋อรีบอุดปากเสี่ยวเอ๋อที่ทักท้วงขึ้นมาทันที พร้อมกับเสียงที่ะโเรียกไป๋ลู่ก็หยุดชะงัก "เ้าอย่าได้เรียกนามนั้นให้ข้าได้ยินอีก หากเ้า้าจะพักก็ตั้งค่ายเสียข้าจะออกตามมามัน ข้าเข้าใจความหมายที่เ้า้าจะบอกทว่า ข้าก็อดที่จะเป็ห่วงมันไม่ได้หากวันนี้ข้าไม่เจอไม่กลับ!!
เฒ่าแก่กล่าวเสร็จก็สบัดหน้าเดินขึ้นเขาไปด้วยใบหน้าบึ้งตึงก่อนจะเริ่มพึมพำขึ้นมาเหมือนทุกครั้ง "เ้าหนูเ้าอยู่ไหนนะ เ้ากำลังให้ใบหน้าข้ามีริ้วรอยมากขึ้นแล้วนะรู้ไหม นี้ถ้าข้าเป็คนแก่คงอายุสั้นเพราะเ้าเชียวนะ ขอร้องหละขอให้รอดชีวิตด้วยเถอะ..........
เพียงไม่นานเฒ่าแก่ก็เดินมาถึงจุดที่ไป๋ลู่สลบเหมือดเพราะความเหนื่อยล้าและร่างกาย้าพักผ่อน จึงล้มตัวลงาแในตอนนั้นยังไม่หายดีและการสมานแผลจากโอสถที่ ผู้เฒ่าาุโที่เข้าช่วยเหลือยังไม่แสดงผลออกมา เมื่อเห็นจุดๆนึงมีร่องรอยของมนุษย์และเห็นคราบเืบางส่วน คิ้วของผู้มาใหม่กระตุกขึ้นมาทันที ก่อนจะเริ่มมีสีหน้าห่อเหี่ยวราวกับอายุของตนเริ่มสั่นลงไป มือที่ถือด้ามไม้ท้าวตลอดเวลาก็เปลี่ยนท่าทีทันทีจากจับด้ามแปรเปลี่ยนเป็จับหัวไม้ท้าวก่อนจะกดสันด้ามลงพื้นอย่างแรง พื้นผิวทุ่งหญ้าเริ่มกระจัดกระจาย มวลอากาศรอบด้านเฒ่าแก่เริ่มแปรเปลี่ยนสายลม ที่พลัดพลิ้วเริ่มเปลี่ยนกระแส ทลึงดวงตาเพ่งมองจุดที่มีคราบเือย่างละเอียด ใบหน้าที่เกลี้ยงเกลาบัดนี้เริ่มโชคไปด้วยเหงื่อ คิ้วเริ่มขมวดเข้าหากันแทบจะประสานกันแน่นขึ้นเรื่อยๆ ดวงตาจ้องเขม็งอย่างเอาเป็เอาตาย ก่อนจะััถึงกลิ่นโอสถตกค้างที่ยังคงหลงเหลืออยู่บ้าง
ความรู้สึกปล่อยวางโหมกระหน่ำเข้าสู่ท่วงท่าที่เริ่มกลับมาเป็ปกติอีกครั้ง ทุกอย่างที่กล่าวมาเป็่เวลาที่สั้นเป็อย่างมากทว่าการแปรเปลี่ยนบางอย่างทำให้ กระตุ้นจิตััเหล่าเสี่ยวเอ๋อที่กำลังจัดแจงตั้งค่ายบางคนกระทั้งคิดจะตัดไม้ทำที่พักทุกคนต่างก็รู้สึกตัวก่อนท่าทีจากบรรดาเสี่ยวเอ๋อทุกคนที่คอยบริการประทับใจในโรงเตี้ยมเปลี่ยนแปลงฉับพลับพร้อมพลิกเเพลงท่วงท่าพุ่งตรงตามเส้นทางเพื่อตามหาเฒ่าแก่ทันทีอย่างเร่งรีบทันที
"เฒ่าแก่ท่านเป็อะ...! เมื่อพวกที่มาใหม่มาถึงก็รีบเข้าตรวจสอบท่าทีเฒ่าแก่ทันทีก่อนจะััถึงรอยยิ้มเล็กน้อย ดูเหมือนว่าเค้าจะพอรู้แล้วสถานะของเด็กน้อยไป๋ลู่ตอนนี้เป็เช่นไร และเหม่อมองออกไปเบื้องหน้าสีหน้าก็เริ่มแสดงถึงคลายกังวลเล็กน้อยอารมณ์ที่มัวหมองตลอดเวลาเริ่มปรับกลับมาสุขุมอีกครั้ง
"พวกเ้ารอไป๋ลู่ที่นี้ ข้าจะกลับไปเตรียมอาหารให้กับมันหน่อย แบ่งคนออกสำรวจแถวนี้เพิ่มเติมก่อนเข้ามารายงานข้าพร้อมกับมัน.....์เมตตา ์เมตตา!!
"ทราบแล้วเฒ่าแก่" เหล่าเสี่ยวเอ๋อต่างประสานมือตอบรับเฒ่าแก่ก่อนจะเห็นร่างเฒ่าแก่ค่อยเลือนลางหายไปอย่างช้าๆ ก่อนที่เหล่าเสี่ยวเอ๋อจะหันมามองหน้ากันก่อนพยักหน้ารู้ความ รีบเก็บข้าวของและสำรวจพื้นที่ตามคำสั่งทันที
"นะนั้น พวกพี่รึเปล่า พี่!! พี่จาง พี่ทิวท่าย พวกท่านรึเปล่านะ!! ทว่าก่อนที่พวกมันจะได้ทำอะไรเสียงอันคุ้นเคยก็เข้าสู่โสดประสาทอย่างว่องไวก่อนจะเห็นร่างเด็กน้อยวิ่งโบกมือไกลๆ น้ำตาอาบแก้มยินดี เนื้อตัวเปรอะเปื้อนด้วยฝุ่นดิน ปฏิกิริยาพวกมันเปลี่ยนไปพร้อมความรู้สึกที่โล่งอกอย่างบอกไม่ถูก "ไอเด็กเวร เ้าหายไปไหนมาทำพวกข้าเป็ห่วงรู้ไหม!!