รอยรักประทับใจ
ศรรักตื่นขึ้นมาในตอนเช้าที่เต็มไปด้วยแสงจากดวงอาทิตย์ เล็ดลอดผ่านทางแยกของผ้าม่านมาตกกระทบลงบนเตียง ร่างบางค่อยๆ พลิกตัวสอดส่องสายตามองวิวทิวทัศน์ที่อยู่รอบๆ ตัว ซึ่งดูไม่คุ้นชินมาก่อนด้วยความแปลกใจแถมร่างกายก็หนักอึ้งและปวดระบมไปหมด ราวกับว่าเพิ่งผ่านการออกกำลังกายมาอย่างหนักหน่วง พอจะขยับตัวลุกขึ้นนั่ง สะโพกก็ปวดร้าวยันไปถึงจุดที่อ่อนไหวที่สุดของร่างกายจนต้องนิ่วหน้าเพราะความเจ็บที่แล่นเข้ามาโจมตีอย่างกะทันหันศรรักรู้สึกเบลอๆ กับตัวเองยังไงไม่รู้ ความทรงจำก็ขาดห้วงจนจำเรื่องราวของเมื่อคืนแทบจะไม่ได้ใช่แล้ว!!! ความรู้สึกมันเหมือนกับความฝันก็ไม่เชิง จน ศรรักชักเริ่มไม่แน่ใจว่ามันคือความจริงหรือเปล่า แล้วชุดที่เขากำลังสวมใส่ล่ะเป็นของใคร ที่นี่ที่ไหนก็ยังไม่รู้ ที่สำคัญเขามาอยู่ที่นี่ได้อย่างไรร่างบางพยายามลุกขึ้นจากเตียงนอน หมายจะเดินไปสำรวจบริเวณอื่นของห้อง หากแต่พอก้าวย่างลงจากเตียงเพียงก้าวเดียวก็รู้สึกได้ถึงความผิดปกติของร่างกายตุบ!! เอ๊ะ!!นัยน์ตาเรียวเล็กฉงนด้วยความแปลกใจ ทำไมขาทั้งสองข้างถึงอ่อนล้าไม่มีเรี่ยวแรงกัน“ตื่นแล้วงั้นเหรอ!!”ใบหน้าหวานหันไปมองทางต้นเสียง แล้วผู้ชายร่างสูงโปร่งก็ยืนเด่นตระหง่านอยู่ตรงหน้า โดยที่ส่วนล่างพันเพียงผ้าเช็ดตัวผืนเดียว ท่อนบนเผยให้เห็นมัดกล้ามเนื้อสมส่วนของร่างกายที่ออกกำลังอย่างสม่ำเสมอ หยดน้ำที่เกาะตามร่างกายช่างทำให้เจ้าตัวแลดูเซ็กซี่จนศรรักต้องลอบกลืนน้ำลายตัวเอง เพราะเป็นครั้งแรกที่ได้เห็นคนอื่นเปลือยเปล่าต่อหน้าต่อตาเช่นนี้“จะทำอะไรน่ะครับ” จู่ๆ ผู้ชายตรงหน้าก็เดินเข้ามาประชิดตัว ศรรักจึงรีบขยับตัวถดถอยให้ออกห่างขณะที่เคอิจิกระตุกยกยิ้มตรงมุมปาก ส่ายหัวให้กับเด็กหนุ่มที่ลงไปนั่งแอ้งแม้ง ส่งสายตามายังเขาอย่างไม่ไว้วางใจ“ฉันไม่ทำอะไรหรอกแค่จะช่วยเท่านั้น” เคอิจิบอกแล้วช้อนตัวศรรักให้ลอยขึ้นมาจากพื้น ก่อนจะวางลงบนเตียงด้วยความเบามือ“คะ... คุณเป็นใครเหรอครับ แล้วที่นี่ที่ไหน” ศรรักถามในสิ่งที่ยังค้างคาใจไม่หาย ร่างบางขยับตัวเกือบชิดกับหัวเตียงในขณะที่สายตายังคงจับจ้องอยู่ที่ร่างสูงใหญ่“เธอคงจะจำเรื่องที่เกิดขึ้นเมื่อคืนไม่ได้สินะ” เคอิจิเอ่ยถามอย่างใจเย็น“เอ่อ...คือว่า”“ฉันชื่อเคอิจิ แล้วเธอล่ะชื่ออะไร”“ศะ ศรรักครับ” เด็กหนุ่มละล่ำละลักบอก“ศรรักอย่างนั้นเหรอ ชื่อสมกับเป็นเธอดีนี่ ที่นี่เป็นคอนโดฯ ของฉันเอง ไม่ต้องเป็นห่วง”“แล้วผมมาอยู่ที่นี่ได้ยังไงกันครับ” ความสงสัยยังไม่จางหาย จะให้เขาไม่เป็นห่วงได้ยังไงกัน ตื่นมาก็พบว่าตัวเองอยู่ที่ส่วนไหนของประเทศก็ไม่รู้ แถมยังมีผู้ชายที่ไม่รู้จักอีก จะบอกว่าเขาใจกล้าขนาดที่ว่าเดินตามหลังผู้ชายมาจากบาร์เกย์แบบนี้แล้ว...มันน่าเป็นห่วงที่สุดไม่ใช่หรอกเหรอ!!“นั่นสินะ เมื่อคืนพอเห็นเธออาการไม่ดี ฉันเลยพามาที่นี่”เคอิจิบอกตามความจริง แต่มันคือความจริงที่ยังไม่หมด เพราะเขาไม่ได้บอกต่อ ว่าหลังจากนั้นเกิดเหตุการณ์อะไรขึ้นบ้าง หากแต่ศรรักก็จดจำได้ขึ้นมาในทันทีจริงสิ!! เมื่อคืนนี้เราถูกผู้ชายสามคนจับตัว จากนั้นผู้ชายคนนี้ก็ช่วยเขาเอาไว้ แล้ว...“..........” ใบหน้าหวานแดงเห่อขึ้นมาอย่างฉับพลัน เมื่อภาพเหตุการณ์ต่างๆ ค่อยๆ ทยอยเข้ามาในหัวอย่างต่อเนื่อง ราวกับภาพฉายในโรงภาพยนตร์ ทั้งภาพที่เขาถูกรุมทำร้าย ภาพที่ถูกผู้ชายตรงหน้าช่วยเอาไว้ และภาพที่เขากับผู้ชายคนนี้ทำอะไรๆ ร่วมกัน จนกระทั่งเขานั้นหมดสติไปในขณะที่กำลังตกอยู่ในห้วงความคิดอันซับซ้อนของตนเองอยู่นั้นพรึ่บ!!!!!!“คะ..คุณจะทำอะไรน่ะครับ” ศรรักไม่คาดคิดมาก่อนว่าจู่ๆ คนตรงหน้าจะปล่อยผ้าเช็ดตัวที่พันเอวหมิ่นเหม่ลงไปกองกับพื้น เผยให้เห็นทุกสัดส่วนบนร่างกายที่สมบูรณ์แบบ จนเขาเกือบเอามือขึ้นมาปิดหน้าแทบไม่ทัน ซึ่งมันทำให้ศรรักหน้าร้อนฉ่าลามไปถึงใบหูเลยทีเดียวเคอิจิแอบยิ้มขบขันกับท่าทางการแสดงออกของเด็กหนุ่ม ก่อนจะเดินไปยังตู้เสื้อผ้าทั้งอย่างนั้น“หึ!! คงนึกออกแล้วสินะ” เขาถามขณะที่สวมใส่กางเกงสแล็กและเสื้อเชิ้ตสีเทาที่เข้าคู่กัน ซึ่งเป็นสีโปรดของเขาอยู่แล้ว ดังนั้นห้องทั้งห้องจึงตกแต่งด้วยโทนสีเทาซะเป็นส่วนใหญ่ หากแต่เสื้อผ้าทุกตัวภายในตู้มีแต่สีเทากันหมดทุกตัว จะมีก็แต่เนคไทบางเส้นที่มีโทนสีอื่นให้เห็นอยู่บ้าง“คะ...ครับ” ศรรักก้มหน้าซ่อนกับความอาย พอภาพความทรงจำกลับมาหมดทุกอย่างแล้วหน้าขาวๆ ก็แดงไปหมดเมื่อคืนเขาทำเรื่องที่น่าอายมากเลยสินะ ทั้งการกระทำ ทั้งคำพูด และเสียงร้องที่สูงแหลม แถมไม่รู้เมื่อคืนเขาเอาความกล้ามาจากที่ไหนนักหนา ยิ่งนึกออกเท่าไหร่มันก็ยิ่งทำให้ศรรักอยากจะเอาตัวเองมุดจมหายไปกับพื้นเงาวับตรงหน้านี้เสียให้รู้แล้วรู้รอด“ฉันต้องไปทำงานแล้ว เธอจะอยู่ต่ออีกสักหน่อยก็ได้ ตอนจะกลับก็ออกไปได้เลย ประตูล็อกอัตโนมัติอยู่แล้วไม่ต้องเป็นห่วง ส่วนเรื่องเมื่อคืนฉันจะไม่ถามหรอกนะว่าเธอไปทำอะไรในที่แบบนั้น เพียงแต่ฉันว่ามันไม่เหมาะกับเธอเลยสักนิดเดียว”มือเรียวยาวหยิบเอากระเป๋าสตางค์ที่วางอยู่บนโต๊ะข้างหัวเตียงเปิดเอากระดาษสีเงินแผ่นเล็กๆ ส่งให้กับเด็กหนุ่ม“นี่เป็นนามบัตรของฉัน ถ้ามีปัญหาอะไรก็ติดต่อมาหาฉันได้”“..........” ศรรักรับเอานามบัตรมาไว้ในมือ หลังจากนั้นร่างสูงใหญ่ก็หันหลังเดินออกจากห้องไปทันที“อะ... เอ่อ” ไม่ทันที่เคอิจิจะคว้าลูกบิดประตู เสียงใสก็ส่งเสียงละล่ำละลักราวกับลังเล เท้าเรียวยาวจึงหยุดเดินหันกลับไปมองเด็กหนุ่มอีกครั้งด้วยความสงสัย“มีอะไรรึเปล่า” เคอิจิเอ่ยถาม“ขะ...ขอบคุณมากนะครับที่ช่วยผมเอาไว้” ในที่สุดศรรักก็พูดออกไปเคอิจิยิ้มตอบรับพร้อมกับเดินเข้าไปใกล้กับเตียงนอน ร่างสูงโปร่งในชุดสูทตัวเนี้ยบโน้มตัวเข้าไปหาเด็กหนุ่มแล้วจูบเบาๆ บริเวณหน้าผากมน ก่อนจะยกมือขึ้นมาลูบหัวศรรักอย่างอ่อนโยน ทำให้ศรรักถึงกับนิ่งไปชั่วขณะ เป็นเพราะตอนนี้เขามีสติดีที่จะรับรู้ว่าคนตรงหน้าทำอะไร จนศรรักหน้าแดงด้วยความเขินอาย“หึ!! ฉันไปก่อนนะเด็กดี” เคอิจิหัวเราะชอบใจกับท่าทางของเด็กหนุ่มก่อนจะเดินออกไปพร้อมกับใบหน้าที่ติดรอยยิ้ม“...........” เด็กดี!! พอได้ฟังแล้วหัวใจของศรรักถึงกับเต้นแรง พร้อมกันนั้นมือบางก็ยกขึ้นมาแตะตรงหน้าผากของตัวเอง มองดูผู้ชายร่างสูงใหญ่ในชุดสูทหรูหล่อเนี้ยบตั้งแต่หัวจรดเท้าเดินออกจากห้องไปด้วยท่าทางที่มั่นคง จนกระทั่งหายลับไปด้านหลังประตูบานใหญ่สีขาว................................................................................................................