“...”
ร่างเล็กกระพริบตาถี่ๆ ทันทีที่รู้สึกตัวขึ้นมาก็รู้ตัวว่าตนเองกำลังนอนอยู่ที่ไหนสักแห่ง จึงได้พยายามที่จะลืมตาขึ้นมา แล้วลุกขึ้นนั่งเพื่อสำรวจรอบๆ
“ไม่ยักกะเจ็บแฮะ ปกติถ้าตามนิยายที่ไอ้ชามันเอาให้อ่าน ถ้าไม่ปวดหัวเหมือนหัวจะแตก ก็ต้องาเ็เป็ไข้ใกล้ตายอะไรสักอย่าง แต่นี่ไม่เห็นรู้สึกแปลกๆอะไรเลย...”
พูดได้เท่านั้นแหละนางก็ต้องหุบปากเงียบก่อนที่จะพยายามหาที่หลบให้มิดชิด เพราะตอนนี้ได้ยินเสียงเหมือนกับผู้คนจำนวนมากกำลังวิ่งมาทางนี้ แต่ก็เหมือนว่ามันจะไร้ผลเพราะไม่ว่านางจะพยายามสักแค่ไหนก็ไม่สามารถหลุดออกจากกำแพงอากาศโปร่งใสที่รายล้อมนางอยู่นี่ได้เสียที ทำได้แค่ก้มหน้าก้มตารับชะตากรรมที่กำลังจะมาถึง
“ไอ้เพื่อนเวร ส่งมาทั้งทีทำไมไม่ส่งไปที่ที่ปลอดภัยหน่อยวะ...ห๊ะ” ในตอแรกนางก็ไม่ได้สังเกตเลยว่าเสียงของตัวเองเล็กลงอย่างน่าใจหาย แต่มันกลับหวานใสปานแก้วเนื้อดีไพเราะน่าฟังสมวัย แต่ก่อนที่นางจะทันได้คิดอะไร ก็ต้องหยุดชะงักเพราะในตอนนี้กลุ่มคนแปลกหน้าได้มาหยุดรายลอมนางเอาไว้เสียแล้ว
“...”
แต่คงเป็เพราะกำแพงอากาศโปร่งใสนี่ทำให้คนพวกนั้นมองไม่เห็นนาง แล้วยังอยู่เยื้องออกมานิดหน่อย ทำให้นางไม่ได้ถูกผู้คนนับสิบที่อยู่ในชุดสีดำสนิทพบเข้า แต่ก็เพื่อไม่ให้ทุกอย่างมันเลวร้ายไปกว่านี้นางจึงนั่งลงกุมปากตนเอง พยายามทำตัวให้เงียบที่สุดเท่าที่จะทำได้
“เวรเอ๊ย!!”
เสียสบถดังปานฟ้าผ่าดังออกมาจนเด็กหญิงตัวน้อยต้องเอามือที่กุมปากเอาไว้มาอุดหูแน่น
“ใจเย็นก่อนขอรับคุณชาย ที่พวกเรามาที่นี่เป็ความลับ โปรดอย่าพยายามทำให้พวกเราถูกเปิดเผยตัวตน” ผู้เฒ่าที่ดูสงบนิ่งกว่าและดูเหมือนจะเป็คนที่มีอำนาจตัดสินใจที่สุดในที่แห่งนี้เป็ผู้เอยปรามขึ้น
“...”
ชายหนุ่มหันมามองชายชราด้วยความไม่พอใจ แต่ก็ไม่ได้พูดอะไรออกมา พยายามข่มกลั้นตนเองสุดขีดแล้วระบายลมหายใจออกมาแรงๆ คราหนึ่ง
“เรียนนายน้อย ไม่มีวี่แววของคุณหนูเล็กเย่หัวเลยขอรับ...”
เปรี๊ยง!!
ร่างของผู้พูดถูกฝ่ามือที่เรืองแสงสีแดงดำตบเข้าอย่างจัง ตามมาด้วยเสียงดังสนั่น จนร่างนั้นแหลกเหลวเป็ละอองเืไปในชั่วพริบตา
“...!”
ทิพย์ที่มองภาพที่เกิดขึ้นก็ใจนแทบที่จะประคองสติเอาไว้ไม่ไหว ถึงจะเคยเห็นหนังละครแนวนี้มาไม่น้อย เพราะนางเองก็ติดซีรี่ย์แนวจีนกำลังภายในระดับหนึ่ง แต่การที่ได้มาเห็นภาพแบบนี้ต่อหน้าต่อตาพร้อมๆ กับกลิ่นความที่คละคลุ้งก็ทำให้ให้นางแทบจะไม่สามารถควบคุมตัวเองได้ แต่อย่างไรนางก็ยังพยายามไม่ให้ตนเองหลุดสำรอกออกมา เพราะไม่รู้ว่าม่านพลังนี้จะสามารถช่วยปกปิดได้มากน้อยแค่ไหน...
“เราปูพรมค้นหามานับหมื่นลี้เนิ่นนานนับเดือนแล้วเพียงแค่หญิงรับใช้กับเด็กหนึ่งคน นางอาจจะตายตกไปด้วยน้ำมือสัตว์อสูรไปแล้วก็ได้ ข้าว่าเราจบการค้นหาแค่นี้เถิดขอรับ แค่นี้มันก็สิ้นเปลืองเกินความจำเป็ไปแล้ว” ชายชราที่เหมือนจะััได้ถึงอะไรบางอย่างเอ่ยปากขึ้น มองดูคุณชายผู้โเี้ของตน
“เอาอย่างนั้นก็ได้...” ชายหนุ่มหันมามองหน้าชายชรา ชะงักไปครู่หนึ่งเมื่อนึกอะไรบางอย่างออก “แต่ถ้าหากว่าวันหนึ่งนังเด็กนั่นกลับมาแบบมีชีวิตแล้วล่ะก็ท่านจะต้องรับผิดชอบตกลงหรือไม่!”
“ท่านคิดจริงๆ หรือว่าต่อให้นางสามารถรอดชีวิตได้จริงๆ แต่ในดินแดนรกร้างห่างไกลแบบนี้ เพียงแค่เด็กอายุเพียงแค่แปดปีที่ไร้ซึ่งพลังใดๆ กับหญิงรับใช้ที่าเ็สาหัสจะสามารถมีชีวิตรอดได้?”
“...ก็จริงของเ้า”
“แต่ถ้าหากคุณชายไม่มั่นใจพวกเราแยกย้ายกันค้นหาในรัศมีหมื่นลี้โดยรอบนี้อีกครั้งดีหรือไม่แล้วค่อยกลับ”
“...”
ชายหนุ่มมองหน้าชายชราที่ในคราวนี้ให้ความร่วมมือด้วยดีอย่างประหลาด แต่สุดท้ายเขาก็มองเห็นเพียงความเรียบนิ่งเฉกเช่นในทุกครั้งที่ผ่านมา แต่หากคิดโดยไม่ใช้อารมณ์เกินไปเขาเองก็คิดไม่ต่างจากชายชรา เพียงแค่ว่าเขาอยากที่จะให้แน่ใจว่าเด็กหญิงตัวน้อยนั่นจะตายไปแล้วจริงๆ
“ถ้าอย่างนั้นก็...กลับ!!”
ชายหนุ่มมองหน้าชายชราอีกครั้งก่อนที่จะะโเสียงดังลั่น แล้วพุ่งตัวกลับไปยังทิศทางที่เขาจากมา โดยที่มีคนอื่นๆ พุ่งตัวตามหายลับไป เหลือเพียงแค่ชายชราเพียงผู้เดียว ที่เมื่อแน่ใจแล้วว่าไม่เหลือใครอยู่ใกล้ๆ ที่แห่งนี้อีก เขาก็ถอนหายใจออกมายาวๆ คราหนึ่ง แล้วนั่งลงเบื้องหน้าของเด็กหญิง ราวกับว่าเขามองเห็นนางอย่างไรอย่างนั้น
“นี่คงเป็สิ่งที่ข้าน้อยสามารถตอบแทนคุณหนูได้มากที่สุดแล้ว ถ้าหากว่าคุณหนูยังพอจะจดจำตาแก่คนนี้ได้ ข้าเพียงแต่คาดหวังว่าคุณหนูจะลืมเื่ราวในอดีตเสีย แล้วพยายามมีชีวิตรอดต่อไปโดยที่มิต้องกลับไปตระกูลเย่นะขอรับ เพราะตอนนี้ตระกูลเย่มิได้เป็อย่างแต่ก่อนแล้ว”
“...”
“หากว่าหมดวาสนาก็ขอให้คุณหนูจากไปโดยสงบ แต่ถ้าหากคุณหนูยังมิสิ้นชะตา ก็โปรดมีชีวิตอยู่อย่างแข็งแรงนะขอรับ ชายชราผู้นี้ขอมิเป็ผู้ตัดสิน”
“ขอตัวก่อนนะขอรับ”