
......หมอกหนาทึบปกคลุมทั่วทั้งแนวเขา ราวกับผืนผ้าขาวขนาดมหึมาที่สวรรค์ทอดทิ้งลงมาเพื่อปกปิดความลับอันดำมืดไว้ในหุบเหวเบื้องล่าง เสียงลมพัดลอดผ่านซากเสาไม้ที่หักครึ่ง ส่งเสียงครวญครางโหยหวนราวกับวิญญาณบรรพกาลกำลังร่ำไห้ไม่รู้สิ้น
สิ่งก่อสร้างทั้งหลายที่ครั้งหนึ่งเคยยิ่งใหญ่บัดนี้กลับกลายเป็นเศษซากผุพัง หอปรุงยาเซียนสูงที่เคยตั้งตระหง่านท้าทายฟ้า บัดนี้เหลือเพียงโครงหินแตกเป็นรอยร้าว เกาะกุมด้วยเถาวัลย์สีดำสนิทราวกับมีชีวิต ลานกว้างที่เคยใช้ฝึกแข่งขันปรุงยา ถูกปกคลุมด้วยมอสและคราบเลือดสีคล้ำที่ยังไม่จางหายแม้ผ่านไปพันปี
ใต้ชั้นหมอกนั้น มีพลังปราณโบราณลอยวนกระจัดกระจาย บางคราวรวมตัวกันเป็นเงาลางๆ คล้ายร่างของศิษย์สำนักที่ยังไม่อาจไปผุดไปเกิด พลังปราณเหล่านี้เย็นเยียบจนผู้ใดเหยียบย่างเข้ามาย่อมรู้สึกเหมือนถูกสายตาหลายร้อยคู่จับจ้องอยู่ในความมืด
"ที่นี่มีค่ายกลอาคม" หานเหวินรำพึง มือขวาจับกระบี่สวรรค์มั่น
ภาพลวงที่แยกไม่ออกจากความจริง ทุกก้อนอิฐ ทุกเศษกระเบื้องล้วนเต็มไปด้วยลมหายใจของบรรพเซียนอวิ๋นหลิน
มีคำกล่าวโบราณเล่าขานไว้ว่า
“หมื่นกระบี่เคยแผ่พลังที่นี่ แต่เพียงพริบตาเดียว กลับกลายเป็นหมื่นวิญญาณสาปส่ง”
ก้าวแรกที่เท้าของ หลี่หานเหวิน เหยียบลงบนลานหินแตกร้าว เสียงสะท้อนเบาๆ ดังลอดออกไปทั่วบริเวณ ทันใดนั้นหมอกที่สงบนิ่งกลับสั่นสะท้านราวกับถูกปลุกตื่น ลมหนาวหอบเอาเงาลางๆ ม้วนวนรอบร่างเขา
กรีซซซ! กรีซซซ!
เสียงลึกลับลอยมาแต่ไกล หานเหวินสบถในใจ กำหมัดแน่นแล้วใช้พลังปราณปัดออก แต่เพียงสัมผัสกลับทำให้ร่างเขาสั่นสะท้าน เหมือนโดนแรงอาฆาตของคนตายนับร้อยพันกระแทกใส่
เลือดในกายพลันร้อนผ่าวราวกับจะถูกดูดกลืนออกไปทุกหยด
“แค่ก้าวแรกก็ถึงเพียงนี้… ถ้าเดินลึกไปกว่านี้ ข้าอาจสิ้นชีพโดยยังไม่ทันพบอวี้เฟิง!”
แสงเย็นวาบในดวงตา หานเหวินกัดฟันตั้งสมาธิ พลังปราณภายในหมุนวน เสียงกระบี่วิญญาณรอบกายยิ่งดังระงม ลอยวนบดบังฟ้าดินจนแยกไม่ออกว่าอะไรคือความจริง อะไรคือมายา
แต่แล้ว…สายตาของเขาสะดุดกับ สัญลักษณ์โบราณ ที่สลักไว้บนเสาหักใกล้ๆ รูปร่างคล้ายเมฆหมุนวนเป็นเกลียว
“ทางรอดอยู่ในทางตัน เมฆหมุนเวียนคือประตูสู่เสรี’”
หานเหวินสูดลมหายใจลึก รวบรวมพลังทั้งหมด พุ่งตรงเข้าใส่หมอกที่มีลวดลายเกลียวหมุน ทันทีที่เขาก้าวทะลุเข้าไป
ฟุ่บ!
บรรยากาศรอบตัวเงียบลงอย่างฉับพลัน หมอกจางหายลงบางส่วนพอทำให้มองเห็นซากลานหินรกร้างได้ชัดเจนขึ้น
“อวี้เฟิง รอข้าอีกนิด”
....เสียงลมหายใจของหานเหวินยังไม่ทันสงบดี เงาร่างหนึ่งก้าวออกมาจากซากเสาหักด้านหน้า กึก… กึก… เสียงฝีเท้าหนักหน่วงสะท้อนก้องไปทั่วลานร้าง
ชายชราผมขาวยาวสยาย แต่งกายด้วยชุดผ้าครามขาดวิ่น ดวงตาขุ่นมัวทอแววโหดเหี้ยม มือทั้งสองกำดาบยาวคู่หนึ่ง ใบดาบเต็มไปด้วยรอยบิ่นราวกับผ่านศึกนับไม่ถ้วน แต่กลับแผ่กลิ่นอายเย็นยะเยือกจนพื้นหินแตกร้าวใต้ฝ่าเท้า
“เจ้าหนุ่ม…” เสียงแหบพร่าเอื้อนเอ่ย ดังก้อง
“เจ้าทำขาข้าขาด ข้าจะทวงคืนร้อยเท่า”
หานเหวินขมวดคิ้ว กำหมัดแน่น ความกดดันจากบุรุษผู้นี้ไม่ธรรมดาเลย
แต่เขาก็คุ้นเคยมากๆ จนแว้บหนึ่งของความทรงจำในอดีต
“ท่านคือ…ผู้เฒ่าฉีเตา?”
เพียงสิ้นคำ ชายชราก็หัวเราะเสียงต่ำ เสียงหัวเราะสะท้อนก้องสะเทือนซากอาคารรอบข้าง
“มีแค่พวกเจ้านั่นแหละที่เรียกข้าว่าเฒ่าฉีเตา แต่ในยุทธภพข้าคือยมฑูตดาบคู่!"
"วันนี้เจ้าจะได้เป็นวิญญาณใหม่ที่หล่อเลี้ยงบรรพสำนักนี้!”
ยังไม่ทันให้หานเหวินได้ตั้งหลัก ร่างของผู้เฒ่าฉีเตาพุ่งทะยานออกมาเหมือนพายุ ดาบคู่ฟาดฟันบ้าคลั่ง แสงคมดาบตวัดกวาดราวกับพายุหมุน สะเก็ดหินปลิวว่อน
เช้ง! เช้ง! เช้ง!
หานเหวินรีบชักกระบี่สวรรค์ขึ้นป้องกัน แรงปะทะแต่ละครั้งทำให้แขนชาวหนุ่มสั่นสะท้าน ราวกับกระดูกจะหักเป็นเสี่ยงๆ
“วิชาดาบสองมือ…หนักหน่วงและไร้ช่องว่าง!” หานเหวินกัดฟันรับการโจมตี แต่ยิ่งต่อสู้กลับยิ่งเหมือนถูกดาบคู่นั้นขังไว้ในพายุที่หาทางออกไม่ได้
เฒ่าฉีเตากวาดดาบทั้งสองเป็นวงกว้าง ฟ้าววว! ลมปราณคมดาบพุ่งออกมาเป็นคลื่นซัดกระแทกใส่หานเหวินจนร่างถอยกรูด
แต่นี่ไม่ใช่ครั้งแรกที่ต่อสู้กัน หานเหวินกลับพลันระลึกถึงสิ่งหนึ่ง…
ท่วงท่าดาบของฉีเตาแม้ดุดันไม่หยุดหย่อน แต่ทุกครั้งที่ฟาดพร้อมกันทั้งสองมือ
แต่การตั้งรับกลับเปิดช่องว่างเล็กน้อยตรงช่วงกึ่งกลางร่างกาย!
เสียงดาบคู่ฟาดฟันถี่ยิบ เช้ง! เช้ง! เช้ง! ลานหินแตกกระจายไปทั่ว หานเหวินถูกบีบถอยหลังเรื่อยๆ แต่แววตากลับไม่ยอมแพ้
เฒ่าฉีเตาหัวเราะสะใจ “เจ้ามันแค่ลูกเจี๊ยบ!”
ดาบคู่ฟาดลงพร้อมกันเป็นเส้นโค้งราวสายฟ้าฟาด
ในวินาทีนั้นเอง หานเหวินพุ่งตัวเข้าหาแทนที่จะถอยหนี!
เขาหันกระบี่เฉียงขึ้น ปัดดาบข้างหนึ่งออกไปพร้อมอาศัยแรงส่งของอีกข้าง แทรกตัวเข้าสู่ใจกลางพายุที่ไร้การป้องกัน!
ฉัวะ!
กระบี่ของหานเหวินแทงทะลุหัวใจเฒ่าฉีเตา เลือดสาดเป็นสาย ร่างชราสะดุ้งเฮือก ดาบคู่หยุดกลางอากาศ
“นี่…เจ้า…!” แววตาของเฒ่าฉีเตาเต็มไปด้วยความตกตะลึง
ร่างของเฒ่าฉีเตาทรุดฮวบลงกับพื้น ดาบคู่ร่วงกระแทกหินดังสนั่น หมอกหนาทึบกลืนร่างเขาไปอย่างช้าๆ เหลือเพียงเสียงสะท้อนลางเลือนดุจคำสาปจากอดีต
หานเหวินยืนหอบ หยาดเหงื่อไหล เขากำกระบี่แน่น มองซากดาบคู่ที่ตกอยู่เบื้องหน้า ก่อนเอ่ยเสียงหนักแน่นในใจ
"ครั้งที่แล้วข้าโกงท่านด้วยการใช้พลังปราณ แต่ครั้งนี้ข้าชนะท่านอย่างขาวสะอาด"
เฒ่าฉีเตามองหานเหวินด้วยสายตาลึกซึ้ง หัวเราะเบาๆที่มุมปาก
"ขอบคุณ"
แล้วร่างเฒ่าฉีเตาก็นิ่งสนิท ...เสียชีวิตลง....
หานเหวินเงยหน้าขึ้นมองไปรอบๆ มือข้างหนึ่งจับกระบี่ไม้ไผ่ของเล่นที่อวี้เฟิงมอบให้ไว้แน่น
"เฟิง รอข้า ข้ามาช่วยเจ้าแล้ว"