เสียงฮือฮาที่ดังขึ้นจนอื้ออึงภายในห้องประชุม ทำให้ฝ่าบาทจำต้องกระแอมเพื่อกลบความวุ่นวายก่อนจะกล่าวต่อ “องค์หญิงสอบคัดเลือกเข้ากองทัพด้วยตนเอง โดยไม่มีสิทธิพิเศษใดๆ แม้ไม่เคยผ่านการฝึกกับกรมนาวิกโยธิน แห่งกองทัพเรือ แต่กลับทำคะแนนได้สูงสุดทุกหัวข้อในสนามสอบ”
มันตรานั่งสงบอยู่บนเก้าอี้เบื้องหน้าเวที ทว่าในใจกลับปั่นป่วนอย่างบอกไม่ถูก “น่าแปลก... นอกจากอาจารย์เทพีชิงอี้ที่ช่วยเราเรียบเรียงตำราการรบแล้ว ก็ไม่น่าจะมีผู้ใดที่ล่วงรู้วิชาการทหารเรือยุคใหม่แบบนี้อีกแล้วนะ” เขาคิดพลางเหลือบมองไป๋เหยียนจื่ออย่างพินิจพิเคราะห์
“ใบหน้านั้น... ท่วงท่านั้น... ช่างเหมือนอาจารย์เหลือเกิน… ต้องสืบให้รู้ให้ได้” แต่เมื่อยังหาคำตอบไม่ได้ เขาจึงปล่อยวางความคิดเหล่านั้นพลันออกคำสั่งอย่างเฉียบขาด ดังฟ้าฟาดลงกลางสนามรบ “ทุกคน! ให้เวลา 3 นาที เตรียมประจำตำแหน่งบนเรือเหาะ! วันนี้... ถือเป็นการซ้อมรบเต็มรูปแบบ ปฏิบัติ!!”
“ทราบ!!”
เสียงตอบรับดังก้อง ก่อนที่เหล่าทหารทั้งหลายจะรีบวิ่งเป็นขบวนแถวตอนเรียงหนึ่งออกจากห้องประชุม มุ่งหน้าไปยังจุดประจำการของตนด้วยความว่องไวและเป็นระเบียบ
เหนือดาดฟ้าอาคารกองบัญชาการ เรือเหาะหลวง “ประกายเทวัญ” ลอยนิ่งอยู่บนท่าจอดทอดเงาขนาดยักษ์ลงมายังลานจอดอันกว้างใหญ่ บนพื้นใต้ท้องเรือเหาะมีวงประกายแสงสีฟ้าอมม่วงสว่างวาบขึ้นเกือบ 40 จุด พร้อมเสียงสั่นสะเทือนแผ่วๆ ของระบบวาร์ปที่กำลังอุ่นเครื่องอยู่
ทหารทุกนายกรูกันเข้าไปใต้เรือเหาะ แล้วเข้าไปยืนภายในวงแสงสีน้ำเงินทีละกลุ่ม… จากนั้นต่างก็วาร์ป! ขึ้นไปบนดาดฟ้าเรืออย่างรวดเร็ว
ดาดฟ้าเรือลำนี้เป็นแบบปิด เมื่อเข้าไปอยู่ภายในตัวเรือแล้วให้ความรู้สึกเหมือนอยู่ในยานอวกาศมากกว่า เหล่านาวิกโยธินในชุดพลางสวมเกราะสีดำเรียงแถวขึ้นประจำจุดอย่างเป็นระบบ ไม่ช้าก็พร้อมที่จะทะยานขึ้นสู่ฟากฟ้า
องค์ชายมันตราขึ้นมาเป็นคนสุดท้าย เขาก้าวเข้าสู่เก้าอี้ผู้บัญชาการบนสะพานเดินเรืออย่างสงบ สายตาเปี่ยมด้วยพลังอำนาจ
พลเรือตรีหญิงปิ่นหทัย ต้นเรือ สะบัดหน้า ยกอก วันทยหัตถ์แล้วกล่าวรายงานสรุปต่อผบ. อย่างเข้มแข็งและกระชับ “ทั้งระบบพร้อม!! ใช้เวลาในการประจำสถานีรบ 2 นาที 30 วินาที… ค่ะ”
มันตราพยักหน้า “ดีมาก… ลอยตัวขึ้นระดับ 900 เมตร จากนั้นเดินเครื่องเต็มกำลัง มุ่งหน้าไปยังทวีปเหนือ”
“รับทราบ ค่ะ!” ต้นเรือสาวรับคำสั่ง
เสียงเครื่องยนต์เวทสั่นสะเทือนแผ่วๆ ก่อนแรงดันอากาศจะถีบเรือเหาะทะยานขึ้นสู่ห้วงเวหา ท่ามกลางสายลมที่กรูเข้ามากระแทกกระจกห้องบัญชาการ เสียงฟ้าร้องไกลๆ ราวเป็นสัญญาณเริ่มต้นแห่งยุคใหม่
ห้องบัญชาการเรือถูกอาบด้วยแสงสีฟ้าขาวของระบบเร่งพลังสูงสุด ทุกคนในห้องต่างประจำตำแหน่งอยู่กับหน้าจอควบคุมของแต่ละคน หญิงปิ่นหทัยยืนสงบนิ่งหน้าพาเนลควบคุมหลัก ดวงตาสะท้อนรังสี เมื่อเรือเหาะพุ่งทะยานด้วยความเร็วเหนือแสง เกิดการเสียดสีกับอากาศจนเกิดเปลวเพลิงรอบๆลำ แสงนี้สะท้อนเข้ามาทางหน้าต่างกระจกนิรภัยกันความร้อนเปล่งประกายสีส้มวูบวาว
“ต้นหน รายงานตำแหน่งเป้าหมาย” ปิ่นหทัยเอ่ยสั่งการโดยไม่ละสายตาจากพาเนลควบคุมหลัก
นาวาเอกหญิงฟักแฟงกดปุ่มสแกนแผนที่เรขาคณิตอากาศ “ระยะทางถึงชายขอบทวีปเหนือ 3,800 ไมล์ กำหนดการวาร์ปภายใน 0.45 นาที ขอเปิดม่านป้องกันมิติ”
“อนุมัติ” ปิ่นหทัยสั่งการ ก่อนจะหันไปทางด้านขวา
นาวาเอกไป๋เซี่ยนจื่อที่รับผิดชอบแผนกต้นกล ขยับมือเรียกหน้าจอลอยขึ้นมา แสงจากแผงพลังงานรวมหมุนวนอย่างรวดเร็ว “ระบบควบรวมสนามอีเทอร์เปิดเต็มกำลัง วงรอบพลังงานคงที่ พร้อมสำหรับการเข้าสู่ความเร็วแสง… เตรียมเข้าสู่ภาวะสลายเวลา... เริ่มเคลื่อนตัว”
เรือเหาะประกายเทวัญค่อยๆ ลอยขึ้นเหนือเมฆ ก่อนที่พื้นผิวด้านนอกจะเปล่งแสงสีเงินอมฟ้าเรืองรอง แล้ว… พริบตาเดียว… มันก็หายวับไปจากจอเรดาร์ เหลือไว้เพียงคลื่นกระเพื่อมในอากาศและเสียงร้องเบาบางจากแรงอัดมิติ
เมื่อเรือเหาะเคลื่อนตัวมาถึงทวีปเหนือ มันตราก็ออกคำสั่ง “เริ่มทำการทดสอบดำน้ำ”
“รับทราบ” พลเรือตรีหญิงปิ่นหทัย ต้นเรือ รับคำสั่ง
เรือเหาะลดระดับลงจนแนบผิวน้ำ ก่อนค่อยๆ หุบปีกเวทไฮดรอลิกเข้าสู่โหมดดำน้ำเต็มระบบ ตัวเรือค่อยๆ แปรเปลี่ยนเป็นรูปทรงกระสุน แล้วดำดิ่งลงสู่ใต้ผืนน้ำอย่างนุ่มนวล
“แจ้งทหารทุกนายทราบ ให้ตัดการสื่อสารทุกชนิดภายนอกตัวเรือ แล้วเปลี่ยนมาเป็นการสื่อสารระบบปิดภายในตัวเรือเท่านั้น” นาวาเอกเซียวหยางเซิน สั่งการตามขั้นตอนปกติ
เซียวหยางกดปุ่มบนแผงควบคุมเปิดม่านพลัง เพื่อป้องกันไม่ให้เสียงเล็ดลอดออกจากตัวเรือไปได้ ด้านหลังห้องบัญชาการ นาวาเอกพิษณุ กำลังประสานงานกับฝ่ายพลาธิการ “เช็คสถานะซิลิโคนอัดแรงดัน ทั้งตอนหน้า ตอนหลัง กราบซ้าย และกราบขวา ว่ามีน้ำรั่วซึมเข้ามาหรือไม่?” พิษณุสอบถามพลทหารเพื่อเร่งให้มีการตรวจสอบ
“ไม่มีน้ำรั่วซึม ซิลิโคนอัดแรงดันทำงานได้ปกติทั้งหมดครับ” พลทหารธนู หัวหน้าชุดตรวจสอบกล่าวรายงาน
นาวาเอกไพศาลเดินตรวจโซนทางเดิน ด้วยท่าทางแข็งกร้าว มือจับดาบสั้นประจำกายแน่น “ทหารเวรหน่วยสื่อสาร ประจำจุดที่ 1-7 พร้อมเปลี่ยนผลัดในอีก 15 นาที” น้ำเสียงของเขามั่นคง ไม่ปล่อยให้เกิดจุดอ่อนแม้จะอยู่ใต้น้ำลึกกว่าห้าร้อยเมตรก็ตาม
ในขณะที่เรือเหาะดิ่งลึกลงสู่ก้นมหาสมุทร พื้นผิวนอกตัวเรือเงียบสนิท ทันใดนั้น สัญญาณเตือนศัตรูจำลองจากเซนเซอร์ทางขวาก็ดังขึ้น
“ตรวจพบวัตถุจำลองบริเวณกาบขวา ตำแหน่งห้านาฬิกา ระยะ 2 กิโลเมตร ลักษณะคงที่ คล้ายภูเขาน้ำแข็ง” เสียงของนาวาเอกหญิงจีรภา ต้นปืนดังชัดเจน
“เลี้ยวขวา 120 องศา เดินหน้าเต็มกำลัง” ผบ.มันตราสั่งการ
เรือเหาะหลวงประกายเทวัญหักเลี้ยวมุมแคบจนฟองกระจายใต้ผืนน้ำ เมื่อเลี้ยวเข้าตำแหน่งแล้วจึงรักษาทิศทางตรงไป ผบ.มันตราเมื่อเห็นดังนั้นจึงสั่งการออกไป “เตรียมท่อยิงตอร์ปิโดเวท AT-450 อสูรทะเล ด้านหน้าเรือ ช่องยิงที่ 3 และ 4 ทางกาบซ้ายและกาบขวา”
“ท่อยิงที่ 3 พร้อม”
“ท่อยิงที่ 4 พร้อม”
เสียงเจ้าหน้าที่ในแผนกอาวุธรายงานกลับมา นาวาเอกหญิงจีรภาจึงกดรหัสสั่งการ “เป้าหมายจำลองล็อกเรียบร้อย ขออนุมัติยิง” นาวาเอกหญิงจีรภากล่าวรายงานเมื่อล็อกเป้าภูเขาน้ำแข็งด้านหน้าเรือห่างไป 2 กิโลเมตร
องค์ชายมันตราลุกขึ้นจากที่นั่ง พลางกล่าวสั่งการ “อนุมัติ ยิงพร้อมกันทั้งสองท่อยิง!!”
“เตรียมปล่อยตอร์ปิโด! ท่อยิงที่สาม และสี่ พร่อมกัน” นาวาเอกหญิงจีรภากล่าวสั่งการ “ปล่อยตอร์ปิโด! ท่อยิงที่สาม และสี่ ใน สาม สอง หนึ่ง ยิง!!”
เสียงอัดแรงดันออกจากท่อตอร์ปิโดเวทขนาดใหญ่ ตอร์ปิโดสองลูกพุ่งออกจากท่อยิงด้านหัวเรือทั้งสองท่อพร้อมกัน พุ่งทะยานสู่ความมืดใต้มหาสมุทรอย่างเงียบเชียบ ใบพัดท้ายตอร์ปิโดหมุนด้วยอัตราเร่งคงที่ รักษาทิศทางอย่างแม่นยำโดยระบบนำวิถีผ่านเรดาร์และโซนาร์
กล้องติดหัวตอร์ปิโดส่งภาพเป้าหมายกลับมาอย่างชัดเจน เป้าจำลองมองเห็นได้อย่างชัดเจนแม้จะอยู่ใต้น้ำก็ตาม ตอร์ปิโดทั้งสองพุ่งเข้าชนเป้าพร้อมกัน
ตูม!
เสียงระเบิดคำราม แรงอัดระเบิดกระจายกว้างเป็นวงกลม แผ่คลื่นแรงสั่นสะเทือนส่งมาถึงภายในตัวเรือซึ่งทุกคนก็สัมผัสได้อย่างชัดเจน
“แรงสะเทือนใต้น้ำยืนยันการระเบิดสมบูรณ์แบบ สัญญาณจากเป้าหมายดับสนิท ตอร์ปิโดเข้าชนเป้าจำลองตรงจุดศูนย์กลางเต็มๆ ครับ!” เจ้าหน้าที่โซนาร์ยืนยันรายงาน
ขณะเดียวกัน นาวาเอกหญิงพิมพ์พิชา แพทย์ประจำเรือ กำลังตรวจระบบชีพจรลูกเรือทุกนายผ่านทางจอมอนิเตอร์
“ลูกเรือทุกนาย สภาพชีพจรปกติ ความดันปกติ ระบบร่างกายทำงานปกติ ไม่มีใครได้รับแรงสั่นสะเทือนจนเกิดการผิดปกติของร่างกายแต่อย่างใด”
เวลาล่วงเข้าสู่ช่วงบ่าย แต่เรือเหาะประกายเทวัญ ก็ยังคงดำดิ่งลึกลงไปใต้ผืนมหาสมุทรอันมืดมิดของอ่าวน้ำแข็งทางตะวันออกของทวีปเหนือ แม้แรงกดดันจากมวลน้ำภายใต้ความลึกของมหาสมุทรจะกดทับทุกตารางนิ้วของตัวเรือเพียงใด แต่ระบบผนึกน้ำก็ยังคงทำงานได้อย่างสมบูรณ์แบบอย่างไร้ที่ติ