3
ปลาติดเบ็ด
เมื่อเห็นว่ามีรถยนต์สุดหรูเพิ่งแล่นออกไปจากบ้านของพรบุหลัน ภากรก็ไม่รั้งรอที่จะมาถามถึงการมาเยือนของผู้ชายที่เพิ่งเจอกันเป็ครั้งที่สองเมื่อ่เช้าที่ผ่านมา และคำตอบของพรบุหลันก็ทำให้เขาแทบจะระงับกิริยาที่ควรจะทำไว้ไม่ได้ เพราะนั่นคือเธอตอบรับที่จะไปสัมภาษณ์งานกับผู้ชายคนนั้นแล้ว
แม้พรบุหลันจะบอกว่าอารัญคือคนสำคัญของครูรัชนีกร แต่ในสายตาของเขากลับมองว่าผู้ชายที่ชื่ออารัญมีเบื้องลึกเื้ักับครูรัชนีกร มากกว่าแค่คนที่เคยนับถือกันแน่ เพราะไม่อย่างนั้นครูรัชนีกรคงไม่ฝังใจอยู่กับผู้ชายคนนี้จนถึงวันสุดท้ายของชีวิตหรอก และเมื่อยังไม่รู้แน่ชัด เขาก็ไม่กล้าที่จะปล่อยให้พรบุหลันไปพบกับอารัญเพียงลำพัง เพราะหากเกิดอะไรที่เกินกว่าเขาจะคาดเดาได้ล่ะ ใครจะรับประกันได้
“ทำไมจันทร์ไม่รอให้ทำบุญเจ็ดวันไปก่อน หรือไม่ก็รอจนครบร้อยวันก่อนก็ได้ จันทร์ไม่น่าจะต้องรีบร้อนขนาดนี้เลย เพราะถึงวันทำบุญ จันทร์ก็ต้องลางานมาอีกนะ แล้วเพิ่งเริ่มงานจะลางานได้เหรอ พี่ว่าจันทร์รอให้พ้นวันทำบุญไปก่อนเถอะ แล้วค่อยนัดเขาไปสัมภาษณ์ใหม่ ดีมั้ย”
เขาไม่รั้งรอที่จะงัดเหตุผลทุกอย่างมารั้งเธอไว้ในเวลานี้ ขอเพียงพรบุหลันอย่าไปก็พอ แต่เธอกลับไม่เปลี่ยนใจ
“พี่กรคะ ใจเย็นๆ ก่อนค่ะ จันทร์ยังไม่ได้ไปทำงาน จันทร์แค่ไปสัมภาษณ์งานเฉยๆ เองค่ะ ยังไม่ได้ตอบตกลงที่จะทำงานกับเขาด้วย และก็อีกตั้งหลายวันถึงจะครบวันทำบุญเจ็ดวันให้แม่ จันทร์ก็แค่ไปดูก่อนเท่านั้นแหละค่ะ อีกอย่างจันทร์ก็อาจจะไม่เหมาะกับงานของเขาก็ได้ งานบริหารไม่ได้ตรงกับงานคหกรรมที่จันทร์ถนัดด้วย ถ้าเขาไม่รับจันทร์ หรือจันทร์ทำไม่ได้ ก็จะได้ไม่เสียเวลาคุณ... เอ่อ...คุณกายเขาน่ะค่ะ” เธออยากพูดชื่อนั้นออกมาแต่ไม่กล้า
“จันทร์ก็ไม่น่าจะไปรับปากเขาว่าจะไปพรุ่งนี้ น่าจะรอให้พ้นงานไปก่อน พี่จะได้พาไป พรุ่งนี้พี่ก็ไม่ว่างซะด้วย”
ภากรทอดมองพรบุหลันด้วยแววตาครุ่นคิดอย่างชั่งใจ ผู้ชายด้วยกันดูกันออก แม้สายตาของอารัญจะดูอ่อนโยนเมื่อมองพรบุหลัน แต่เขากลับพบแววสาแก่ใจบางอย่าง และเขาก็เชื่อในลางสังหรณ์ ผู้ชายคนนั้นไม่ได้มาดีแน่ แต่พรบุหลันล่ะคิดยังไง เมื่อดวงตาสวยหวานที่เห็นอยู่ตรงหน้านี้ดูราวจะสั่นไหวยามที่จะเอ่ยชื่อผู้ชายคนนั้นออกมา หากเธอพูดออกมาล่ะ สีหน้าจะเปลี่ยนไปแบบไหน จะระเรื่อด้วยสีเืฝาดด้วยความเขินอาย หรือจะประหม่าจนไม่กล้าพูดคำอื่นออกมาอีกหรือเปล่า
“พี่กรไม่ต้องไปส่งจันทร์หรอกค่ะ จันทร์ไปเองได้ จันทร์จะรีบไปแต่เช้า สัมภาษณ์งานเสร็จ จันทร์ก็จะรีบกลับเลย จะได้ไม่เย็นด้วย พี่กรไม่ต้องเป็ห่วงนะคะ จันทร์จะดูแลตัวเองให้ดีค่ะ”
สีหน้าของภากรที่ดูวุ่นวายไม่สบายใจทำให้พรบุหลันรู้สึกผิดขึ้นมา แต่ที่เธอไม่สบายใจนั้นมาจากที่ตัวเธอเองกลายเป็ภาระของภากรไปทุกอย่างต่างหาก เธอไม่อยากให้เขาผูกติดหรือเป็ห่วงเธอไปทุกขณะ ไม่อยากให้สิ่งที่ชาวบ้านพูดกันมีน้ำหนักมากขึ้นไปอีก เพราะแค่บ้านอยู่ใกล้กัน แค่ภากรเป็ธุระเื่งานศพของแม่ให้ทั้งหมดก็ทำให้ชาวบ้านเข้าใจผิดกันไปมากแล้ว ทั้งที่เธอกับภากรนั้นไม่ได้คิดอะไรเกินเลยกันไปกว่าเป็เพื่อนบ้านที่ดีต่อกันเลย หากเธอขืนตัวติดกับภากรแบบนี้ คงไม่มีผู้หญิงที่ไหนกล้าเข้าใกล้เขาแน่
“โทร. ไปเลื่อนเขาได้มั้ย พี่ว่าคุณอารัญเขาน่าจะเข้าใจนะ บอกว่าจันทร์ติดจัดการเื่แม่ยังไม่เสร็จ นะจันทร์ รออีกสองวันแล้วพี่จะพาจันทร์ไปเอง จันทร์จะได้ไม่ต้องนั่งรถโดยสารไปคนเดียวด้วย พี่จะพาไป เสร็จแล้วก็กลับกันเลย นะจันทร์ โทร. ไปบอกเลื่อนเขาเถอะ คุณกายก็เพิ่งออกไปไม่นาน ไม่น่าเกลียดหรอก บอกว่าจันทร์ติดธุระจริงๆ”
“ไม่ได้หรอกค่ะพี่กร จันทร์ไม่กล้าทำแบบนั้นหรอก และเมื่อกี้นี้คุณกายก็โทร. แจ้งคุณอารัญแล้วด้วยค่ะว่าจันทร์จะเข้าไปพบเขาพรุ่งนี้”
พรบุหลันก้มหน้าเม้มริมฝีปากพร้อมกระชับฝ่ามือเข้าหากัน ทำให้ภากรตัดสินใจที่จะเสียมารยาท ยังไงเขาก็จะไม่ยอมให้พรบุหลันไปพบผู้ชายคนนั้นโดยไม่มีเขาไปด้วยแน่
“งั้นเอาเบอร์เขามา พี่จะโทร. เลื่อนให้เอง ถ้าเขาอยากให้จันทร์ไปทำงานกับเขา เขาก็ต้องรอได้ แค่อีกสองวันเท่านั้น ไม่ได้นานอะไรเลย อีกอย่างจันทร์ก็เพิ่งรู้จักเขาแค่วันเดียว เขาเป็คนยังไงจันทร์ก็ยังไม่รู้นะ แล้วจันทร์จะไปพบเขาคนเดียวได้ยังไง จันทร์น่าจะรอเวลาอีกหน่อย ไม่งั้นจันทร์ก็ต้องมีพี่หรือไม่ก็เกดไปเป็เพื่อน ไม่ควรไปพบเขาเพียงคนเดียวเด็ดขาด”
น้ำเสียงจริงจังของภากรและสายตาที่มองมาอย่างห่วงใย แม้จะทำให้พรบุหลันแทบเปลี่ยนใจ แต่เธอก็จะไม่เปลี่ยน เพราะนี่อาจเป็หนทางเดียวหรือหนทางสุดท้ายก็ได้ที่เธอจะได้ใกล้ชิดเขา ‘อารัญ’ เธอจะได้รู้สิ่งอื่นๆ ที่ไม่เคยรู้ และเธอก็จะบอกเล่าถึงสิ่งที่แม่พร่ำสอนให้เธอกระทำ ให้เขารับฟัง ‘ตะกอน’ ในใจของแม่ แม้เธอจะไม่รู้ว่านั่นคืออะไร แต่อย่างน้อยก็ขอให้เธอได้บอกในสิ่งที่แม่พูดถึงเขาตลอดมาก็ยังดี
“พี่กรคะ จันทร์รู้จักคุณอารัญดีค่ะ ถึงจันทร์จะเพิ่งพบเขาเป็ครั้งแรก แต่ตลอดชีวิตของจันทร์ สิ่งที่แม่พูดถึงบ่อยที่สุดก็คงเป็เื่ของคุณอารัญ และอีกอย่างที่พี่กรไม่รู้ ที่จันทร์เลือกเรียนคหกรรม ส่วนหนึ่งก็เพราะคุณอารัญเหมือนกันค่ะ แม่สอนจันทร์ให้ทำอาหารทุกอย่างตามที่คุณอารัญชอบ ไม่ว่าจะเป็ของคาวของหวาน สอนให้พิถีพิถันกับเื่ต่างๆ ในบ้าน จนจันทร์คิดว่านั่นเป็ส่วนหนึ่งของชีวิตจันทร์ไปแล้ว จันทร์กลายเป็คนชอบทำอาหาร ชอบเย็บปักถักร้อย จันทร์...จันทร์คิดว่าจันทร์รู้ค่ะว่าเขาเป็คนยังไง”
สิ่งที่พรบุหลันบอกเล่ายิ่งตอกย้ำว่าลางสังหรณ์ที่คิดเป็จริง อย่างนี้เขาก็ยิ่งไม่กล้าปล่อยเธอไปคนเดียว เพราะน้ำเสียงนั้นมันคือความชื่นชม คือความสุขในสิ่งที่ทำ และหากผู้ชายอย่างอารัญเพียงปรายตามองพรบุหลันล่ะ ครูบ้านนอกจนๆ อย่างเขาคงไม่อาจรั้งหัวใจพรบุหลันไว้ได้แน่
“พี่กรคะ จันทร์ไปเองได้จริงๆ ค่ะ”
“แต่พี่เป็ห่วงนะจันทร์”
พรบุหลันยิ้ม เธอเข้าใจความห่วงใยของภากร แต่หากนั่นจะทำให้เธอต้องเสียคำพูดกับคนคนนั้น เธอคงทำไม่ได้ เหตุผลแรกนั้นคือเธอรับปากเขาไปแล้ว และเธอต้องทำเื่ที่ติดค้างของแม่ให้จบ ส่วนเหตุผลที่สองก็คือจังหวะของหัวใจที่เต้นรัวเร็วอยู่ในขณะนี้ เธอเชื่อในเสียงที่ได้ยิน ขอแค่ได้เห็นเขาอีกครั้งหนึ่ง แม้ว่าเขาจะไม่รับเธอเข้าทำงาน แต่ก็ถือว่าเธอได้ทำไปแล้ว ได้เดินเข้าหาความรักด้วยตัวเองตามที่แม่เคยบอกไว้
‘จันทร์ ฟังแม่นะลูก หากวันหนึ่งที่จันทร์รู้สึกได้ถึงความรัก ไม่ว่าจะเกิดกับใครก็ตาม จันทร์อย่ารั้งรอที่จะเดินเข้าหา แม่อยากให้จันทร์ทำตามที่หัวใจเรียกร้อง แม้ว่ามันจะผิดหรือถูก อย่างน้อยที่สุดจันทร์ก็ได้ก้าวเดินไปแล้ว เดินไปให้สุดทาง อย่าหยุดหรือถอยหลังกลับ เพราะนั่นหมายถึงว่าจันทร์อาจต้องเ็ปกับความรักไปตลอดชีวิต’
คำพูดเปรียบเปรยเื่ความรักที่แม่สอนเธอราวจะชัดเจนมากขึ้นจนเหตุผลใดๆ ของภากรก็ไม่อาจมาหักล้างได้ หรือนั่นอาจเป็เพราะเธอไม่ยอมให้สิ่งใดมาทำให้เปลี่ยนใจ โอกาสแรกและอาจเป็โอกาสสุดท้าย เธอจะคว้าเอาไว้ เธอจะขอก้าวเดินไปสู่เส้นทางนั้น หากจะต้องผิดหวังก็คงไม่เจ็บเท่าไร อย่างน้อยเธอก็ได้ก้าวเดินแล้ว
“พี่กรไม่ต้องเป็ห่วงจันทร์นะคะ จันทร์ไปเองได้จริงๆ สมัยเรียนจันทร์ก็เข้ากรุงเทพฯ อยู่บ่อยๆ เดี๋ยวถึงแล้วจันทร์จะโทร. หานะคะ จะรายงานพี่กรทุกชั่วโมงเลยค่ะ”
ภากรถอนหายใจเพราะไม่ว่าอย่างไรเขาก็คงจะเปลี่ยนใจพรบุหลันไม่ได้ อยากบอกเธอเหลือเกินถึงเหตุผลที่เขาไม่อยากให้เธอไป แต่ก็กลัวว่าเหตุผลนั้นจะทำให้เขาและเธอต้องแตกหัก...เหตุผลของ ‘ความรัก’ หากพรบุหลันไม่ได้รู้สึกเช่นเดียวกับเขาเลยสักนิด แต่คนที่เธอรู้สึกด้วยนั้นคือคนที่เธออยากไปหา
“งั้นพรุ่งนี้พี่ไปส่งที่ท่ารถนะ”
“ค่ะ”
ภากรได้แต่มองพรบุหลันที่รับคำพร้อมยิ้มอย่างประจบ ดวงตาสวยหวานมีประกายเจิดจ้าเต็มไปด้วยความหวังอย่างไม่คิดจะปกปิดเขาสักนิด แม้เขาจะไม่พอใจ ไม่สบายใจ แต่จะทำอะไรได้ คงทำได้เพียงพาเธอไปส่งที่สถานีรถโดยสาร และกำชับให้เธอโทร. บอกสถานการณ์เขาเป็ระยะเท่านั้น บางทีสิ่งที่เขาหวาดหวั่นอาจไม่เป็ตามที่คิดก็ได้ เขาใช้เหตุผลนี้ปลอบใจตัวเอง ทั้งที่ความจริงแล้วปลอบไม่ได้เลย
หญิงสาวร่างงามระหงสวมเสื้อยืดแขนสามส่วนคอปาดสีขาว นุ่งกระโปรงยาวกรอมเท้าสีน้ำตาล สะพายกระเป๋าใบโต เดินเข้ามาหยุดที่ด้านหน้าอาคารสูงเสียดฟ้า ความยิ่งใหญ่อลังการทั่วทั้งบริเวณไม่ใช่แค่ความสูงที่เธอกำลังแหงนหน้ามองอยู่นี้ แต่รวมทั้งสิ่งก่อสร้างรอบด้านทั้งหมด
ไม่ว่าจะเป็ตึกรามใหญ่โตและทันสมัยไม่แพ้กัน หรือสวนหย่อมขนาดใหญ่ที่มีน้ำพุอยู่ใจกลาง และร้านค้าสุดเก๋ที่ตกแต่งในธีมสีน้ำตาลกระจายอยู่ในมุมต่างๆ ของสวนสวย ดูไม่รกตาหรือชวนให้รู้สึกอึดอัด โดยเฉพาะไม่ทำให้ความยิ่งใหญ่ของอาคารแห่งนี้ดูด้อยค่าลงเลย ทั้งหมดคือความสอดประสานอย่างลงตัวเพื่อตอบโจทย์ความเร่งรีบของคนกรุง ที่ไม่ว่าจะไปทางใด อาหารก็พร้อมจะไปเสิร์ฟให้ถึงที่
พรบุหลันกวาดสายตาสำรวจโดยรอบ เธอไม่เคยเข้ามาใจกลางเมืองหลวงอย่างนี้สักครั้ง มากสุดก็แค่พาหุรัดหรือสำเพ็ง ที่เพื่อนๆ เคยพามาหาซื้อสินค้าไปขายในวันสำคัญต่างๆ ดังนั้นเมื่อได้มาอยู่ท่ามกลางความทันสมัย ก็อดไม่ได้ที่จะก้มสำรวจเสื้อผ้าเครื่องแต่งกายของตัวเอง เพื่อเปรียบเทียบกับเครื่องแต่งกายของผู้คนที่เดินผ่านไปมา เธอก็ไม่ต่างจากบ้านนอกเข้ากรุงสักนิด
ดวงตาสวยหวานยังคงเมียงมองมนุษย์ออฟฟิศทั้งหญิงและชายที่เดินเข้าสู่ด้านในของตึก ทุกคนล้วนแต่งตัวกันด้วยเสื้อผ้าที่สวยงาม แต่งหน้าแต่งตา ตกแต่งเรือนผมให้มีสีสัน ดูดีมีรสนิยม ราวกับพวกเธอและเขาเ่าั้เป็มนุษย์แห่งเมืองซิวิไลซ์จริงๆ เพราะผู้ชายก็หล่อดูดี ผู้หญิงก็สวยสง่าทันสมัย ดังนั้นการมายืนอยู่ด้านหน้าตึก ‘แฟรงเกนส์กรุ๊ป’ เธอจึงไม่ต่างจากสิ่งแปลกปลอมที่บังเอิญหลงทางเข้ามา
แต่ความสวยงามจากสิ่งใหม่ที่ได้เห็นก็ไม่ทำให้ความวิงเวียนศีรษะลดน้อยลงเลย เพราะั้แ่เช้าตรู่ที่เธอนั่งรถมาลงที่หมอชิตจนต่อรถเมล์มาที่นี่ กลิ่นควันพิษจากท่อไอเสียรถยนต์ ความแออัดของผู้คนที่มากมายเสียยิ่งกว่าเอาคนในอำเภอที่เธออยู่มารวมตัวกัน ทั้งสีสันจากเสื้อผ้าอาภรณ์ของเหล่าเทวดานางฟ้าที่มีหลากหลายแบบ รวมทั้งยังไม่มีมื้อเช้าหรือแม้แต่น้ำดื่มตกถึงท้อง
พรบุหลันรีบหยิบยาดมออกจากกระเป๋าสะพายขึ้นมาจ่อดมที่จมูกให้เร็วที่สุด ก่อนจะหันมองหาที่พักพิงที่จะนั่งพักได้ชั่วครู่ ขอเพียงให้ได้สูดลมหายใจลึกๆ หลายครั้ง อาการวิงเวียนเพราะภูมิแพ้เมืองหลวงของเธอจะได้บรรเทาลง เธอไม่อยากไปเจออารัญในสภาพอิดโรยแบบนี้
จ๊อกกก...
เสียงท้องเ้ากรรมที่ประท้วงว่าหิวทำให้พรบุหลันเปลี่ยนใจ เธอคงต้องหาอะไรรองท้องซะแล้ว เพราะภูมิแพ้กระเพาะของเธอดันกำเริบ จึงหันหาร้านอาหารที่เธอจะไปฝากท้องได้ แต่ทั่วทั้งบริเวณก็ไม่มีร้านไหนเลยที่เธอควรเดินเข้าไป เพราะร้านกาแฟหรูหราที่มีชื่อร้านเป็ภาษาอังกฤษ หรือเป็ภาษาไทยในรูปแบบลายมือไก่เขี่ยสไตล์อินดี้นั้นคงไม่เหมาะกับเงินในกระเป๋าของเธอเป็แน่ ดูจากแก้วกาแฟที่หนุ่มสาวออฟฟิศต่างถือเดินกันออกมานั้น แม้จะเป็เพียงแก้วกระดาษหรือแก้วพลาสติกใส ทว่าโลโก้หรือแม้แต่ถุงใส่ก็ดูหรูเหมาะกับความทันสมัยของพวกเขาเ่าั้เหลือเกิน
และจากการประเมินมอง พรบุหลันก็สรุปว่าเครื่องดื่มสุดหรูนั้นคงไม่เหมาะกับเธอจริงๆ เพราะขนาดในตัวอำเภอที่บ้าน ร้านกาแฟสดหน้ามหาวิทยาลัยที่เธอเรียนก็ยังขายแก้วละห้าสิบบาท จำได้ว่าสี่ปีที่เรียนนั้น เธอเคยได้กินอยู่สองครั้ง และเกศราเลี้ยงเธอทุกครั้งด้วย เพราะความประหยัดที่แม่พร่ำสอนคือการไม่ใช้จ่ายเงินอย่างเสียเปล่าโดยไม่ก่อประโยชน์ใดๆ เธอจึงไม่กล้าคิดว่ากาแฟในแก้วดูดีมีรสนิยมแบบนั้นจะราคาแก้วละเท่าไรกัน ดังนั้นการเลือกที่จะไม่เข้าร้านดังกล่าวน่าจะดีกว่า สุดท้ายพรบุหลันจึงนั่งรอเวลานัดอยู่ใต้ร่มไม้ด้านข้างของตึก
ความหิวแค่นี้เธอทนได้ แค่สัมภาษณ์งานเสร็จแล้วเธอค่อยไปหาอะไรกินแถวหมอชิต หรือถ้าไม่น่าเกลียดเกินไปนัก เธอก็ว่าจะขอน้ำเปล่าจากคุณกายสักสองแก้วใหญ่ๆ ด้วยเหตุผลคือ กระหายน้ำเหลือเกิน ให้ท้องอิ่มน้ำไปก่อน อย่างอื่นค่อยว่ากัน พรบุหลันยกข้อมือขึ้นดูเวลา นาฬิกาเรือนเก่าที่เธอนำของแม่มาใช้บอกว่าอีกประมาณครึ่งชั่วโมงก็จะถึงเวลาที่กายนัดเอาไว้ อีกแค่ไม่นาน เธอทนได้
“ทนหน่อยนะพยาธิจ๋า... อีกเดี๋ยวก็จะได้อาหารประทังชีวิตแล้วนะจ๊ะ ให้จันทร์สัมภาษณ์งานก่อนนะ”
พรบุหลันวางทาบฝ่ามือไว้บนหน้าท้อง ดังว่าสิ่งที่เธอพูดไปจะทำให้ความหิวคลายลง แต่แม้จะไม่เป็ตามคิดก็ยังดีกว่าที่เธอจะไม่ทำอะไรเลย เพราะการรอคอยทั้งที่ท้องร้องจ๊อกๆ อยู่นี้ทรมานจริงๆ
เริ่มต้นความเลวร้ายกันซะที
#อารัญคนใจร้าย จะทำอะไรหนูจันทร์นะ!!!