ซึ่งหากผู้ถูกขังไว้ภายในหมดสติไร้พลังต่อต้านใด ๆ กรงขังก็จะสลายตัวออกเอง หรือไม่หากผู้ถูกขังไว้ภายในสามารถทนทานได้ เมื่อถึงระยะเวลาขีดจำกัดที่ผู้สร้างกรงขังมณีอมตะสามารถสร้างได้ กรงขังดวงมณีอมตะก็จะสลายตัวไปเช่นกัน
จวบจนบัดนี้เวลาเพียงผ่านไปไม่ถึงสองนาทีผู้คนที่เฝ้าดูรวมทั้งผู้อาวุโสและเฉินลี่ สังเกตุพบว่าดวงแก้วกรงขังมณีอมตะมีอาการสั่นสะเทือนและสีของดวงแก้วเริ่มซีดจางลงจนเป็นสีใส และเห็นถึงสภาพภายในจนหมดสิ้น บัดนี้ภายในกลับยืนเด่นไว้ด้วยบุรุษหน่มที่หลายคนต่างคาดคิดว่าคงสิ้นเรี่ยวแรงหมดสติไปแล้ว พร้อมกับเห็นบุรุษหนุ่มเงื้อมือขึ้นแล้วชกไปยังผนังของกรงขังดวงแก้วมณีอมตะ ได้ยินเสียงดังจากภายในลูกกลม ๆ เบื้องหน้าสั่นสะเทือนไปทั่วลานประลอง
"ตึง ตึง..ตึง..!!"
กรงขังมณีอมตะเริ่มสั่นสะเทือนเหมือนโดนอะไรกระแทกอย่างรุนแรงจากภายใน...
"เกิดอะไรขึ้น..ทำไมกรงขังมณีอมตะถึงได้สั่นสะเทือนขึ้น...นั่น..นั่น ..ดูสีของกรงขังมณีอมตะกำลังเปลี่ยนไป..!!"
"โอ้.....สีของลูกแก้วที่ขังเจ้าหนุ่มนั่นไว้กำลังซีดจางลงเรื่อย ๆ...!!"
....................................................................................................................................................
ภายในกรงขัง...กังหลงหลังจากที่เฝ้าดูเฉินลี่โจมตีจนสามารถสร้างกรงขังมณีอมตะดังที่ได้ยินจากการพูดจาทางภายนอก ตนนั้นต้องการพิสูจน์ดูว่าสิ่งที่ตระกูลลี่ภาคภูมิใจจะมีความแข็งแกร่งปานใด
เมื่อรอจนมณีอมตะสร้างเสร็จก็ยืนสงบนิ่งพิจารณาพื้นผิวของดวงแก้วนี้ที่สานเชื่อมต่อกันด้วยพลังแห่งธาตุวารี ดูภายในเรียบลื่นสวยงามมีกระแสพลังวารีแผ่ออกมาดูดกลืนลมปราณของตนไปตลอดเวลา จึงทึ่งและมีความนับถือในไม้ตายอันน่าแปลกประหลาดเช่นนี้ แต่ตนนั้นมีวิชาลมปราณสวรรค์รวมธาตุปัจเจกเทวะจุติ จึงมิได้กังวลกับการดูดกลืนพลังของธาตุวารีจากกรงขังนี้แม้แต่น้อย การพูดคุยและการแสดงออกของแต่ละคนจากด้านนอกกังหลงล้วนรับทราบทั้งสิ้น
หลังจากยืนสงบนิ่งพิจารณาชื่นชมดูกรงขังมณีอมตะอยู่ประมาณสองนาที กังหลงจึงโคจรลมปราณลมปราณสวรรค์รวมธาตุปัจเจกเทวะจุติอย่างเต็มกำลังต่อต้านการดูดกลืนของกรงขัง และโคจรหมุนวนลมปราณสวรรค์รวมธาตุปัจเจกเทวะจุติรวดเร็วขึ้นจนพลังดึงดูดธาตุต่าง ๆ ของตนรุนแรงกว่าของกรงขัง
จากเริ่มแรกดวงแก้วกรงขังเป็นผู้ดูดพลังปราณจากกังหลงพอผ่านไปชั่วครู่แรงดึงดูดของลมปราณสวรรค์รวมธาตุปัจเจกเทวะจุติที่มีมากขึ้นเรื่อย ๆ จนกลายเป็นกรงมณีอมตะถูกดูดพลังธาตุวารีไปเสียแทน ผิวกรงขังที่ก่อนหน้านี้มีสีฟ้าเข้ม เมื่อถูกดูดกลืนธาตุวารีหายไปเรื่อย ๆ สีของดวงแก้วจึงเริ่มจางลง จางลง จนกลับกลายเป็นสีใส สามารถมองเห็นสภาพด้านนอกได้อย่างชัดเจน กังหลงโคจรลมปราณปรับเปลี่ยนกายาจนมีสีทองแดงเข้มพร้อมเงื้อมือชกไปยังผนังกรงขังเต็มแรง
.......................................................................................................................................................
"งะ..!!.. เริ่มมองเห็นด้านในแล้ว...นั่น..เจ้าหนุ่มนั่นยังยืนอยู่ ยังมิได้ล้มลง..!!"
"โอ๊ะ..!! เขากำลังจะโจมตีลูกแก้วมณีอมตะแล้ว...!!"
"บ้าน่า..!!...เจ้าหนุ่มนั่นจะใช้หมัดธรรมดา ๆ ชกผนังกรงขัง "
"ตืง..ตืง..ตืง..!!"
"แกร่ก...แกร่ก..แกร่ก..!!"
"เปรี้ยง....บึ้ม...!!"
"ซ่าาาาา....!!"
กรงขังมณีอมตะที่หลายคนต่างคิดว่าแข็งแกร่งถูกชกเพียงสามคราแต่ละคราได้ยินเสียงแตกร้าวอย่างชัดเจน จวบจนแตกระเบิดเป็นชิ้นเล็กชิ้นน้อยดุจเศษกระจกร่วงพร่างพรูลงบนพื้นลานประลองเสียงดังกราวใหญ่..!!
"ง่าาา.!! ลูกแก้วกรงขังเริ่มมีรอยร้าวแล้ว"
"โอ๊ะ..!!..ถึงกับใช้หมัดชกจนลูกแก้วมณีอมตะแตกสลายไปแล้ว เป็นพลังระดับใดกัน ?"
สิ่งที่เกิดขึ้นทำให้ผู้คนรอบลานประลองต่างตกตะลึง สีหน้าของสามสาวค่อยคลายกังวลลง แม้ก่อนหน้านี้ความเชื่อมั่นในตัวกังหลงจะลดลงเพราะได้ฟังเสียงพูดคุยและยกยอถึงอานุภาพท่าไม้ตายของตระกูลลี่ ท่วงท่ากรงขังมณีอมตะ
แต่เมื่อหวนคิดถึงความสามารถของกังหลงขณะต่อสู้หลายครากังหลงนั้นมีความรอบคอบไม่เคยประมาทจึงต่างคลายใจลง จะมีก็เพียงเยี่ยนฟางคนเดียวเท่านั้นที่ยังกังวลมากกว่าผู้อื่นอยู่บ้างที่เคยชินกับการห่วงใยกังหลงตลอดมา จนทั้งนงคราญสุรางค์สวรรค์เหมี่ยวเซี๊ยะและหยางเสี่ยวเอ๋อร์ต้องช่วยกันปลอบให้คลายกังวลลง ยิ่งเมื่อเได้ห็นความเปลี่ยนแปลงของกรงขังมณีอมตะ จวบจนกรงขังได้ถูกทำลายลงสามสาวจึงได้ถอนหายใจอย่างโล่งอก
"เฮ่ออออ...!!."
ส่วนผู้นำตระกูลราชวงศ์ เฉินลี่และผู้อาวุโสสูงสุดนั้นถึงกับเป็นใบ้ไปต่อเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น เพราะไม่คาดคิดว่าท่วงท่าไม้ตายอันเลื่องชื่อของตระกูลลี่กลับถูกทำลายลงได้อย่างง่ายดายเพียงชั่วเวลามิถึงสิบลมหายใจด้วยซ้ำ..!!
กังหลงยิ้มกล่าวกับเฉินลี่ อย่างช้า ๆ พร้อมสำแดงท่วงท่าเก้ายาอัสนีไม่ทิ้งรอยออกมา สร้างร่างเงาที่มีลักษณะเหมือนกันสองร่าง
"ไม้ตายที่ภาคภูมิใจของตระกูลเจ้าข้าได้ทำลายลงสิ้นแล้วด้วยสองมือนี้ หากมิมีอันใดที่จะแสดงอีกบัดนี้เป็นคราของข้าที่จะแสดงบ้างแล้ว..!!"
"วูบบบ..วูบบบ..!!"
ร่างเงาทั้งสองได้สลายเป็นเงาวูบวาบพุ่งเข้าหาเฉินลี่ซึ่งบัดนี้ยืนเหงื่อไหลออกตามแผ่นหลังดุจเพิ่งอาบน้ำมา ตัวมันนั้นบัดนี้ได้หมดเรี่ยวแรงไปกับกระบวนท่าไม้ตาย กรงขังมณีอมตะยากที่จะรวบรวมลมปราณออกมาตีโต้หรือหลบหลีกได้ ร่างของกังหลงเคลื่อนไหวรวดเร็ววูบวาบเดี๋ยวมองเห็น เดี๋ยวมองไม่เห็น เพียงกระพริบตาก็ถึงร่างเฉินลี่ ร่างหนึ่งเงื้อหมัด อีกร่างหนึ่งตวัดเท้าเตะออกพร้อมกัน
"ปัง...ปัง..!!"
"พรึ่บ..!!"
"ปึีง...ปึ๊ง..!!"
"ว่าบบบบ...!!"
เสียงวัตถุถูกคลี่ออกพร้อมเสียงทุบโลหะหนาดังขึ้นพร้อมพลังดีดสะท้อนจากพลังโจมตีแผ่กระจายออกไปจนผู้ชมรอบข้างผมเผ้ายุ่งเหยิงสัมผัสได้ถึงพลังอันรุนแรงนี้แรงลมและฝุ่นละอองฟุ้งกระจายออกจนบดบังวิสัยทัศน์ผู้เฝ้าชมมืดมิดไปชั่วขณะหนึ่ง
"เกิดอะไรขึ้น.?...พลังโจมตีช่างรุนแรงนัก..!!"
"หือ..? "
กังหลงเองนั้นแปลกใจในสิ่งที่เกิดขึ้นเช่นกันเพราะขณะที่ร่างแยกที่สร้างออกมาทั้งสองพริบตาที่ถึง ร่างหนึ่งเงื้อหมัดอีกร่างหนึ่งตวัดเท้าเตะออกไปพลันปรากฎพลังที่กล้าแข็งวูบออกมาต้านทานจนร่างทั้งสองของกังหลงและพลังที่โจมตีออกไปโดนผลักดันสะท้อนกลับมา ร่างจำแลงได้สลายหายไปในทันที ส่วนร่างที่แท้จริงของกังหลงโดนกระแทกย้อนกลับมาเกือบสองเมตรพลังทั้งสองที่ปะทะกันได้บดบังสายตาจนมองมิชัด เมื่อฝุ่นละอองเบาบางไป ทุกคนจึงได้เห็นภาพที่ปรากฏยังเบื้องหน้าและสัมผัสกับกระแสพลังที่แผ่กระจายออกรอบข้างเสียงอุทานหลากหลายได้ดังขึ้นอีกครา
"โอ..!!"
"พลังระดับราชันย์อีกแล้ว..!!"
"นั่นมันเป็นอาวุธอะไรกัน..?"
"โอ้ววว..!!...มิน่าเชื่อว่าการคัดเลือกตัวแทนระดับอาณาจักรครานี้..ช่างมีอะไรที่ยิ่งน่าตื่นตาค่อยๆ เปิดเผยออกมามิหยุดหย่อนเลย นับว่าคุ้มค่าที่ข้าได้สละเวลาเพื่อมาร่วมชมจริงๆ"
"มันมีลักษณะคล้ายเกล็ดมังกรมิผิด...หรือว่า..?"